เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 91 5 ปีต่อมา

80Y-ตอนที่ 91 5 ปีต่อมา

80Y-ตอนที่ 91 5 ปีต่อมา


หลังจากกลับมาที่ตำหนักเย็นชีวิตของหลินจิ่วเฟิงก็กลับมาสงบสุขอีกครั้ง

ช่วงเวลาเดียวกันทุกคนบนโลกก็กำลังยกย่ององค์หญิงหยูหลิน

พวกเขาประกาศให้นางเป็นบุคคลที่มีพรสวรรค์อันดับหนึ่งในประวัติศาสตร์

เทพมนุษย์ในวัย 16 ปี

องค์หญิงหยูหลินแห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

ผู้พิทักษ์แห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาในอนาคต

คำพูดและคำสรรเสริญทั้งหมดบนโลกล้วนถูกนำมารวบรวมไว้บนตัวขององค์หญิงหยูหลิน

ทุกย่างก้าวของนางตอนนี้ล้วนทำให้ผู้คนรู้สึกสงสัย

ทว่าผ่านมาตั้งนานกลับไม่มีใครรู้จัก หลินจิ่วเฟิง

และ เขาก็พึงพอใจกับผลลัพธ์นี้

วันนี้เขาได้เข้าไปยังถ้ำปีศาจตั้งแต่เช้าตรู่และเริ่มกิจวัตรประจำวันของเขา

บูม!

เขาได้เอาชนะปีศาจที่พุ่งเข้ามาด้วยการเคลื่อนไหวเพียงครั้งเดียว หลินจิ่วเฟิง ก็เพิกเฉยต่อความไม่พอใจของปีศาจด้านล่างและเริ่มลงชื่อเข้าใช้

[ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับโอสถปรับแต่งถ้ำสวรรค์!]

หลินจิ่วเฟิง ได้ตรวจสอบคุณสมบัติของโอสถทันที

[โอสถปรับแต่งถ้ำสวรรค์ : โอสถที่ใช้เพื่อเพิ่มศักยภาพของถ้ำสวรรค์ให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง มีส่วนช่วยในการขยายตัว ส่วนผลลัพธ์ที่ได้ขึ้นอยู่กับศักยภาพโดยรวมของโฮสต์]

หลินจิ่วเฟิง พึมพัมด้วยความตกใจ“นี่มันเรื่องประหลาดอันใดกัน ข้ากำลังกังวลอยู่เลยว่า ถ้ำสวรรค์ของข้าไม่ได้ขยายตัวในช่วงนี้ และ ดูเหมือนว่าข้าจะพบกับคอขวด ข้าไม่คิดเลยว่าตนเองจะได้รับโอสถปรับแต่งถ้ำสวรรค์จากการลงชื่อเข้าใช้ในครั้งนี้ นี่มันจะบังเอิญเกินไปหรือไม่”

เขาสามารถใช้โอสถปรับแต่งถ้ำสวรรค์นี้ได้

หลังจากออกจากพระราชวังใต้ดิน หลินจิ่วเฟิง ก็กลับไปยังลานที่พักของเขา

เขาถือโอสถเม็ดใหญ่ไว้ในมือขณะที่จิตใจของเขากำลังปั่นป่วน

“ข้าอยู่ในอาณาจักรพลังถ้ำสวรรค์มาเป็นเวลานาน โอสถเม็ดนี้จะช่วยให้ข้าทะลวงผ่านได้หรือไม่?”

หลินจิ่วเฟิง ได้เข้าสู่อาณาจักรพลังนี้เมื่อ 5 ปีก่อน

อาณาจักรพลังถ้ำสวรรค์มีทั้งหมด 10 ระดับ ซึ่งหมายความว่าจะต้องขยายถ้ำสวรรค์ทั้งหมด 10 ครั้ง

คนธรรมดาทั่วไปมักจะสร้างถ้ำสวรรค์ 10 แห่ง แต่ หลินจิ่วเฟิง เลือกที่จะขยายถ้ำสวรรค์ระดับเทพที่มีอยู่ 10 เท่าแทนที่จะสร้างถ้ำสวรรค์ 10 แห่ง

นี่เป็นสองทางเลือกที่แตกต่างกันโดยสิ้นเชิง ไม่ต้องสงสัยเลยว่าตัวเลือกหลังให้ศักยภาพที่ดีกว่าและทรงพลังมากกว่า

‘ผ่านไป 20-30 ปีแล้วนับตั้งแต่ฝนตก สตรีศักดิ์สิทธิ์กลับล้มเหลวอย่างไม่ต้องสงสัยในภารกิจของนางช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานี้’ หลินจิ่วเฟิง ได้นึกถึงสตรีศักดิ์สิทธิ์

คนของนิกายเต๋าสวรรค์มีหน้าที่ปราบปรามเหล่าคนจากยุคก่อน เพื่อป้องกันไม่ให้พวกเขามาสร้างความเสียหายในยุคใหม่ก่อนเวลาอันควร

ดังนั้นไม่ต้องสงสัยเลยว่าสตรีศักดิ์สิทธิ์ได้ล้มเหลวในภารกิจของนาง

นิกายเส้นทางสวรรค์ ได้มาจากยุคก่อน

นิกายแก่นแท้แห่งชีวิต ก็มาจากยุคก่อนเช่นเดียวกัน

การปรากฏตัวของสองนิกายใหญ่นี้เป็นหลักฐานเพียงพอที่จะบอกว่านางล้มเหลว

จะต้องรู้ว่าแหล่งข้อมูลของ หลินจิ่วเฟิง มีจำกัดมาก

เขาไม่ค่อยออกจากตำหนักเย็นหรือออกไปผจญภัยข้างนอก

กำลังเขากำลังรวบรวมพละกำลังอย่างเงียบ ๆ ในตำหนักเย็น นี่คือสิ่งที่เขาได้ทำทั้งหมดหลังจากมาถึงโลกนี้

ถึงกระนั้น เขาก็รู้ว่าสองนิกายใหญ่จากยุคก่อนได้ปรากฏตัวในโลกหล้าแล้ว เมื่อพิจารณาถึงข้อเท็จจริงนี้ หลินจิ่วเฟิง ก็เริ่มสงสัยว่ามีกี่คนที่มาจากยุคก่อนได้ปรากฏตัวขึ้นบนโลกในปัจจุบันนี้

และยังมีกี่คนที่ยังซ่อนตัวจนถึงตอนนี้?

ยุคสมัยใหม่เพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น

มันเพิ่งผ่านไปเพียง 20-30 ปีเท่านั้นนับตั้งแต่ฝนตก

รุ่นเยาว์ในสมัยใหม่นี้เพิ่งจะเริ่มเติบโตเป็นผู้ใหญ่และเริ่มต้นเดินลงบนเส้นทางของการบ่มเพาะพลังที่แท้จริง

สำหรับคนรุ่นก่อน ๆ หลายคนสามารถทะลวงผ่านขั้นปราชญ์การต่อสู้หรือแม้แต่ขั้นเทพมนุษย์

อย่างไรก็ตามมีเพียงไม่กี่คนเท่านั้นที่สามารถเข้าสู่อาณาจักรพลังถ้ำสวรรค์ได้

หลินจิ่วเฟิง ไม่เคยได้ยินผู้ที่อยู่ในอาณาจักรพลังถ้ำสวรรค์เลยด้วยซ้ำ

แต่นั่นอาจจะเป็นเพราะเขาได้เพิกเฉยต่อเรื่องราวในโลกภายนอก เพราะเขามักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ในตำหนักเย็นอันเหน็บหนาวนี้

เพียงแต่ จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของ หลินจิ่วเฟิง ที่ได้ติดตาม องค์หญิงหยูหลิน ไปยังโลกภายนอกครั้งนึงนั้น เขาได้มองเห็น ราชาแห่งกองกำลังเหยี่ยวมังกร ที่อยู่จุดสูงสุดของอาณาจักรพลังขั้นเทพมนุษย์

นิกายแก่นแท้แห่งชีวิตก็มียอดฝีมือขั้นเทพมนุษย์สูงสุดเพียงคนเดียว

ไม่มีใครเลยในหมู่พวกเขาที่เลื่อนเข้าสู่อาณาจักรพลังถ้ำสวรรค์

“เมื่อเวลาผ่านไปอย่างช้า ๆ คนเหล่านั้นจะฟื้นคืนพลังกลับมาโดยธรรมชาติ บรรดาผู้ที่แข็งแกร่งและมีอาณาจักรพลังเหนือกว่าถ้ำสวรรค์ จะปรากฏตัวขึ้น พวกเขาคือตัวตนที่ยากจะหยั่งรู้ ข้ายังคงต้องทำงานหนักเพื่อพัฒนาตนเองต่อไป”

หลินจิ่วเฟิง ได้เตือนตัวเอง

แม้ว่าตอนนี้เขาจะมีความแข็งแกร่งเพียงเล็กน้อยและอยู่อย่างคงกระพันบนพื้นผิวน้ำของเส้นทางแห่งการบ่มเพาะพลัง แต่เป็นเพราะ สัตว์ประหลาดเฒ่าต่างก็ยังหลับลึกใต้ผิวน้ำเหล่านี้

ดังนั้นเขาจึงได้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอย่างสันโดษต่อไป

ทว่าเขาก็ไม่อาจมองข้ามโลกภายนอกต่อไปได้แล้ว

เขาได้กลืนโอสถปรับแต่งถ้ำสวรรค์และปิดตาลงจากนั้นก็เริ่มต้นขยายถ้ำสวรรค์ระดับเทพของเขา

โลกภายนอกกำลังถกเถียงกันอย่างวุ่นวายเกี่ยวกับองค์หญิงหยูหลิน

ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างก็ต้องการมองหาองค์หญิงหยูหลินทั้งหมด

ด้วยเหตุนี้เอง นางจึงทำได้เพียงว่อนตัวอยู่ในพระราชวังและอยู่กับแม่ของนางเท่านั้น

แน่นอนว่าด้วยบุคลิกขององค์หญิงหยูหลิน

นางย่อมไม่สามารถอยู่เฉย ๆ ได้ นางอยากจะออกไปแต่ก็ทำไม่ได้

มีคนจำนวนมากต้องการที่จะพบนาง

ในตำหนักของจักรพรรดินีพระมารดา องค์หญิงหยูหลิน ได้สนทนากับแม่ของนาง

จักรพรรดินีพระมารดาได้ถามองค์หญิงหยูหลิน“เจ้าเรียนรู้ทักษะเหล่านี้ได้อย่างไร?”

องค์หญิงหยูหลินได้ตอบกลับ“ข้ามีท่านอาจารย์คอยสอนทักษะเหล่านี้ให้”

“อาจารย์ของเจ้าเป็นใครกัน?เจ้าสามารถเชิญเขามาที่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาเพื่อเป็นเทพพิทักษ์แห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาได้หรือไม่ พวกเราไม่ได้คิดจะสร้างปัญหาให้กับเขาเพียงแต่อยากให้เขาช่วยออกหน้าช่วยราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวายามที่เรามีภัย”จักรพรรดินีพระมารดาได้ตอบกลับ

แม้ว่านางจะมีไพ่ตายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดที่จักรพรรดิหมิง-หลินเทียนหยวน ส่งให้

แต่นางก็ไม่สามารถพึ่งพาไพ่ตายนี้ได้ทุกอย่าง

นางต้องการมองหากองกำลังของตัวเองเพื่อแก้ไขปัญหาของนางเอง

องค์หญิงหยูหลิน ได้ครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก่อนที่จะสั่นศีรษะ“ท่านอาจารย์ดูเหมือนจะไม่แยแสเรื่องทางโลก ดังนั้นไม่มีทางที่เขาจะเห็นด้วย”

“เฮ้อ…”

“เช่นนั้น เจ้าจำต้องสร้างความสัมพันธ์ที่ดีกับอาจารย์ของเจ้า หากราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาของเรามีภัยอันตรายในอนาคต เจ้าจะได้มีความมั่นใจในการจัดการกับมัน”จักรพรรดินีพระมารดาได้กล่าวอย่างเศร้าสร้อย

องค์หญิงหยูหลินได้ยิ้มอย่างขมขื่น

เผชิญหน้ากับความกังวลของจักรพรรดินีพระมารดา นางทำได้เพียงพยักหน้าอย่างเห็นด้วย

ในความเป็นจริง นางไม่สะดวกที่จะไปยังตำหนักเย็นอีกต่อไป

เห็นได้ชัดว่าอาจารย์ของนางไม่ต้องการถูกรบกวน

ถ้านางไม่เชื่อฟัง มันก็เสี่ยงที่อาจารย์ของนางจะโกรธ

ดังนั้น นางจึงได้ใช้เวลาที่มีอยู่ในการทำความเข้าใจทักษะกระบี่ทั้งสองที่อาจารย์ได้มอบให้กับนางเท่านั้น

ทักษะกระบี่ผ่าสวรรค์ขั้นสูงสุด!

ทักษะกระบี่กระดูกมรณะ!

“ครั้งหน้าที่พวกเราพบกัน ข้าจะทำให้ท่านอาจารย์มองข้าในมุมที่ต่างไปจากเดิม”

องค์หญิงหยูหลินตัดสินใจแน่วแน่

เวลาได้เคลื่อนตัวตลอด

หัวข้อการสนทนาต่าง ๆ ในวันก่อนเมื่อเวลาผ่านไปมันก็เริ่มเลือนลางลง

ผู้คนทั่วโลกได้กลับมาใช้ชีวิตของตนเองอีกครั้ง

เกี่ยวกับเรื่องขององค์หญิงหยูหลิน พวกเขาเพียงแค่พูดคุยกันและรู้สึกภูมิใจกับมัน แต่นี่ก็เป็นเพียงแค่เรื่องพูดคุยเท่านั้น

นางเป็นองค์หญิง

ไม่ว่าพวกเขาจะพูดถึงนางมากแค่ไหนพวกเขาก็ไม่เคยได้รับอะไรจากมันเลย

พวกเขายังต้องใช้ชีวิตของตนเอง

เวลาผ่านไป หลังจากนั้นประมาณ 10 วัน คนธรรมดาทั่วไปก็ไม่ได้พูดถึงเรื่องนี้อีก

หนึ่งเดนือต่อมาก็มีคนพูดถึงเรื่องนี้น้อยครั้งมาก

ครึ่งปีผ่านไป ถ้าไม่มีใครเอ่ยถึงเรื่องนี้ก็คงไม่มีใครจำได้

องค์หญิงหยูหลินเอง ก็เลือกที่จะเก็บตัวฝึกฝนทักษะกระบี่ของนาง

โลกอันสงบสุข ได้กลับมา โดยเฉพาะตอนที่กองกำลังเหยี่ยวมังกรไม่มีอำนาจบุกชายแดนของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาอีกต่อไป

แม้ว่าจะยังมีกระแสน้ำเชี่ยวกราก แต่บนโลกก็ยังสงบสุขเช่นเคย

ไม่นาน 5 ปีก็ผ่านไป

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ หลินจิ่วเฟิง ไม่เคยออกจากตำหนักเย็นเลย

องค์หญิงหยูหลิน ก็ไม่ได้มาที่ตำหนักเย็นแห่งนี้

อันที่จริงนางไม่ได้ออกจากสถานที่ของนางด้วยซ้ำ

เพียงจดจ่อกับการบ่มเพาะพลังของนาง

อย่างไรก็ตาม ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ก็ไม่ได้สงบสุขเฉกเช่นเมื่อ 5 ปีก่อน

มีการกบฏและการจลาจลเกิดขึ้น ผู้บ่มเพาะพลังบางคนได้ทำร้ายประชาชนธรรมดา และ นิกายปีศาจก็เริ่มโจมตีพวกตนเอง

โดยเฉพาะนิกายปีศาจ

พวกมันน่ากลัวขึ้นมาก

หลังจาก 5 ปีมานี้ ในที่สุดจักรพรรดิเต๋อก็เป็นคนที่จัดการงานราชกิจแทนจักรพรรดินีพระมารดา

ความคิดของเขาเติบโตมากขึ้นทีเดียว

เขาไม่ใช่ชายหนุ่มอายุ 18 ปีอีกต่อไป

เขาไม่ได้มุ่งเน้นไปที่การบ่มเพาะพลังเพียงอย่างเดียวเหมือนก่อนหน้านี้

เขาได้รับช่วงต่องานราชกิจจากจักรพรรดินีพระมารดาและเริ่มจัดการมันอย่างระวัง

แน่นอนว่าเขาก็ไม่ได้ละทิ้งการฝึกฝนเช่นเดียวกัน

หลังจาก 5 ปีผ่านไป จักรพรรดินีพระมารดาทำได้เพียงสนับสนุนอยู่เบื้องหลัง

นางทำได้เพียงสนับสนุนจากเบื้องหลังเท่านั้น

นางไม่ได้แข่งขันเพื่ออำนาจ

ถ้านางปฏิเสธที่จะมอบอำนาจการจัดการทั้งหมดให้กับลูกชายเพียงคนเดียวของนางและยังคงควบคุมราชสำนักด้วยสถานจักรพรรดินีพระมารดา ผู้คนจะไม่เรียกขานนางว่าเป็นคนเลวทรามต่ำช้าหรอกเหรอ?

จักรพรรดินีพระมารดารู้ว่าการกดขี่จักรพรรดิเต๋อเป็นเรื่องที่ผิด

นางรู้ว่าเมื่อใดควรก้าวและเมื่อใดควรถอย

นางค่อนข้างฉลาดอย่างมาก

ด้วยความรู้และความสามารถในการใช้สติปัญญาของนาง นางสามารถกลายเป็นผู้สนับสนุนที่แข็งแกร่งของจักรพรรดิเต๋อ

ดังนั้นนางจึงปล่อยวางให้จักรพรรดิเต๋อจัดการงานราชกิจ

เพียงแต่ตอนเริ่มต้นจักรพรรดิเต๋อก็มีอาการเบื่อหน่ายอย่างเห็นได้ชัด

แต่พอเวลาผ่านไปเขาก็เริ่มจัดการงานได้ด้วยตัวเอง ซึ่งจักรพรรดินีพระมารดาพึงพอใจกับการพัฒนาของจักรพรรดิเต๋อมาก

สิ่งเดียวที่นางปวดหัวก็คือนางไม่ได้เข้าใจโลกในปัจจุบันนี้อีกต่อไป

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 91 5 ปีต่อมา

คัดลอกลิงก์แล้ว