เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 53 ไพ่ใบสำคัญของจักรพรรดินี

80Y-ตอนที่ 53 ไพ่ใบสำคัญของจักรพรรดินี

80Y-ตอนที่ 53 ไพ่ใบสำคัญของจักรพรรดินี


หลินจิ่วเฟิง ได้ฟันปราณกระบี่ของเขาออกไป การกระทำของเขานี้ได้บังคับให้หมอกดำล่าถอยหนีอย่างต่อเนื่อง

มันตระหนักได้ว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของ หลินจิ่วเฟิง

อันที่จริง มันรู้อยู่ก่อนแล้วตอนที่ ราชาวิญญาณขุนเขา ถูกฆ่าตายก่อนหน้านี้

ใครบางคนที่สามารถบุกเข้ามายังโลกจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของเขา และ ทำลายโล่ที่เขาตั้งไว้ได้ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียว อีกฝ่ายสามารถสังหารคนภายใต้การปกป้องของเขาได้โดยไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรเลย

ดังนั้นหมอกดำจึงตระหนักได้ว่าตนเองไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอีกฝ่าย

มันจึงเลือกที่จะล่าถอย

ต่างจากราชาวิญญาณขุนเขาที่หยิ่งผยอง หมอกสีดำได้ล่าถอยด้วยความกลัว

อย่างไรก็ตาม ปราณกระบี่ของ หลินจิ่วเฟิง ก็ได้ฟันออกไปแล้ว

เปรี้ยง!

ช่วงวินาทีต่อมา หมอกสีดำที่ได้ใกล้สลายหายไปภายใต้การโจมตีของเขา

มันได้สั่นสะท้านอย่างรุนแรง และส่งเสียงคร่ำครวญออกมาไม่หยุด

แต่โชคดีที่มันสามารถหลบหนีไปได้

มันได้ออกจากโลกจิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ด้วยร่างกายที่เต็มไปด้วยบาดแผล

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้คิดจะหยุดมัน ท้ายที่สุดแล้วสถานที่แห่งนี้ก็ถูกสร้างขึ้นโดยมัน

ไม่มีใครสามารถหยุดมันจากการจากไปได้

“เพียงแต่พลังปราณกระบี่ที่ข้าทิ้งเอาไว้ในร่างกายของเจ้า จะช่วยพาข้าไปพาเจ้าในเร็ว ๆ นี้”

ดวงตาของ หลินจิ่วเฟิง ได้เป็นประกายเล็กน้อย

บรรพบุรุษเผ่าวิญญาณขุนเขา แตกต่างจากที่ หลินจิ่วเฟิง คาดการณ์เอาไว้

เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายมีพลังขั้นเทพมนุษย์ อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ได้ทรงพลังเท่ากับเทพมนุษย์ทั่วไป ตั้งแต่เริ่มมันได้ซ่อนตัวอยู่ในหมอกดำโดยไม่เผยร่างกายที่แท้จริงออกมา

กระทั่งตอนสอบปากคำ หลินเทียนหยวน มันก็ให้ ราชาวิญญาณขุนเขา เป็นตัวแทนของตัวเอง เมื่อพิจารณาสิ่งเหล่านี้ หลินจิ่วเฟิง ก็ไม่อยากจะเชื่อว่าตัวตนเช่นนี้จะเป็นสัตว์ประหลาดเฒ่าจากยุคโบราณจริง ๆ

วังวนสีดำได้หายไป

จิตวิญญาณศักดิ์สิทธิ์ของ หลินจิ่วเฟิง และ หลินเทียนหยวน ได้กลับไปยังตำหนักจักรพรรดินี

ในตำหนักจักรพรรดินี หลินจิ่วเฟิง ได้เอามือออกจากหน้าผากของ หลินเทียนหยวน

เขาได้นั่งข้าง ๆ และ ไตร่ตรองด้วยตัวเองอย่างเงียบ ๆ

จักรพรรดินีได้เฝ้ามองจากระยะไกล

นางยังคงไม่เห็นรูปลักษณ์ของ หลินจิ่วเฟิง

แม้ว่า หลินจิ่วเฟิง จะไม่ได้ใช้พลังปกคลุมร่างกายของเขาเอาไว้ แต่รูปลักษณ์ของเขาก็ราวกับภาพลวงตาในมหาสทุรที่ทำให้นางเพียงจ้องมองก็ทำให้ดวงตารู้สึกสับสน

ในที่สุด หลินเทียนหยวน ก็ตื่นขึ้นมา

ร่างกายของเขาอ่อนแอลงมาก ส่งผลให้ตัวเขาในเวลานี้เปราะบางจนไม่อาจลุกขึ้นด้วยตัวเองได้

จักรพรรดินีรีบไปช่วย ผยุง หลินเทียนหยวน ขึ้นในทะนที

หลินจิ่วเฟิง มองไปที่ หลินเทียนหยวน และพูดช้า ๆ“หากไม่ไหวก็ไม่ต้องฝืนลุกขึ้นมา”

“คราวนี้ร่างกายของเจ้าสูญเสียพลังชีวิตไปมาก มันได้ทรมานเจ้าในความฝันเพื่อต้องการให้เจ้าปล่อยสมาชิกของเผ่าวิญญาณขุนเขา”

“ท่านลุง ข้ายังคงไร้ประโยชน์เช่นเคย ข้าไม่สามารถต้านทานความอยากนอนของตัวเองได้”หลินเทียนหยวน ได้ยิ้มอย่างขมขื่น

“ไม่ใช่ความผิดเจ้า…”

“สนมหมิง น่าจะเคยเอาโลหิตและเส้นผมของเจ้าไปมอบให้กับราชาวิญญาณขุนเขา”

“และพวกมันได้ใช้ทักษะลับบางอย่างเป็นธรรมดาที่เจ้าจะไม่สามารถป้องกันได้”

“คืนนี้ เจ้าประสบความสูญเสียครั้งใหญ่ แต่ถ้าเจ้าพักผ่อนร่างกายให้ดีในอนาคตก็น่าจะพอชดเชยความสูญเสียนี้ได้ การจะมีชีวิตอยู่ต่อได้อีกสัก 40 ปีก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับเบา ๆ

ภัยพิบัติในครั้งนี้ได้ทำลายรากฐานการบ่มเพาะพลังของ หลินเทียนหยวน อีกทั้งยังทำลายความสามารถในการทะลวงเข้าสู่ขั้นปราชญ์การต่อสู้ อย่างไรก็ตาม หากเขาดูแลร่างกายของตนเองอย่างเหมาะสม มันก็ไม่น่าจะมีปัญหาที่จะมีชีวิตต่อไปได้อีก 40 ปี

เมื่อถึงเวลานั้นเขาจะกลายเป็นชายชราในวัย 70 ปีเช่นเดียวกัน

ถือได้ว่าเป็นบั้นปลายของชีวิต

หลินเทียนหยวนได้ยิ้มอย่างขมขื่น“หากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับสนมหมิงจริง ข้าคงได้แต่โทษในความโง่เขลาของตัวเอง ข้าสร้างปัญหาให้ท่านลุงและต้องคอยให้ท่านมาปัดกวาดเช็ดถูให้อีก ข้าช่างไร้ประโยชน์จริง ๆ …”

หลินจิ่วเฟิง ได้มองไปที่อีกฝ่ายและตอบกลับ“เจ้าอยู่กับข้าตั้งแต่อายุ 5 ปีจนกระทั่งเจ้าขึ้นครองบัลลังก์ตอนอายุ 15 ข้าเฝ้าดูการเติบโตของเจ้า และ เจ้าก็เชื่อฟังข้ามาตลอดหลายปีที่ผ่านมานี้…”

“ถึงแม้ว่าเจ้าจะดื้อรั้นเป็นบางครั้ง แต่เจ้าก็ยังเป็นผู้สืบทอดที่ดีที่สุดของพ่อเจ้า เขาได้พิสูจน์แล้วว่าเขาไม่ได้เลือกคนผิด และ ข้าก็ไม่ได้เลือกคนผิดเช่นกัน”

หลินเทียนหยวน ได้ยิ้มเบา ๆ “เพียงได้รับคำชมจากท่านลุง ความพยายามทั้งหมดของข้าตลอดหลายปีที่ผ่านมาก็ไม่สูญเปล่าแล้ว”

“ข้าจะกลับแล้ว เจ้าไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับบรรพบุรุษเผ่าวิญญาณขุนเขาอีกต่อไป เขาทำลายรากฐานการบ่มเพาะพลังของเจ้า ข้าจะทำให้เขาต้องชดใช้หนี้นี้อย่างแน่นอน”ดวงตาของ หลินจิ่วเฟิง ได้กลายเป็นเย็นชา

หลินเทียนหยวน ยืนกรานที่จะลุกขึ้นยืนเพื่อส่ง หลินจิ่วเฟิง ออกไป แต่เขาไม่สามารถยืนขึ้นได้เลย

ท้ายที่สุด จักรพรรดินี ก็ไปส่ง หลินจิ่วเฟิง ออกจากพระราชวังในนามของ หลินเทียนหยวน

หลินจิ่วเฟิง ได้ลอยขึ้นไปบนฟ้าและหายตัวไปในที่สุด

จักรพรรดินีกลับมาที่ตำหนักด้วยความสงสัย

นางมองไปที่ หลินเทียนหยวน และกล่าวถามอย่างไม่แน่ใจ“คน ๆ นั้นคือท่านลุงของพระองค์หรือเพคะ?”

หลินเทียนหยวน ได้พยักหน้า เขาได้พิงขอบเตียงและส่งสัญญาณให้จักรพรรดินีนั่งลง

นางได้นั่งลงอย่างเชื่อฟัง

“ภรรยาข้า ข้าทำให้เจ้าต้องผิดหวังมาตลอดหลายปีนี้”หลินเทียนหยวนได้ถอนหายใจออกมา

“ฝ่าบาท พระองค์ตรัสอะไรแบบนั้น หม่อมฉันแต่งงานกับพระองค์ตอนอายุ 16 ปี ปัจจุบันหม่อมฉันอายุแค่ 30 เพียงเท่านั้น อีกทั้งยังได้เป็นมารดาแผ่นดินราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา หม่อมฉันได้ดูแลวังหลังและสิ่งที่พระองค์ประทานให้ก็คือเกียรติยศของตระกูลที่ถูกส่งต่อไปอีก 10 ชั่วอายุคน พระองค์ไม่ได้ทำให้หม่อมฉันผิดหวังเลยเพคะ”จักรพรรดินีได้คว้าข้อมือใหญ่ของ หลินเทียนหยวน และตอบกลับ

หลินเทียนหยวน มองไปที่ จักรพรรดินี ที่กำลังยิ้มและจับมือเขาแน่น

ไม่จำเป็นจะต้องมีคำพูดใด ๆ พวกเขาทั้งสองก็เข้าใจกัน

เมื่อคิดอย่างรอบคอบแล้ว หลินเทียนหยวน ก็คิดว่าเขาเคยเป็นตัวสารเลวบัดซบแค่ไหน

โชคีที่สวรรค์ยังประทานเวลาชีวิตให้เขาอีก 40 ปี

“ภรรยาข้า...คนผู้นั้นคือผู้ปกครองราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาที่แท้จริงแล้วยังเป็นท่านลุงของข้าด้วย”

เขาได้บอกจักรพรรดินีเกี่ยวกับความลับสำคัญที่สุดของเขา

ในราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาทั้งหมด-มีเพียงสองคนเท่านั้นที่รู้ตัวตนของ หลินจิ่วเฟิง

หนึ่งคือจักรพรรดิหมิง-หลินเทียนหยวน

สองคือต้าชุน

ต้าชุนเป็นคนที่เรียบง่ายและซื่อสัตย์ เขารู้เพียงแค่ว่า หลินจิ่วเฟิง แข็งแกร่งมาก และ อีกฝ่ายน่าจะคาดเดาได้ไม่ยากว่า หลินจิ่วเฟิง คือเทพมนุษย์ ที่ทุกคนกล่าวขานถึง ผู้ที่อาศัยอย่างสันโดษภายในเมืองหลวงของราชวงศ์…

เพียงแต่เขาก็รู้ไม่มากเท่ากับ หลินเทียนหยวน

หลินเทียนหยวน เป็นคนที่รู้จัก ‘ภูมิหลังทั้งหมด’ ของหลินจิ่วเฟิง

เพราะท้ายที่สุดแล้วพวกเขาก็อาศัยอยู่ด้วยกันตลอดระยะเวลา 10 ปี

นี่คือไพ่ตายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา

ก่อนหน้านี้เขาไม่กล้าบอกใคร

แต่วันนี้เขาได้ริเริ่มที่จะบอกจักรพรรดินีเกี่ยวกับเรื่องราวทั้งหมด

หัวใจของเขาได้ยอมรับตัวตนของจักรพรรดินีโดยสมบูรณ์

“ท่านลุง?”จักรพรรดินีมองไปที่หลินเทียนหยวนด้วยความประหลาดใจ“ท่านลุงที่เป็นสายเลือดเดียวกันกับพระองค์หรือเพคะ?”

หลินเทียนหยวนได้พยักหน้า

เขารู้สึกภูมิใจมาก“ถ้าพวกเราไม่มีความเกีย่วข้องทางสายเลือดกัน ใครเล่าจะมาช่วยข้าแบบนี้ และทุกครั้งที่ข้าทำผิดก็เป็นเขาที่คอยช่วยแก้ไขปัญหาให้”

“หม่อมฉันแต่งงานกับฝ่าบาทมานานกว่า 10 ปีแล้ว หม่อมฉันเชื่อว่าตนเองเคยพบญาติของฝ่าบาททุกคนมาก่อน”จักรพรรดินีได้ครุ่นคิด แต่นางก็ยังสับสน

“ลองคิดให้ดี”หลินเทียนหยวน ตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

จักรพรรดินีได้คิดอย่างรอบคอบ

“ฝ่าบาท หม่อมฉันได้นึกถึงรายชื่อเชื้อพระวงศ์ตลอดหลายปีที่ผ่านมา แต่หม่อมฉันก็ยังไม่สามารถคาดเดาตัวตนของเขาได้ ฝ่าบาทโปรดบอกหม่อมฉันหน่อยเพคะ”จักรพรรดินีได้กล่าวถามอย่างใจเย็น

“เจ้าจำตอนที่เสด็จปู่ของข้าทรงแต่งตั้งองค์รัชทายาทคนใหม่ในตอนนั้นได้หรือไม่?”หลินเทียนหยวนได้กล่าวถาม

“หม่อมฉันเคยได้ยินมา…”

“พระบิดาจักรพรรดิได้ปราบปรามกลุ่มองค์ชายในเวลานั้นและได้คัดเลือกให้เป็นองค์รัชทายาทคนต่อไป”จักรพรรดินีได้พยักหน้า

“แล้วเจ้ารู้หรือไม่ว่าองค์รัชทายาทคนก่อนหน้าเสด็จพ่อของข้าเป็นใคร?”

หลินเทียนหยวนได้กล่าวถาม

“หม่อมฉันไม่แน่ใจ ตอนนั้นหม่อมฉันเพิ่งเกิดและยังเด็กมาก”จักรพรรดินีได้สั่นศีรษะ

หลินเทียนหยวน อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจ

เขาช่างไร้หัวคิดจริง ๆ

เห็นได้ชัดว่าเขาจัดการอดีตองค์ชายเหล่านั้นไปหมดแล้วทำให้ไม่มีใครที่จะรู้จัก หลินจิ่วเฟิง ในปัจจุบัน

แม้แต่จักรพรรดินีในปัจจุบันก็ยังไม่รู้

“ก่อนหน้าเสด็จพ่อของข้าจะขึ้นเป็นองค์รัชทายาท-องค์รัชทายาทคนก่อนก็คือเสด็จลุงของข้า-เป็นพระญาติที่มีสายเลือดเดียวกัน เขาเกิดมาจากมารดาคนเดียวกันกับเสด็จพ่อของข้า”

“เพียงแต่เพราะเขาทำผิดพลาดครั้งใหญ่ในตอนนั้นทำให้ถูกปลดออกจากตำแหน่งองค์รัชทายาทและถูกเนรเทศไปยังตำหนักเย็น จากนั้น เสด็จพ่อของข้าก็ได้กลายเป็นองค์รัชทายาทคนต่อไปและสืบบัลลังก์”

หลินเทียนหยวนได้อธิบายอย่างช้า ๆ

แสงวาบได้ไหลผ่านดวงตาของจักรพรรดินีอย่างต่อเนื่องเมื่อนางได้ยินคำพูดของเขา

นางรู้สึกประหลาดใจจริง ๆ

“ภรรยาข้า เจ้าต้องจำสิ่งนี้ให้ดี คราวหน้าหากข้าไม่อยู่แล้วและเจ้าเผชิญหน้ากับบางสิ่งบางอย่างที่อาจนำมาซึ่งภัยอันตรายต่อราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา…”

“ให้รีบไปที่ตำหนักเย็นและร้องขอให้ท่านลุงช่วย นี่คือไพ่ใบสำคัญที่ข้าเตรียมไว้ให้เจ้าและบุตรชายของเรา”หลินเทียนหยวน ได้ตอบกลับ

“หม่อมฉันจะจำให้ขึ้นใจเพคะ!”จักรพรรดินีได้พยักหน้าอย่างเคร่งขรึม

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 53 ไพ่ใบสำคัญของจักรพรรดินี

คัดลอกลิงก์แล้ว