เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 32 เพื่อนบ้าน

80Y-ตอนที่ 32 เพื่อนบ้าน

80Y-ตอนที่ 32 เพื่อนบ้าน


หลินจิ่วเฟิง ได้ออกจากตำหนักเย็นพร้อมกับแมวขาวตัวน้อยและมุ่งหน้าไปที่ห้องสมุดของราชวงศ์

หนังสือทุกประเภทที่ทางราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวารวบรวมมาหลายปีได้ถูกเก็บเอาไว้ที่นี่

การรักษาความปลอดภัยค่อนข้างแน่นหนา

หากใครคิดจะผ่านไปก็ต้องถูกตรวจสอบโดยละเอียด

เพียงแต่ หลินจิ่วเฟิง ได้เดินผ่านการรักษาความปลอดภัยเข้าไปได้อย่างง่ายดาย

ไม่มีใครค้นพบเขา

แม้ว่า หลินจิ่วเฟิง จะเดินต่อหน้าทหารองค์รักษ์ส่วนพระองค์ แต่พวกเขาก็ไม่สามารถค้นพบตัวเขาได้

ถูกแล้ว อีกฝ่ายไม่รู้การมาถึงของเขาแม้แต่น้อย

เมื่อเขาสู่ช่วงตระหนักรู้ในชีวิต หลินจิ่วเฟิง ก็มีความก้าวหน้าอย่างแท้จริงในทุกด้าน ถ้าเขาไม่ต้องการให้ตัวเองถูกค้นพบ ก็ยากที่คนทั่วไปจะมองหาเขาเจอ

เจ้าแมวขาว ได้ติดตาม หลินจิ่วเฟิง มันค่อนข้างอยากรู้อยากเห็น

เหตุใดคนเหล่านี้ทั้งหมดถึงไม่สังเกตุเห็นเขา?

อย่างไรก็ตาม หลินจิ่วเฟิง ขี้เกียจเกินกว่าจะอธิบาย

เขาเดินเข้าไปในห้องสมุดที่เก็บหนังสือโบราณและบันทึกเกี่ยวกับนิกายปีศาจพร้อมกับแมวขาวตัวน้อย

“ข้าจะเริ่มหาข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งที่เรียกว่า ‘จอมมาร’”

หลินจิ่วเฟิง ได้เริ่มอ่านหนังสือแต่ละเล่มจากหมวดหมู่ที่เขาต้องการ

ความเร็วในการอ่านของเขาสูงมาก ดูเหมือนว่าเขาจะแค่เปิดผ่านหน้าหนังสือเท่านั้น แต่เขาก็เข้าใจเนื้อหาทั้งหมดได้ในคราวเดียว

ขณะที่เขาอ่านหนังสือทีละเล่ม หลินจิ่วเฟิง ก็ค้นพบ หัวข้อที่เขามองหา ‘จอมมาร’

ประมุขนิกายปีศาจเมื่อ 1,500 ปีก่อนมีสมญานามว่า ‘จอมมาร’

แต่เขาก็มีชื่อเรียกอื่นด้วย

จอมมารคนสุดท้าย!

ตำแหน่งนี้หมายความว่าหลังจากเขา-จะไม่มีเทพมนุษย์อีกต่อไปเมื่อพิจารณาจากพลังงานทางโลกที่ค่อย ๆ ลดลง

จอมมารเป็นหนึ่งในเทพมนุษย์คนสุดท้ายของยุคนั้น

หลังจากที่พวกเขาตาย แม้แต่ปราชญ์การต่อสู้ก็ได้หายไป

ปราชญ์การต่อสู้ได้ปรากฏตัวขึ้นในช่วงทศวรรษที่ผ่านหรือหรือสองทศวรรษที่ผ่านมา

นี่หมายความว่าพลังงานทางโลกกำลังฟื้นตัวขึ้นอย่างช้า ๆ

แต่มันก็ยังยากที่ เทพมนุษย์ จะปรากฏตัวขึ้นอีกครั้ง

เพราะอัตราการฟื้นฟูพลังของพลังงานทางโลกในปัจจุบันช้าเกินไป

เมี้ยว!

เจ้าแมวขาวได้ร้องเรียก มันได้กระโดดขึ้นไปบนไหล่ของ หลินจิ่วเฟิง และ อ่านหนังสืออย่างกระตือรือร้น

ดูเหมือนว่ามันจะเข้าใจเนื้อหาภายในหนังสือนี้

หนังสือเล่มนี้ได้บันทึกวีรกรรมของจอมมารคนสุดท้ายเอาไว้

“จอมมารได้สร้างพระราชวังใต้ดินขึ้นเมื่อไหร่?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถาม

พื้นที่ใต้ดินลึกมีพลังงานเชิงลบอย่างมาก มันจะต้องมีความหมายสำคัญบางประการที่ทำให้ จอมมารฝังพระราชวังใต้ดินไว้ที่นั่น

เจ้าแมวขาวได้ใช้เล็บของมันเขียนบนตัวของ หลินจิ่วเฟิง ทีละจังหวะ

“1,000 ปีก่อน!”เจ้าแมวขาวได้เขียนคำเหล่านี้

“นั่นแสดงว่าเจ้ามีชีวิตอยู่มาแล้วนับ 1,000 ปีหรือไม่?”หลินจิ่วเฟิงกล่าวถามด้วยความประหลาดใจ

“ข้ากินโอสถพวกนั้นไปเยอะมาก บางทีก็เป็นโอกาสล้ำค่าที่จอมมารทิ้งเอาไว้ ด้วยความช่วยเหลือจากพวกมันทำให้ข้าสามารถมีชีวิตอยู่ได้อย่างยืนยาว”เจ้าแมวขาวได้ตอบกลับ

“ปรากฏว่าเจ้ามีอายุมากกว่า 1,000 ปี ดูเหมือนว่าเจ้าจะแก่กว่าข้ามาก”

หลินจิ่วเฟิง อดไม่ได้ที่จะแสดงความคิดเห็น

เจ้าแมวขาวได้หรี่ตาลง มันจ้องมองไปที่ หลินจิ่วเฟิง ขณะที่มันยกอุ้งเท้าของมันขึ้น

แม้ว่ามันจะมีอายุมากกว่า 1,000 ปี แต่มันก็อาศัยอยู่ในพระราชวังใต้ดินมาโดยตลอด

มันค่อนข้างขาดสามัญสำนึก

“เจ้าได้เห็นวาระสุดท้ายของจอมมารใช่หรือไม่?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถามอย่างใจเย็น

เจ้าแมวขาวได้พยักหน้า

“เมื่อ 1,000 ปีก่อนเจ้าไม่เคยไปจากที่นั่นเลยงั้นเหรอ?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถามต่อไป

“ไม่เคย ตั้งแต่ข้าได้เริ่มกินโอสถยืดชีวิตเหล่านั้นในตอนแรกข้าก็ตกอยู่ในสภาวะหลับไหลเป็นเวลานาน…”

“เมื่อข้าได้ตื่นขึ้น ข้าก็ค้นพบว่ามีใครบางคนอยู่ที่ทางเข้าพระราชวังใต้ดิน และ กำลังศึกษาวิธีการแกะรูปแบบอาคมอยู่”เจ้าแมวขาวได้เขียนบนร่างของ หลินจิ่วเฟิง

“มันน่าจะเป็นช่วง 7-8 ร้อยปีก่อน ที่เป็นยุคทองของนิกายซากศพ ในช่วงเวลาที่เจ้าหลับใหลประมาณ 2-3 ร้อยปี ดั้งนั้นร่างของจอมมารจึงหายไปในช่วงเวลานั้น”หลินจิ่วเฟิง ได้อนุมาน

เจ้าแมวขาวได้หยุดเขียน

มันรู้สึกหดหู่ใจเล็กน้อย

หลินจิ่วเฟิง ยังคงอ่านหนังสือต่อไป

มีหนังสือหลายประเภทที่บันทึกข้อมูลมากมายเกี่ยวกับจอมมาร

แต่ทว่ามันก็เป็นบันทึกเมื่อ 1,500 ปีก่อน ในปัจจุบันไม่ได้มีข้อมูลเกี่ยวกับจอมมารแม้แต่น้อย

หลินจิ่วเฟิง เชื่อว่าทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจที่ หลินเทียนหยวน มอบให้เขา น่าจะเป็นทักษะบ่มเพาะพลังของจอมมารในตอนนั้น

ในที่สุด หลินจิ่วเฟิง ก็เข้าใจว่าทำไมจักรพรรดิทั้งสองถึงต้องการฝึกฝนมันอย่างแรงกล้า

เพราะนี่เป็นทักษะบ่มเพาะพลังของ เทพมนุษย์

ใครๆ  ต่างก็ถูกล่อลวงโดยมันทั้งนั้น

เมื่ออ่านหนังสือเสร็จ เจ้าแมวขาวก็รู้สึกหมดหวัง

มันได้กระโดดออกจากไหล่ของ หลินจิ่วเฟิง ขณะที่หันหลังจากไปด้วยความเศร้าโศก

มันไม่ได้บอกลา หลินจิ่วเฟิง เลย

ร่างเล็กสีขาวได้หายไปจากห้องสมุด

หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะ

เขาวางหนังสือและเตรียมจะจากไป

[คุณต้องการลงชื่อเข้าใช้ห้องสมุดหรือไม่?]

“ยืนยันการเข้าใช้!”หลินจิ่วเฟิง ได้พยักหน้า

[ลงชื่อเข้าใช้สำเร็จ ได้รับเต๋าแห่งชีวิตที่ส่องสว่าง]

หลินจิ่วเฟิง รู้สึกสับสน

เต๋าแห่งชีวิตที่ส่องสว่าง?

นี่มันคืออะไร?

[เต๋าแห่งชีวิตที่ส่องสว่าง สามารถช่วยให้คุณค้นพบทิศทางที่ถูกต้องและทางเบี่ยงน้อยลงเมื่อทำการฝึกฝน]

ดวงตาของ หลินจิ่วเฟิง ได้เป็นประกาย

“เต๋าแห่งชีวิตนี้ค่อนข้างดีอย่างแท้จริง”

เขาได้ออกจากห้องสมุดราชวงศ์

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้มองหาเจ้าแมวขาวตัวน้อย

ท้ายที่สุด เจ้าแมวขาวตัวนั้นก็มีความแข็งแกร่งไม่ธรรมดา จึงไม่มีความจำเป็นจะต้องกังวลเกี่ยวกับความปลอดภัยของมัน

หากมันต้องการเดินทางออกจากเมืองหลวงไปยังสถานที่อื่น หลินจิ่วเฟิง ก็ไม่คิดจะรั้งให้มันอยู่ต่อ

เขาได้กลับไปที่ตำหนักเย็นและทำกิจวัตรประจำวันต่อไป

เข้าใช้สถานที่,บ่มเพาะพลัง และ บรรลุเส้นทางการฝึกฝน

ในฤดูที่หนาวเหน็บนี้ หลินจิ่วเฟิง ยังคงใช้ชีวิตโดยตัดขาดจากเรื่องราวทางโลก

เวลาได้ผ่านไป

สามวันผ่านไป เจ้าแมวขาวก็ยังไม่กลับมาที่ตำหนักเย็น

หลินจิ่วเฟิง ทำได้เพียงสั่นศีรษะ

เวลาได้ผ่านไปอย่างช้า ๆ

จนวันนี้ ต้าชุน ได้มาส่ง ไวน์และอาหารอีกครั้ง

ผ่านมา 6 วันแล้วนับตั้งแต่ หลินจิ่วเฟิง ได้กลับมาจากที่ราบทางตะวันตกเฉียงเหนือ

ต้าชุน ได้พูดจากทางด้านหลังกำแพง“องค์ชายทรงรู้ข่าวที่เกิดขึ้นเร็ว ๆ นี้หรือไม่?”

“ที่ราบเซียนเป่ยทางตะวันตกเฉียงเหนือได้เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่”

หลินจิ่วเฟิง ได้ดื่มไวน์อย่างใจเย็นและกล่าวถาม“เกิดอะไรขึ้น?”

“ตามข่าวที่ทหารองค์รักษ์ส่วนพระองค์ได้รับมา ก่อนหน้านี้ ที่ราบเซียนเป่ย ที่กระจัดกระจาย ได้ถูกยอดฝึมือลึกลับ รวบรวมอิทธิพลที่กระจัดกระจายขึ้น แต่ในระยะเวลาไม่ถึงหนึ่งเดือน ยอดฝีมือลึกลับคนนั้นกลับถูกสังหารที่ทะเลสาบสวรรค์ บนภูเขาสวรรค์ อิทธิพลในเซียนเป่ย ได้แตกกระจายอีกครั้ง…”

“การแตกกระจายในครั้งนี้ บีบคั้นให้พวกเขาจนมุมถึงขนาดส่งคนของตัวเองมาขอเสบียงจากทางเมืองหลวงราชวงศ์สำหรับใช้ในฤดูหนาว กระทั่งพวกเขายังแสดงความเต็มใจที่จะยอมจำนนต่อราชบัลลังก์อีกด้วย”ต้าชุน ได้แบ่งปันข่าวสาร

ดูเหมือนว่าเขาจะค้นพบเหตุการณ์ที่น่าเหลือเชื่อเล็กน้อย

หลินจิ่วเฟิง ได้แสดงความคิดเบา ๆ“เช่นนั้นฝ่าบาทคงจะมีความสุขดีสินะ”

“ถูกต้อง ทั้งราชวงศ์สำนักต่างรู้สึกยินดีที่เราไม่ต้องทำสงครามอีกต่อไป”

“เหตุผลที่ ข้าไม่ได้มาหาท่านก่อนหน้านี้ เป็นเพราะข้ายุ่งเกี่ยวกับการเตรียมตัสำหรับสงครามที่กำลังจะเกิดขึ้น…”

“แต่ตอนนี้ อิทธิพลในเซียนเป่ย ได้พังทลายลงอีกครั้ง ข้าไม่ได้มีงานยุ่งอีกต่อไป ดังนั้นข้าจะมาที่นี่เพื่อส่งอาหารและไวน์ให้ท่านตามเดิม”ต้าชุน ได้หัวเราะเบา ๆ

“ดีแล้ว”หลินจิ่วเฟิง ได้พยักหน้าอย่างพอใจ“หากสงครามปะทุขึ้น จะมีคนำจนวนมากที่ต้องเสียชีวิต”

ความพยายามของเขาในการเดินทางทั้งกลางวันและกลางคืนโดยรีบเร่งไปยังที่ราบทางตะวันตกเฉียงเหนือ ก็เพื่อหยุดสงครามในครั้งนี้

ต้าชุน ยังคงแบ่งปันเรื่องราวในราชสำนักที่น่าสนใจให้กับ หลินจิ่วเฟิง ฟัง

จากนั้นม่านอาหารก็สิ้นสุดลง

หลินจิ่วเฟิง ได้กลับไปที่ลานที่พักของเขา และ นอนลงบนเตียงหยกน้ำแข็งพร้อมกับนำทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจ ที่หลินเทียนหยวน ให้เขาออกมา

[หนังสือปีศาจโบราณ]

หนังสือเล่มนี้เต็มไปด้วยความชั่วร้ายเหนือคณา

มันได้สังหารจักรพรรดิสององค์ของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาติดต่อกัน

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ หลินจิ่วเฟิง ติดตั้ง เต๋าแห่งชีวิตที่ส่องสว่างแล้ว ความเร็วในการฝึกฝนของเขาก็โดดเด่นยิ่งขึ้น จิตใจของเขาก็มั่นคงขึ้นเรื่อย ๆ

เขาไม่ได้กลัว [หนังสือปีศาจโบราณ] เล่มนี้เลย

เขาได้พลิกเปิดแผ่นหนัง และ ค่อย ๆ อ่านเนื้อหาของทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจนี้

“ในที่สุดก็เข้าใจ”หลินจิ่วเฟิง ได้เปิดเผยความรู้สึกออกมาหลังจากอ่านเสร็จ

“ทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจนี้เป็นของนิกายปีศาจที่หลงเหลือเอาไว้ ดูเหมือนว่ามันจะค่อนข้างน่าสนใจมากทีเดียว”หลินจิ่วเฟิง ได้ยิ้มออกมา

สำหรับข้อเสียอย่างการผลาญพลังชีวิต?

หลินจิ่วเฟิง ได้ครุ่นคิด

‘ตราบใดที่ข้ามีความก้าวหน้าที่เร็วพอ ข้าก็ไม่กลัวที่จะถูกกลืนกิน’

เมี้ยว!

ในขณะที่ หลินจิ่วเฟิง กำลังหมกมุ่นอยู่กับการศึกษาทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจ เสียงร้องก็ได้ดังขึ้นในตำหนักเย็น

เป็นเจ้าแมวขาว มันได้กลับมาแล้ว

ตอนแรกมันไม่คิดจะส่งเสียงร้องออกมา

เพียงแต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง มันรู้สึกว่า ต้องแจ้งให้ หลินจิ่วเฟิง รู้ว่ามันกลับมาแล้ว

หลังจากส่งเสียงแจ้งเตือน มันก็กลับไปหลบซ่อนตัวในพระราชวังใต้ดิน

หลินจิ่วเฟิง ที่กำลังอยู่ระหว่างการฝึกฝนทักษะบ่มเพาะพลังปีศาจ เขาไม่สามารถเบี่ยงเบนความสนใจจากหนักสือเล่มนี้ได้ แต่มุมปากของเขาได้ยกขึ้น

ในตำหนักเย็นแห่งนี้ ในที่สุดเขาก็มีเพื่อนบ้านแล้ว

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 32 เพื่อนบ้าน

คัดลอกลิงก์แล้ว