เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 35 รอสายฝน

80Y-ตอนที่ 35 รอสายฝน

80Y-ตอนที่ 35 รอสายฝน


หลินจิ่วเฟิง ได้มองไปที่ หลินเทียนหยวน อย่างเฉยเมย

‘พูดในสิ่งที่ควรพูด’

‘อย่าได้พูดอะไรที่ไม่ควรพูด’

หลังจาก หลินเทียนหยวน แซวลุงของเขา เขาก็ตระหนักได้อย่างรวดเร็วว่าเขาทำอะไรลงไป ตอนนี้เขารู้สึกกังวลขึ้นในทันที“ท่านลุง สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์หยานที่ยิ่งใหญ่นี้แทบจะไม่ได้ละจากหน้าที่ของนางเลยตลอด 25 ปีที่ผ่านมาหลังจากที่นางกลับไป…”

“นางมีหน้าที่รับผิดชอบต่อการเสียสละในประเทศ”

“หลายคนบอกว่านางสามารถสื่อสารกับเหล่าทวยเทพได้”

“มีคนมากมายนับไม่ถ้วนที่บอกว่าตนเองสามารถสื่อสารกับเหล่าทวยเทพได้ แต่คนเหล่านั้นกลับมีความสามารถงั้นหรือไม่?”หลินจิ่วเฟิง  ได้ทำตัวเฉยเมย ภาพของสตรีศักดิ์สิทธิ์นางนี้ได้หายไปจากใจของเขาแล้ว เขาจำไม่ได้ด้วยซ้ำว่านางหน้าตาเป็นอย่างไร

เพราะท้ายที่สุด เขาก็ไม่เคยคิดถึงนางเลยแม้แต่ครั้งเดียวตลอด 25 ปีที่ผ่านมา

มันคงจะแปลกหากเขายังคงจำรูปร่างหน้าตาของนางได้

“ท่านลุง ท่านพูดผิดแล้ว จากข้อมูลที่ข้าได้รับ สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์หยานผู้ยิ่งใหญ่นี้นางมีความสามารถจริง ๆ”หลินเทียนหยวน ได้อธิบาย

“ความสามารถอะไร?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม

“สตรีศักดิ์สิทธิ์ผู้นี้ได้รับพรจากเหล่าทวยเทพในการให้ความตระหนักรู้แก่ผู้อื่น…”

“มีคนมากมายมาสวดอ้อนวอนด้วยความจริงใจ หลังจากได้รับการตระหนักรู้จากนางแล้ว พวกเขาก็กลายเป็นยอดฝีมือในเวลาต่อมา”

“ปราชญ์การต่อสู้บางคนได้ปรากฏตัวขึ้นก็เพราะความสามารถของนาง”

“คนเหล่านี้ได้กลายเป็นผู้พิทักษ์ที่อุทิศตนให้กับนาง ทำให้ ตอนนี้ ทางราชวงศ์หยานที่ยิ่งใหญ่ไม่สามารถดูแคลนได้”หลินเทียนหยวน ได้อธิบาย

“มอบการตระหนักรู้ให้ผู้คนจนตัดผ่านขั้นปราชญ์การต่อสู้?”

การแสดงออกของ หลินจิ่วเฟิง ค่อนข้าง แปลกๆ

“ถูกต้อง นี่คือข้อมูลที่ข้าได้รับมาจากระบบข่าวกรองของข้า ทุกอย่างมันเป็นเรื่องจริง”

หลินเทียนหยวน ได้พยักหน้า

“หากคิดจะสอนให้ผู้อื่นตัดผ่านเข้าสู่ขั้นปราชญ์การต่อสู้ได้ แน่นอนว่านางจะต้องมีรากฐานการบ่มเพาะพลังที่สูงกว่าขั้นปราชญ์การต่อสู้อย่างแน่นอน”

“แต่เท่าที่ข้าจำได้ตอนที่สตรีศักดิ์สิทธิ์ถูกจับเมื่อ 25 ปีก่อน นางไม่ได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นก่อกำเนิดเลยด้วยซ้ำอีกทั้งยังอ่อนแอมาก”

“จะบอกว่านางสามารถกลายเป็นยอดฝีมือที่น่าสะพรึงกลัวหลังจากผ่านไป 25 ปี?”

หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะเขาพบว่ามันยากที่จะเชื่อว่านี่เป็นความจริง

ถ้า หลินจิ่วเฟิง ถูกขอให้เป็นที่ปรึกษาให้กับใครบางคนในการตัดผ่านขั้นปราชญ์การต่อสู้ เขาก็สามารถทำได้โดยใช้ความพยายามเพียงแค่เล็กน้อย

แต่ทว่า ก็ทำได้แค่ช่วงแรกของขั้นปราชญ์การต่อสู้ ช่วงทำความเข้าใจเพียงเท่านั้น

ตอนนี้ หลินจิ่วเฟิง อยู่ในช่วงที่สองของขั้นปราชญ์การต่อสู้ การตระหนักรู้ในชีวิต

และเขาได้มาถึงจุดสูงสุดของช่วงที่สองนี้แล้ว

เขาไม่กล้าจะเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวในช่วงเวลา 5 ปีที่ผ่านมา แต่เป็นไปได้อย่างไรที่สตรีศักดิ์สิทธิ์แห่งราชวงศ์หยานที่ยิ่งใหญ่ สามารถเปรียบเทียบกับเขาในแง่ของความเร็วในการฝึกฝน?

หลินเทียนหยวน คิดว่า หลินจิ่วเฟิง ไม่เชื่อ อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้วางแผนจะอธิบายเพิ่มเติม“ข้าแค่อยากจะบอกท่านลุงเอาไว้ เพราะเห็นว่านางเคยมีความสัมพันธ์กับท่านมาก่อน”

“ถ้าท่านไม่เชื่อคำพูดของข้า ก็ไม่เป็นไร ข้าจะกลับไปจัดการงานราชกิจต่อ”

หลินจิ่วเฟิง ได้มองดูอีกฝ่ายจากไปโดยไม่พูดอะไร

สตรีศักดิ์สิทธิ์ มีความสัมพันธ์กับเขา?

“ครั้งนั้นจะเป็นครั้งสุดท้ายที่ข้าจะมีความเกี่ยวข้องกับนางตลอดชีวิตที่เหลืออยู่ของข้า”

หลินจิ่วเฟิง ได้พึมพัมออกมา

ด้วยลักษณะนิสัยของเขา เขาคิดจะฝึกฝนอยู่ในตำหนักเย็นตลอดไป และ มันไม่น่าจะเป็นไปได้ที่เขาจะออกไปพบกับสตรีศักดิ์สิทธิ์คนนี้

หลังจากที่ หลินเทียนหยวน จากไป เจ้าแมวขาวก็เดินเข้ามาหาอย่างช้า ๆ

มันได้กล่าวถาม หลินจิ่วเฟิง ผ่านการเขียน

“บอกข้าเกี่ยวกับสตรีศักดิ์สิทธิ์คนนี้”

“เอาเวลาไปฝึกลายมือที่แย่ยิ่งกว่าสุนัขคลานก่อนเถอะ”

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้สนใจมัน

เจ้าแมวขาวได้มองไปที่ หลินจิ่วเฟิง

มันรู้สึกอับอายอย่างมากและกระแทกอุ้งมือลงที่พื้นด้วยความโกรธ

หมายความว่าอย่างไรที่ว่าลายมือของมันแย่ยิ่งกว่าสุนัขคลาน?

ลองมองดูว่าลายมือของมันนั้นน่าเอ็นดูขนาดไหน

หลินเทียนหยวน ได้ยุ่งกับการเตรียมการรับมือกับนิกายพุทธ และ ทางราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาก็เช่นเดียวกัน

ในตำหนักเย็น หลินจิ่วเฟิง ได้อยู่ตรงกลางลานที่พัก เขากำลังทำความเข้าใจในช่วงที่สามของขั้นปราชญ์การต่อสู้ ‘ข้ามผ่าน’

เขากำลังสร้างความก้าวหน้า

‘ข้าต้องฝ่าฟันไปยังช่วงที่สามโดยเร็วที่สุด จากนั้นก็เริ่มพยายามทำความเข้าใจในช่วงที่ 4 ของขั้นปราชญ์การต่อสู้ เพราะเป้าหมายของข้าคือการก้าวไปสู่ขั้นเทพมนุษย์โดยเร็วที่สุด และ หวังว่าจะบรรลุจุดสูงสุดของการฝึกฝน…’

‘นี่คือเป้าหมายของข้า’หลินจิ่วเฟิง ได้ครุ่นคิดอย่างเงียบ ๆ

ถ้าไม่จำเป็นเขาก็ไม่คิดจะออกจากตำหนักเย็นเลย

เขามีอายุที่ยืนยาวอย่างน่าเหลือเชื่ออยู่แล้ว

เมื่อฤดูหนาวผ่านไป น้ำแข็งและหิมะในเดือนสิบสองก็ละลายในที่สุด

ฤดูใบไม้ผลิได้มาถึง โลกทั้งใบมีการเปลี่ยนแปลงขึ้นเล็กน้อย

ในตำหนักเย็น หลินจิ่วเฟิง ได้มองดูท้องฟ้ามาสองสามวันแล้ว

เขาได้ขมวดคิ้วแน่นทุกครั้งที่ทำอย่างนั้น

เขากลับไปยังพระราชวังใต้ดินและเคาะประตูด้วยนิ้วเท้าของเขา

หลังจากนั้นไม่นาน เจ้าแมวขาวก็เดินออกมาพร้อมกับมองไปที่ หลินจิ่วเฟิง ด้วยความประหลาดใจ

หลินจิ่วเฟิง ไม่เคยมาที่นี่เพื่อมองหามันมาก่อน

“เจ้ารู้สึกหรือไม่ว่าในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมามีบางสิ่งเกิดขึ้นกับโลกใบนี้”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม

เจ้าแมวขาวได้ครุ่นคิดอยู่ครู่นึงและเขียนตอบกลับด้วยความสงสัย“ข้าไม่เห็นจะรู้สึกอะไรเลย?”

หลินจิ่วเฟิง เหลือบมองไปที่คำนั้น

ลายมือยังคงน่าเกลียดเหมือนเดิม

เมื่อเห็นว่าแมวขาวไม่ได้สังเกตุเห็นความผิดปกติ หลินจิ่วเฟิง ก็หันหลังและกลับไปสังเกตุท้องฟ้าเหมือนเดิม

เมี๊ยว!

เจ้าแมวขาวได้ตะโกนร้องเรียกและเขียนคำสองสามคำขึ้นอย่างรวดเร็ว

“เจ้าพบอะไร?”

หลินจิ่วเฟิง ได้หยุดเดินเขาได้มองดูคำเหล่านั้นก่อนที่จะตอบกลับ“พลังงานทางโลกเริ่มไม่ค่อยเสถียรความเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นในช่วง 1-2 ชั่วยามก่อนรุ่งสาง”

“พลังงานทางโลกที่มีอยู่พวกเราสามารถดูดซับมันได้อย่างปกติเหมือนเดิม แต่มีพลังงานทางโลกมากมายบนท้องฟ้าที่ราวกับกำลังก่อตัวเป็นพายุขึ้นบ้างบน”

หลินจิ่วเฟิง ได้อธิบายสิ่งที่เขาสังเกตุเห็นให้กับเจ้าแมวขาวฟัง

ปราชญ์การต่อสู้ทั่วไปคงจะไม่สามารถสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้

มีเพียง หลินจิ่วเฟิง ที่นอนไม่หลับในตอนกลางคืน และมีดวงตาที่เฉียบคมพอที่จะมองเห็นฉากดังกล่าวในตอนกลางคืน

เจ้าแมวขาวก็มองขึ้นไปบนท้องฟ้าด้วยความสับสน

แต่มันก็ไม่ได้ค้นพบอะไร

แต่มันเชื่อในคำพูดของ หลินจิ่วเฟิง ดังนั้นมันจึงได้ตามเขาไปในขณะที่เขาเดินไปทั่วรอบตำหนักเย็นตั้งแต่เช้าจรดค่ำ

ทว่ามันก็ยังไม่ค้นพบอะไร

ในตอนกลางคืน เจ้าแมวขาวได้นอนอยู่บนกำแพงลานที่พัก ขณะที่ หลินจิ่วเฟิง ได้ยืนสังเกตุท้องฟ้า

รูปลักษณ์ภายใต้แสงจันทร์ของอีกฝ่ายยังคงเหมือนกับเมื่อ 25 ปีที่แล้ว

หลินจิ่วเฟิง ได้มองขึ้นไปบนท้องฟ้า

สูงขึ้นไปบนท้องฟ้าหลายพันเมตร

มีพายุพลังงานจำนวนมากปรากฏขึ้น

เจ้าแมวขาวไม่สามารถมองเห็นสิ่งเหล่านี้ได้

มันได้สังเกตุอย่างระวังแต่ก็ไม่พบอะไร

เมื่อ หลินจิ่วเฟิง มองขึ้นไปบนท้องฟ้า เขาก็นึกขึ้นได้ว่ามีบางอย่างในใจขณะที่เขา“ฝนในฤดูใบไม้ผลิยังไม่มาใช่หรือไม่?”

เจ้าแมวขาวมองไปที่ หลินจิ่วเฟิง ด้วยความประหลาดใจ

ทำไม จู่ ๆ เขาถึงพูดเรื่องนี้ขึ้นมา?

เจ้าแมวขาวไม่ใช่ชาวนา

ฝนฤดูใบไม้ผลิเกี่ยวข้องอะไรกับเขา?

หลินจิ่วเฟิง ได้พึมพัมออกมา“คืนนี้จะมีฝนตกหนักและส่งผลกระทบต่อโลกทั้งหมด”

เจ้าแมวขาวมองไปที่ หลินจิ่วเฟิง ด้วยความสงสัย

เขาไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูดเลยแม้แต่น้อย

หลินจิ่วเฟิง ได้หยุดพูดและกลับไปที่ห้องของเขา

เขาได้เปิดประตูและหน้าต่างขณะที่เขานอนอยู่บนเตียงหยกน้ำแข็ง

จากนั้นเขาก็รออย่างสบายใจ

ในวัดพุทธ มีนักบวชอาวุโส 7-8 คน ยืนล้อมรอบ นักบวชที่มีร่างชราและเหี่ยวเฉา

“พลังงานทางโลกกำลังจะฟื้นตัวกลับมาแล้วจริง ๆ คืนนี้จะมีฝนตกหนัก และ ฝนนี้จะเป็นสัญญาณของการมาถึงของยุคสมัยใหม่”นักบวชที่ชราภาพ ได้พึมพัมออกมา การหายใจของเขาลดลงอย่างมาก แต่ดวงตาของเขากลับดูสดใส

ดูเหมือนจะมีภาพจำนวนนับไม่ถ้วนแวบเข้ามาในดวงตาของเขา

“พระองค์ท่านมองเห็นอะไร?”นักบวชคนนึงได้กล่าวถาม

“วัดเส้าหลินกำลังจะประสบภัยพิบัติ อย่า-”ขณะที่นักบวชชราภาพกำลังกล่าวพูดด้วยความยากลำบาก แต่ก่อนที่เขาจะพูดจบ เขาก็หยุดหายใจและจากไปเสียก่อน

นักบวชคนอื่น ๆ ได้มองดู นักบวชชราที่ไร้ลมหายใจ จากนั้นพวกเขาก็มองหน้ากัน

“มารอดูกันว่าจะเกิดอะไรขึ้น พระองค์ท่านได้ทรงใช้ญาณชีพในการสอดแนมอนาคต และ เตือนพวกเราว่า วัดเส้าหลินกำลังจะประสบภัย”นักบวชผู้เที่ยงธรรมได้ตอบกลับ

“ถูกต้อง พระองค์ท่านตรัสเช่นนั้นก่อนจะสิ้นใจก็จริง แต่พวกเราไม่มีความจำเป็นจะต้องกลัว เส้าหลิน สามารถยืนหยัดอยู่ได้มานานนับพันปีเป็นเพราะความสามัคคีของพวกเรา”หัวหน้านักบวช ได้กล่าวพูดอย่างหนักแน่น

หลังจากนั้นพวกเขาก็เตรียมพิธีศพของพระองค์ท่านและรอฝนตกหนักที่กำลังจะมาถึง

ราชวงศ์หยานที่ยิ่งใหญ่

มันเป็นประเทศเล็ก ๆ ที่ตั้งอยู่ในเทือกเขาที่กว้างใหญ่และมีตำนานมากมายอยู่ล้อมรอบ ต่างจากที่ราบภาคกลางตรงที่มันมีบรรยากาศแปลกใหม่

วิหารศักดิ์สิทธิ์!

นี่เป็นวิหารที่มีความสำคัญสูงสุดของราชวงศ์หยานที่ยิ่งใหญ่ เหล่าประชาชน ได้เรียกขานที่นี่เป็นวิหารศักดิ์สิทธิ์ เพราะมันเป็นที่พำนักของสตรีศักดิ์สิทธิ์ที่สามารถสื่อสารกับเหล่าทวยเทพได้

ในห้องโถงใหญ่ของวิหารศักดิ์สิทธิ์ มีเพียงสตรีคนเดียงที่อาศัยอยู่ข้างใน นางสวมชุดสีแดงได้แว่งไปมาได้ง่าย ผนวกกับใบหน้าที่สวยงามของนางค่อนข้างให้ความรู้สึกที่แปลกใหม่อย่างมาก ทุกการเคลื่อนไหวของนางช่างดูน่าหลงใหล

อย่างไรก็ตาม นางก็ไม่ได้ทำอะไรไร้สาระดังกล่าว

เสน่ห์ที่น่าดึงดูดเหล่านี้ล้วนมาจากการเคลื่อนไหวตามธรรมชาติของนางเอง และ สิ่งนี้เองที่ทำให้ บุรุษนับไม่ถ้วนต่างตกหลุมรักนาง

แต่ทว่าหลังจากนางกลับมาเมื่อ 25 ปีก่อนก็ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้นางเลย

คืนนี้นางได้มองดูท้องฟ้าและพึมพัมออกมา

“โลกกำลังจะเกิดการเปลี่ยนแปลงขึ้นอีกครั้ง โอกาสของข้าใกล้จะมาถึงแล้ว”

นางกำลังเฝ้ารอฝนแห่งยุคสมัยใหม่ที่กำลังจะมาถึง

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 35 รอสายฝน

คัดลอกลิงก์แล้ว