- หน้าแรก
- ภรรยาของผมคือราชินีวงการบันเทิง
- บทที่ 76 - อรุณรุ่งของวันใหม่
บทที่ 76 - อรุณรุ่งของวันใหม่
บทที่ 76 - อรุณรุ่งของวันใหม่
บทที่ 76 - อรุณรุ่งของวันใหม่
ท้องฟ้าทางทิศตะวันออกยังไม่ทันสว่าง เสียงสั่นเบาๆ ของโทรศัพท์มือถือก็ดังขึ้นบนโต๊ะข้างเตียง
บนเตียงในห้องนอนที่มืดสนิทเพราะมีผ้าม่านปิดอยู่ มีมือขาวผ่องข้างหนึ่งยื่นออกมาจากใต้ผ้าห่ม คลำหาสักพักบนโต๊ะข้างเตียง จนกระทั่งเจอมือถือแล้วกดปิดนาฬิกาปลุกไป ก่อนจะหดกลับเข้าไปอีกครั้ง
แต่ก่อนที่นาฬิกาปลุกจะสั่นเป็นรอบที่สอง ผ้าห่มก็ถูกเปิดออกอย่างแผ่วเบา ร่างหนึ่งลุกขึ้นมาจากเตียง ท่าทางของเธอดูระมัดระวังอย่างยิ่ง ราวกับกลัวว่าจะไปปลุกเด็กหญิงตัวน้อยที่ยังคงหลับใหลอยู่ให้ตื่นขึ้นมา
เธอไม่ได้เปิดไฟ
เจียงอีเหรินเพียงแค่เปิดไฟฉายจากมือถือ ส่องสว่างให้ห้องมีแสงเพียงเล็กน้อย เธออาศัยแสงสลัวๆ นั้นเปลี่ยนชุดนอนออก แล้วค่อยๆ ย่องไปเปิดตู้เสื้อผ้า หยิบกางเกงยีนส์สีเรียบตัวหนึ่ง และเสื้อโค้ทบีเวอร์สีดำตัวที่ซื้อไว้เมื่อหลายปีก่อนออกมา
หลังจากแต่งตัวเสร็จ เธอก็หยิบมือถือแล้วแอบย่องออกจากห้องนอนไป
ตอนที่ออกจากห้องนอน เจียงอีเหรินสังเกตเห็นว่าจื่อซานตัวน้อยที่ตอนแรกนอนนิ่งๆ อยู่ จู่ๆ ก็พลิกตัว แม้ว่าการเคลื่อนไหวของเธอจะเบาแค่ไหน แต่มันก็ยังคงรบกวนเด็กหญิงตัวน้อยอยู่ดี แต่หลังจากพลิกตัวได้ครั้งหนึ่ง เด็กหญิงตัวน้อยก็กลับเข้าสู่ห้วงนิทราอีกครั้ง
เธอยื่นมือไปปิดประตูห้องนอน
เจียงอีเหรินเดินเข้าห้องน้ำเพื่อล้างหน้าแปรงฟันอย่างง่ายๆ ก่อน จากนั้นก็เดินเข้าครัวเปิดตู้เย็นแล้วเริ่มทำอาหารเช้า วันนี้สำหรับคนอื่น อาจจะเป็นเพียงวันธรรมดาวันหนึ่งที่ไม่ได้ต่างอะไรไปจากปกติ
แต่สำหรับเจียงอีเหรินแล้ว วันนี้คือวันที่ควรค่าแก่การจดจำ
เพราะตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป... สามีของเธอจะออกไปทำงานอย่างเป็นทางการแล้ว ในวงการบันเทิงนี่เปรียบได้กับการ "เดบิวต์"
ความหมายของมัน... ไม่ต่างอะไรไปจากเมื่อหลายปีก่อน ตอนที่เธอขับรถกลับเข้าคอนโดของตัวเอง แล้วสามีของเธอเดินออกมาจากป้อมยาม
ตอนนั้นเป็นเวลาโพล้เพล้ แสงสุดท้ายของอาทิตย์อัสดงสาดกระทบร่างของสามีเธอ ชุด รปภ. ที่สวมอยู่บนร่างเขาช่างหล่อ... จนถึงวันนี้ เจียงอีเหรินก็ยังคงจำได้ติดตา... หล่อจนไม่มีที่สิ้นสุด
หลังจากนั้น วงล้อแห่งโชคชะตาก็เริ่มเบี่ยงเบนออกจากทิศทางเดิม พุ่งเข้าสู่รางคู่ขนานของความโชคร้ายและอับโชค
แต่เส้นทางเป็นสิ่งที่เธอเลือกเอง เมื่อเลือกผิดก็ทำได้แค่กัดฟันสู้ต่อไป โชคดีที่ลูกสาวของเขาใช้ที่เขี่ยบุหรี่ฟาดจนเขากลับมาเป็นปกติ
แม้กระทั่งตอนนี้ เจียงอีเหรินก็ยังคงรู้สึกว่าสามีของเธอเหมาะที่จะเข้าวงการเพลงมากกว่า แต่การที่เขายอมออกไปทำงานได้ นี่ก็ถือว่าสุดยอดมากแล้ว
อีกอย่าง ต่อให้จะเข้าวงการเพลง ก็ต้องค่อยเป็นค่อยไปทีละขั้น
แค่ร้องเพลงแล้วอัปโหลดลงแพลตฟอร์มเพลง ต่อให้พลังเสียงของสามีเธอจะดีแค่ไหน มันก็ยังมีโอกาสที่จะโด่งดังได้ แต่วิธีนั้น สามีเธอก็จะกลายเป็นแค่นักร้องเน็ตไอดอล ซึ่งในวงการเพลง... มีสถานะที่ไม่สูงเลย ต่อให้ร้องเพลงดีแค่ไหน ก็จะไม่ได้รับการยอมรับจากดนตรีกระแสหลัก
เผลอๆ ถ้าเพลงเป็นที่รู้จักในวงกว้างเกินไป ก็อาจจะทำให้นักดนตรีสายหลักพากันออกมารุมวิพากษ์วิจารณ์เขาอีก คนสองคนยังพอว่า แต่ถ้าหนักเข้าอาจจะโดนรุมโจมตีเลยก็ได้
และเรื่องแบบนี้ก็เคยเกิดขึ้นในวงการเพลงมาแล้วไม่ใช่แค่ครั้งสองครั้ง ขอแค่เพลงของนักร้องเน็ตไอดอลดังขึ้นมาเมื่อไหร่ ก็จะมีคนรีบออกมาตำหนิทันทีว่าเป็น "เพลงตลาดล่าง" บ้างล่ะ "ทำให้วงการเพลงถอยหลังไปกี่ปีๆ" บ้างล่ะ
ดังนั้นเมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว เจียงอีเหรินจึงรู้สึกว่าถ้าสามีเธออยากจะดังเปรี้ยงปร้างจริงๆ... ก็ไม่ควรเดบิวต์ด้วยการเป็นนักร้องเน็ตไอดอล ที่สำคัญคือ นักร้องเน็ตไอดอลเหล่านั้นเวลาโดนวิจารณ์ส่วนใหญ่ก็จะเลือกที่จะอดทน แต่ถ้าเปลี่ยนเป็นสามีเธอล่ะก็ ด้วยนิสัยของเขา เผลอๆ อาจจะบุกไปกระทืบนักดนตรีสายหลักพวกนั้นถึงบ้านเลยก็ได้
แต่ดูจากท่าทีของสามีเธอแล้ว เขาก็ไม่ได้มีความปรารถนาอย่างแรงกล้าที่จะโด่งดังอะไรขนาดนั้น แต่เขาไม่อยากก็เรื่องหนึ่ง เจียงอีเหรินอยากนี่สิ สามีของเจียงอีเหรินอย่างเธอ ไม่มีเหตุผลอะไรที่จะต้องมาเกาะภรรยาตัวเองกินไปวันๆ
"วันหนึ่งเพลงนี้จะเก่าไป เหมือนกิ่งก้านบนต้นหยางแก่..."
เจียงอีเหรินฮัมเพลงเบาๆ ด้วยเสียงใสกังวานขณะกำลังทำอาหารเช้า
ในขณะนี้
ท้องฟ้าไกลลิบตรงขอบฟ้า ค่อยๆ ปรากฏแสงสีขาวขุ่นของรุ่งอรุณ เสียงฮัมเพลงในครัวยังคงดำเนินต่อไป
"แต่ฉันจะยังคงขับขานมันครั้งแล้วครั้งเล่า
มันเปรียบดังชีวิตของฉัน
บางคนจะค่อยๆ เลือนหายไป
บางความรู้สึกจะค่อยๆ แตกสลาย
แต่เธอยังคงอยู่ในใจฉัน
ดั่งดวงตะวันที่หาใดเปรียบ..."
เสียงเพลงสะท้อนอารมณ์ของเจียงอีเหรินได้เป็นอย่างดี
นอกจากวันนี้แล้ว ช่วงนี้อารมณ์ของเธอดีมาโดยตลอด เพลง 'ถาม' หลังจากติดชาร์ตมาหนึ่งสัปดาห์ เมื่อวานก็ทะยานขึ้นติดท็อปสามของแพลตฟอร์มเพลงแล้ว ผลงานแบบนี้เธอไม่ได้ทำได้มาหลายปีแล้ว และในชาร์ตเพลงยอดนิยมก็ติดท็อปห้า ชาร์ตเพลงมาแรงก็ติดท็อปสิบ ส่วนชาร์ตเพลงใหม่ก็อยู่อันดับที่หก
ขณะที่ติดชาร์ตต่างๆ ยอดซื้อเพลง 'ถาม' ก็สูงถึงแปดล้านกว่าครั้งเลยทีเดียว คำนวณดูแล้ว เพียงแค่สัปดาห์เดียว เธอก็จะได้ส่วนแบ่งจากเพลง 'ถาม' นี้ถึงหกเจ็ดล้านหยวน
ดูเหมือนว่าเพราะได้เห็นความสำเร็จของเพลง 'ถาม' นี่แหละ ตอนนี้คนในวงการไม่น้อยเลยที่กำลังตามสืบเรื่องของหลี่จงเซิ่งกันอยู่ แต่สามีเธอก็ฉลาดดีเหมือนกันที่ปิดข่าวของนักดนตรีที่ชื่อหลี่จงเซิ่งคนนี้ไว้แน่นหนา ไม่ยอมให้คนอื่นรู้เด็ดขาด
จริงๆ แล้ว
ในใจของเจียงอีเหรินก็มีข้อสงสัยใหญ่หลวงอยู่เหมือนกัน
ทำไมหลี่จงเซิ่งคนนี้ถึงได้ยอมยกลิขสิทธิ์เพลงให้สามีเธอเป็นคนจัดการ ต่อให้ความสัมพันธ์จะดีแค่ไหน มันก็ไม่น่าจะดีถึงขั้นนี้ไม่ใช่เหรอ
หลี่จงเซิ่งคนนั้นก็ไม่ใช่คนโง่ ในจังหวะที่เพลง 'ถาม' กำลังดังเปรี้ยงปร้าง ถ้าเขาเปิดตัวออกมา มันย่อมจะทำเงินได้มากกว่าการปิดเงียบต่อไปเยอะแยะ และขอแค่เขาเปิดตัวออกมา รอให้เพลงอีกสองเพลงที่เขาให้เธอไว้ปล่อยออกไปอีก การที่จะได้ทั้งชื่อเสียงและเงินทองก็เป็นเรื่องที่นอนมาแบบไม่ต้องสงสัยเลย
แต่ก็นั่นแหละ... เจียงอีเหรินไม่เข้าใจปัญหาข้อนี้จริงๆ
สามีเธอเมื่อก่อนนิสัยไม่ดี แถมยังติดการพนัน แม้แต่คนที่เขารู้จักก็ยังมีนิสัยพิลึกกึกกือ
แต่มีอยู่จุดหนึ่งที่เจียงอีเหรินมั่นใจมานานแล้ว นั่นก็คือหลี่จงเซิ่งคนนั้นมีพรสวรรค์มากจริงๆ เพลง 'ถนนสายที่สายลมพัดผ่าน' ที่จางอี้ส่งมาให้เธอฟัง พอได้ฟังจบ เจียงอีเหรินก็รู้ได้ทันทีว่าคนคนนี้ขอเพียงแค่เขาเปิดตัวออกมา ต่อให้นักดนตรีที่จู้จี้จุกจิกที่สุด ก็ยังต้องยอมรับและจัดเขาเข้าไปอยู่ในกลุ่มโปรดิวเซอร์เพลงสายหลักอย่างแน่นอน
หลังจากฮัมเพลง 'วันหนึ่งเพลงนี้จะเก่าไป' จบไปสองรอบ เจียงอีเหรินก็ฮัมเพลง 'สมปรารถนา' ต่อ ถ้าไม่นับเรื่องอื่น เนื้อร้องและทำนองเพลงของหลี่จงเซิ่งคนนี้ร้องง่ายมากจริงๆ เพลงแบบนี้ ต่อให้เธอไม่ร้อง ให้เป็นนักร้องคนอื่นร้อง มันก็ยังเพราะอยู่ดี
นี่แหละคือความสุดยอดของหลี่จงเซิ่งคนนี้
เนื้อเพลงไม่เพียงแต่จะเข้าใจง่าย แต่ยังร้องตามได้ง่ายด้วย ไม่เหมือนเพลงหลายๆ เพลงที่นอกจากนักร้องที่ถูกกำหนดไว้แล้ว นักร้องคนอื่นถ้านำไปร้องก็อาจจะเสี่ยงถึงขั้นจบอาชีพนักร้องของตัวเองได้เลย
"โลกมนุษย์มองยังไงก็ช่างอ้างว้าง เรื่องราวในโลกก็เหมือนตาข่าย..."
เจียงอีเหรินที่ปกติมักจะรู้สึกว่าเนื้อเพลงจำยาก กลับจำเนื้อเพลงเหล่านี้ได้ พอร้องท่อนแรกออกไปได้ ท่อนที่สองก็ผุดตามขึ้นมาในหัวทันที ท่ามกลางอารมณ์ดีๆ แบบนี้ ท้องฟ้าที่เมื่อครู่เพิ่งจะปรากฏแสงสีขาวขุ่น ดวงอาทิตย์ยังไม่ทันปรากฏ ก็มีแสงสองสามสายส่องฝ่าม่านเมฆลงมา
ไม่นาน ม่านเมฆก็สลายไป ดวงอาทิตย์ที่เหมือนไข่แดงสุกเจ็ดส่วนก็ปรากฏขึ้นที่ขอบฟ้าด้วยสีเหลืองนวลตา
เช้าวันนี้ช่างสวยงามและมีชีวิตชีวาเป็นพิเศษ
มีชีวิตชีวา จนเจียงอีเหรินรู้สึกราวกับว่ามันผุดออกมาจากก้นบึ้งของหัวใจ
สิบปี... ในที่สุดเรื่องร้ายๆ ก็กลับกลายเป็นดีเสียที ความรู้สึกแบบนี้... คงมีแต่คนที่เคยผ่านประสบการณ์แบบนี้เท่านั้นถึงจะเข้าใจ มันเหมือนกับท้องฟ้าที่เคยมืดมิดไร้แสงตะวัน จู่ๆ ก็มีแสงสว่างสายหนึ่งส่องทะลุเข้ามา ทั้งร่างก็พลันมีความหวังขึ้นมาอย่างประหลาด
"มันไม่ง่ายเลยจริงๆ"
ความรู้สึกนี้มันช่างชัดเจนและเป็นจริงปรากฏขึ้นในใจของเจียงอีเหริน ดังนั้น หลังจากที่ฮัมเพลง 'สมปรารถนา' จบ เธอก็เตรียมอาหารเช้ามื้อใหญ่ให้สามีไปพลาง พลางก็รำพึงกับตัวเองอย่างจริงใจออกมาประโยคหนึ่ง
วันนี้สามีเธอก้าวเท้าออกไปหนึ่งก้าวแล้ว ต่อไปเขาก็จะก้าวออกไปอีกหลายก้าว ต่อให้เขาไม่อยากก้าว อยากจะหดเท้ากลับไปนอนขี้เกียจเหมือนเดิม เธอก็จะเอาไม้มาคอยไล่ตีให้เขาก้าวต่อไปข้างหน้า
ออกไปแล้ว ก็อย่าคิดว่าจะได้กลับเข้ามาอีก
ถอยหนึ่งก้าวมหาสมุทรไร้ขอบเขต... มันเป็นไปไม่ได้หรอก
ถอยหนึ่งก้าวไม่มีมหาสมุทรไร้ขอบเขต มีแต่สายฟ้าฟาดที่สั่นสะเทือนเท่านั้น
ทันทีที่ความคิดนี้แวบเข้ามาในหัว มุมปากของเจียงอีเหรินที่กำลังทอดไข่ดาวอยู่ก็ค่อยๆ ยกขึ้นเป็นรอยยิ้มที่แทบจะสังเกตไม่เห็นจางๆ แต่กลับมีความงามที่สั่นสะเทือนปฐพี
(Salty : บทนี้ไม่ค่อยมีเนื้อสักเท่าไหร่น้ำเยอะไปหน่อย เปิดอ่านฟรีแล้วกันนะครับ :D)
(จบแล้ว)