เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 59 ความบังเอิญเหล่านี้คือ?

80Y-ตอนที่ 59 ความบังเอิญเหล่านี้คือ?

80Y-ตอนที่ 59 ความบังเอิญเหล่านี้คือ?


ท่านหญิงหงเป็นใคร?

หลินจิ่วเฟิง ไม่รู้จัก ท่านหญิงหง ในความทรงจำของเขา นับตั้งแต่เขาเกิดใหม่ในโลกนี้ เขาไม่เคยมีปฏิสัมพันธ์กับสตรีคนใดเลย

สตรีเพียงคนเดียวที่เขาโต้ตอบด้วยก็คือเจ้าแมวขาว

แล้ว ท่านหญิงหง นางนี้เป็นใครมาจากไหน?

เจ้าแมวขาวก็อยากรู้อยากเห็นเช่นเดียวกัน

มันได้เงยหน้าขึ้นมองไปรอบ ๆ ในอ้อมแขนของ หลินจิ่วเฟิง

ความอยากรู้อยากเห็นของมันได้เพิ่มขึ้น

หลินจิ่วเฟิง มีความสัมพันธ์กับผู้หญิงอื่นงั้นหรือไม่?

เพียงแต่ หลินจิ่วเฟิง มองไปที่ทั้งสี่คนด้วยสีหน้าที่เคร่งขรึม

เขาต้องการมองหาคำตอบสำหรับคำถามนี้ของเขา

“ท่านหญิงหงคือเทพธิดาในร่างมนุษย์”นักบวชหนุ่มได้ตอบกลับ

“ท่านหญิงหงคือนางเซียนลงมาจุติบนโลกมนุษย์นี้ นางแข็งแกร่งมาก”เมื่อ บุรุษร่างใหญ่บรรยายถึงท่านหญิงหง ใบหน้าของเขาได้เปลี่ยนเป็นสีแดง

“ท่านหญิงหงคือผู้มีพระคุณที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเรา”ศิษย์น้องไห่หยูได้กล่าวเสริม

ทั้งสี่คนได้ยกย่องท่านหญิงหงนางนี้ไม่หยุดหย่อน

นอกจากนี้ใบหน้าของพวกเขายังมีความชื่นชมอย่างแท้จริงแม้กระทั่งความปราถนาในดวงตาของพวกเขา

ท่านหญิงหงคนนี้นางมีเสน่ห์มากขนาดไหนกัน?

“พวกเจ้ารู้เพียงแค่ว่านางมีนามว่าหง?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม

ทั้งสี่คนได้พยักหน้า

“พวกเจ้าไม่รู้จักภูมิหลังของนาง?”หลินจิ่วเฟิงยังคงกล่าวถามต่อไป

ทั้งสี่คนได้พยักหน้า

“กระทั่งสถานะตัวตนก็ไม่รู้จักงั้นหรือไม่?”หลินจิ่วเฟิง รู้สึกพูดไม่ออก

ทั้งสี่คนได้พยักหน้าอีกครั้ง

คราวนี้ หลินจิ่วเฟิง ได้หยุดถามเพราะเขาเริ่มจะหมดแรง

“พวกเจ้าไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับนาง แต่ท่านหญิงหง คนนี้กลับสามารถสั่งให้พวกเจ้ามาที่นี่และตรวจสอบสถานการณ์ขององค์รัชทายาทที่ถูกปลด?”หลินจิ่วเฟิง รู้สึกพูดไม่ออก

“ข้าเป็นหนี้บุญคุณท่านหญิงหง ภายใต้การแนะนำของนางทำให้ข้าสามารถทะลวงผ่านขั้นเทพมนุษย์ได้”นักบวชหนุ่มได้ตอบกลับ

“พวกเราสองคนก็เหมือนกัน ภายใต้คำแนะนำของท่านหญิงหงพวกเราก็ทะลวงผ่านขั้นเทพมนุษย์”นักพรตเต๋า หลิวหยุน ได้กล่าวเสริม

“ข้าด้วย”บุรุษร่างใหญ่ได้พึมพัมออกมา

ความเหนื่อยล้าของ หลินจิ่วเฟิง ได้หายไปในทันที เขามองไปที่ เทพมนุษย์ทั้ง 4

‘การที่สามารถให้คำแนะนำใครบางคนจนทะลวงผ่านขั้นเทพมนุษย์ได้ คนผู้นั้นจะต้องมีความแข็งแกร่งอย่างมาก เพราะหากสามารถชี้นำกันได้ง่าย ๆ คงมีเทพมนุษย์ปรากฏขึ้นจำนวนมากแล้ว…’

‘แม้แต่ข้าก็ไม่สามารถทำอย่างนั้นได้ด้วยตัวเอง’หลินจิ่วเฟิงได้ครุ่นคิดในใจ

มันง่ายสำหรับเขาที่จะฆ่าเทพมนุษย์คนอื่น

แต่หากให้เขาชี้นำผู้อื่นให้ก้าวผ่านขั้นเทพมนุษย์มันก็เป็นอีกเรื่องนึง

หลินจิ่วเฟิง ไม่สามารถทำได้

แต่ท่านหญิงหงผู้นี้กลับสามารถทำได้

อย่างน้อยนางจะต้องมีความรู้ความเข้าใจและคุ้นเคยเกี่ยวกับขั้นเทพมนุษย์

“อธิบายโดยละเอียดเกี่ยวกับการพบพานท่านหญิงหงนางนี้ เจ้าพบนางได้อย่างไร?”หลินจิ่วเฟิง ได้มองไปที่นักบวชหนุ่มและกล่าวถาม

“เมื่อหนึ่งปีก่อน มีถ้ำปีศาจปรากฏขึ้นที่หลังภูเขาพุทธใกล้วัดต้าหลิน ผืนปฐพีได้แยกออกจากกัน มีปีศาจกลุ่มหนึ่งได้ปรากฏตัวขึ้นพวกมันล้วนเป็นตัวหายนะและมีความอันตรายต่อโลก แต่แล้ว จู่ ๆ ท่านหญิงหง ก็ปรากฏตัวขึ้น นางได้ใช้พลังอันแข็งแกร่งของนางในการปิดผนึกถ้ำปีศาจนั้น กระทั่งใช้ผนึกประทับไว้บนถ้ำและให้คำแนะนำแก่ข้าเป็นเวลา 1 ชั่วยาม จากนั้น้ขาก็สามารถทะลวงผ่านขั้นเทพมนุษย์ได้จากคำแนะนำของนาง เพียงแต่ตั้งแต่นั้นมาข้าก็ไม่เคยพบท่านหญิงหงอีกเลย”นักบวชหนุ่มได้ตอบกลับ

“ถ้ำปีศาจ?”หลินจิ่วเฟิง ขมวดคิ้วแน่น

“มันเป็นซากปรักหักพังโบราณที่ฝังลึกอยู่ในภูเขาต้าฉิง…”

“วัดต้าหลินเลือกที่จะก่อตั้งวัดบนภูเขาต้าฉิงเพื่อปราบปรามถ้ำปีศาจนี้และป้องกันไม่ให้ปีศาจออกมาสู่โลกภายนอกและทำร้ายคนอื่น ๆ นี่เป็นหน้าที่ของพวกเรา”นักบวชหนุ่มได้ตอบกลับ

หลินจิ่วเฟิง ได้มองไปที่ นักบวชหนุ่มและกล่าวถาม“ชื่อทางธรรมของเจ้าคือ?”

“ชิงหยุน”นักบวชหนุ่มได้ตอบกลับ

“นักบวชชิงหยุน เกี่ยวกับถ้ำปีศาจของวัดต้าหลินของเจ้า ท่านหญิงหงผู้นี้รู้เรื่องนี้ได้อย่างไร?”หลินจิ่วเฟิงได้กล่าวถาม

“ข้าเองก็ไม่ทราบ ข้าได้เค้นถามท่านหญิงหงเกี่ยวกับเรื่องนี้ด้วยแต่นางเพียงแค่ยิ้มตอบกลับและไม่ได้อธิบาย”นักบวชชิงหยุนได้ตอบกลับ

“แล้วพวกเจ้าสองคนล่ะ?”หลินจิ่วเฟิง มองไปที่ นักพรตเต๋าทั้งสอง

“เมื่อ 11 เดือนก่อน ก็มีแผ่นดินไหวเกิดขึ้นจนเผยรอยแยกใต้ดินในภูเขาหลงหู่”

“ผืนปฐพีที่แยกออกจากกันได้เผยทางเข้าสู่ขุมนรกใต้ดิน”

“ที่นั่นมีปีศาจนับไม่ถ้วนและพยายามจะหลบหนีออกมาจากขุมนรกนั้น…”

“ในตอนนั้นพวกเราได้ผนึกกำลังกันร่วมปราบปรามพวกมัน แต่เพราะพวกเราไม่แข็งแกร่งพอ ในช่วงเวลาสำคัญนั้นเอง ท่านหญิงหง ก็ลอยลงมาจากฟากฟ้าและช่วยเหลือพวกเราในการกำจัดปีศาจ อีกทั้งนายังปิดผนึกทางเข้าขุมนรกนั่นด้วย”นักพรตเต๋าหลิวหยุนได้อธิบาย

หลินจิ่วเฟิง ขมวดคิ้วแน่น

วัดต้าหลินมีถ้ำปีศาจ และ ภูเขาหลงหู่มีขุมนรกใต้ดิน

ทั้งสองสถานที่แห่งนี้มีความแปลกประหลาด

‘เป็นไปได้หรือไม่ว่า…’

หลินจิ่วเฟิง อดไม่ได้ที่จะมองไปที่บุรุษร่างใหญ่

“แล้วเจ้าล่ะ?”หลินจิ่วเฟิง กล่าวถามด้วยความสงสัย

นักบวชหนุ่มและนักพรตเต๋าทั้งสองได้มองดูด้วยความสนใจ

พวกเขาต้องการทราบว่าบุรุษร่างใหญ่ที่สูงตระหง่านนี้ได้พบกับท่านหญิงหงในสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกับพวกเขาหรือไม่

“ข้าไม่ได้พบเจอถ้ำปีศาจหรือขุมนรกใต้ดิน แต่ที่ข้าพบก็คือมัมมี่ในทะเลทรายอันไร้ขอบเขตของภูมิภาคทะเลทรายทางตอนเหนือ ช่วงเวลาที่มัมมี่พวกนั้นตื่นขึ้นมา มันต้องการจะฆ่าข้าและสูบพลังของข้า”

“แต่ตอนนั้นเองที่ท่านหญิงหงปรากฏตัวขึ้นนางได้ปราบปรามมัมมี่และช่วยชีวิตข้าเอาไว้ จากนั้นนางก็ให้คำแนะนำแก่ข้าในการทะลวงผ่านขั้นเทพมนุษย์นี่คือเหตุผลที่ข้ารู้สึกเป็นหนี้บุญคุณนาง”

“นางขอให้ข้ามาที่เมืองหลวงราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา เพื่อตรวจสอบสถานการณ์และความเป็นอยู่ขององค์รัชทายาทที่ถูกปลด นี่คือเหตุผลที่ข้ามาที่นี่”บุรุษร่างใหญ่ได้อธิบาย

‘ถ้ำปีศาจ,ขุมนรกใต้ดิน และ มัมมี่’

หลินจิ่วเฟิง มองไปที่ทั้ง 4 คนและขมวดคิ้วแน่น

ตั้งแต่ฝนตกครานั้น หลินจิ่วเฟิง ก็รู้ว่าโลกกำลังจะเปลี่ยนไป เขาไม่ได้แปลกใจเลยหลังจากได้ยินเกี่ยวกับประสบการณ์เหล่านี้

แต่ปัญหาก็คือท่านหญิงหงล้วนมีส่วนร่วมในเรื่องนี้ทั้งหมด

นอกจากนี้ วัดต้าหลินยังอยู่ในพื้นที่เจียงหนาน,ภูเขาหลงหู่อยู่ในพื้นที่ฉินหลิงและบุรุษร่างกำยำอยู่ในภูมิภาคทะเลทรายทางตอนเหนือ

จากใต้สู่เหนือ จากพื้นที่เจียงหนานไปจนถึงทะเลทรายทางตอนเหนืออันไร้ขอบเขต การเดินทางทั้งหมดนี้ค่อนข้างใช้เวลาหลายพันกิโลเมตร

แต่ท่านหญิงหงผู้นี้กลับสามารถปรากฏตัวในเวลาไล่เรี่ยกันในสถานที่เหล่านี้ได้แม้จะอยู่ห่างไกลกันมาก?ภูมิหลังของนางคืออะไรกันแน่?

“ท่านผู้อาวุโส พวกเราได้บอกความจริงแก่ท่านแล้ว เหตุผลที่พวกเรามาที่ตำหนักเย็นในวันนี้ก็เพื่อสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับองค์รัชทายาทที่ถูกปลด จากนั้นพวกเราจะรายงานเรื่องนี้กลับไปให้ท่านหญิงหง เพื่อตอบแทนหนี้บุญคุณในครั้งก่อน”นักบวชชิงหยุน ได้ตอบกลับอย่างจริงใจ

“ใช่แล้วท่านผู้อาวุโส นักบวชชิงหยุนพูดถูก พวกเราไม่ได้มีเจตนาที่จะบุกรุกราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา และ เจตนาที่จะล่วงเกินท่าน พวกเราเพียงแค่ต้องการทราบสถานการณ์ขององค์รัชทายาทที่ถูกปลดเท่านั้น”นักพรตเต๋าหลิวหยุนได้กล่าวเสริม

“ท่านผู้อาวุโส โปรดบอกเราเกี่ยวกับสถานการณ์ขององค์รัชทายาทที่ถูกปลด หลังจากพวกเราได้รับข่าวแล้วพวกเราจะรีบจากไปและกลับไปรายงานท่านหญิงหง”บุรุษร่างใหญ่ได้อ้อนวอน

หลินจิ่วเฟิง มองไปที่พวกเขา

มือของเขายังคงลูบไล้เจ้าแมวขาว

ทั้ง 4 คนนี้ไม่รู้ว่า หลินจิ่วเฟิง ก็คือองค์รัชทายาทที่ถูกปลดคนนั้น

หลินจิ่วเฟิง เชื่อในคำพูดของพวกเขา

อีกทั้งอีกฝ่ายยังไ่ม่มีความจำเป็นจะต้องโกหกเขา

ตัวตนของเขาในฐานะองค์รัชทายาทที่ถูกปลด ล้วนไม่มีค่าอะไรเลย มีเหตุผลอะไรที่ทำให้พวกเขาต้องโกหก?

แต่ปัญหาคือ-ท่านหญิงหง มีเจตนาอะไรกันแน่?

หลังจากไตร่ตรองอยู่ครู่นึง หลินจิ่วเฟิง ก็ตอบกลับ“องค์รัชทายาทผู้นั้นอาศัยอยู่ในตำหนักเย็น เพียงแต่เขาไม่ต้องการให้ใครมารบกวน กลับไปรายงานท่านหญิงหงว่า ชีวิตขององค์รัชทายาทอยู่อย่างสบายและเรียบง่ายในตำหนักเย็นแห่งนี้ ดังนั้นไม่จำเป็นจะต้องมารบกวนเขา”

“ครั้งนี้ข้าจะปล่อยพวกเจ้าไป หากแต่มีครั้งหน้าข้าคงไม่ใจดีแบบนี้อีก”

หลินจิ่วเฟิง ได้ปล่อยพวกเขาไปในที่สุด

พวกเขาเป็นเพียงเทพมนุษย์ที่เพิ่งเลื่อนขั้นพลังมา หากเขาคิดจะฆ่าอีกฝ่ายก็ทำได้เพียงแค่การสบัดนิ้ว

มันจะดีกว่าหากปล่อยให้อีกฝ่ายกลับไปรายงานท่านหญิงหง

ด้วยวิธีนี้นางน่าจะไม่มายุ่งเกี่ยวกับเขาอีกต่อไป

เทพมนุษย์ทั้ง 4 ได้ออกจากตำหนักเย็นอย่างรวดเร็ว หัวใจของพวกเขาได้เต็มไปด้วยความหวาดกลัว

เมื่อพวกเขาผ่านประตูไปแล้ว พวกเขาก็เหลือบมองไปยังตำหนักที่ทรุดโทรมที่อยู่ด้านหลังของพวกเขา

พวกเขารู้สึกราวกับว่ามีสัตว์ร้ายกำลังอ้าปากรอกลืนกินพวกเขาอยู่

“รีบกลับไปรายงานท่านหญิงหงกันเถอะ”ทั้งสี่คนได้สั่นศีรษะและยิ้มให้กัน

นี่ถือว่าเป็นโชคชะตาที่ทำให้พวกเขามาเจอกัน

ทั้งสี่คนได้กล่าวอำลาซึ่งกันและกันและออกจากเมืองหลวงราชวงศ์ในค่ำคืนที่มืดมิดแห่งนี้

ในตำหนักเย็น…

หลินจิ่วเฟิง ยังกอดเจ้าแมวขาวและยังคงยืนนิ่งเฉยใต้ต้นซากุระ

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 59 ความบังเอิญเหล่านี้คือ?

คัดลอกลิงก์แล้ว