เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 87 ผ่าภูเขาหมาป่าเป็นสองส่วน

80Y-ตอนที่ 87 ผ่าภูเขาหมาป่าเป็นสองส่วน

80Y-ตอนที่ 87 ผ่าภูเขาหมาป่าเป็นสองส่วน


ที่เชิงเขาหมาป่า องค์หญิงหยูหลิน ได้ชักกระบี่ของนางออกมา นางได้ทะลวงผ่านอาณาจักรพลังขั้นเทพมนุษย์

ปราณกระบี่ที่พุ่งทะยานของนางได้ไหลผ่านภูเขาหมาป่าทำให้ทุกคนบนเขารู้สึกตื่นตระหนก

“องค์หญิงคนนั้นมาแล้ว!”

“ช่างเป็นกลิ่นอายที่ทรงพลังจริง ๆ นางอยู่ในอาณาจักรพลังขั้นเทพมนุษย์”

“นางเป็นแค่เทพมนุษย์! นางจะสามารถสังหารเทพมนุษย์ทั้ง 3 คนได้อย่างไร กระที่งหลอมรวมเข้ากับปราณกระบี่ที่วาดฟันออกไปไกลหลายหมื่นลี้?”

“รีบไปแจ้งท่านราชาเร็วเข้า! ให้เขารีบมาพาตัวนางกลับไปเป็นสนมของเขา! เขาจะต้องทำให้นางให้กำเนิดทายาทจำนวนมาก!”

บนภูเขาหมาป่า ได้มีการพูดคุยกันนับไม่ถ้วน

ทว่าตอนนี้พวกเขาทั้งหมดล้วนตื่นตระหนกกับปราณกระบี่ที่องค์หญิงหยูหลินแสดงออกมา

ปราณกระบี่อันไร้ขอบเขตของนางยังคงแข็งแกร่งขึ้นเรื่อย ๆ

มันได้ทะยานขึ้นและยกร่างขององค์หญิงหยูหลินลอยขึ้นไปบนอากาศ ฉากนี้คล้ายกับทำให้นางดูเหมือนเทพธิดาแห่งการต่อสู้

นางได้เงยหน้าขึ้น ดวงตาที่สดใสของนางเต็มไปด้วยจิตวิญญาณอันแรงกล้า

ใครว่าผู้หญิงด้อยกว่าผู้ชาย?

องค์หญิงหยูหลิน-นางคืออัจฉริยะในด้านการบ่มเพาะพลัง

ในเวลาเพียงครึ่งปี นางสามารถยกระดับพลังจากขั้นก่อกำเนิดเข้าสู่อาณาจักรพลังขั้นเทพมนุษย์

แม้ว่าส่วนใหญ่จะเป็นเพราะคำสั่งสอนของอาจารย์นั้นดี แต่มันก็คงไร้ประโยชน์หากนางไม่มีพรสวรรค์ที่เพียงพอ

ความมั่นใจขององค์หญิงหยูหลินได้เพิ่มขึ้นมากในขณะนี้

ฟู่!

เสื้อผ้าของนางได้ปลิวไสวกระทั่งผมเพ้าก็ไสวไปตามลม

รัศมีกลิ่นอายพลังรอบตัวของนางค่อนข้างยิ่งใหญ่ทำให้นางดูกล้าหาญอย่างมาก

นางได้กางแขนออกปราณกระบี่ที่ดูเหมือนจะสามารถทะลวงผ่านชั้นฟ้า ได้ปรากฏขึ้นข้างหลังของนางอีกครั้ง

มันได้ส่งแรงกดดันไปทั่วภูเขาหมาป่าทั้งหมด

“อวดดียิ่งนัก!”

บนยอดเขาหมาป่า มีพระราชวังขาว

ไม่ไกลจากพระราชวังขาวก็คือพะราชวังแดง

สองกลุ่มที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของกองกำลังเหยี่ยวมังกรได้อาศัยอยู่ในพระราชวังที่แยกจากกัน

ราชากองกำลังเหยี่ยวมังกรได้อาศัยอยู่ในพระราชวังสีขาว

เขาคอยจัดการงานทั้งหมดเกี่ยวกับกองกำลังเหยี่ยวมังกรอยู่ที่นั่น

ส่วนคนจากนิกายแก่นแท้แห่งชีวิตได้อาศัยอยู่ในพระราชวังแดง พวกเขาเป็นเจ้าหน้าที่อาวุโส ที่รักษากฏระเบียบ ทุกอย่างในเซียนเป่ย

นี่เป็นฉากหลังของกองกำลังเหยี่ยวมังกร

ที่พระราชวังขาวคอยจัดการงานของประเทศ ส่วน พระราชวังแดง มุ่งเน้นไปที่เส้นทางแห่งเต๋า

เสียงตะโกนอันเยือกเย็นได้ดังขึ้นจากพระราชวังขาว

ราชาเหยี่ยวมังกร-มู่หรงหลิง!

เขาเห็นว่าองค์หญิงหยูหลินผู้นี้กล้าหาญเพียงใด

นางกล้าที่จะชักกระบี่และลงมือกับภูเขาหมาป่าของเขา

นี่เป็นการยั่วยุชาวเซียนเป่ยอย่างแท้จริง

ในใจของชาวเซียนเป่ย ภูเขาหมาป่า คือ ดินแดนศักดิ์สิทธิ์เพียงแห่งเดียวของพวกเขา

นี่เป็นเหตุผลว่าทำไมเหล่าผู้มีอำนาจมากมายจากราชวงศ์ก่อนหน้านี้ถึงได้ทำลายภูเขาหมาป่าไปและสามารถข่มขู่ชาวเซียนเป่ยได้

ทว่าภายหลังต่อมาเหล่าคนที่คิดจะท้าทายดินแดนศักดิ์สิทธิ์นี้กว่า 9 ใน 10 ส่วนล้วนมีจุดจบที่ไม่ดี

และตอนนี้ องค์หญิงหยูหลิน ก็กำลังท้าทายชาวเซียนเป่ย

ขณะที่ มู่หรงหลิงตะโกนออกมา รัศมีกลิ่นอายแห่งการปราบปรามก็พังทลายลงมา

ราวกับว่าผืนนภากำลังถล่มลงมายังพื้นโลก มันแสดงให้เห็นถึงรอยแตกร้าว

“เป็นเพียงแค่เทพมนุษย์ คิดจะต่อกรกับภูเขาหมาป่าแห่งนี้?”

“ข้าจะข่มเหงเจ้าและจับเจ้ามาให้กำเนิดทายาทให้แก่ข้า ด้วยความสามารถของเจ้า มันคงจะเสียเปล่าหากเจ้าไม่ได้ให้กำเนิดทายาทแก่ข้าสัก 10-20 คน”

กลิ่นอายพลังขนาดใหญ่ได้ปรากฏขึ้น

มันมาพร้อมกับแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัว

ใบหน้าขององค์หญิงหยูหลินเย็นลงเล็กน้อย นางมองดูกลิ่นอายพลังอันกว้างใหญ่ที่สามารถปกคลุมท้องฟ้าได้อย่างสมบูรณ์

นางได้หยุดเดินทันที

“อย่าได้หยุด จงก้าวต่อไป พยายามทำสิ่งที่เจ้าต้องการให้ได้ในคราวเดียว”

หลินจิ่วเฟิง ได้ให้ความสนใจกับสถานการณ์มาโดยตลอด

ในช่วงเวลานี้ เขาได้เตือนองค์หญิงหยูหลิน

เมื่อใดก็ตามที่อีกฝ่ายรู้สึกหวาดกลัวพวกเขาก็จะล้มเหลวอย่างเลี่ยงไม่ได้ มันจะดีกว่าหากพวกเขาทุ่มสุดตัวเพื่อที่จะเอาชนะ

ถ้านางถอยกลับตอนนี้ นางจะตกอยู่ภายใต้อิทธิพลของผู้อื่น

และนางจะไม่สามารถควบคุมชะตากรรมของตนเองได้

สิ่งนี้จะกลายเป็นข้อผูกมัดนาง

เมื่อได้ยินเสียงนั้นรัศมีกลิ่นอายพลังของนางก็ระเบิดออกมาโดยตรง

“เจ้าคิดจะให้ข้ากำเนิดทายาทให้กับเจ้า ไว้รอชาติหน้าเถอะ!”

องค์หญิงหยูหลิน ได้ทะยานขึ้นไปบนท้องฟ้า พร้อมกับกลิ่นอายพลังกระบี่ที่นางสะสมเอาไว้มาด้วย

พลังปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวได้ปรากฏขึ้นพร้อมกับองค์หญิงหยูหลิน

นางตั้งใจแน่วแน่และไม่กลัวผลลัพธ์ที่จะตามมา

บูม! บูม!

พื้นที่หลายร้อยลี้รอบตัวขององค์หญิงหยูหลินล้วนถูกคลื่นกระแทกจนพังทลายไม่เป็นท่า

“เป็นเพียงแค่มดคิดจะเขย่าต้นไม้...เจ้าประเมินตัวเองสูงเกินไป!”มู่หรงหลิง ได้สูดลมหายใจออกมาอย่างเย็นชา

ใบหน้าของเขาเย็นชามากขณะที่เขาเคาะมือข้างนึงลงในระหว่างที่อยู่หน้าพระราชวังขาว

เขาราวกับเทพเจ้าที่ชาวเซียนเป่ยนั้นสรรเสริญ

ตั้งแต่ต้นจนจบเขายังคงหยิ่งผยองในท่าทีของตนเอง

“เจ้าก็เป็นเทพมนุษย์ ข้าก็เป็นเทพมนุษย์ ข้ามีความสามารถมากพอที่จะฆ่าเจ้า!”

องค์หญิงหยูหลิน ได้มองไปที่อีกฝ่าย

การปรากฏตัวของนางที่มาพร้อมกับปราณกระบี่อันแข็งแกร่งคล้ายกับฝนดาวตกขนาดใหญ่

ฝนดาวตกนี้ได้ปรากฏขึ้นในอากาศและพยายามจะสังหาร มู่หรงหลิง ที่หยิ่งผยอง!

“เมื่อหลายพันปีก่อน ข้าคือดวงดาวที่สว่างที่สุดบนที่ราบ…”

“ข้าได้ทะลวงผ่านอาณาจักรพลังขั้นเทพมนุษย์ในยุคที่พลังงานทางโลกกำลังถดถอย…”

“จากนั้นข้าก็ได้ผนึกตัวเองเป็นเวลากว่า 3,000 ปีและปรากฏตัวขึ้นอีกครั้งในยุคใหม่นี้”

“ข้ามีความสามารถที่จะกลายเป็นเซียนอมตะ ข้ามีอนาคตที่สดใสกำลังรออยู่ ตัวตนของข้าไม่ใช่สิ่งที่เจ้าจะสามารถเทียบเคียงได้”

ใบหน้าของ มู่หรงหลิง ได้กลายเป็นเย็นชาสุดแสนกระทั่งความภาคภูมิใจของเขายังเผยออกมา

“ดังนั้นจงก้มหน้ายอมจำนนแก่ข้าซะ!”

ทันใดนั้น มู่หรงหลิง ก็ประกบมือทั้งสองข้าง

บูม!

ภูเขาถล่มและผืนปฐพีได้แยกออกจากกัน

ท้องฟ้าราวกับพังทลายลงมา ฉากเหล่านี้เต็มไปด้วยความโกลาหลไร้สิ้นสุด

ผลกระทบจากการโจมตีของเขาได้กวาดล้างทุกสิ่งโดยตรง

“เราทั้งคู่เป็นเทพมนุษย์…”

“แม้ว่าอาณาจักรพลังของพวกเราจะเหมือนกัน แต่สายเลือดของพวกเราก็ต่างกัน!”

“ข้าคือท้องฟ้าส่วนเจ้าคือผืนปฐพีมันไม่สามารถนำมาเทียบกันได้!”

มู่หรงหลิง หัวเราะเยาะขณะที่เขายืนอยู่บนยอดของภูเขาหมาป่า เขาได้ไขว่มือไปด้านหลังและมองดูฉากเบื้องหน้าด้วยความเย่อหยิ่ง

เขาเต็มไปด้วยความมั่นใจ!

ครื่นน!

องค์หญิงหยูหลินได้ปลดปล่อยปราณกระบี่ของนาง

ปราณกระบี่ของนางได้พุ่งชนเข้ากับกลิ่นอายพลังของมู่หรงหลิง

ภายใต้สายตาของคนนับล้าน เสียงที่แตกหักได้ดังกึกก้องไม่หยุด

พลังปราณกระบี่ของนางไม่สามารถเทียบกับกลิ่นอายพลังของ มู่หรงหลิง ได้เลย

พลังของเขาได้ทำลายปราณกระบี่ทั้งหมดขององค์หญิงหยูหลิน

การโจมตีเดียวของเขาก็เพียงพอแล้วที่จะยกเลิกฐานการบ่มเพาะพลังทั้งหมดของนาง

หลังจากนางพลาดท่ากลายเป็นคนพิการจากการโจมตีนี้ นางจะกลายเป็นเพียงเครื่องจักรที่ใช้ผลิตทายาทเท่านั้น

เผชิญหน้ากับการโจมตีตัวต่อตัว องค์หญิงหยูหลิน ค้นพบว่ามันยากที่จะควบคุมร่างกายของตนเอง

พลังของอีกฝ่ายคล้ายกับมังกรหิมะอันไร้สิ้นสุดที่กำลังแยกเขี้ยวและง้างกรงเล็บของมัน

มันกำลังพุ่งเข้ามาใส่นางและบดขยี้นางด้วยขากรรไกรของมันโดยตรง

นางไม่สามารถเคลื่อนไหวได้เลย

นางก็แค่ไหลไปตามกระแส

ช่องว่างระหว่างทั้งสองใหญ่เกินไป อย่างีท่ มู่หรงหลิง กล่าว

องค์หญิงหยูหลิน มองดูด้วยความสิ้นหวัง

มังกรร้ายตัวนี้กำลังใกล้เข้ามาหานางมากขึ้นเรื่อย ๆ

แกร๊ก!

แต่ทว่าในเวลานี้กล่องเก็บกระบี่ด้านหลังของนางก็ได้ปะทุพลังออกมา

ท่ามกลางสายลมและหิมะที่ปกคลุมไปทั่วท้องฟ้าแสงสว่างได้ปรากฏขึ้น

ลำแสงกระบี่หลายเล่มได้พุ่งออกมาจากข้างใน

สิ่งนี้แตกต่างจากความขาวของเกล็ดหิมะ เพราะความขาวของมันคล้ายกับกระดูกของคน

ลำแสงกระบี่ได้ทอเข้าหากันก่อกำเนิดเป็นรูปแบบกระบี่ที่รองรับร่างขององค์หญิงหยูหลิน

มังกรร้ายที่มีขนาดใหญ่มหึมาได้อ้าปากของมันขึ้นเพื่อที่จะกลืนกินนาง

ฟุ่บ!

แสงกระบี่กว่า 365 เล่มได้ระเบิดพร้อมกัน

เมื่อพวกมันมาบรรจบกัน พวกมันก็เจาะลุชั้นฟ้าโดยตรง และ ทำลายการโจมตีของ มู่หรงหลิง

บูม!

มังกรร้ายที่มีขนาดใหญ่ได้ระเบิดหายไป

ดวงตาขององค์หญิงหยูหลินได้เป็นประกาย

นางร้องออกมาอย่างมีความสุข“ท่านอาจารย์!”

ในช่วงเวลาสำคัญท่านอาจารย์ได้ช่วยชีวิตนางอีกครั้ง

“ข้าจะสอนทักษะกระบี่ที่เรียกว่าทักษะกระบี่กระดูกมรณะ จงสัมผัสมันด้วยใจ”เสียงของ หลินจิ่วเฟิง ได้ดังขึ้นในหูขององค์หญิงหยูหลิน

องค์หญิงหยูหลิน ได้จดจ่อกับสัมผัสการรู้ทันที

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของหลินจิ่วเฟิงได้ควบคุมกระบี่กระดูกและเคลื่อนไหวภายใต้การกระทำขององค์หญิงหยูหลิน

ทะยานสู่ท้องฟ้า!

หลินจิ่วเฟิง ที่ควบคุมกระบี่กว่า 365 เล่ม พวกมันล้วนดูน่าหวาดกลัวอย่างมาก

พวกมันได้ลอยอยู่รอบตัวขององค์หญิงหยูหลินโดยตรง

“หลอมรวม!”

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของหลินจิ่วเฟิงที่เข้าสิงองค์หญิงหยูหลินเขาได้ตะโกนออกมาด้วยเสียงของนาง

กระบี่กระดูกที่เรียกออกมาได้รายเรียงกันเป็นแถว

ฟุ่บ!

ฟุ่บ!

ฟุ่บ!

กระบี่กระดูกเหล่านี้คล้ายกับกำลังหลอมรวมกันเป็นหนึ่ง

มันได้สร้างแรงกดดันอันน่าสะพรึงกลัวที่มาจากกระบี่เพียงเล่มเดียว

หลินจิ่วเฟิง ที่ควบคุมร่างกายขององอค์หญิงหยูเขาได้จับด้ามกระบี่กระดูกขนาดใหญ่นี้

จากนั้นเขาก็ฟันมันออกไป!

บูม!!

ในเวลานี้ทุกคนบนที่ราบต่างสัมผัสได้ถึงปราณกระบี่อันน่าสะพรึงกลัวที่กำลังปรากฏขึ้น

ใบหน้าของพวกเขาเปลี่ยนไปอย่างมาก กระทั่ง มู่หรงหลิง ก็เช่นเดียวกัน

สีหน้าของเขาได้กลายเป็นน่าเกลียด

กระบี่กระดูกที่ฟาดลงไปมันไม่ได้สังหาร มู่หรงหลิง โดยตรง

แต่กลับแยกภูเขาหมาป่าออกเป็นสองส่วน

ผืนปฐพีและภูเขาได้สั่นสะเทือนอย่างรุนแรง

ที่ราบทั้งหมดล้วนเกิดแผ่นดินไหวขนาดใหญ่

แม้แต่กระทั่งหลายหมื่นลี้ที่อยู่ห่างจากพรมแดนของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาก็สัมผัสได้ถึงแรงสั่นสะเทือนนี้

ในสายตาของชาวเซียนเป่ยนับล้าน ‘องค์หญิงหยูหลิน’ ได้แยกภูเขาหมาป่าออกเป็นสองส่วนด้วยการโจมตีการฟันกระบี่เพียงครั้งเดียว

พระราชวังขาวและพระราชวังแดงได้ถูกแยกออกจากกัน

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 87 ผ่าภูเขาหมาป่าเป็นสองส่วน

คัดลอกลิงก์แล้ว