เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 74 นิกายเส้นทางสวรรค์

80Y-ตอนที่ 74 นิกายเส้นทางสวรรค์

80Y-ตอนที่ 74 นิกายเส้นทางสวรรค์


ในวันนี้ ผู้คนในเมืองหลวงราชวงศ์ได้คร่ำครวญ…

เจ้าหน้าที่ในราชสำนักได้ขนโลงศพของ หลินเทียนหยวน และ ไปส่งเขายังจุดหมายปลายทางสุดท้าย ซึ่งก็คือ สุสานหลวง

หลินเทียนหยวน และ จักรพรรดิหยวน ถูกฝังไม่ไกลจากกันเกินไป

เพราะท้ายที่สุดพวกเขาก็เป็นพ่อลูกและมีรากฐานที่เหมือนกัน

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้เข้าร่วมงานศพของเขา เขาได้เฝ้ามองจากระยะไกลขณะที่ หลินเทียนหยวน ได้ถูกฝังข้าง ๆ จักรพรรดิหยวน

บริเวณโดยรอบเต็มไปด้วยน้ำตาแห่งความโศกเศร้าและเสียงระฆังที่ดังขึ้น

บรรยากาศชวนน่าหดหู่จริง ๆ

หลินจิ่วเฟิง อดไม่ได้ที่จะรื้อฟื้นทักษะเปลี่ยนแปลงโชคชะตาที่ได้รับมาจากการลงชื่อเข้าใช้

“ข้าต้องศึกษาทักษะบ่มเพาะพลังนี้อย่างรอบคอบ เพื่อที่ในอนาคตหากข้ามีโอกาส ข้าจะสามารถเปลี่ยนชะตากรรมของพวกเจ้าทั้งสองคนได้”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวอย่างหนักแน่น

เขากลับไปที่ตำหนักเย็น

เมื่อทุกอย่างได้รับการจัดการเรียบร้อยแล้ว เขาไม่ต้องการอยู่ที่สุสานหลวงอีกต่อไป

การกลับมาที่ตำหนักเย็น เพื่อสานต่อเป้าหมายในการแข็งแกร่งยิ่งขึ้นคือสิ่งที่ หลินจิ่วเฟิง ควรทำ

สำหรับการเปลี่ยนแปลงภายในราชวงศ์ หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้สนใจเรื่องนี้เลย

เขาไม่ได้มีความรู้สึกต่อองค์รัชทายาท แต่ถ้าอีกฝ่ายมีปัญหาในอนาคต และ จักรพรรดินีมาขอความช่วยเหลือจากเขา เขาก็จะช่วย

เมื่อ หลินจิ่วเฟิง กลับไปที่ตำหนักเย็น เขาก็ได้พบกับนักบวชชิงหยุน

นักบวชชิงหยุน ได้นำข้อมูลต่าง ๆ เกี่ยวกับยุคก่อนหน้านี้ ที่ สตรีศักดิ์สิทธิ์ ตงลงจะมอบให้กับ หลินจิ่วเฟิง มาให้

เช่นเดียวกันมันมีหนังสือหลายเล่ม…

สตรีศักดิ์สิทธิ์รู้ว่า หลินจิ่วเฟิง ไม่ใช่คนง่ายที่จะหลอกลวง ดังนั้นนางจึงเตรียมสิ่งของเหล่านี้ทั้งหมดด้วยความอุตสาหะเพื่อได้รับการให้อภัยที่แท้จริงจากเขา

หลินจิ่วเฟิง ได้เก็บหนังสือกลับไปก่อนที่จะสั่งให้ นักบวชชิงหยุน จากไป

“บอก สตรีศักดิ์สิทธิ์ด้วยว่า บุญคุณความแค้นระหว่างเราได้หมดไปแล้ว”หลินจิ่วเฟิงได้บอกนักบวชชิงหยุน

“ขอรับ”นักบวชชิงหยุนได้ตอบกลับ

เขาไม่อยากจะอยู่ที่นี่ต่อและหันหลังจากไป

หลินจิ่วเฟิง ได้กลับเข้าไปยังตำหนักเย็นพร้อมกับหนังสือกองโต

จากนั้นเขาก็มองดูพวกมันพร้อมกับเจ้าแมวขาว

ยุคก่อนกับยุคนี้แตกต่างกันอย่างไร?

หลินจิ่วเฟิงไม่เข้าใจเรื่องราวเกี่ยวกับยุคก่อน แต่หลังจากอ่านหนังสือเล่มนี้แล้ว ในที่สุดเขาก็เข้าใจความแตกต่างของพวกมัน

โลกนี้มีขึ้นและมีลง

คนทั่วไปไม่สามารถสังเกตุเห็นการขึ้นลงของสิ่งเหล่านี้ได้ พวกเขาทำได้เพียงสัมผัสกับประสบการณ์ความเปลี่ยนแปลงของพลังงานทางโลก

พลังงานทางโลกแต่ละยุคสมัยได้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง

แต่เมื่อถึงจุดสิ้นสุดของยุคมันจะลดลงช่วงระยะเวลาหนึ่ง

และเมื่อถึงจุดสูงสุดมันก็จะอยู่ที่นั่นเป็นเวลานาน

ต่อมาก็เข้าสู่สภาวะถดถอย

เมื่อพลังงานทางโลกค่อย ๆ ถดถอย แหล่งพลังงานทั้งหมดก็จะค่อย ๆ หายไปเช่นเดียวกัน

บ้างก็สลายหายไป บ้างก็ปิดตัวลง ดังนั้นคนจากยุคสมัยก่อนจึงเลือกที่จะปิดผนึกตัวเอง

การสิ้นสุดของยุคที่แล้วคือเมื่อ 1,500 ปีก่อน

ในเวลานั้นผู้บ่มเพาะพลังขั้นเทพมนุษย์ถือว่าแข็งแกร่งที่สุด

คนอย่างจอมมารได้รับผลกระทบจากการลดลงของพลังงานทางโลก

ถ้าไม่ใช่ด้วยเหตุผลนี้ เขาคงสามารถทะลวงผ่านอาณาจักรถ้ำสวรรค์หรืออาณาจักรพลังที่สูงกว่าได้

พลังงานทางโลกยังคงลดลงอย่างต่อเนื่องเมื่อหลายร้อยปีก่อน แม้แต่ปราชญ์การต่อสู้ก็ได้หายตัวไป เหลือเพียง ปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ เท่านั้น

หลังจาก หลินจิ่วเฟิง มาถึงโลกนี้ พลังงานทางโลกก็ค่อย ๆ ฟื้นตัวอย่างช้า ๆ

มันเป็นสัญญาณของการเริ่มต้นยุคสมัยใหม่

หลินจิ่วเฟิง โชคดีมาก เขามีความก้าวหน้าด้านการบ่มเพาะพลังในช่วงเริ่มต้นของยุค ตอนนี้เขาได้มาถึงอาณาจักรถ้ำสวรรค์แล้ว

ทั้งหมดนี้เป็นผลมาจากความโชคดีและโอกาสมากมายที่มารวมตัวกัน

“ตามหนังสือเล่มนี้ ผู้บ่มเพาะพลังหนึ่งคนสามารถสร้างถ้ำสวรรค์ได้ 10 ถ้ำ ตอนนี้เจ้าสร้างถ้ำสวรรค์ได้กี่แห่งแล้ว?”เจ้าแมวขาวได้กล่าวถาม

“หนึ่ง!”หลินจิ่วเฟิงได้ตอบกลับ

“ถ้าอย่างนั้นเจ้ายังต้องสร้างถ้ำสวรรค์อีก 9 แห่ง”เจ้าแมวขาวได้พูดต่อ

“ไม่จำเป็น ข้าไม่คิดจะสร้างถ้ำสวรรค์อีก 9 แห่ง”หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะ

“เพราะอะไร?”เจ้าแมวขาวกล่าวถามด้วยความสงสัย

“เหตุผลที่อาณาจักรถ้ำสวรรค์ อนุญาติให้คน ๆ นึงสร้างถ้ำสวรรค์ได้ 10 แห่ง ก็เพราะเมื่อรวมกันแล้ว พลังของพวกเขาจะก้าวกระโดดอย่างมาก”

“แต่ทว่าในอาณาจักรถ้ำสวรรค์มีเส้นทางการบ่มเพาะพลังมากมาย”

“ข้ากำลังวางแผนที่จะฝึกฝนถ้ำสวรรค์เพียงแห่งเดียว จากนั้นก็ใช้โอกาส 9 แห่งที่เหลือในการปรับปรุงถ้ำสวรรค์เพียงหนึ่งเดียวนี้ ข้าแน่ใจว่าตอนท้ายที่สุดของถนนสายนี้ ถ้ำสวรรค์เพียงแห่งเดียวจะทรงพลังกว่ามาก…”

“และเส้นทางนี้ก็เหมาะสมสำหรับข้าที่สุดเช่นเดียวกัน”หลินจิ่วเฟิง ได้อธิบาย

เดิมทีเขาต้องการสร้างถ้ำสวรรค์ 10 แห่ง แต่หลังจากอ่านหนังสือวิเคราะห์ถ้ำสวรรค์ที่เขาได้รับมาจากการลงชื่อเข้าใช้ เขาก็ตระหนักได้ถึงหลายสิ่งหลายอย่าง

ถ้ำสวรรค์แบ่งออกเป็นระดับ ต่ำ,กลาง,สูง,ศักดิ์สิทธิ์ และ เทพ

เส้นทางการบ่มเพาะพลังถ้ำสวรรค์ 10 แห่ง นั้นเหมาะสำหรับผู้ที่สร้างถ้ำสวรรค์ระดับต่ำถึงสูงเท่านั้น

นี่เป็นเพราะว่าถ้ำสวรรค์ของพวกเขาไม่ได้แข็งแกร่งจนเกินไป ดังนั้นพวกเขาจำเป็นจะต้องสร้างถ้ำสวรรค์ขึ้นเพิ่มเติม

ทว่า สำหรับผู้บ่มเพาะพลังที่มีถ้ำสวรรค์ระดับศักดิ์สิทธิ์และระดับเทพ

พวกเขาไม่จำเป็นจะต้องสร้างถ้ำสวรรค์ 10 แห่ง พวกเขาเพียงแค่ต้องมุ่งเน้นความสนใจไปที่การพัฒนาถ้ำสวรรค์เพียงหนึ่งเดียว

จากนั้นถ้ำสวรรค์นี้ก็จะกลายเป็นโลกขนาดเล็กที่อิสระ

มันจะกลายเป็นแหล่งพลังงานของพวกเขา

นี่คือเส้นทางที่ หลินจิ่วเฟิง เลือก

เจ้าแมวขาวได้ฟัง หลินจิ่วเฟิง พูดถึงหลายสิ่งหลายอย่าง แต่มันก็ยังไม่เข้าใจ

มันอยู่ที่ระดับเทพมนุษย์เท่านั้น ซึ่งยังห่างไกลจากอาณาจักรพลังถ้ำสวรรค์

“อ่านหนังสือเหล่านี้ให้ดีเพื่อเพิ่มพูนความรู้ของเจ้า พวกมันจะมีประโยชน์อย่างมากในการช่วยฝึกฝนให้กับเจ้า”หลินจิ่วเฟิง ได้ลูบขนของเจ้าแมวขาวเบา ๆ

5 ปีผ่านไปในพริบตา

ในช่วง 5 ปีที่ผ่านมานี้ หลินจิ่วเฟิง ไม่เคยออกจากตำหนักเย็นเลย นอกจากต้าชุนที่มาส่งอาหารเดือนละครั้งแล้วก็ไม่มีใครมาเยี่ยมเขาอีก

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้มีความคิดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงหรือันตรายของโลกภายนอก

สิ่งที่เขารู้มาจากสิ่งที่ได้ยินจากต้าชุนเท่านั้น

หลินจิ่วเฟิงในตอนนี้ไม่ได้สนใจทุกสิ่งอย่าง

เขากำลังปรับแต่งและขยายถ้ำสวรรค์ของเขา

เขาไม่อยากจะรู้แม้แต่เรื่องภายในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

สิ่งที่เขารู้มีเพียงอย่างเดียวคือ องค์รัชทายาทได้เสด็จขึ้นครองบัลลังก์และเปลี่ยนรัชสมัยเป็นเต๋อ ชื่อของเขาคือ จักรพรรดิเต๋อ

นอกจากนี้ หลินจิ่วเฟิง ก็ไม่รู้อะไรเลย

เขาได้ลงชื่อเข้าใช้ตำหนักเย็นอย่างเงียบ ๆ และ เยี่ยมชมถ้ำปีศาจในพระราชวังใต้ดินเพื่อเอาชนะพวกมัน

นับตั้งแต่ที่ เทพปีศาจเหล่านี้เห็น หลินจิ่วเฟิง สังหาร เทพปีศาจนภา ในตอนนั้น อารมณ์ที่ดุร้ายของพวกมันก็ลดลงอย่างมาก

ทุกวันนี้พวกมันล้วนเชื่อฟังดี

ทุกวัน มีปีศาจและเทพปีศาจ ได้ออกไปสู้กับ หลินจิ่วเฟิง โดยอัตโนมัติ หลังจากที่ หลินจิ่วเฟิง มอบความพ่ายแพ้ให้กับพวกมัน พวกปีศาจเหล่านี้ก็กลับมาใช้ชีวิตอย่างสงบสุขในถ้ำปีศาจอีกครั้ง

ภายใน 5 ปีที่ผ่านมานี้ ความเห็นเดียวของปีศาจเหล่านี้ที่มีต่อ หลินจิ่วเฟิงก็คือ-เขาน่ากลัวเกินไป

เทพปีศาจทุกคนที่ต่อสู้กับ หลินจิ่วเฟิง ล้วนกล่าวว่า หลินจิ่วเฟิง เป็นสิ่งที่ทำให้พวกมันเข้าใจยากขึ้นเรื่อย ๆ ตอนนี้อีกฝ่ายราวกับมหาสมุทรอันไร้ขอบเขต

ดังนั้นพวกมันจึงเชื่อฟังเขาราวกับลูกไก่ตัวน้อย

ดูเหมือนว่าพวกมันจะกลายเป็นสัตว์เลี้ยงที่ หลินจิ่วเฟิง เลี้ยงดูไปแล้ว

ตราบใดที่พวกมันไม่สร้างปัญหา หลินจิ่วเฟิง ก็ไม่คิดที่จะฆ่าพวกมัน

วันนี้เป็นวันที่ต้าชุนมาส่งอาหารอีกครั้ง

ทุก ๆ เดือน ต้าชุน ยืนยันที่จะมาส่งอาหารให้ตัวเอง

ปัจจุบันต้าชุนมีอายุ 50 ปีแล้ว

ลูกของเขาแต่งงานและตอนนี้เขาก็ได้เป็นปู่คนแล้ว

ตั้งแต่เริ่มต้นจนถึงตอนนี้อีกฝ่ายยังคงซื่อสัตย์ไม่เปลี่ยนแปลง

เขาได้นำอาหารและไวน์มาส่งตามปกติและยังบอก หลินจิ่วเฟิง เกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นภายในเมืองหลวง

หลินจิ่วเฟิง ได้เพลิดเพลินไปกับอาหารเหล่านี้พร้อมกับเจ้าแมวขาวขณะที่ฟังต้าชุน เล่า

“องค์ชาย เมื่อวานนี้…”

“จักรพรรดิเต๋อ ได้กราบอาจารย์เป็นศิษย์อย่างเป็นทางการ อาจารย์คนนั้นได้รับพระราชทานยศเป็นราชครูของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาแห่งนี้”ต้าชุนได้พูดออกมา

“คนแบบไหนกันที่จะมาเป็นราชครู?”หลินจิ่วเฟิงกล่าวถามด้วยความสงสัย

ตลอดหลายปีที่ผ่านมาราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาค่อนข้างเงียบสงบ

เป็นเพราะทุกคนรู้ว่าเมื่อ 5 ปีที่แล้ว ในคืนที่จักรพรรดิหมิงสวรรคต ฝูงปีศาจได้บุกล้อมเมืองหลวงราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา แต่พวกมันทั้งหมดก็กลายเป็นเถ้าถ่านโดยเทพผู้พิทักษ์ของราชวงศ์

ตอนนี้…

ทุกคนต่างก็รู้ว่ามีสัตว์ประหลาดเฒ่าคอยปกป้องเมืองหลวงราชวงศ์มาตั้งแต่สมัยจักรพรรดิหยวนจนกระทั่งจักรพรรดิหมิง และ ต่อมาก็เป็นช่วงเวลาของจักรพรรดิเต๋อ

หากพวกเขาต้องการยั่่วยุราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา พวกเขาจะต้องเอาชนะสัตว์ประหลาดเฒ่าคนนี้ให้ได้

นี่เป็นคำบอกเล่าที่ถูกส่งผ่านไปทั่วทั้งโลก

หลินจิ่วเฟิง ที่ได้ยิน ต้าชุน เล่าว่า จักรพรรดิเต๋าได้กราบอาจารย์เป็นศิษย์ ดังนั้นเขาจึงค่อนข้างสนใจ

เขาต้องการอยากรู้อยากเห็นในเรื่องนี้

เพื่อที่จะได้เป็นราชครูของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา คนผู้นี้มีความสามารถอะไร?

“ข้าก็ไม่แน่ใจว่าเขาเป็นคนแบบไหน…”

“ข้าได้ยินมาจากคนอื่น ๆ ว่าเขาคือประมุขนิกายที่ซ่อนเร้นมานาน ถ้าข้าจำไม่ผิดชื่อของนิกายนี้ถูกเรียกว่านิกายเส้นทางสวรรค์”ต้าชุนได้ตอบกลับ

“นิกายเส้นทางสวรรค์!”ดวงตาของ หลินจิ่วเฟิงได้หรี่ลง

เขาจำได้ในทันทีเพราะชื่อของนิกายนี้ถูกบันทึกไว้ในหนังสือที่ สตรีศักดิ์สิทธิ์มอบให้กับเขา

เจ้าแมวขาวมองไปที่ หลินจิ่วเฟิง อย่างเคร่งขรึม

มันก็เคยอ่านเจอชื่อนี้ในหนังสือมาก่อนด้วย

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 74 นิกายเส้นทางสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว