เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 22 กำจัดเหล่าขุนนางชั่ว

80Y-ตอนที่ 22 กำจัดเหล่าขุนนางชั่ว

80Y-ตอนที่ 22 กำจัดเหล่าขุนนางชั่ว


หลังจากช่วยจักรพรรดิหยวนยืดอายุขัยไปได้ 1 เดือน หลินจิ่วเฟิง ก็กลับไปที่ตำหนักเย็น

เขาบอกว่าจะมอบของขวัญให้กับจักรพรรดิหยวน

เขาจะต้องทำตามคำพูดที่ให้ไว้

ในตำหนักเย็น หลินจิ่วเฟิง ได้พึมพัมออกมา“ดูเหมือนว่าข้าจะไม่เคยออกจากเมืองหลวงราชวงศ์มาก่อน!”

เขาอยู่ที่นี่มานานกว่า 10 ปี และอาศัยอยู่ในตำหนักเย็นตลอดเวลา

เขาไม่เคยเที่ยวรอบเมืองหลวงราชวงศ์แม้แต่ครั้งเดียว นับประสาอะไรกับโลกภายนอก

“ขุนนางทั้ง 9 มีรกรากอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ เพื่อทำลายพวกเขา ข้าจะต้องเริ่มจัดการพวกมันทีละคน”

ตำแหน่งทางภูมิศาสตร์ของดินแดนปกครองที่ขุนนางทั้ง 9 ครอบครองได้ปรากฏขึ้นในใจของ หลินจิ่วเฟิง

ขุนนางที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวงที่สุดก็คือ ราชาเทียนหยิง ใน ฉิงโจว

เชื้อสายของเขาเคยต่อสู้เคียงข้างกับจักรพรรดิผู้ก่อตั้งของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ดังนั้นเมื่อสร้างราชวงศ์ขึ้นได้สำเร็จ เพื่อเป็นรางวัล พวกเขาได้รับมอบหมายให้จัดการดูแลมณฑลฉิงโจวและได้รับอำนาจในการดูแลกองทัพ 100,000 นาย

เนื่องจากสถานที่แห่งนี้ถูกมองว่าเป็นคอขวดที่ใกล้กับเมืองหลวงของราชวงศ์มากที่สุด มันจะเป็นตำแหน่งที่สำคัญมากในการจัดการ

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ความคิดเรื่องการก่อกบฏก็เพิ่มขึ้นในใจของบรรพบุรุษของราชาเทียนหยิง เขาได้ควบคุมกองทัพฉิงโจวทั้งหมดและจัดการกับประชาชนของเขาโดยพลการ จากนั้น ก็เปลี่ยน ฉิงโจว ให้เป็นประเทศส่วนตัวของเขา

เขาเป็นข้าราชบริพาร แต่กลับเปลี่ยนชะตากรรมของประชาชนเหล่านั้นให้กลายเป็นข้าราชบริพารของเขาเอง

“เริ่มจาก ฉิงโจวก่อน”

หลินจิ่วเฟิง ได้เปิดประตูตำหนักเย็นและเดินออกไปพร้อมกับกระบี่ของเขา

ฉิงโจวอยู่ห่างออกไปมากกว่า 10,000 กิโลเมตร

อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่ปัญหาสำหรับ หลินจิ่วเฟิง เขาได้ทะยานขึ้นไปบนอากาศทันที

“ข้าจะทำลายขุนนางชั่วทั้ง 9 ภายใน 7 วันหลังจากกลับมา ก็คงถึงเวลาที่ต้าชุนจะส่งไวน์องุ่นและอาหารมาให้”หลินจิ่วเฟิง ได้คำนวณในใจขณะที่เขาหายตัวไปในอากาศอย่างรวดเร็ว

ฉิงโจว

เนื่องจากสถานที่นี้อยู่ใกล้กับเมืองหลวงราชวงศ์มากที่สุด ราชาเทียนหยิง จึงเป็นคนแรกที่ได้รับข่าว

เช้าตรู่ เขาได้รับข่าวเกี่ยวกับสิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนก่อน

หลังจากเปิดอ่านข้อมูลนี้เขาก็ตกตะลึง

“เป็นไปได้ยังไง?”หลังจากเวลาผ่านไปนาน ราชาเทียนหยิง ก็ฟื้นคืนสติกลับมาและบดขยี้จดหมายในมือด้วยร่างกายที่สั่นเทา

“ปราชญ์การต่อสู้ 9 คน ไม่ใช่ ปรมาจารย์ทั้ง 9 เหตุใดพวกเขาถึงถูกกำจัดด้วยการฟาดฟันกระบี่เพียงครั้งเดียว มียอดฝีมือที่แข็งแกร่งเช่นนี้หลบซ่อนตัวอยู่ในราชวงศ์งั้นหรือไม่?”ราชาเทียนหยิง เริ่มกังวล

“บรรพบุรุษของข้าได้ตายไปแล้ว ข้าจะทำอย่างไรดี?”

“ข้าไม่สามารถนั่งเฉยรอที่จะถูกฆ่าได้ จักรพรรดิหยวน ย่อมใช้โอกาสนี้ในการบดขยี้ข้าแน่นอน”

“ข้าต้องหาตัวช่วย”

“แต่ท่านบรรพบุรุษก็ตายไปแล้ว…”

“ข้าต้องเดินทางไปเข้าร่วมกับนิกายปีศาจหรือไม่?”

ราชาเทียนหยิง รู้สึกกังวล

เขารู้สึกราวกับว่าตนเองกำลังจะถูกฆ่าโดยใครบางคนจากเมืองหลวงเมื่อใดก็ได้

ดังนั้นเขาจึงรีบทิ้งความคิดนี้และพึมพัมกับตัวเอง

“ไม่สิ จักรพรรดิหยวนก็อาจจะตายไปแล้ว! ข้ายังมีเวลาเตรียมตัว”

“ที่นี่คือ คฤหาสน์ของราชาเทียนหยิง หรือไม่?”

“มันค่อนข้างใหญ่ทีเดียว!”

ในเมืองฉิงโจว หน้าคฤหาสน์ของ ราชาเทียนหยิง

มีคนได้เข้ามากใกล้

เขาสวมใส่ชุดสีขาวราวกับหิมะ มีใบหน้าที่หล่อเหลา และ บนเอวของเขาก็มีกระบี่สีดำเหน็บอยู่ การมาถึงของเขาราวกับการปรากฏตัวของขุนเขาขนาดใหญ่

จากนั้นชายคนนี้ก็ได้ชักกระบี่ของเขาออกมา

รัศมีปราณกระบี่ได้แผ่ขยายออกไปอย่างรวดเร็วหลังจากที่ชายคนนี้ได้ชักกระบี่ของเขา

แสงอาทิตย์ยามเช้ายังคงบดบังความมืดมิดยามค่ำคืนก่อนหน้านี้ไม่หมด

ใบไม้ยังคงมีน้ำค้างอยู่เล็กน้อย

พลังปราณกระบี่ได้ฟาดฟันจนนำพาความมืดออกไป เหล่าน้ำค้างบนใบไม้ได้ร่วงหล่นลงทุกที่จากนั้นมันก็ผ่าคฤหาสน์ของราชาเทียนหยิงโดยตรง

ราชาเทียนหยิงในตอนนี้กำลังคิดแผนหนีเพื่อความปลอดภัยของเขา

ทันใดนั้น…

รูม่านตาของเขาก็ขยายออกเขาอุทานขึ้นด้วยความประหลาดใจ“เหตุใดถึงปรากฏตัวเร็วเช่นนี้?”

น่าเสียดายที่ไม่มีใครตอบเขา

พลังปราณกระบี่ได้ฟาดฟันออกไป

มันได้สังหารราชาเทียนหยิงและคนอื่น ๆ ในคฤหาสน์อย่างไม่เจ็บปวด

แสงแรกยามอาทิตย์สาดส่องได้ลอดผ่านความมืดและส่องกระจายไปทั่วคฤหาสน์ของราชาเทียนหยิง

สิ่งนี้คล้ายกับภาพลวงตาที่สั่นไหวและปกคลุมไปด้วยฝุ่น

แม้แต่ปราชญ์การต่อสู้ก็ไม่สามารถต้านทานพลังกระบี่นี้ได้

เห็นได้ชัดว่าไม่มีใครในคฤหาสน์ราชาเทียนหยิงต้านทานมันได้

หลังจากเสร็จสิ้นภารกิจที่นี่แล้ว ชายหนุ่มที่อยู่หน้าคฤหาสน์ก็หันออกไปพุ่งตรงขึ้นไปบนฟ้าและมุ่งหน้าไปยังสถานที่ต่อไป

ฉิงโจวทั้งหมดต่างตกตะลึง

ประเทศฉิงโจวที่ประกาศตัวเอง…

ท่านลอร์ด…

ราชาเทียนหยิงผู้หยิ่งผยอง-ได้สิ้นพระชนม์แล้ว

คฤหาสน์ของราชาเทียนหยิงตลอดจนครอบครัวและนิกายทั้งหมดได้ถูกกวาดล้างโดยสมบูรณ์

แต่ใครเป็นคนทำ?

บางคนที่เห็นการโจมตีนี้ได้อธิบายว่า เป็นเซียนอมตะที่จุติมายังโลก การฟาดฟันการโจมตีเพียงครั้งเดียว ได้ทำให้ ตระกูลของราชาเทียนหยิงทั้งหมดถูกสังหาร

อย่างไรก็ตาม เซียนอมตะ ที่พวกเขาพูดถึง หาใช่ใครอื่น  เขาก็คือ หลินจิ่วเฟิง

เมื่อ จ้าวกั๋วกง แห่งแดนเหนือได้รับข่าว เขาก็มีปฏิกิริยาเช่นเดียวกับ ราชาเทียนหยิง

เขาได้ตกอยู่ในความหวาดกลัวโดยสมบูรณ์

“ข้าได้ขอให้ท่านบรรพบุรุษใช้พิษในการลอบสังหาร ซึ่งมันแตกต่างจากวิธีการของปราชญ์การต่อสู้คนอื่น ๆ เพราะพวกเราไม่สามารถฆ่าเขาให้เร็วขึ้นได้ ดังนั้นการใช้พิษจึงเหมาะสมที่สุด แล้วเหตุใดท่านบรรพบุรุษถึงได้ตกตายเช่นนี้ พวกเขาทะเลาะกันหรือไม่?”จ้าวกั๋วกัง ได้ครุ่นคิดและตัวสั่น

เขาตกอยู่ในความกลัวโดยสมบูรณ์

ความกลัวนี้มาจากส่วนลึกในใจของเขา ซึ่งเขาไม่สามารถควบคุมมันได้

มันเหมือนกับว่าคนผู้นี้กำลังสัมผัสได้ถึงความตายของตนเองแต่ก็ไม่สามารถหยุดได้

เขาทำได้เพียงเฝ้าดู-มองความตายที่กำลังคืบคลานเข้ามาใกล้เขา

นี่คือสิ่งที่เขารู้สึก

มันเป็นความตายที่คืบคลานเข้ามาและกำลังจะกลืนกินเขาเข้าไปทั้งตัว

“ไม่ ข้าไม่อาจนั่งรอความตายอยู่ที่นี่ได้ ท่านบรรพบุรุษก็จากไปแล้ว คฤหาสน์ตระกูลจ้าวของข้าไม่มีใครให้พึ่งพาอีกต่อไป ตอนนี้ราชวงศ์กลับมียอดฝีมือที่น่าสะพรึงกลัวเช่นนี้อยู่ ข้าจะต้องหาผู้สนับสนุน”จ้าวกั๋วกง รู้สึกกังวลมาก

อำนาจของปราชญ์การต่อสู้ทั้ง 9 กลับถูกล้มล้างโดยการโจมตีด้วยการฟันเพียงครั้งเดียวนี่มันน่าเหลือเชื่อเกินไป

“นิกายปีศาจ! มีเพียงนิกายปีศาจเท่านั้นที่ช่วยข้าได้”จ้าวกั๋วกง รู้ว่าถ้าเขายอมจำนนต่อราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา ชีวิตของเขาก็คงถูกพรากเอาไปเป็นแน่เพราะสิ่งที่ทำในอดีต

“ข้าไม่สามารถยอมจำนนได้”จ้าวกั๋วกงกล่าวอย่างหนักแน่น

เขาได้ลุกขึ้นและหาทางติดต่อกับหนึ่งในนิกายปีศาจ

หลินจิ่วเฟิง ที่เพิ่งมาถึงหน้าคฤหาสน์ของจ้าวกั๋วกงได้ยิ้มออกมา

เขาได้ยินสิ่งที่ จ้าวกั๋วกง พูดทั้งหมด

“ในเมื่อคิดเช่นนั้นก็ตายซะ!”หลินจิ่วเฟิง ได้ชักกระบี่ออกมาอย่างรวดเร็ว

บูม!

แสงกระบี่ได้วาดฟันออกไปกลืนกินทั่วคฤหาสน์จ้าวกั๋วกง

มันเป็นเวลาเที่ยงแล้ว

แดดจ้าและดินแดนทางเหนือก็ค่อนข้างร้อนดั่งเตาไฟ และ รัศมีพลังกระบี่ของ หลินจิ่วเฟิง ที่สัมผัสกับอากาศ ก็ทำให้เกิดเปลวเพลิงอันทรงพลังซึ่งจุดประกายไปทั่วคฤหาสน์จ้าวกั๋วกงทั้งหมด

ไม่มีใครสามารถหลบหนีไปได้!

ขุนนางคนนั้นได้ถูกไฟมหึมาตลอกตาย

หลินจิ่วเฟิง ได้ก้าวถอยหลังไป

จากนั้นเขาก็จากไปในทันที

ขุนนางทั้ง 9 อยู่ในสถานที่ต่าง ๆ บางคนก็อยู่ในดินแดนที่ห่างไกล แม้ว่า หลินจิ่วเฟิง จะบินได้ แต่เขาก็ยังใช้เวลาพอสมควรในการไปถึงที่นั่น

ดังนั้นเขาจึงไม่ต้องการเสียเวลาที่ใดที่นึงมากเกินไป หลังจากใช้กระบี่จัดการแล้วเขาก็จากไปโดยทันที

เหตุผลที่เขาไม่คิดจะพูดคุยเพราะยังไงอีกฝ่ายก็ต้องตายอยู่ดี

ทำไมเขาจะต้องเลือกที่จะพูดมากกับคนที่กำลังจะตาย?

มันเสียชีวิต!

ในอีกไม่กี่วันข้างหน้า หลินจิ่วเฟิง ได้เดินทางผ่าน 9 ภูมิภาคของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

เขาได้สังหารขุนนางทั้ง 9 ลงอย่างรวดเร็ว

ตระกูลของพวกเขาได้ถูกกวาดล้างออกไปด้วยเช่นเดียวกัน

พวกเขาไม่มีแม้แต่โอกาสจะได้ขอความช่วยเหลือจากนิกายปีศาจ

ความตายของพวกเขาเกิดขึ้นเร็วเกินไป

เรื่องนี้ได้กลายเป็นข่าวดังเขย่าโลก

การจลาจลของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาได้สิ้นสุดลงเช่นเดียวกัน

เหล่าขุนนางชั้นสูงทั้ง 9 ถูกฆ่าตายทั้งหมด

ใครคือผู้ลงมือ?

ทุกคนไม่ได้สงสัยเลยว่าคนผู้นี้จะต้องเป็นยอดฝีมือลึกลับที่ได้ปรากฏตัวฆ่าปราชญ์การต่อสู้ทั้ง 9 ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวในเมืองหลวง

ไม่นานโลกก็กลับมาสงบสุข

แม้แต่ประเทศเล็ก ๆ ใกล้เคียง ก็ยังเลือกที่จะนิ่งเงียบ เพราะพวกเขาไม่กล้าที่จะบุกรุกพรมแดนเข้ามา

บางคนบอกว่า ยอดฝีมือลึกลับจากราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา เป็นผู้ฝึกยุทธ์ที่มาถึงจุดสูงสุดท่ามกลางการฟื้นตัวของพลังงานทางโลก

การฝึกฝนของเขาไม่ควรจะเป็นแค่ ขั้นปราชญ์การต่อสู้เท่านั้น

มีข่าวลือมากมายในโลกภายนอก แต่ หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้สนใจพวกมัน

เขาได้กลับไปยังเมืองหลวงอย่างเงียบ ๆ

เข้าสู่ตำหนักเย็น…

จากนั้นก็พบกับต้าชุนที่คอยส่งอาหารตามปกติ

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 22 กำจัดเหล่าขุนนางชั่ว

คัดลอกลิงก์แล้ว