เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

80Y-ตอนที่ 12 ปล่อยวางความในใจ

80Y-ตอนที่ 12 ปล่อยวางความในใจ

80Y-ตอนที่ 12 ปล่อยวางความในใจ


การสวรรคตขององค์จักรพรรดิเป็นเหตุการณ์สำคัญของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

องค์ชายหกได้เสด็จขึ้นครองราชย์โดยชอบธรรมและทรงเปลี่ยนชื่อรัชกาลของพระองค์เป็นหยวน

ในรัชการหยวน เขาได้รับการขนานนามว่าจักรพรรดิหยวน!

พิธีถวายพระเพลิงศพ ได้กินเวลาตลอด 3 เดือนนี้ เหล่าข้าราชบริพารทุกคนต่างส่งลูก ๆ ของพวกเขามาทักทายองค์จักรพรรดิคนใหม่

จักรพรรดิหยวน ให้การต้อนรับอย่างอบอุ่นแก่ลูกหลานของข้าราชบริพารเหล่านี้โดยปราศจากความไม่พอใจ

โดยส่วนตัวแล้ว สีหน้าของเขาเย็นชามา

เป็นธรรมดาที่เขาเก็บซ่อนงำความโกรธไว้ในใจ

ตั้งแต่ที่องค์จักรพรรดิคนก่อนสวรรคตไป เหล่าข้าราชบริพารเหล่านี้ก็ไม่ได้มาถวายพระเพลิงศพเลย

ความทะเยอทะยานของพวกเขาชัดเจนมาก

อย่างไรก็ตาม ตัวเขาเพิ่งจะได้ขึ้นครองบัลลังก์ เขายังไม่สามารถแตะต้องข้าราชบริพารเหล่านี้ได้

นั่นคือเหตุผลที่เขาต้อนรับคนเหล่านี้ด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและทำให้ลูกหลานของข้าราชบริพารเหล่านี้พึงพอใจ

สามเดือนต่อมา ลูกหลานของข้าราชบริพารเหล่านี้ได้ออกจากเมืองหลวง

จักรพรรดิหยวน ได้เริ่มงานราชกิจของประเทศและฝึกฝนการบ่มเพาะพลังอย่างต่อเนื่อง

ในตำหนักเย็น การบ่มเพาะพลังของ หลินจิ่วเฟิง ได้พัฒนาไปอย่างก้าวกระโดด

เขารู้สึกว่าผลลัพธ์ที่เตียงหยกน้ำแข็งมอบให้กับเขาดูเหมือนจะดีขึ้นกว่าเดิมมาก

ในอดีต เมื่อตอนเขาฝึกฝนบนเตียงหยกน้ำแข็ง ผลลัพธ์ใน 1 วันเทียบเท่ากับ 3 วันธรรมดา

แต่ตอนนี้ ผลลัพธ์ใน 1 วันกลับเทียบเท่ากับ 5 วันของการฝึกฝนแบบธรรมดา

ยิ่งไปกว่านั้น เมื่อเวลาผ่านไป ความเร็วในการฝึกฝนของเขาก็เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“นี่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”หลินจิ่วเฟิง รู้สึกอยากรู้อยากเห็น

นี่เป็นสัญญาณเริ่มต้นของสิ่งที่เรียกว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ต่อพลังปราณของโลกโดยที่เขาไม่รู้ตัว หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้สนใจเกี่ยวกับมัน เพราะสำหรับเขา นี่เป็นเพียงเรื่องเล็กน้อยเท่านั้น

1 ปีได้ผ่านพ้นไป

หลินจิ่วเฟิง ได้ใช้เวลาอยู่ที่ตำหนักเย็นมาแล้วถึง 5 ปีเต็ม

และ นี่เป็นปีแรกหลังจากที่จักรพรรดิหยวนเสด็จขึ้นครองราชย์

ในปีนี้ จักรพรรดิหยวน ได้เข้าควบคุมราชสำนักและปฏิรูปอะไรหลายอย่าง แต่เขาก็ถูกต่อต้านอย่างรุนแรง จนยุ่งมากและไม่มีเวลามาพบ หลินจิ่วเฟิง

หลินจิ่วเฟิง ก็ยุ่งมากเช่นเดียวกัน-เขายุ่งอยู่กับการฝึกฝนของเขา

เมื่อสิ้นปีนี้ เขาได้ก้าวผ่าน 9 ระดับของขั้นปรมาจารย์

มี 9 ระดับในขั้นปรมาจารย์ แต่ หลินจิ่วเฟิง ได้ผ่านไปทั้งหมดภายในระยะเวลาหนึ่งปี เขาสามารถทะลวงขอบเขตเข้าสู่ขั้นปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ได้

ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ คือตัวตนที่มีการดำรงอยู่อันดับต้น ๆ ของยุคปัจจุบัน ที่มีระดับขั้นต่ำกว่าปราชญ์การต่อสู้ จากที่ไม่เคยมีปราชญ์การต่อสู้ปรากฏตัวก่อนหน้านี้

ในวันปกติเขาก็ลงชื่อเข้าใช้สถานที่ตามกิจวัตรประจำวัน

คล้ายกับ ‘9ระดับเบิกนภา’ ของขั้นปรมาจารย์ ในขั้นปรมาจารย์ที่ยิ่งใหญ่ก็มี ‘9ระดับเบิกสวรรค์’ หลินจิ่วเฟิง ได้พยายามอย่างหนักในการก้าวผ่านแต่ละขั้นในทุกวัน

ในวันนี้ หลินจิ่วเฟิง ได้ผละออกจากการฝึกฝนบนเตียงหยกน้ำแข็ง

เขาได้เดินออกไปที่ลานกว้าง

เมื่อเขาเห็นจักรพรรดิหยวนที่เหนื่อยล้าเดินเข้ามา เขาก็กล่าวด้วยความเคารพทันที“ถวายบังคมฝ่าบาท!”

“พี่ใหญ่ ระหว่างเราพี่น้อง ไม่จำเป็นจะต้องมีมารยาทเช่นนี้”องค์ชายหกคนก่อนและจักรพรรดิหยวนคนปัจจุบัน ได้มองไปที่ หลินจิ่วเฟิง ด้วยรอยยิ้มที่บิดเบี้ยว

เขารู้สึกกดดันอย่างมาก

ทุกวันนี้เขารู้สึกเหนื่อย

การจัดการงานส่วนขององค์จักรพรรดิค่อนข้างยากลำบากอย่างแท้จริง

โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อมีคนลุกขึ้นมาต่อต้านในการปฏิรูปของเขา ความเหนื่อยล้าของเขามันก็ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า

หลังจากจักรพรรดิหยวนทรงงานหนักเป็นเวลาตลอด 1 ปี เขาก็ตระหนักได้ว่าความก้าวหน้าในด้านต่าง ๆ ได้ช้าลงอย่างไม่น่าเชื่อ เขารู้สึกหดหู่และต้องการหาใครสักคนมาคุยด้วย แต่แล้วก็ไม่มีใครสักคนมาคลายความกังวลใจของเขาได้เลย กระทั่ง ภรรยาของเขาที่ร่วมหลับนอนเตียงเดียวกับเขา นางก็ไม่สนใจสิ่งใดนอกจากอำนาจ

นางปราถนาที่จะให้บุตรชายของนางเป็นองค์รัชทายาทในทันที

ซึ่งจักรพรรดิหยวน รู้สึกเอื่อมระอากับเรื่องนี้

ดังนั้นเขาจึงคิดถึงพี่ชายของเขาและมาที่นี่เพื่อมองหา หลินจิ่วเฟิง เพื่อพูดคุย

หลินจิ่วเฟิง ได้เชิญจักรพรรดิหยวนให้นั่งลงที่ลานที่พัก

เขาชงชาหนึ่งถ้วยและถวายต่อจักรพรรดิหยวน

โดยพื้นฐานแล้วชาเหล่านี้ถูกส่งมาโดยต้าชุน

“หลังจากที่ได้ขึ้นเป็นองค์จักรพรรดิปกครองผู้คนนับล้าน ดูเหมือนว่าเจ้าจะรู้สึกเหน็ดเหนื่อยมากเลยสินะ?”

หลินจิ่วเฟิง ได้มอบชาที่ชงให้กับจักรพรรดิหยวน

เขามองดูน้องชายที่ซึ่งเรียกเขาว่าพี่ใหญ่ด้วยความห่วงใย

ถ้าเจ้าของร่างเดิมไม่ปล่อยสตรีศักดิ์สิทธิ์ไปในตอนนั้น คนที่รู้สึกรำคาญในตอนนี้อาจจะเป็นตัวเขาเอง

“พี่ใหญ่ ในราชสำนักเต็มไปด้วยผู้คนที่มองหาแต่ผลประโยชน์ และ ด้านนอกราชสำนักก็เต็มไปด้วยพวกโลภและทะเยอทะยานจำนวนมาก ข้าพยายามจะปฏิรูปประเทศ แต่เพราะเจตจำนงค์และพลังของข้านั้นอ่อนแอเกินไป จึงไม่สามารถทำได้”จักรพรรดิหยวน ได้ถอนหายใจออกมา

หลินจิ่วเฟิง ได้มองไปที่เขาและกล่าวถาม“ใครกันที่ต่อต้าน?”

“ตระกูลขุนนาง...นิกาย!”การแสดงออกของจักรพรรดิหยวนได้กลายเป็นเย็นชา“ตระกูลขุนนางเหล่านั้นเริ่มขยับขยายดินแดนและข่มเหงพวกชาวบ้าน…”

“ประชาชนทั่วไปเริ่มสูญเสียที่ดินและกลายเป็นผู้ลี้ภัย แต่พวกเขาหาได้จบลงแค่นั้นไม่ พวกเขาต้องการให้ราชสำนักจัดตั้งกองทุนบรรเทาทุกข์ กระทั่งบางคนยังสมรู้ร่วมคิดกับขุนนางฉ้อฉลในการรวบกลืนเงินบรรเทาทุกข์เหล่านั้น ข้าล่ะอยากจะบ้าตาย!”

เมื่อกล่าวถึงเรื่องนี้ จักรพรรดิหยวน พลันโกรธจัด“ยังมีกองกำลังจากนิกายเหล่านั้น ลัทธิเต๋า ที่มีสาวกมากมายและครอบครองภูเขาที่มีชื่อเสียงและผืนน้ำขนาดใหญ่ พวกเขาได้จัดการส่วนพื้นที่เหล่านั้นและปฏิเสธที่จะให้หน่วยงานท้องถิ่นเข้าไปแทรกแซง…”

“ส่วนนิกายพุทธ!”

“พวกเขากำลังดำเนินการก่อสร้างไปทั่วเจียงหนาน! สร้างอารามทั้งซ้ายขวา แม้ว่าจะเป็นคนชั่วช้าหรือชั่วร้ายอย่างยิ่ง ตราบใดที่ใจยังยึดมั่นในศาสนา พวกเขาก็เต็มใจต้อนรับและพร้อมจะพลิกโลกใบใหม่ไปพร้อมกัน นี่มันไร้เหตุผลสิ้นดี!”

“ในช่วงเวลาสั้น ๆ พวกเขาได้ก่อสร้างอารามเผยแพร่ศาสนาขึ้นมากมาย…”

หลินจิ่วเฟิง ไม่ได้พูดอะไร เขาเพียงสังเกตุจักรพรรดิหยวนอย่างเงียบ ๆ เบื้องหน้าเขา

ก่อนหน้านี้ ในใจของ หลินจิ่วเฟิง เห็นอีกฝ่ายเป็นเพียงแค่น้องชาย

แต่ตอนนี้ อีกฝ่ายคล้ายกับจักรพรรดิอย่างแท้จริง

จักรพรรดิผู้ที่ซึ่งพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะนำการเปลี่ยนแปลงทั้งหมดมาสู่โลก แต่ท้ายที่สุดก็ถูกจำกัดเพราะอำนาจในมือไม่เพียงพอ เขาไม่สามารถที่จะขับเคลื่อนและเปลี่ยนแปลงอะไรได้

“พี่ใหญ่ท่านรู้อะไรไหม…”

จักรพรรดิหยวนได้มองไปที่ หลินจิ่วเฟิง และพูดขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

“เหล่าข้าราชบริพารทั้ง 9 ต่างสมรู้ร่วมคิดกับนิกายปีศาจ ในตอนนั้น ถ้าบรรพบุรุษอาวุโสของนิกายชุนฮวาประสบความสำเร็จ เกรงว่า ข้าราชบริพารทั้ง 9 คงจะลุกขึ้นมาต่อต้านแล้ว”

“โชคดีที่ ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้ลึกลับคนนั้นปรากฏตัวขึ้นและแก้ไขสถานการณ์ในตอนนั้น เพียงแต่พอผ่านไปนาน พวกเขาก็เริ่มกลับมามีความคิดแบบนั้นอีกครั้ง”จักรพรรดิหยวน ได้ถอนหายใจออกมา

“ไม่ใช่แค่พวกเขา ยังมี ภูเขาชู,หลิงหนาน,โม่เป่ย ร่วมอีกด้วย”

“กลุ่มอิทธิพลใหญ่นอกพรมแดน และ ประเทศอื่น…”

“พวกเขาทั้งหมดกำลังเพ่งเล็งมาที่ราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาของข้า และ คิดจะรวบกลืนราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวาแห่งนี้”

จักรพรรดิหยวน ได้ระบายหลายสิ่งหลายอย่างที่อัดแน่นอยู่ภายในใจออกมา เขาต้องการบอกเล่าให้ หลินจิ่วเฟิง รับรู้

สำหรับคนอื่น ๆ เขาไม่สามารถทำได้ เพราะคนเหล่านั้นมักจะหวาดกลัวสถานะตัวตนของเขาและพยายามไม่เข้าใกล้

มีเพียงพี่ใหญ่ของเขาเท่านั้น ที่เขาสามารถปล่อยวางปัญหาในใจและระบายให้เขาฟังได้อย่างแท้จริง

“การปกครองประเทศก็เหมือนกับการให้อาหารปลาตัวเล็ก ๆ เจ้าไม่สามารถเร่งให้มันเติบโตได้”

หลินจิ่วเฟิง ได้ถอนหายใจออกมา

“พี่ใหญ่ ตอนนี้ข้ามีอำนาจเพียงหยิบมือ หากเป็นเช่นนี้ต่อไปอำนาจของข้าคงจะถูกลดทอนลงจนกระทั่งข้าไม่สามารถออกจากเมืองหลวงได้…”

“มันเป็นไปไม่ได้เลยงั้นหรือที่จะพลิกสถานการณ์และลุกขึ้นมาต่อต้านพวกเขา?”จักรพรรดิหยวนกล่าวถามด้วยความกังวล

“ไม่ต้องกังวลไป ทุกอย่างล้วนมีหนทางแก้ไขเสมอ เจ้าเพียงต้องจัดการกับมันอย่างช้า ๆ ไม่ต้องรีบร้อน”หลินจิ่วเฟิง ได้ตอบกลับ

“ข้าก็หวังว่ามันจะเป็นแบบนั้น”จักรพรรดิหยวนได้หัวเราะเยาะตัวเอง“ถ้าเกิดมีผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้ปรากฏตัวขึ้นและสนับสนุนหน้าต่อหน้าสาธารณะชน ข้าอาจจะพอกู้คืนอำนาจกลับมาและใช้มันเปลี่ยนแปลงทิศทางของโลกภายใต้เงื้อมมือของข้าด้วย”

“ข้าเชื่อว่าสักวันต้องมี”รอยยิ้มที่สงบของ หลินจิ่วเฟิง ได้เผยออกมา

“พี่ใหญ่ ไม่ต้องปลอบข้าหรอก”

“หลังจากที่ข้าได้ระบายความในใจเช่นนี้ออกมา ข้าก็รู้สึกดีขึ้นมาก…”

“ท่านพูดถูก การปกครองประเทศก็เหมือนกับการให้อาหารปลาตัวเล็ก ข้าคงจะรีบร้อนเกินไป”จักรพรรดิหยวนได้สั่นศีรษะและหัวเราะออกมา

ไม่ใช่ว่าเขาไม่เชื่อในคำพูดของ หลินจิ่วเฟิง

เพียงแต่เขาคิดว่าคำพูดเหล่านั้นเป็นเพียงคำพูดปลอบใจเท่านั้น

เขาไม่สามารถรหา ผู้ฝึกยุทธ์ขั้นปราชญ์การต่อสู้ได้ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา เช่นนั้นอีกฝ่ายจะปรากฏตัวขึ้นในเร็ว ๆ นี้ได้อย่างไร?

“พี่ใหญ่ท่านอยากออกไปหรือไม่?”จักรพรรดิหยวนกล่าวถามทันที

หลินจิ่วเฟิง ได้สั่นศีรษะ“โลกภายนอกนั้นยุ่งเหยิง เหตุใดข้าจะต้องออกไป?”

“ท่าน…”จักรพรรดิหยวนต้องการจะพูดอะไรเพียงแต่เขาก็ได้หยุดลง

“ข้าชินกับความสงบที่นี่แล้ว ถ้าเจ้ามีอะไรกวนใจในอนาคต ก็สามารถมาระบายให้ข้าฟังได้ ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น”

หลินจิ่วเฟิง ได้ปฏิเสธความตั้งใจที่ดีของจักรพรรดิหยวน

“พี่ใหญ่ เช่นนั้นให้ข้าหาคนรับใช้มาปรนนิบัติท่านเถอะ ข้าไม่อยากจะทิ้งเขา อย่างน้อยก็ให้เขาอยู่เคียงข้างท่านคอยช่วยปรนนิบัติท่าน มันจะดีมากหากท่านให้คำแนะนำแก่เขา และ ทำให้เขากลายเป็นคนที่มีอาชีพได้ในอนาคต”จักรพรรดิหยวน ได้พูดขึ้น

“ใครกัน?”หลินจิ่วเฟิง ได้กล่าวถามด้วยความสงสัย

“ลูกนอกสมรสของข้า!”จักรพรรดิหยวนได้ถอนหายใจออกมา

“ตอนที่ข้ายังเด็ก ข้าไปให้คำมั่นว่าจะแต่งงานกับหญิงสาวผู้นึงโดยไม่ได้รับอนุญาติจากท่านพ่อและท่านแม่ จากนั้น นางก็ตั้งท้อง”

“ต่อมาข้าต้องการจะพานางกลับมาด้วย แต่หลังจากที่ได้เป็นองค์รัชทายาท ด้วยกรอบมายาทต่าง ๆ ข้าก็ไม่สามารถทำได้”

“ไม่เช่นนั้นมันจะกลายเป็นจุดอ่อนที่คนอื่นจะใช้ประโยชน์จากจุดนี้ในการโจมตีข้าด้วยดังนั้น…”

“หลังจากขึ้นครองราชย์ ข้าก็รับแรงกดดันจากทางราชสำนักและประชาชนธรรมดาจนไม่มีเวลาไปดูแลเขา จนอตนนี้เขาค่อย ๆ เติบโตขึ้น ดังนั้นข้าหวังว่าพี่ใหญ่จะช่วยชี้ทางสว่างให้แก่เขา”จักรพรรดิหยวน ได้เปิดเผยความลับทั้งหมด

เขาคือจักรพรรดิ ทุกคำพูดของเขาล้วนมีน้ำหนักของมัน

เขาในตอนนี้ไม่สามารถยอมรับลูกนอกสมรสของตัวเองคนนี้ได้

เพราะนี่คือสถานการณ์ปัจจุบันของราชวงศ์ศักดิ์สิทธิ์หยูฮวา

จบบทที่ 80Y-ตอนที่ 12 ปล่อยวางความในใจ

คัดลอกลิงก์แล้ว