เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 39 ไปเยือนเจียงหนาน

80Y-ตอนที่ 39 ไปเยือนเจียงหนาน

80Y-ตอนที่ 39 ไปเยือนเจียงหนาน


หลินเทียนหยวน ได้นำภาพวาดทั้งสองกลับไปที่พระราชวังต้องห้าม

เขาได้นำภาพวาดทั้งสองเข้าร่วมการประชุมหารือในทันที

ภาพวาดทั้งสองถูกพับเก็บอย่างดี แม้ว่า หลินเทียนหยวน จะไม่เชื่อว่าภาพวาดทั้งสองนี้สามารถแก้ไขปัญหาที่เขาเผชิญหน้ากับนิกายพุทธได้แต่เขาก็ไม่กล้าเปิดมัน

เขายังคงเชื่อฟัง หลินจิ่วเฟิง

หลินเทียนหยวน ได้คิดอยู่ครู่นึงก่อนที่จะสั่งการ

“เรียก ฉางซาน และ เป่ยไห่ มาที่นี่”

ขันทีรีบออกไปตามพวกเขา

ฉางซาน และ เป่ยไห่ เป็นพี่น้องกัน

พวกเขาทั้งสองเป็นผู้บ่มเพาะพลังที่ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด อย่างไรก็ตามพวกเขามีพรสวรรค์มาก

ขณะที่พลังงานทางโลกเริ่มฟื้นคืน พวกเขาก็ทะลวงขั้นปราชญ์การต่อสู้ได้สำเร็จ

หลังจากผ่านเหตุการณืกบฏของลอร์ดไท่ปิง หลินเทียนหยวน ก็รู้สึกได้วิกฤติเขาเริ่มรับสมัครผู้ฝึกยุทธ์ที่ไม่เกี่ยวข้องเหล่านี้

ทั้งสองได้ตกลงและทำงานให้กับหลินเทียนหยวน

หลินเทียนหยวน ได้จัดเตรียมทรัพยากรบ่มเพาะพลังจำนวนมากให้แก่พวกเขา และ พวกเขาก็เห็นชอบด้วย

ดังนั้นไม่นานชายชราทั้งสองคนก็เดินเข้ามา

แต่ละคนได้ป้องมือคำนับ“ถวายบังคมฝ่าบาท!”

“ข้าหวังว่าพวกท่านทั้งสองจะสามารถเดินทางไปยังเจียงหนานได้”หลินเทียนหยวนได้ตอบกลับ

ฉางซาน และ เป่ยไห่ ได้มองหน้ากัน พวกเขาไม่เต็มใจที่จะปฏิบัติตามคำสั่งนี้

“ฝ่าบาท ไม่ใช่ว่าพวกเราไม่เต็มใจ เพียงแต่ วัดเส้าหลิน และ วัดซวนคง กล้าแกร่งมาก แม้ว่าเราสองพี่น้องจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้ แต่ก็อยู่ในช่วง ตระหนักรู้ในชีวิต เท่านั้น…”

“เราไม่มีอำนาจเพียงพอที่จะต่อต้านนิกายใหญ่ทั้งสองที่ก่อตั้งมานานนับพันปี”ฉางซาน ได้อธิบายอย่างขมขื่น

เขาไม่ต้องการไปยังเจียงหนาน

มีใครไม่รู้บ้างว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างนิกายพุทธกับจักรพรรดิหมิงแห่งราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา?

การขอให้พวกเขาไปยังพื้นที่เจียงหนานในเวลานี้ก็เท่ากับการส่งพวกเขาไปสู่ความตาย ไม่ใช่เหรอ?

พวกเขาได้ใช้ชีวิตอย่างสะดวกสบายภายใต้ หลินเทียนหยวน ก็จริง และ เต็มใจที่จะทำภารกิจเสี่ยงอันตรายบางอย่างให้กับเขา

แต่ความแตกต่างนี้ก็มีเส้นแบ่งระหว่างอันตรายกับความตายบางอย่าง

หลินเทียนหยวน รู้ว่าชายชราทั้งสองนี้คิดอะไรอยู่

ดังนั้นเขาจึงตอบกลับ“ข้าไม่ได้ส่งพวกท่านไปจัดการกับสองมหาอำนาจเหล่านี้ เพียงแต่ให้พวกท่านไปประกาศราชโองการของจักรพรรดิ ให้พวกเขาได้รับรู้ ทางที่ดีให้พวกเขายอมจำนนโดยไม่ต้องต่อสู้กันจะดีที่สุด”

ฉางซาน และ เป่ยไห่ รู้สึกไม่เชื่อในสิ่งที่ตนเองได้ยิน

ให้นิกายพุทธยอมรับราชโองการ โดยไม่ต้องต่อสู้?

แล้วถ้าพวกเขาไม่เห็นด้วยล่ะ?

เป่ยไห่ เป็นชายชราร่างอ้วนท้วน

เขาเป็นคนตรงไปตรงมาและอดไม่ได้ที่จะกล่าวถาม“แล้วถ้า...พวกเขาไม่เห็นด้วยล่ะ?”

หลินเทียนหยวน ได้หยิบภาพวาดทั้งสองที่ หลินจิ่วเฟิง ได้มอบให้และพูดขึ้น“หนึ่งภาพสำหรับพวกท่านแต่ละคน ถ้าพวกเขาไม่เห็นด้วย ก็ให้คลี่ภาพวาดออกมา”

ฉางซาน และ เป่ยไห่ ได้มองไปที่ ม้วนภาพวาดในมือของ หลินเทียนหยวน ด้วยใบหน้าที่สงสัย

นี่คืออะไร?

ภาพวาดทั้งสองเพียงพอที่จะจัดการ สองมหานิกายที่เผยแพร่หลักคำสอนมาตลอดนับพันปีหรือไม่?

พวกเขาได้แสดงท่าทีเหมือนกับ หลินเทียนหยวน-ไม่เชื่อในม้วนภาพเหล่านี้

ดังนั้นพวกเขาคิดว่าจะปฏิเสธในเรื่องนี้

“ภาพวาดทั้งสองถูกวาโดยผู้อาวุโสลึกลับในเมืองหลวง”

เมื่อเห็นว่าทั้งสองกำลังจะปฏิเสธ หลินเทียนหยวน ได้บอกความจริงกับพวกเขา

ฉางซาน และ เป่ยไห่ ได้มองไปที่ หลินเทียนหยวน ด้วยความประหลาดใจ

“ผู้อาวุโสเมื่อ 10 ปีก่อนนั่นนะเหรอ?”ฉางซาน กล่าวถามด้วยความตื่นเต้น

เมื่อ 10 ปีที่แล้ว ในขณะที่โลกกำลังอยู่ท่ามกลางการฟื้นตัว ทั้งฉานซาน และ เป่ยไห่ ต่างก็ไม่ใช่ ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้ในเวลานั้น

แต่พวกเขาก็ได้ยินเกี่ยวกับผู้อาวุโสที่น่าสะพรึงกลัวในเมืองหลวงที่สามารถสังหารปราชญ์การต่อสู้ทั้ง 9 ได้ด้วยปราณกระบี่เพียงครั้งเดียว

กว่า 10 ปีได้ผ่านไปนับจากนั้น

ทั้งสองคนได้กลายเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้ และ อยู่ในช่วงตระหนักรู้ในชีวิต

แล้ว ผู้อาวุโสลึกลับคนนั้นจะมีความแข็งแกร่งขนาดไหนกันในตอนนี้?

ฉางซานรีบกล่าวอย่างตื่นเต้น“ผู้อาวุโสคนนั้นพูดแบบนี้ออกมาจริงงั้นหรือ?”

“ถูกต้อง ข้าได้ไปปรึกษาเขาเกี่ยวกับวิธีจัดการปัญหาในเจียงหนาน และเขาได้บอกว่านี่คือทั้งหมดที่ข้าต้องทำ ดังนั้นนี่คือเหตุผลที่ข้าขอให้พวกท่านไป”หลินเทียนหยวน ได้บอกความจริงกับพวกเขา

ถ้าเขาไม่พูดความจริง ก็คงไม่มีใครโง่พอที่จะไป

บางทีพวกเขาคงจะไม่สามารถเข้าหน้าประตูของวัดเส้าหลินและวัดซวนคงได้ด้วยซ้ำ

ฉางซาน และ เป่ยไห่ ได้มองหน้ากันก่อนที่จะพยักหน้าอย่างเข้าใจ

“ฝ่าบาท พวกเรายอมรับงานนี้”ฉางซาน ได้ตอบกลับ

หลินเทียนหยวน ได้พยักหน้าอย่างเร่งรีบ“ไม่ต้องกังวล ข้าจะประกาศให้โลกหล้าได้รู้ว่า เจ้าจะเดินทางไปยังเจียงหนานพร้อมกับราชโองการของจักรพรรดิ”

“ขอบพระทัยฝ่าบาท”

ฉางซาน และ เป่ยไห่ ได้พยักหน้าอย่างเห็นด้วย

การแจ้งให้โลกหล้าได้รู้ก็เท่ากับเป็นการรับประกันความปลอดภัยของพวกเขาเพิ่มเติม

“นอกจากนี้ อย่าได้เปิดภาพวาดทั้งสองนี้ก่อนถึงเวลาอันเหมาะสม ไม่งั้นชีวิตจะหาไม่ จำไว้เรื่องนี้สำคัญมาก”หลินเทียนหยวน ได้เตือนพวกเขา

นี่เป็นคำเตือนจาก หลินจิ่วเฟิง ที่มีต่อเขา

สีหน้าของทั้งสองได้เปลี่ยนไปในทันที

“ฝ่าบาทโปรดวางพระทัย พวกเราสัญญาว่าจะทำภารกิจนี้ให้สำเร็จ”ทั้งสองได้กล่าวพร้อมกัน

“ข้าจะร่างราชโองการในตอนนี้ ให้พวกท่านแต่ละคนไปที่นิกายพุทธคนละแห่ง”

หลินเทียนหยวน ต้องการเขียนราชโองการขึ้นมา

เขาได้ครุ่นคิดอยู่ครู่นึงก่อนที่จะสบัดแขนเสื้อ และ เขียนราชโองการที่มีความนัยเกี่ยวกับความคิดของเขา

“เอาล่ะเดินทางไปยังเจียงหนานทันที ข้าจะประกาศให้ทั่วโลกได้รับรู้ในเรื่องนี้”

ฉางซาน และ เป่ยไห่ ได้ก้มศีรษะและถอยกลับ พวกเขาได้รับราชโองการมาพร้อมกับภาพวาดของ หลินจิ่วเฟิง ก่อนที่จะมุ่งหน้าไปยังเจียงหนาน

ก่อนที่พวกเขาจะออกจากเมืองหลวง ทางราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาได้เผยเรื่องนี้ออกมา

จักรพรรดิหมิง-หลินเทียนหยวน ได้เขียนราชโองการขึ้นสองฉบับ

พวกมันได้ถูกแบ่งออกไปโดยปราชญ์การต่อสู้ทั้ง 2 ที่กำลังมุ่งหน้าไปยังวัดเส้าหลินและวัดซวนคงในเจียงหนาน

ทั่วทั้งโลกกำลังรอการโต้กลับของ หลินเทียนหยวน-รอการโต้กลับของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

เมื่อข่าวนี้แพร่กระจายออกไป ทั่วทั้งโลกก็ราวกับเกิดไฟป่าลุกลาม

มันได้แพร่กระจายไปยัง เจียงหนานอย่างรวดเร็ว กระทั่งเร็วกว่าการเดินทางของ ฉางซาน และ เป่ยไห่

พวกเขาคือปราชญ์การต่อสู้จึงสามารถเคลื่อนที่ได้รวดเร็วมาก

แต่ก่อนที่พวกเขาจะไปถึงเจียงหนาน ข่าวก็ได้แพร่กระจายไปทั่วเจียงหนานแล้ว

ทั้งวัดเส้าหลินและวัดซวนคงต่างก็ได้รับข่าว

แต่พวกเขาก็ยังนิ่งเงียบโดยไม่รับรู้อะไรเลย

กระทั่งไม่แสดงความคิดเห็นใด ๆ

พวกเขาได้สร้างวัดของตนเองและไม่มีใครภายใต้บัญชาการของพวกเขาให้มีคำสั่งรื้อถอนวัดเหล่านั้น

ตรงกันข้ามกับวัดเส้าหลิน ผู้คนจากวัดซวนคง ต่างยินดีกับข่าวนี้

“มาเลย รีบมาที่ วัดซวนคง ของข้า จะได้จัดการปัญหาในคราวเดียว พวกเราจะต้อนรับผู้ส่งสารทั้งสองคนนี้เป็นอย่างดี”

นี่เป็นภัยคุกคามที่โจ่งแจ้ง

วัดซวนคงยังคงหยิ่งยโสเหมือนเดิม

นักบวชของพวกเขาทั้งเย่อหยิ่งและจองหอง

พวกเขาล้วนเป็นกันแบบนี้ทั้งหมด

2 วันต่อมา  ฉางซาน และ เป่ยไห่ ได้มาถึง เจียงหนาน

ในเวลาเพียงสองวัน ข่าวลือได้แพร่กระจายไปทั่ว เจียงหนาน

ทายาทนับไม่ถ้วนของเหล่านิกายที่มีอำนาจ และ แม้แต่ทายาทขุนนางชั้นสูง ตลอดจนผู้บ่มเพาะพลังที่โดดเด่นซึ่งไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด ก็ได้มารวมตัวกันที่วัดเส้าหลินและวัดซวนคง

พวกเขาต้องการทราบว่า สองนิกายชาวพุทธจะจัดการกับผู้ส่งสารของจักรพรรดิหมิงอย่างไร และ พวกเขาจะปฏิบัติอย่างไรเมื่อราชโองการของจักรพรรดิมาถึง

ฝูงชนต่างลุกพล่านและดูมีชีวิตชีวามากขึ้น

ทุกคนต่างก็รอคอยการมาถึงของฉางซานและเป่ยไห่

ชายชราทั้งสองรู้สึกตกใจ

“สถานการณ์ดูเหมือนจะทวีคูณความรุนแรงมากขึ้น”ฉานซาน รู้สึกไม่สบายใจ

“เจ้ากลัว?”

“อย่าลืมว่าเรามีภาพวาดจากผู้อาวุโสลึกลับคนนั้น ข้าเชื่อว่ามันสามารถจัดการพวกเขาได้”เป่ยไห่ เชื่อใจในตัว หลินจิ่วเฟิง

มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย สำหรับ หลินจิ่วเฟิง ที่จะได้รับความไว้วางใจจากเขาทั้งที่ไม่เคยพบพานกันมาก่อน

“ข้าก็เชื่อในตัวเขาเช่นเดียวกัน ในเมื่อเรามาที่นี่แล้ว ก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องหนี”

ฉางซาน ได้สูดลมหายใจเข้าลึกและกล่าวถาม“เจ้าจะไปที่ไหน?”

เป่ยไห่ ได้ยื่นมือออกมาและกล่าวพูดอย่างหนักแน่น“ข้าจะไปที่วัดเส้าหลิน!”

“เช่นนั้นข้าจะไปที่่ วัดซวนคง พวกเราแยกกัน!”

ฉางซาน ได้กำหมัดแน่นและกล่าวอำลา

“ดูแลตัวเองด้วย!”เป่ยไห่ ได้กล่าวอย่างเคร่งขรึม

“พวกเรามีภาพวาดของผู้อาวุโส มันย่อมไม่เป็นอะไร”ฉางซาน ได้ยิ้มและตอบกลับอย่างมั่นใจ

พวกเขาได้แยกย้ายกันไปยังสถานที่ต่าง ๆ ไม่นานทั้งสองก็มาถึงเชิงเขาที่เป็นที่ตั้งของวัดทั้งสองในเวลาเดียวกัน

ผู้คนนับไม่ถ้วนต่างได้เห็นการมาถึงของพวกเขา ทุกสายตาได้จับจ้องมองไปที่พวกเขา

ประตูวัดเส้าหลินและวัดซวนคงยังคงเปิดอ้าอยู่ ดูเหมือนว่าทั้งสองคนจะเดินผ่านเข้าไปได้

ฉางซาน และ เป่ยไห่ ได้นำราชโองการในมือ พร้อมกับภาพวาดของหลินจิ่วเฟิง ที่อยู่ในเสื้อของพวกเขา เดินก้าวขึ้นไปบนบันไดด้วยความมั่นใจ

เมืองหลวง ตำหนักเย็น!

หลินจิ่วเฟิง ยังคงนอนอยู่บนเตียงหยกน้ำแข็ง

เขาได้หลับตาลงและทำให้จิตใจสงบ

“เจ้าทะลวงขั้นเทพมนุษย์แล้วงั้นหรือไม่?”เจ้าแมวขาวกล่าวถามด้วยความสงสัย

นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เจ้าแมวขาวถามคำถามนี้กับ หลินจิ่วเฟิง ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา

เพียงแต่ หลินจิ่วเฟิง ไม่เคยตอบมันโดยตรง

อย่างไรก็ตามเจ้าแมวขาวค่อนข้างอดทน

“เจ้าจะได้รู้ในอีกสองวัน”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับ

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 39 ไปเยือนเจียงหนาน

คัดลอกลิงก์แล้ว