เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 82 ข่าวที่น่าตกใจ

80Y-ตอนที่ 82 ข่าวที่น่าตกใจ

80Y-ตอนที่ 82 ข่าวที่น่าตกใจ


ตอนกลางคืน

หลินจิ่วเฟิงได้ฝึกฝนอย่างเงียบ ๆ กับเจ้าแมวขาว

นี่เป็นครั้งแรกในรอบสามเดือนที่พวกเขาได้นอนหลับบนเตียงหยกน้ำแข็ง

หลินจิ่วเฟิงเชื่อว่าสถานที่แห่งนี้จะกลับไปเงียบสงบสุขเหมือนเดิมในอนาคต

อย่างไรก็ตามหลังจากฟ้าเริ่มมืด ช่วงเวลาแห่งความมืดมิดก็ปกคลุมไปทั่วทั้งแผ่นดิน

แสงจันทร์คล้ายกับสายธารของน้ำตก ที่ไหลลงมากระทบกับร่างกาย

ในคืนที่สวยงามเช่นนี้ หลินจิ่วเฟิง และ เจ้าแมวขาวได้หยุดการบ่มเพาะพลังในทันที

พวกเขาเงยหน้าขึ้นและมองดูต้นซากุระสองต้น

พวกเขาอดไม่ได้ที่จะชื่นชมฉากตรงหน้าอย่างเงียบ ๆ

หนึ่งชายและแมวหนึ่งตัว

ต้นซากุระทั้งสองต้นได้บานสะพรั่งและเติมเต็มซึ่งกันและกัน

ต้นซากะรุสีชมพูได้ปลิวไสวในสายลมยามค่ำคืน

หลินจิ่วเฟิง ที่มีรูปร่างสูงและผอมเพรียว เขาสวมใส่ชุดคลุมสีขาวเหมือนกับหิมะ

โดยบนไหล่ของเขาได้มีเจ้าแมวขาวยืนอยู่

ฉากนี้ค่อนข้างเงียบสงบและงดงามราวกับภาพวาดที่มีชีวิตชีวา

แต่ฉากที่สวยงามนี้ก็พังทลายลงด้วยเสียงประตู

เอี๊ยด!

ประตูของตำหนักเย็นได้เปิดออกอีกครั้ง

เสียงได้กระจัดกระจายไปทั่ว

หลินจิ่วเฟิงและเจ้าแมวขาวได้มองหน้ากันจนพูดไม่ออก

หลินจิ่วเฟิงได้ใช้จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาในการตรวจสอบดูก็พบว่าคนที่เปิดประตูก็คือองค์หญิงหยูหลิน

นางได้จากไปในตอนเช้าและกลับมาตอนเย็นในทันที?

เมี้ยว!

เจ้าแมวขาวร้องเรียก มันมองไปที่ หลินจิ่วเฟิง และ จำสิ่งที่ หลินจิ่วเฟิง พูดกับมันในวันนั้นได้ สิ่งนี้ทำให้มันอดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะ

ย้อนกลับไป มันบอกว่า หลินจิ่วเฟิง มีอคติมากเกินไป

ตามที่เจ้าแมวขาวได้ทำนายเอาไว้ องค์หญิงหยูหลิน จะกลับมาที่นี่อีกครั้ง

แต่เจ้าแมวขาวก็ไม่คิดว่านางจะมาเร็วขนาดนี้

“เจ้าคิดจะทำยังไงต่อ?”เจ้าแมวขาวได้กล่าวถามหลินจิ่วเฟิง

“พวกเราสังเกตุกันไปก่อน นางไม่ได้มาที่นี่ตัวคนเดียว”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับ

เขามองเห็นบุรุษหนุ่มด้านหลังองค์หญิงหยูหลิน

จักรพรรดิเต๋อ!

แม้ว่า หลินจิ่วเฟิง จะยังไม่เคยพบจักรพรรดิเต๋อมาก่อนแต่เขาก็จำได้ทันทีตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็น

จักรพรรดิเต๋อดูคล้ายกับตัวเองเล็กน้อย

อีกทั้งยังมีอารมณ์และศักดิ์ศรีที่เป็นของจักรพรรดิ

แม้ว่าจักรพรรดิเต๋อจะไม่ได้จัดการงานราชกิจของราชสำนักโดยตรง แต่เขาก็ได้สั่งสมประสบการณ์มากมายจากคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในราชสำนัก

‘องค์หญิงหยูหลินพาจักรพรรดิเต๋อมาที่นี่นางต้องการให้เขาเห็นโฉมหน้าที่แท้จริงของนิกายเส้นทางสวรรค์หรือไม่?’ หลินจิ่วเฟิงได้ครุ่นคิดอย่างเงียบ ๆ

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขาได้บิดเบือนพื้นที่รอบตัว

เขาได้ยืนนิ่งอยู่กับเจ้าแมวขาว

องค์หญิงหยูหลินได้ปิดประตูตำหนักเย็นและกำลังเดินเข้าไป…

เมื่อจักรพรรดิเต๋อเห็นเขาก็กล่าวถามด้วยความสงสัย“ที่นี่คือตำหนักเย็น สถานที่คุมขังและสำนึกผิดของเชื้อพระวงศ์ เจ้าพาข้ามาที่นี่ทำไม?”

องค์หญิงหยูหลินได้ตอบกลับ“ข้าพาท่านมาที่นี่ก็เพื่อให้ท่านเห็นสมบัติที่เสด็จปู่จักรพรรดิทรงทิ้งไว้เบื้องหลัง สบายใจได้ไม่มีใครอาศัยอยู่ในตำหนักเย็นแห่งนี้”

องค์หญิงหยูหลิน ได้อาศัยอยู่ที่นี่มาเป็นเวลากว่าสามเดือน นางไม่พบ หลินจิ่วเฟิงเลย

“ไม่มีใครอยู่ในตำหนักเย็น?”จักรพรรดิเต๋อมองไปรอบ ๆ ด้วยความสงสัย

“ถูกต้อง ข้าได้อาศัยอยู่ที่นี่ตลอดสามเดือนที่ผ่านมา”องค์หญิงหยูหลินได้ตอบกลับ

“แต่ข้าจำได้จากบันทึกทางประวัติศาสตร์เมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว มีองค์รัชทายาทที่ทำผิดและถูกทำลายฐานการบ่มเพาะพลัง และถูกส่งมาที่ตำหนักเย็นแห่งนี้ จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีข่าวการเสียชีวิตของเขา”

จักรพรรดิเต๋อได้เดินตามองค์หญิงหยูหลินเข้ามาขณะที่เขาพูด

“ท่านก็รู้ว่าเมื่อประมาณ 40 ปีที่แล้ว ในเวลานั้นแม้แต่จักรพรรดิพระบิดาก็ยังไม่เกิด เราต้องย้อนกลับไปยังรุ่นของเสด็จปู่จักรพรรดิ”องค์หญิงหยูหลินได้ตอบกลับ

“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าทำไมข้าถึงจำเรื่องนี้ได้?”จักรพรรดิเต๋อได้กล่าวถามองค์หญิงหยูหลิน

“ทำไม?”องค์หญิงหยูหลินไม่เข้าใจ

“เพราะว่าองค์รัชทายาทที่ถูกคุมขังก็คือพี่ชายแท้ ๆ ของเสด็จปู่จักรพรรดิ พวกเขาเกิดมาจากพระมารดาคนเดียวกัน กล่าวอีกนัยนึงคือเขาก็คือ เสด็จปู่ใหญ่ของพวกเรา”จักรพรรดิเต๋อได้อธิบาย

“ไม่แปลกที่เสด็จปู่จักรพรรดิได้ซ่อนสมบัติและหนังสือมากมายไว้ที่นี่ ที่แท้นี่อาจเป็นการแสดงความเคารพต่อเสด็จปู่ใหญ่ที่ถูกเนรเทศมายังตำหนักเย็นแห่งนี้”องค์หญิงหยูหลิน ได้ตีความเรื่องนี้

“ก็อาจจะ…”จักรพรรดิเต๋อได้สั่นศีรษะ เขาไม่ได้รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับองค์รัชทายาทที่ถูกคุมขังอยู่ที่นี่

บางทีมันอาจจะเป็นอย่างที่องค์หญิงหยูหลินพูดจริง ๆ

ผ่านไปนานกว่า 40 ปี มีความเป็นไปได้ที่เขาจะตายไปแล้ว

“ต้นซากุระสองต้นนี้สวยมาก มันกำลังบานอย่างเต็มที่”

จักรพรรดิเต๋อได้มองดูต้นซากุระทั้งสองต้นนอกลานที่พัก

เขาได้สูดลมหายใจเข้าลึกและรับเอาบรรยากาศที่สดชื่น

“มันเบ่งบานตอนที่ข้ามาถึงที่นี่ก่อนแล้ว ดูเหมือนว่ามันจะถูกปลูกโดยเสด็จปู่ใหญ่ของพวกเรา”องค์หญิงหยูหลินได้ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

จักรพรรดิเต๋อได้พยักหน้าและมองไปรอบ ๆ

เขาไม่พบอะไรเลย ดังนั้นเขาจึงตามองค์หญิงหยูหลินเข้าไปที่ลานที่พัก

ในขณะเดียวกัน หลินจิ่วเฟิง และ เจ้าแมวขาวก็เฝ้าดูพวกเขาอย่างเงียบ ๆ ใต้ต้นซากุระ

“พวกเขาเรียกเจ้าว่าเสด็จปู่ใหญ่”เจ้าแมวขาวได้กระซิบข้างหูของ หลินจิ่วเฟิง

“องค์หญิงหยูหลิน อาจจะพาจักรพรรดิเต๋อมาที่นี่เพื่ออ่านหนังสือ นางต้องการบอกให้เขารู้ถึงแผนการของนิกายเส้นทางสวรรค์”หลินจิ่วเฟิงได้ตอบกลับ

เขาไม่ได้คิดจะไล่พวกเขาออกไป

มันเป็นเรื่องดีสำหรับจักรพรรดิเต๋อที่จะรู้ที่มาที่ไปของนิกายเส้นทางสวรรค์ ดังนั้นพวกเขาจะได้ระมัดระวังตัว

ด้วยวิธีนี้ จักรพรดริเต๋อจะได้ไม่ถูกนิกายเส้นทางสวรรค์หลอก

เพราะหากสิ่งนี้เกิดขึ้นมันย่อมเป็นจุดจบของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

หลินจิ่วเฟิง ไม่ต้องการให้เรื่องนี้เกิดขึ้น

เพราะเขาจะได้ไม่ต้องเคลื่อนไหวอะไรให้มากความ

ดังนั้น หลินจิ่วเฟิง และ เจ้าวแมวขาวจึงทำได้เพียงแค่เฝ้ามองพวกเขาทั้งสองคน

พวกเขามองดูองค์หญิงหยูหลินพาจักรพรรดิเต๋อเข้าไปดูกองหนังสือที่บันทึกข้อมูลจากยุคก่อน

มีความประหลาดใจบนใบหน้าของจักรพรรดิเต๋อจากนั้นความเงียบก็ได้ตามมา

“เสด็จพี่ หนังสือพวกนี้บันทึกเรื่องราวของนิกายเส้นทางสวรรค์ท่านควรจะมองพิจารณาให้ดี”องค์หญิงหยูหลินได้ตอบกลับ

จักรพรรดิเต๋อได้เอื้อมมือไปหยิบมัน

เขาได้นิ่งเงียบเป็นเวลานานและเปิดอ่านหน้าแรกอย่างช้า ๆ

ทุกอย่างเกี่ยวกับนิกายเส้นทางสวรรค์ได้รับการบันทึกอย่างละเอียด

“พวกเขาหลอกข้า!”จักรพรรดิเต๋อกัดฟันแน่น

องค์หญิงหยูหลินได้ตอบกลับ“ไม่แปลกใจเลยที่เจ้าหน้าที่ในราชสำนักหรือแม้แต่เสด็จแม่จะต่อต้านนิกายเส้นทางสวรรค์ ยังไม่สายเกินไปสำหรับท่านที่จะได้รับรู้เจตนาที่แท้จริงของพวกเขา”

จักรพรรดิเต๋อไม่ได้พูดอะไร

เขาอ่านหนังสือทั้งเล่มอย่างจริงจัง

ความประทับใจที่เขามีต่อนิกายเส้นทางสวรรค์ได้หายไปในทันที

“น้องข้า ขอบใจเจ้ามาก”จักรพรรดิเต๋อได้ขอบคุณองค์หญิงหยูหลินอย่างจริงจัง

ถ้าไม่ใช่เพราะองค์หญิงหยูหลินที่แสดงให้เขาเห็น เขาคงไม่มีวันเชื่อว่า ประมุขนิกายหลัวหยู ที่ดีกับเขา อีกฝ่ายทำไปเพราะมีแรงจูงใจที่เห็นแก่ตัว

“เพียงแค่ท่านฟื้นคืนสติกลับมาได้ก็ดีมากแล้ว ดังนั้นไม่จำเป็นจะต้องขอบคุณข้า ท่านควรจะขอบคุณเสด็จปู่จักรพรรดิ เพราะนี่เป็นสมบัติที่เสด็จปู่จักรพรรดิทรงทิ้งไว้ให้พวกเราอย่างแน่นอน”องค์หญิงหยูหลินได้ตอบกลับ

จักรพรรดิเต๋อได้มองไปรอบ ๆ และนิ่งเงียบ

“น้องข้า อีกไม่นานก็ใกล้จะเช้าแล้ว พวกเรากลับกันเถอะ อย่าได้แตะต้องอะไรที่นี่เลย”

จักรพรรดิเต๋อได้มองดูแสงจันทร์ที่ค่อย ๆ ลับไป

มันใกล้จะรุ่งสางแล้ว

พวกเขาใช้เวลาทั้งคืนในการอ่านหนังสือ

ส่วนหลินจิ่วเฟิงก็ค้างคืนใต้ต้นซากุระ

โชคดีที่จักรพรรดิเต๋อและองค์หญิงหยูหลินจากไปในไม่ช้าประตูตำหนักเย็นก็ได้ปิดตัวลง

พวกเขาไม่ได้นำหนังสือเหล่านี้ไปด้วย

แน่นอนว่าถึงแม้ว่าพวกเขาจะไม่ทำ

พวกเขาก็ท่องจำเนื้อหาภายในหนังสือได้ ไม่สำคัญว่าพวกเขาจะมีหนังสืออยู่หรือไม่ก็ตาม

“คราวนี้ควรจะไม่มีใครมาที่นี่อีก ในที่สุดพวกเราก็สามารถฝึกฝนต่อไปได้อย่างสงบสุข”

หลินจิ่วเฟิง มองไปที่แผ่นหลังของพวกเขาและบ่นพึมพัมอย่างพึงพอใจ

เจ้าแมวขาวก็กลอกตามองไปที่ หลินจิ่วเฟิง“เจ้าก็ยังพูดเหมือนเดิม”

“ถ้าไม่เชื่อก็คอยดู”หลินจิ่วเฟิง ยังคงมั่นใจมากในครั้งนี้

สำหรับพี่น้องคู่นี้ ตำหนักเย็นไม่ใช่สถานที่ที่มีประโยชน์อีกต่อไปแล้ว

แน่นอนว่า หลินจิ่วเฟิง พูดถูก

ในเดือนต่อมา ทั้งองค์หญิงหยูหลินและจักรพรรดิเต๋อไม่ได้มาที่ตำหนักเย็นเลย

ในที่สุดความสงบสุขของตำหนักเย็นก็กลับคืนมา

ในที่สุด หลินจิ่วเฟิง ก็ได้ลงชื่อเข้าใช้สถานที่ตามปกติในทุกวัน

หนึ่งเดือนต่อมา ต้าชุน ได้มาหา หลินจิ่วเฟิง

เขาได้นำข่าวที่น่าตกใจมาด้วยในครั้งนี้

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 82 ข่าวที่น่าตกใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว