เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 75 เวร! ด่านที่สองทำไมจบเร็วจัง?

ตอนที่ 75 เวร! ด่านที่สองทำไมจบเร็วจัง?

ตอนที่ 75 เวร! ด่านที่สองทำไมจบเร็วจัง?


ตอนที่ 75 เวร! ด่านที่สองทำไมจบเร็วจัง?

"เฟี๊ยวว—" วินาทีต่อมา ลำแสงสีแดงก็ยิงตรงไปที่ที่ลู่เซิงยืนอยู่

"อย่างนี้นี่เองฉันแค่ต้องหลบแสงเลเซอร์พวกนี้ใช่ไหม?" ลู่เซิงเอี้ยวตัวหลบข้างเล็กน้อยและลำแสงสีแดงพุ่งผ่านเขาไป

ตั้งแต่ที่เขาเข้ามา เขาก็สังเกตเห็นว่าทั่วกำแพงห้องฝึกร่างกายแห่งนี้มีรูกลมๆขนาดเท่าหัวแม่มืออัดแน่นไม่ต่ำกว่าหมื่นที่และตอนนี้ดูเหมือนว่ารูกลมๆเหล่านี้จะมีหน้าที่ในการยิงแสงเลเซอร์

"การไม่สามารถคาดเดาได้ว่าแสงเลเซอร์จะมาจากทิศทางใดถือเป็นหนึ่งในความยากลําบากในการฝึกเทคนิคเคลื่อนไหวมาก"

"แต่ความยากลําบากนี้สําหรับฉัน—ไม่มีอยู่จริง"

ลู่เซิงคิดพลางเอียงศีรษะและลำแสงสีแดงก็พุ่งเฉียดหูของเขาไปที่กำแพงตรงข้าม

พลังจิต!

พลังจิตของลู่เซิงปกคลุมห้องฝึกร่างกายทั้งหมดทำให้รับรู้ทุกการเคลื่อนไหวของแสงเลเซอร์ได้อย่างแม่นยําก่อนที่ลำแสงสีแดงจะถูกยิงออกมา เขาสามารถรู้ได้อย่างง่ายดายว่าลำแสงทั้งหมดมาจากไหน

มันเหมือนกับการโกง!

"การคาดเดาการโจมตีของศัตรูด้วยการสังเกตการเปลี่ยนแปลงของกล้ามเนื้อและสีหน้าในระหว่างการต่อสู้ยังคงเป็นเรื่องยากสําหรับฉันในตอนนี้... แต่ถ้าเป็นเครื่องจักรพวกนี้มันไม่ยากเกินไป" ลู่เซิงยืนอยู่กลางห้องพลางคิดเรื่องนี้ในขณะที่ขยับร่างกายของเขาเพื่อหลบเลี่ยงแสงเลเซอร์ที่พุ่งมา

ท่าทางสบายๆราวกับว่าเขาไม่ได้ฝึกเทคนิคเคลื่อนไหว แต่เพิ่งตื่นเช้ามาออกกําลังกายในสวนสาธารณะ

....

นอกห้องฝึกร่างกาย กลุ่มผู้ชมมองหน้ากัน พวกเขาต่างเห็นความตกใจอย่างสุดซึ้งในดวงตาของกันและกัน

เหลือเชื่อ!

"เขาทําได้ยังไง!?"ใครบางคนอดไม่ได้ที่จะถามขึ้นมา

แต่ไม่มีใครตอบเขา

แม้แต่เหมิงจินเหอผู้ซึ่งภาคภูมิใจในการเป็นอัจฉริยะด้านเทคนิคเคลื่อนไหวและทะนงตนอย่างมากยังตกตะลึง

ห้องฝึกร่างกายใครบ้างที่เข้าไปแล้วไม่ตื่นตกใจและประหม่า?

มีเลเซอร์หลายหมื่นตัวซ่อนอยู่ในห้องฝึกร่างกายและไม่มีใครรู้ว่ามันจะยิงลำแสงออกมาเมื่อไหร่ หากไม่ระวังตัวจะถูกแสงเลเซอร์ยิงเข้าใส่และการฝึกจะหยุดลงทันที

แม้ว่าเหมิงจินเหอในตอนนี้จะผ่าน 80% ของด่านที่สองแล้ว มันก็ไม่ได้หมายความว่าเขาสามารถเดินเล่นแบบสบายๆเหมือนลู่เซิงได้

แค่อาจจะผ่อนคลายมากกว่าคนอื่นๆเล็กน้อยเท่านั้น

แต่ลู่เซิงในตอนนี้?

"แน่ใจนะว่าเขาเข้าห้องฝึกร่างกายครั้งแรก?" เหมิงจินเหอถามเด็กชายข้างๆเขาด้วยสีหน้าเหลือเชื่อ

เด็กชายพยักหน้าด้วยสีหน้าจริงจัง"แน่นอนพวกเราทุกคนตามเขามาตลอดทาง"

เหมิงจินเหอหยุดพูด เมื่อมองไปที่ร่างในห้องที่เดินชิวๆภายใต้แสงเลเซอร์มากมาย เขาเริ่มสงสัยกับชีวิตของตัวเอง

ตอนนั้นเองที่เขาได้ยินใครบางคนพูดขึ้น

"ด่านแรกใกล้จะจบแล้-" ก่อนคำพูดจะจบลงเสียง"บิ๊บ"ก็ดังขึ้น

ข้อความปรากฏขึ้นบนหน้าจอนอกห้อง "เตรียมพร้อมเข้าสู่ด่านที่สอง"

ทุกคนเงียบ

....

"เด็กคนนี้ทําได้ยังไง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเข้าห้องฝึกร่างกายจริงๆเหรอ?"

ดวงตาของฉินเส้าชุนจ้องมองลู่เซิงอย่างใกล้ชิดและพูดขึ้นอย่างเหลือเชื่อ "ทำไมเขาทำเหมือนกับว่าเคยฝึกมาหลายร้อยครั้งแล้วยังไงยังงั้นเลย... อ้ะ! ไม่ๆ แม้จะฝึกมาหลายร้อยครั้งก็ไม่สามารถทําแบบนี้ได้ง่ายๆ แม้ว่าการฝึกด่านแรกจะไม่ยาก แต่ลำดับการยิงแสงเลเซอร์ของการฝึกแต่ละรอบจะไม่เหมือนกันและเขาดูเหมือนจะรู้ว่าแสงเลเซอร์ทั้งหมดมาจากทางไหน... อ้ะ! นี่ไงอีกแล้ว!"

"แปลก..." ตงชิงเสวี่ยจ้องมองไปที่หน้าจอ

สําหรับการกระทำของลู่เซิง การคาดเดาบางอย่างได้เกิดขึ้นในใจของเธอ แต่ก็ถูกเธอหยุดอย่างรวดเร็ว

"นี่ต้องเป็นสัญชาตญาณต่อสู้ สัญชาตญาณต่อสู้ของเด็กคนนี้แข็งแกร่งมาก การทําสิ่งนี้คงไม่ยากสำหรับเขา..." ตงชิงเสวี่ยอธิบายอย่างช้าๆ

ฉินเส้าชุนสาบานว่าสัญชาตญาณต่อสู้คือสัญชาตญาณต่อสู้ การรับรู้คือการรับรู้เขาสามารถแยกแยะสิ่งเหล่านี้ได้

แต่ก่อนที่เขาจะทันพูดอะไร เด็กสาวคนหนึ่งก็เดินเข้ามาหาทั้งสองคน

"สวัสดีค่ะหัวหน้าผู้สอนและรองหัวหน้าผู้สอน"

เมื่อตงชิงเสวี่ยเห็นเด็กสาว ดวงตาของเธอก็อ่อนลงเล็กน้อย "เธอมาตรงนี้ ฉันจะให้เธอเห็นบางอย่าง"

หลังจากนั้นตงชิงเสวี่ยก็ทักทายฉินเส้าจุน "เข้ามาใกล้ๆ เราจะได้มองเห็นชัดๆ"

ตงชิงเสวี่ยใช้พลังจิตของเธอรับรู้สถานการณ์ในห้องฝึกร่างกายทั้งหมด

....

"ด่านแรกจบแล้วหรอ?" เมื่อได้ยินเสียงเตือนในหูของเขา ลู่เซิงรู้สึกประหลาดใจเล็กน้อย

ด่านแรกจบเร็วเกินไปและยังง่ายเกินไป เขายังไม่ได้ใช้เทคนิคเคลื่อนไหวจริงๆเลยด้วยซ้ำ

แล้วยังงี้ยังฝึกฝนได้อยู่ไหม?

"เอ่อสงสัยฉันคงไม่สามารถใช้พลังจิตโกงแบบนี้ได้อีกต่อไปได้ ไม่เช่นนั้นห้องฝึกร่างกายนี้คงไร้ประโยชน์.."

ลู่เซิงครุ่นคิดเขาดึงพลังจิตที่ปกคลุมทั้งห้องกลับเข้ามาอย่างช้าๆ

ทันใดนั้นสีหน้าของลู่เซิงก็เปลี่ยนไปเล็กน้อย

เขาสังเกตเห็นว่าหลังจากที่เขาถอนพลังจิตออกไป พลังจิตของใครบางคนก็เข้าปกคลุมห้องฝึกร่างกายทันทีและสำรวจร่างกายของเขาอย่างไร้ยางอาย

พิจารณาจากความแข็งแกร่งของพลังจิตควรเป็นของตงชิงเสวี่ย

จู่ๆความคิดหนึ่งก็ผุดขึ้นมาในใจของลู่เซิง

"ถ้าตงชิงเสวี่ยอยู่ที่นี่ ฉันสามารถใช้แผนนั้นได้..."

ในเวลาเดียวกันนอกห้องฝึกร่างกาย

ร่องรอยของความสับสนปรากฏขึ้นบนใบหน้าของตงชิงเสวี่ยและเธอก็แอบพูดในใจอย่างเงียบๆ "ฉันคิดมากเกินไปจริงๆ"

จากนั้นเธอหันศีรษะไปพูดกับเซี่ยหลินข้างๆ "เธอควรสังเกตความแข็งแกร่งของลู่เซิงให้ดี เขาจะกลายเป็นคู่ต่อสู้ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเธอในค่ายฝึกนี้..."

จากนั้นเธอก็ใช้พลังจิตแทรกซึมเข้าไปในห้องฝึกร่างกายทีละน้อย ภายใต้การรับรู้ของพลังจิตร่างของลู่เซิงดูเหมือนจะยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

เซี่ยหลินอดไม่ได้ที่จะกลืนน้ำลายอย่างยากลำบาก

"สู้ๆ เซี่ยหลินเธอทําได้! ผู้ชายคนนี้ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด จงเอาชนะเขาและปิดช่องโหว่ในใจ! สู้ๆ เธอทําได้!"

เซี่ยหลินให้กําลังใจตัวเองอย่างสิ้นหวังและมองลู่เซิงอย่างตั้งใจพลางคิดว่ารูปร่างหน้าตาของผู้ชายคนนี้ดีมาก

เธอเห็นกล้ามเนื้อที่เพรียวบางและสมส่วนกับหน้าตาที่หล่อเหลาของลู่เซิงและอดไม่ได้ที่ความคิดนี้จะผุดขึ้นในใจ

"ให้ฉันดูหน่อยเถอะ!ว่าเขาแข็งแกร่งแค่ไหน!"

แค่แป๊บเดียว! ครั้งเดียวก็แค่สังเกตความแข็งแกร่งของลู่เซิง

เซี่ยหลินปลอบโยนตัวเองจากนั้นก็ส่งพลังจิตไปที่ลู่เซิงอย่างระมัดระวัง

ในขณะนั้นเองกระแสไฟฟ้าช็อตก็ถูกส่งกลับมาอย่างรุนแรง

เซี่ยหลินส่งเสียง"อ่า" และรีบดึงพลังจิตของเธอกลับมาอย่างรวดเร็ว

จากนั้นเธอเห็นลู่เซิงในขอบเขตสายตามองมาในทิศทางที่เธอยืนอยู่อย่างลึกซึ้งและดวงตาของเขาก็เต็มไปด้วยคําเตือน

"ข-เขาเห็นฉันไหม? เขารู้ไหมว่าฉันกําลังสังเกตเขา?" เซี่ยหลินตกตะลึงทันทีและยืนนิ่งอยู่กับที่

"เกิดอะไรขึ้น?" เสียงสงสัยของตงชิงเสวี่ยดังขึ้นในหูของเธอ

เซี่ยหลินกลับมารู้สึกตัวและส่ายหัวโดยไม่รู้ตัว"ไม่... ไม่มีอะไรค่ะ"

เซี่ยหลินไม่กล้าบอกตงชิงเสวี่ยเพราะเธอไม่รู้ว่าสิ่งที่เธอเห็นเมื่อกี้เป็นภาพลวงตาหรือไม่

ในสายตาของเธอ ลู่เซิงยังคงยืนอยู่ที่เดิมอย่างสงบเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น

"หรือว่าฉันตาฝาดไป?" เซี่ยหลินคิดกับตัวเอง

แต่ว่า....

เซี่ยหลินเหลือบมองลู่เซิงและใช้พลังจิตอีกครั้ง

ผู้ชายคนนี้น่ากลัวมากและยังดูน่ากลัวกว่าเมื่อก่อน ฉันควรจะอยู่ห่างจากเขา....

.....

"อะไรเนี่ย! ใช้พลังจิตกับฉันหมายความว่าอะไร? หยาบคายเกินไปแล้ว..."

มันเป็นพฤติกรรมที่ไม่สุภาพมากที่ใช้พลังจิตสังเกตผู้อื่น ในกรณีที่อีกฝ่ายเป็นผู้แข็งแกร่งและยังอารมณ์ร้ายมีแนวโน้มมากที่จะแสวงหาความตายโดยไม่รู้ตัว

ดังนั้นลู่เซิงรู้ว่าจําเป็นต้องเตือนสาวน้อยคนนี้ การใช้พลังจิตอย่างประมาทเช่นนี้เขาเดาได้ทันทีว่าต้องเป็นเซี่ยหลิน

จากนั้นเขาไม่สนใจตงชิงเสวี่ยกับเซี่ยหลินอีกต่อไปและกลับมาให้ความสนใจกับห้องฝึกร่างกายเพราะ....

ด่านที่สองได้เริ่มขึ้นแล้ว

"ฟิ้ว—" แสงเลเซอร์สีแดง 6 ดวงยิงออกไปหาลู่เซิงพร้อมกัน

เมื่อเทียบกับด่านแรกแสงเลเซอร์ของด่านที่สองมีจํานวนที่เยอะกว่าและเร็วกว่ามาก

แสงเลเซอร์สีแดงพุ่งเข้ามาอย่างเงียบเฉียบไม่มีแม้แต่เสียงส่งผ่านอากาศทำให้คาดเดาได้ยากมาก

หากไม่มีการเตือนล่วงหน้าจากพลังจิต ลู่เซิงทำได้แค่พึ่งปฏิกิริยาการตอบสนองของประสาทสัมผัสและความเร็วของร่างกายเพื่อหลบเท่านั้น

ผ่าน 10%...

ผ่าน 20%...

ผ่าน 30%...

ลู่เซิงผ่าน 80% แรกของด่านที่สองอย่างใจเย็น

จนกระทั่งหลังจาก 80%

สีหน้าของเขาเริ่มจริงจังขึ้นเล็กน้อยแต่แค่เล็กน้อยเท่านั้น

เทคนิคเคลื่อนไหวที่ยังติดอยู่ในคอขวดที่สองสามารถผ่านด่านที่สองนี้ได้อย่างสบาย ท้ายที่สุดการต่อสู้กับซอมบี้ที่ทรงพลังเหล่านั้นในโลกความฝันไม่ใช่เรื่องง่ายๆ

การเดินไปมาท่ามกลางฝูงซอมบี้ยังน่าตื่นเต้นกว่าการหลบแสงเลเซอร์ในห้องฝึกร่างกายนี้เสียอีก

เมื่อจํานวนแสงเลเซอร์เพิ่มขึ้น เขาก็ยิ่งเคลื่อนไหวเร็วขึ้นเช่นกัน

ลู่เซิงค่อยๆรู้สึกว่าเทคนิคเคลื่อนไหวที่ติดอยู่คอขวดที่สองคลายลงราวกับว่าแค่เพิ่มแรงกดดันอีกเล็กน้อยเขาสามารถทะลวงมันได้อย่างง่ายดาย

แต่ในขณะที่ลู่เซิงกำลังคาดหวังอย่างตื่นเต้นอยู่นั้น

แสงเลเซอร์หยุดลงกะทันหัน

"ติ๊ง-" ลู่เซิงตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่งจากนั้นก็ตอบสนองอย่างรวดเร็ว

เวร! ด่านที่สองทำไมจบเร็วจัง....

จบบทที่ ตอนที่ 75 เวร! ด่านที่สองทำไมจบเร็วจัง?

คัดลอกลิงก์แล้ว