- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 561: การต่อสู้กับมารโบราณ
บทที่ 561: การต่อสู้กับมารโบราณ
บทที่ 561: การต่อสู้กับมารโบราณ
บทที่ 561: การต่อสู้กับมารโบราณ
ณ กำแพงปราบมาร
“ครืนนน!”
ทุกครั้งที่ผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกเริ่มหกคนต่อสู้กัน ก็จะทำให้ฟ้าดินสั่นสะเทือน
การต่อสู้ของพวกเขาได้เข้าสู่ช่วงชี้เป็นชี้ตายแล้ว
เซียวโป๋ซวี่ควบคุมดาบจินเซียว และทุกครั้งที่รับขวานยักษ์ที่ฟาดลงมา ก็จะยิ่งลำบากมากขึ้น
ซ่างกวนอวิ๋นจื้อและเฟิงชิงเยี่ยนก็ไม่สู้ดีนัก พวกเขาทั้งสามคน แทบจะล้วนมาถึงขีดจำกัดแล้ว
และในขณะนั้นเอง ฟ้าดินก็พลันเริ่มสั่นสะเทือน พลันปรากฏลำแสงไอมารสายหนึ่งพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าที่ด้านหลัง และแทบจะฉีกกระชากท้องฟ้าให้แยกออกจากกัน
ผู้ฝึกตนระดับวิญญาณแรกเริ่มหกคน พลันมองไปยังทิศทางที่ปรากฏการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย
“นี่คือ?” สีหน้าของจักรพรรดิเทียนซีพลันเคร่งขรึมลง
“หุบเขากระดูกกร่อน!”
“ไม่ดีแล้ว!” ฉู่ซานย่วนกล่าวอย่างตื่นตระหนก
“มีคนอ้อมไปด้านหลังพวกเราแล้ว”
“ครืนนน!”
ในขณะเดียวกัน ค่ายกลมังกรกลืนไอมารเก้าขุมนรกของกองทัพมารก็สูญเสียแหล่งพลังงาน พลันเรือรบก็ดับแสงลงทีละลำๆและเส้นชีพจรมารในรัศมีหลายพันลี้ ราวกับเป็นแม่น้ำที่เผชิญหน้ากับปีศาจภัยแล้ง พลันก็เหือดแห้งไปในพริบตา!
“ไม่ได้เเล้ว” ในใจของจ้าวซ่งยิ่งทวีความไม่สงบ
“พวกเราต้องรีบกลับไป!”
พวกเขาหันกลับ และหมายจะไปยังหุบเขากระดูกกร่อนเพื่อตรวจสอบสถานการณ์
แน่นอนว่าพวกเซียวโป๋ซวี่ก็ได้สติกลับมาแล้วเช่นกัน
“เฉินซานซือเจ้านั่น...”
“ให้พวกเราอยู่ที่นี่เพื่อรั้งตัวจ้าวพวกนั้นไว้ จุดประสงค์ก็เพื่อจู่โจมด้านหลัง และทำลายเส้นชีพจรมารของพวกเขา!”
“เส้นชีพจรมารถูกทำลาย ฝ่ายมารไม่สามารถใช้ค่ายกลได้อีกต่อไป หากต้องการจะโจมตีเมือง แน่นอนว่าก็จะยากขึ้นเป็นสองเท่า!”
“ยอดเยี่ยม!” ซ่างกวนอวิ๋นจื้อเอ่ยชม
“เกือบจะลืมไปแล้วว่า สหายเฉินซานซือยังมีค่ายกลสลายวิญญาณอีกด้วย!”
“แต่ว่า เขาควรจะบอกพวกเรา! ปิดบังไม่บอก และทำตัวเป็นฮีโร่คนเดียว!” เซียวโป๋ซวี่ถอนหายใจ
เเละเขาเมื่อเห็นว่ามารทั้งสามคนกำลังจะหนี พลันก็รีบกล่าว
“เร็วเข้า! รั้งพวกเขาไว้ ให้เวลาเฉินซานซือมากขึ้น!”
สิ้นเสียง เซียวโป๋ซวี่ประสานอินสวดคาถา พลันร่างกายก็กลายเป็นลำแสงสายหนึ่ง และหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับสมบัติวิญญาณประจำกาย
จากนั้น ดาบบินจินเซียวก็ขยายใหญ่ขึ้นตามลม และมีความยาวถึงหลายพันจั้ง
ซ่างกวนอวิ๋นจื้อสองมือดีดสายฉิน พลันปลายนิ้วเรียวงามก็รวดเร็วดุจดอกบัว และคลื่นเสียงระลอกแล้วระลอกเล่า ก็กลายเป็นทหารนับพันม้า หอบหิ้วจิตสังหารอันไร้ที่สิ้นสุด พุ่งเข้าใส่คนของฝ่ายมาร
เฟิงชิงเยี่ยนชะงักไปครู่หนึ่ง พลันก็รีบสะบัดพู่กันสาดหมึก และใช้พลังยุทธ์
พวกเขาทั้งสามคนสามารถรั้งตัวจ้าวพวกนั้นไว้ได้สำเร็จ และต้องการจะยื้อเวลาให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
“ให้ข้าไป!”
ซุ่ยหลีเยี่ยนหมดความอดทน พลันคำรามลั่นขว้างขวานฟาดดาบจินเซียวยักษ์ให้กระเด็นออกไปโดยตรง และปลายดาบก็ร้องครวญครางเสียบเข้าไปในเทือกเขาแห่งหนึ่ง แล้วจึงหดเล็กลงอย่างรวดเร็ว กลับมาเป็นขนาดปกติ
เซียวโป๋ซวี่ยิ่งไปกว่านั้น ถูกบังคับให้จบคนดาบรวมเป็นหนึ่ง และคุกเข่าลงบนพื้นข้างหนึ่ง พร้อมอาเจียนออกมาเป็นเลือด
“ครั้งหน้าจะเอาชีวิตเจ้า!”
ซุ่ยหลีเยี่ยนเป็นห่วงความปลอดภัยของหลานชาย หลังจากที่ซัดอีกฝ่ายให้ถอยไปแล้ว ก็หันหลังกลับทันที
“อย่าหนี!” เซียวโป๋ซวี่ตะโกนเสียงกร้าว
พลันสองมือประสานอินที่หน้าอก และหว่างคิ้วก็รวมตัวเป็นแสงสีทอง
ในทันใดนั้นก็มีเงาเสมือนสายหนึ่งพุ่งออกมาจากกระหม่อม ใช้วิชาเคลื่อนย้าย ในชั่วพริบตาเดียวก็ขวางอยู่เบื้องหน้าของผู้เฒ่ามารโบราณ
เเต่เมื่อเพ่งมองไป กลับกลายเป็นทารกอ้วนขาวตัวหนึ่ง ส่วนร่างจริงของเซียวโป๋ซวี่ ก็ยังคงอยู่ที่เดิม
วิญญาณแรกเริ่มออกจากร่าง!
“อะไร?” ซุ่ยหลีเยี่ยนหรี่ตาลง “เจ้าไม่ต้องการชีวิตแล้วรึ!”
หลังจากที่วิญญาณแรกเริ่มออกจากร่างแล้ว พลังเซียนมักจะบริสุทธิ์ยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็ง่ายอย่างยิ่งที่จะทำร้ายต้นกำเนิด และหากพลาดพลั้งเพียงเล็กน้อยก็จะวิญญาณสลาย!
ดังนั้นหากไม่ถึงที่สุดจริงๆผู้ฝึกตนจะไม่มีวันใช้วิธีนี้อย่างเด็ดขาด
“อย่าพูดไร้สาระ!” วิญญาณแรกเริ่มน้อยของเซียวโป๋ซวี่ขับเคลื่อนดาบจินเซียว “วันนี้เจ้ากับข้า จะต้องรู้ผลแพ้ชนะให้ได้!”
“ถ้าเช่นนั้นเจ้าก็ไปตายเสียเถอะ!”
ซุ่ยหลีเยี่ยนกัดฟันกรอด พลางจำใจต้องเข้าสังหารอีกครั้ง
ซ่างกวนอวิ๋นจื้อที่อยู่ข้างๆเมื่อเห็นดังนั้น ก็กัดฟันเงิน และยังคงต่อสู้กับฉู่ซานย่วนต่อไป
มีเพียงเฟิงชิงเยี่ยนที่ค่อยๆต้านไม่ไหว และเผยช่องว่างในการต่อสู้
จ้าวซ่งฉวยโอกาส พลันก็ใช้ดาบผ่าฟ้าฟันลงมา
เฟิงชิงรีบใช้พู่กันหมึกเทียนหยวน และวาดโล่ป้องกันไว้เบื้องหน้า แต่เมื่อสัมผัสกับปลายดาบ พลันโล่ก็แตกเป็นสี่ส่วนห้าส่วน
เขาร้องโหยหวนออกมาคำหนึ่งก่อนจะลอยถอยหลังไป และหลังจากที่กระแทกพื้นอย่างรุนแรงก็ไอออกมาเป็นเลือดหลายคำติดต่อกัน
จ้าวซ่งมิได้ให้โอกาสเขาได้หยุดหายใจ พลางบนปลายดาบก็มีพลังปราณซ้อนกันเป็นชั้นๆและหมายจะใช้ดาบเดียวปลิดชีวิตเขา
“สหายเซียว!” เฟิงชิงกุมอกพลางตะโกน “รีบมาช่วยข้า!”
“เจ้า!”
เซียวโป๋ซวี่กำลังต่อสู้กับผู้เฒ่ามารโบราณ และเมื่อเห็นภาพนี้แล้ว ก็ทำได้เพียงใช้ดาบเดียวซัดอีกฝ่ายให้ถอยไป แล้วจึงใช้วิชาเคลื่อนย้ายในพริบตา มาถึงเบื้องหน้าของนักพรตเฒ่าได้ทันท่วงที และช่วยเขารับการโจมตีที่ถึงตายของจักรพรรดิเทียนซีได้
ถึงแม้ว่าจะมีอันตรายแต่ก็ไม่เป็นอะไร แต่ฉวยโอกาสนี้ ซุ่ยหลีเยี่ยนก็ได้หนีไปไกลกว่าร้อยลี้ และหายไปที่ปลายเมฆแล้ว
“นักพรตเฒ่า!” วิญญาณแรกเริ่มของเซียวโป๋ซวี่กระทืบเท้า “เจ้าเป็นอะไรไป!”
“แค่กๆเป็นข้าที่ไร้ความสามารถ ถ่วงสหายเซียวไป วันนี้บุญคุณช่วยชีวิต ในอนาคตจะต้องตอบแทนอย่างหนักแน่นอน!” เฟิงชิงเยี่ยนกล่าวอย่างอ่อนแรง
“อย่าพูดไร้สาระ!”
“ตอนนี้หนีไปหนึ่งคน อย่างไรก็ตามก็ต้องรั้งสองคนที่เหลือไว้ให้ได้!”
ส่วนเจ้าเด็กแซ่เฉินจะสามารถรอดชีวิตกลับมาจากเงื้อมมือของผู้เฒ่ามารโบราณได้หรือไม่ ก็ได้แต่ภาวนาเอาเองแล้ว!
…..
ณ หุบเขากระดูกกร่อน
เสียงสวดมนต์สั่นสะเทือนฟ้าดิน แสงแห่งพุทธะสาดส่องไปทั่วโลก!
และในขณะที่เฉินซานซือใช้มหาค่ายกลสลายวิญญาณผนึกเส้นชีพจรมาร…หลวงจีนเจี้ยนเจินก็กำลังโจมตีประมุขน้อยมารโบราณอย่างบ้าคลั่ง
คทาปราบมารในมือของเขา ราวกับเป็นศาสตราวุธของพระพุทธเจ้า และมิอาจต้านทานได้
ประมุขน้อยซุ่ยหลีพยายามเหวี่ยงดาบมารอย่างบ้าคลั่ง
บนยอดเขา เหลือเพียงเสียงตีเหล็กปิงๆปังๆและคลื่นพลังระลอกแล้วระลอกเล่าก็แผ่ขยายออกโดยมีคนทั้งสองเป็นศูนย์กลาง
“ตูม!”
ประมุขน้อยซุ่ยหลีเหวี่ยงดาบยาวขวาง พลางรับคทาปราบมารที่ฟาดลงมาซึ่งๆหน้า
และไม่ทันที่เขาจะทำอะไรได้มากกว่านี้ พลันก็เห็นว่าหลวงจีนร่างมหึมาที่อยู่ตรงข้ามตาเบิกกว้าง ตะโกนเสียงกร้าวออกมาอย่างกะทันหัน
“โฮกกกกก!”
วิชาเสียงสิงโตคำรามของพุทธะ!
“อ๊าก!”
ประมุขน้อยซุ่ยหลีร้องโหยหวนออกมาคำหนึ่ง พลางเซถอยหลังไป และอดไม่ได้ที่จะเผยช่องว่างนับร้อย
เหมิงกว่างซิ่นปลดปล่อยแสงแห่งพุทธะจนทั่วทั้งร่างเจิดจ้า พลางคทาปราบมารก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น และหมายจะใช้โอกาสนี้ ปลิดชีวิตของประมุขน้อยมารโบราณ
ตอนนี้ มีหรือที่ซุ่ยหลีอู๋จะกล้าสู้ต่อไป
เขาพลางบดยันต์หยกชิ้นหนึ่งให้แหลกละเอียด และร่างของเขาก็เคลื่อนย้ายในพริบตาไปไกลหลายร้อยจั้ง แล้วจึงหันหลังหนี
พอดีกับในขณะนั้น พลันก็มีแสงสีแดงสายหนึ่งสว่างขึ้นในเมฆาทมิฬเบื้องหน้า
“ท่านอาแปด!”
ซุ่ยหลีอู๋ราวกับคว้าฟางช่วยชีวิตไว้ได้ พลางใช้พละกำลังทั้งหมด และหนีไปข้างหน้าอย่างสุดชีวิต
แต่เมื่อเห็นว่าทางรอดอยู่เบื้องหน้า พลันก็มีลูกธนูดอกหนึ่งฉีกกระชากอากาศ ร้องคำรามพุ่งเข้ามาจากด้านข้าง
เขารีบเหวี่ยงดาบฟันออกไป แมลงกู่ระเบิดออกอย่างรุนแรง พลันพลังเซียนก็ถาโถมออกมาราวกับคลื่นยักษ์
ถึงแม้ว่าประมุขน้อยซุ่ยหลีจะสามารถต้านทานได้ทันท่วงทีและไม่ได้รับบาดเจ็บ แต่ก็ยังคงถูกซัดกระเด็นถอยหลังไปนับร้อยจั้ง ชนเข้ากับก้อนเมฆาทมิฬจนแตกกระจาย
เมื่อเขาเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง พลันก็เห็นเปลวเพลิงสายหนึ่งที่ได้มาถึงเบื้องหน้าแล้ว!
หอกยาวของเฉินซานซือฉีกกระชากเมฆา พลันพุ่งตรงมายังกระหม่อม!
ในความตื่นตระหนก ซุ่ยหลีอู๋เหวี่ยงดาบขึ้นปัด และฟันเข้าที่คมหอกเงินสว่าง
แต่ในชั่วพริบตาก็สัมผัสได้ถึงพลังเซียนอันแข็งแกร่ง พลันสองแขนก็ปวดร้าวอย่างรุนแรง เกือบจะทำศาสตราวุธหลุดมือโดยตรง และหลังจากที่ถอยหลังไปอีกหลายร้อยจั้ง ในที่สุดก็อาศัยยันต์เพื่อทรงตัวไว้ได้อย่างยากลำบาก
แข็งแกร่งขึ้นอีกแล้ว!
เขามองไปยังอาภรณ์สีขาวที่ไว้หนวดเครายาว ดูองอาจกร้านโลก พลันความรู้สึกหวาดกลัวก็ผุดขึ้นมาจากก้นบึ้งของหัวใจ!
หลังจากที่กลับมาจากทวีปซีหนิวเหอโจว เพียงแค่ไม่กี่ปี วิถีเซียนและวิถียุทธ์กลับทะลวงผ่านไปถึงขั้นปลายพร้อมกัน!
ซุ่ยหลีอู๋อยากจะหนี น่าเสียดายที่หนีไม่พ้นโดยสิ้นเชิง
ทันใดนั้น หอกยาวที่หอบหิ้วเปลวเพลิงและสีแดงฉานที่แฝงไว้ด้วยสีดำอันลุ่มลึก ราวกับเป็นหมึกและเปลวเพลิงที่ผสมปนเปกันไป
เพลิงนี้ มิเพียงแต่จะสามารถเผาผลาญเส้นชีพจร และเผาผลาญพลังเซียนของเขาได้…เเต่ในขณะเดียวกันยังแฝงไว้ด้วยการเผาผลาญจิตสัมผัส จนไม่สามารถต้านทานได้โดยสิ้นเชิง!
หลังจากที่รับไปสองกระบวนท่าอย่างยากลำบากแล้ว ซุ่ยหลีอู๋ก็ไม่สามารถถือศาสตราวุธไว้ได้อีกต่อไป
ทำได้เพียงมองดูดาบมารถูกปัดขึ้น พลันหน้าอกก็เปิดโล่ง!
ในขณะเดียวกัน ซุ่ยหลีเยี่ยนที่รีบร้อนมาถึง ก็พลันเห็นภาพนี้เบื้องหน้า
“หลานชาย!”
ซุ่ยหลีอู๋ที่เสียการทรงตัว พลันยื่นมือออกไปกลางอากาศ และคว้าไปยังทิศทางของผู้เฒ่า…ส่งเสียงขอความช่วยเหลือเป็นครั้งสุดท้าย
เเต่มีหรือที่เฉินซานซือจะปล่อยเขาไป
เปลวเพลิงที่หอกยาวก็ยิ่งรุนแรงขึ้น และหลังจากที่ฉีกกระชากม่านพลังป้องกันของอีกฝ่ายแล้ว มันก็กรีดเนื้อหนัง และเจาะกระดูก สุดท้ายก็ทะลวงผ่านหัวใจโดยตรง
เปลวเพลิงแห่งความโกลาหล พลันเริ่มอาละวาดในร่างของประมุขน้อยซุ่ยหลี และในชั่วพริบตาเดียว ก็เผาผลาญเขาจากภายในสู่ภายนอก ทำให้เขากลายเป็นซากศพที่ไหม้เกรียมโดยสมบูรณ์!
“หลานชาย!!!”
ผู้เฒ่าซุ่ยหลีมาช้าไปหนึ่งก้าว พลันส่งเสียงคำรามที่คลั่งเเค้น
เฉินซานซือชักหอกยาวออกมา พลันปล่อยให้ร่างจริงของประมุขน้อยมารโบราณร่วงหล่นลงมาจากที่สูง และกระแทกลงในกองโคลน
“เฉินซานซือ ข้าสาบานว่าจะเอาเลือดเนื้อเจ้ามาปรุงยา…เอาหัวเจ้ามารองเหล้า!!!”
ณ เวลานี้ ผู้เฒ่าซุ่ยหลีราวกับเป็นสัตว์ป่าที่บ้าคลั่ง พลันไอมารโบราณในร่างกายก็ไหลเวียนไม่หยุดหย่อน
ขวานมังกรพันวิญญาณฉีกก็ราวกับเป็นสัตว์ร้ายโบราณเถาเที่ย ร้องคำรามบิดเบี้ยวอากาศ และหมายจะกลืนกินทุกสิ่งเบื้องหน้าจนหมดสิ้น
เฉินซานซือมิได้หลบหลีก พลันเปลวเพลิงที่พันรอบร่างกายก็ยิ่งใหญ่ขึ้น แล้วจึงใช้หอกราวกับมังกรปะทะกับเถาเที่ยซึ่งๆหน้า
“ครืนนนนนน!”
เเต่อย่างไรเสียก็เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับกายาจำแลงของเผ่ามารโบราณ
ปะทะกันด้วยกำลังมหาศาลซึ่งๆหน้า จะเป็นสิ่งที่ผู้ฝึกตนระดับแก่นทองคำสามารถต้านทานได้ได้อย่างไร?
เฉินซานซือพลันลอยถอยหลังไปทันที
และในระหว่างนั้น พลันบนร่างกายของเขาก็มีเกราะเพลิงแปดทิศเกาะติดอยู่
เบื้องหลังก็มีเปลวเพลิงกลายเป็นผ้าคลุม ทั่วทั้งร่างก็ส่องประกายสีทองเจิดจ้า แขนเสวียนหลิงหกข้างก็ยื่นออกมา พร้อมศาสตราวุธก็ถูกนำออกมาจนหมดสิ้น
หลังจากที่ทรงตัวได้แล้ว ก็รีบใช้วิชาเผาผลาญโลหิตสามชั้น และก่อนที่ขวานครั้งที่สองของอีกฝ่ายจะฟาดลงมา ก็หายไปจากที่เดิม
ในชั่วพริบตาเดียวก็มาถึงด้านข้าง และโจมตีอีกครั้ง
“อืม!”
ซุ่ยหลีเยี่ยนโจมตีพลาด พลันก็สัมผัสได้ถึงความผิดปกติที่ด้านข้าง
เขารีบเปลี่ยนทิศทางขวาน และฟาดลงบนร่างของอีกฝ่ายอีกครั้ง
“ตึง!”
เหมือนกับครั้งก่อน เฉินซานซือซึ่งๆหน้าก็ยังคงไม่ชนะ
แต่ภายใต้การป้องกันของเกราะ ก็ไม่ถึงกับบาดเจ็บสาหัสในทันที พลันเขาก็ถอยหลัง แล้วอาศัยศาสตราวุธอาภรณ์เพลิงสวรรค์อสรพิษแดงเคลื่อนไหวอย่างคล่องแคล่ว…ใช้วิธีเดิมอีกครั้ง!
หากมองจากไกลๆ…ผู้ที่ต่อสู้กับซุ่ยหลีเยี่ยนตอนนี้ ราวกับมิใช่คนคนเดียว หากแต่เป็นเปลวเพลิงสีทองสายหนึ่ง
ไม่ว่าเขาจะซัดมันให้ถอยไปอย่างไร ก็จะกลับมาโจมตีอีกครั้งเสมอ
……
หมื่นดาบสู่สวรรค์ เงาแสงพร่างพราย!
และหลังจากการต่อสู้อีกครั้ง เฉินซานซือที่ควงหอก พลันก็มีดาบบินสามพันเล่มรวมตัวกันขึ้นในหมู่เมฆเบื้องหลัง เเถมเบื้องหลังดาบบินแต่ละเล่ม ก็กลายเป็นเงาเสมือนสายหนึ่ง
เซียนดาบสามพันองค์ พลันพุ่งมาจากทุกทิศทุกทาง และถาโถมเข้าล้อมโจมตีผู้เฒ่ามารโบราณ!
“อ๊าาาาาาา!”
ซุ่ยหลีเยี่ยนหมุนโซ่ พลันขวานยักษ์ก็กวาดล้างพันทหาร และทุบเงาเสมือนสายแล้วสายเล่าให้แหลกละเอียด แต่ในไม่ช้าเขาก็พบว่าสถานการณ์แปลกประหลาด
เงาเสมือนเหล่านี้ มิใช่การโจมตีโดยตรงที่เรียบง่าย
พวกเขาพลิ้วกายหลบหลีกและเปลี่ยนทิศทางเอง สุดท้ายการเคลื่อนไหวก็คล้ายคลึงกับวิถีดาบของอาภรณ์สีขาวอย่างยิ่ง!
หากจำนวนน้อย เขาก็ยังสามารถอาศัยระดับพลังกดข่มเพื่อต้านทานได้
แต่เมื่อเงาดาบนับร้อยนับพันถาโถมเข้ามาพร้อมกัน มันก็ยากที่จะหลีกเลี่ยงการตาลายได้
“ปัง!”
ในที่สุด
ภายใต้การโจมตีที่บดบังฟ้าดิน พลันก็มีช่องว่างเกิดขึ้นที่ด้านหลังของซุ่ยหลีเยี่ยน
เขาถูกเงาดาบสายหนึ่งโจมตีเข้าจนร่างของเขาชะงักไป …จากนั้น ก็ไม่สามารถรับมือกับเงาดาบที่เหลือได้อีกต่อไป
เงาดาบที่หนาแน่น พลันเข้าครอบคลุมเขาโดยสมบูรณ์
แสงสีทองเจิดจ้า พลังดาบท่วมท้นฟ้าดิน!
“บูมมมมมมๆๆๆๆๆ!”
พลังดาบนับร้อยนับพันโจมตีเข้าที่จุดเดียว ก็ก่อเกิดเป็นคลื่นยักษ์พลังเซียนอันน่าสะพรึงกลัว และพลิกคว่ำทะเลเมฆทั้งผืน
จนกระทั่งผ่านไปหลายลมหายใจ ทุกอย่างก็กลับสู่ความสงบ
สุดท้ายจะเห็นว่าท่ามกลางหมอกหนา ร่างมหึมาของผู้เฒ่ามารโบราณก็ค่อยๆลดแขนที่ไขว้กันอยู่หน้าอกลง
บนร่างของเขาตอนนี้เต็มไปด้วยรอยดาบที่ละเอียด และที่บาดแผลก็มีเลือดสีแดงเข้มไหลออกมา
เฉินซานซือรู้สึกประหลาดใจ
หมื่นดาบสู่สวรรค์ของเขา กลับทำได้เพียงสร้างบาดแผลภายนอกเล็กน้อยให้กับอีกฝ่ายเท่านั้น!
เขารู้ว่าร่างกายของผู้ฝึกตนเผ่ามารโบราณแข็งแกร่ง แต่ไม่คาดคิดว่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้!
ซุ่ยหลีเยี่ยนเงยหน้าขึ้น พลันก็มีหมอกเลือดที่เกิดจากไอมารพ่นออกมาจากจมูก
เขาใช้ดวงตาสีแดงเข้มคู่นั้นจ้องมองไปยังอาภรณ์สีขาวเบื้องหน้า
ทุกคำที่เอ่ยออกมาทำให้พลังปราณมารโบราณในร่างกายก็ยิ่งใหญ่ขึ้นอีกหนึ่งส่วน
“เจ้ามีฝีมือแค่นี้รึ? งั้นวันนี้ก็จงทิ้งชีวิตไว้ที่นี่เสียเถอะ!”
สิ้นเสียง พลันเขาก็อ้าแขนออกอย่างรวดเร็ว
กระดูกก็เกิดเสียงดังเปรี๊ยะๆราวกับถั่วแตก เนื้อหนังก็หลุดลอกออกแล้วก็งอกขึ้นมาใหม่ และลวดลายมารสีทองเข้มก็แผ่ขยายจากหว่างคิ้วไปทั่วทั้งร่าง
เสียงคำรามสั่นสะเทือนเมฆาร้อยลี้ จากนั้นร่างของเขาก็ค่อยๆขยายใหญ่ขึ้น ราวกับเป็นต้นไม้โบราณที่เติบโตอย่างบ้าคลั่ง จนกระทั่งบดบังฟ้าดิน
กายาจำแลงฟ้าดิน!
เฉินซานซือได้กลายเป็นลำแสงสายหนึ่งอีกครั้ง และพุ่งเข้าไปข้างหน้า
แต่หลังจากที่ผู้เฒ่ามารโบราณขยายร่างใหญ่ขึ้น มิเพียงแต่การเคลื่อนไหวของเขาจะไม่เชื่องช้าลง พลันแรงกดดันที่แผ่ออกมา กลับยังทำให้ทั่วทั้งอาณาบริเวณร้อยลี้เต็มไปด้วยแรงกดดัน
เฉินซานซือใช้วิชาเคลื่อนไหวในนั้น ราวกับอยู่ในน้ำที่ต้องรับแรงต้านทานมหาศาล ความเร็วก็อดไม่ได้ที่จะช้าลง
ซุ่ยหลีเยี่ยนเหวี่ยงโซ่ พลันขวานยักษ์ก็กวาดเข้ามา
“ปัง!”
เฉินซานซือยากที่จะหลบหลีก เขาทำได้เพียงใช้หอกยาวขวางอยู่เบื้องหน้า
เขาราวกับเป็นดาวตกที่ร่วงหล่น สุดท้ายก็ร่วงลงบนเนินเขาแห่งหนึ่งอย่างรุนแรง
“ศิษย์น้อง!”
เหมิงกว่างซิ่นตะโกนเสียงกร้าว พลันคทาปราบมารก็ขยายใหญ่ขึ้นอย่างต่อเนื่อง
เเต่ถึงจะมีความใหญ่หลายร้อยจั้ง แต่เบื้องหน้ากายาจำแลงฟ้าดิน ก็ยังคงราวกับเป็นของเล่นขนาดเล็ก
ซุ่ยหลีเยี่ยนเพียงแค่ใช้ฝ่ามือเดียว หลวงจีนเจี้ยนเจินพร้อมกับศาสตราวุธของเขาก็พุ่งกระเด็นออกไปพร้อมกัน
ผู้เฒ่ามารโบราณมิได้มองเหมิงกว่างซิ่นแม้แต่น้อย
เขารีบมุ่งตรงไปยังเป้าหมายหลัก-จักรพรรดิเฉินซานซือ
เเต่ท่ามกลางฝุ่นนับหมื่นจั้ง พลันก็มีแสงวิญญาณสายหนึ่งสว่างขึ้น
“ค่ายกลสามมหันตภัยพิฆาตวิญญาณ!”
……………