เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 522: ลูกแก้ววิถีสวรรค์

บทที่ 522: ลูกแก้ววิถีสวรรค์

บทที่ 522: ลูกแก้ววิถีสวรรค์


บทที่ 522: ลูกแก้ววิถีสวรรค์

"โฮก—"

แม้จะสูญเสียพลังบำเพ็ญเพียรไป แต่พยัคฆ์ขุนเขาก็ยังคงเป็นพยัคฆ์ขุนเขา ทุกย่างก้าวที่เดินล้วนก่อเกิดเป็นลมเย็นยะเยือก อีกทั้งสติปัญญาก็ยังคงอยู่ สามารถพูดภาษามนุษย์ได้

"เจ้าหนู พาพวกเราไปเอาของซะ มิเช่นนั้นแล้ว ข้าจะฉีกแขนเจ้ามาชิมเล่นก่อนสักข้าง! หืม? เจ้าจะทำอะไร?!"

พลันเฉินซานซือที่อยู่ห่างออกไปห้าสิบก้าว ก็ค่อยๆหยิบธนูคันหนึ่งที่ดูคล้ายเขากวางออกมา

คันธนูร้อยกวางไล่จันทรา แม้จะสูญเสียพลังวิญญาณไป ก็ยังคงเป็นธนูที่มีน้ำหนักเกือบร้อยสือ พลังทำลายล้างมิใช่ธรรมดา

เขาหยิบลูกธนูประกายแสงขึ้นพาดสาย ก่อนจะเล็งไปที่พยัคฆ์ร้ายแล้วยิงออกไป

เกิงชานเหมาไม่มีพลังปราณป้องกันตัว อีกทั้งยังมีร่างใหญ่โต มีหรือจะหลบลูกธนูได้พ้น

มันถูกยิงเข้าที่หน้าอกพอดี โลหิตสีแดงคล้ำไหลซึมออกมาจากใต้ขน โชคดีที่กระดูกหนีบหัวลูกธนูไว้แน่น จึงไม่โดนหัวใจ

เมื่อเจ็บปวด มันก็คำรามก้องจนหูแทบดับ พุ่งเข้าสังหารด้วยความเร็วสูงสุด

เฉินซานซือไม่ร้อนรนแม้แต่น้อย เพียงแค่ง้างคันธนูยิงออกไปเรื่อยๆ!

"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว—"

ลูกธนูใบหลิวแหวกอากาศออกไป ทุกดอกล้วนเข้าเป้า

พยัคฆ์ขุนเขาที่กำลังวิ่งอยู่ไม่นานก็ถูกยิงจนพรุนราวกับเม่น ความเร็วก็ยิ่งช้าลงเรื่อยๆ

แต่ถึงอย่างไรก็เป็นอสูรร้ายสายเลือดพิเศษ แม้จะเป็นเช่นนี้ ก็ยังคงฝืนพุ่งเข้ามาถึงเบื้องหน้าของผู้บำเพ็ญเพียรเผ่ามนุษย์ได้

เฉินซานซือเก็บคันธนูแล้วชักหอกออกมา ร่างกายเคลื่อนไหวว่องไวดุจภูตผี

ไม่ว่าเกิงชานเหมาจะคลุ้มคลั่งเพียงใด การโจมตีของมันก็มักจะพลาดเป้า ตรงกันข้าม ร่างพยัคฆ์ของมันกลับถูกหอกทิ้งรอยแผลเป็นรูเลือดไว้แห่งแล้วแห่งเล่า

ด้วยความโกรธจัด มันจึงตัดสินใจบุกโจมตีโดยไม่ป้องกัน ผลก็คือเกิดช่องโหว่มากมาย เปิดจุดตายให้เห็นอย่างชัดเจน!

"ฉึก—"

"ช่างเป็นกระดูกที่แข็งแกร่งนัก!"

ต่อให้วิทยายุทธ์ของเฉินซานซือจะสูงส่งเพียงใด พลังกายของเขาก็ไม่อาจเกินขีดจำกัดของคนธรรมดาได้

หอกเล่มนี้ทำได้เพียงแค่ทำให้ตาข้างหนึ่งของพยัคฆ์ขุนเขาบอดไปเท่านั้น ไม่ได้สร้างบาดแผลถึงจุดตาย อีกทั้งเนื่องจากกระดูกของอีกฝ่ายแข็งแกร่งอย่างยิ่ง เขาจึงเกือบจะดึงหอกออกมาไม่ได้ จนกระทั่งวินาทีสุดท้ายจึงกระโดดถอยหลัง หลบอุ้งเท้าพยัคฆ์ที่ใหญ่กว่าศีรษะคนได้ทัน

พยัคฆ์ขุนเขาตนนี้มีขนาดใหญ่กว่าพยัคฆ์ทั่วไปหลายเท่า แม้จะไม่มีพลังปราณ แต่คนธรรมดาก็เพียงแค่แตะต้องก็บาดเจ็บ โดนเข้าก็ถึงตาย

เขามองดูสภาพที่เต็มไปด้วยบาดแผลของอีกฝ่าย ในใจไม่ร้อนรนแม้แต่น้อย พลางสู้พลางถอยต่อไป หมายจะทำให้มันอ่อนแรงจนตายไปเอง

"เจ้าคนโง่!" นอกอาคมต้องห้าม อสูรจิ้งจอกเก้าหางเอ่ยเตือน "เจ้าไม่อยากมีชีวิตอยู่แล้วรึ? ยังไม่ถอยกลับมาอีก!"

"เจ้าเด็กแซ่เฉิน เจ้าจำไว้!"

เกิงชานเหมาค่อยๆได้สติกลับคืนมาท่ามกลางความเจ็บปวดจากบาดแผลทั่วร่าง

มันสะบัดตัว ดึงลูกธนูบางส่วนออกจากร่าง จากนั้นก็หันหลังหมายจะหนีออกจากที่นี่

"ตอนนี้คิดจะไป มันจะสายเกินไปหน่อยหรือไม่!"

ทว่า พยัคฆ์ขุนเขาที่บาดเจ็บสาหัสกลับเคลื่อนไหวเชื่องช้าอย่างยิ่ง

ในไม่ช้าก็ถูกเฉินซานซือในชุดขาวอาบเลือดไล่ตามทัน เขายิงธนูใส่แผ่นหลังของมันไม่หยุด พร้อมกับใช้หอกสร้างบาดแผลใหม่ๆ

โลหิตอันร้อนระอุที่ไหลออกมาจากร่างพยัคฆ์ขุนเขา แทบจะรวมตัวกันเป็นแม่น้ำบนแผ่นหินสีเขียว

มันไม่อาจทนทานต่อการเสียเลือดในปริมาณมหาศาลเช่นนี้ได้อีกต่อไป ตาข้างที่เหลืออยู่ก็เริ่มพร่ามัว ต้องหยุดยืนหอบหายใจอย่างเจ็บปวด

แต่เฉินซานซือที่อยู่ข้างหลัง ก็บุกเข้ามาอีกครั้งแล้ว!

สู้ก็ไม่ไหว หนีก็ไม่พ้น!

เกิงชานเหมาผู้สังหารมานับไม่ถ้วน ไม่ว่าจะในภพอสูรหรือภพมนุษย์ ล้วนเป็นฝ่ายล่ามาโดยตลอด

นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้สัมผัสกับความรู้สึกของการถูกล่า ความหวาดกลัวที่ไม่เคยมีมาก่อนก็ผุดขึ้นในใจ และในที่สุดก็แปรเปลี่ยนเป็นสัญชาตญาณการเอาชีวิตรอด

แต่ภายใต้ยอดวิชาขั้นสุดยอด มีหรือที่มันจะแตะต้องชายเสื้อของเขาได้?

ในที่สุดเฉินซานซือก็หาโอกาสได้ แทงหอกออกไปอย่างแรง ทะลุลำคอของพยัคฆ์ขุนเขาโดยตรง ทำให้มันแหงนหน้าร้องโหยหวน

เขาเคลื่อนไหวราวกับอสรพิษเลื้อยมาอยู่ใต้ท้องของพยัคฆ์ร้าย ชักดาบหลงหยวนออกมาแทงเข้าไปในช่องท้องที่อ่อนนุ่ม จากนั้นก็บิดด้ามดาบบดขยี้อวัยวะภายใน แล้วกรีดลงมาตามลำตัว ฉีกเปิดบาดแผลยาวกว่าหนึ่งจั้ง

โลหิตเหนียวข้นและอวัยวะภายในผสมปนเปกันไหลทะลักออกมา "ซู่—"

เกิงชานเหมาร้องโหยหวนเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่ร่างมหึมาจะล้มลงแน่นิ่ง

…..

"เฮือก!"

เฒ่าปีศาจชิงมู่ยกมือปิดตา ไม่กล้ามองภาพนี้

"เจ้าคนนี้นี่ช่างโง่เขลาเสียจริง ดึงดันจะหาเรื่องตาย!"

เฉินซานซือใช้แรงอย่างมากจึงจะดิ้นหลุดออกมาจากใต้ซากศพได้

เเละเขาไม่ประมาท หลังจากชักหอกมังกรเงินออกมาแล้วก็สังเกตการณ์รอบๆอย่างระมัดระวัง

พลันมีลำแสงสีหม่นสายหนึ่งพุ่งออกมาจากหัวพยัคฆ์ เมื่อมองดูให้ดี ที่แท้ก็คือร่างวิญญาณของอสูรพยัคฆ์ขนาดเท่าฝ่ามือ

จิตแก่นแท้!

เช่นเดียวกับวิญญาณแรกเริ่ม จิตแก่นแท้นี้ไม่มีพลังทำลายล้างใดๆเป็นเพียงวิญญาณเร่ร่อนดวงหนึ่งเท่านั้น

ที่น่ารำคาญคือ ไม่ว่าเฉินซานซือจะกวัดแกว่งศาสตราวุธหรือยิงธนูอย่างไร ก็ไม่สามารถทำอันตรายต่อร่างวิญญาณได้ ทำได้เพียงมองดูอีกฝ่ายหนีออกจากเขตหมื่นอาคมล้วนถูกผนึกไป

"จงมา!"

และในตอนนั้นเอง วิญญาณแรกเริ่มของต้งเวยก็พลันปลดปล่อยยันต์แผ่นหนึ่งออกมา ดูดจิตแก่นแท้ของอสูรพยัคฆ์เข้าไปในนั้นโดยตรง

"เหอะๆข้าผู้เฒ่าเดินทางมาครั้งนี้ต้องเสียร่างกายเนื้อไป หลังจากกลับไปแล้ว ก็จะใช้จิตแก่นแท้ของเจ้าสัตว์เดรัจฉานนี่บำรุงร่างกายเสียหน่อย!"

"เจ้าคนพาล!" เฒ่าปีศาจชิงมู่ตวาดลั่น "กล้าลงมือสังหารเผ่าอสูรของพวกเรา!"

"อย่ามัวพูดมาก!"

วิญญาณแรกเริ่มของต้งเวยไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย

"ถึงข้าผู้เฒ่าจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรพเนจร แต่ก็เป็นคนฝ่ายธรรมะ การกำจัดอสูรปราบมารเป็นเรื่องที่สมควรทำอยู่แล้ว หากเจ้าไม่พอใจ ก็เข้ามาแย่งชิงได้!"

"เหอะๆ!" เฒ่าปีศาจชิงมู่แค่นหัวเราะ "ข้าผู้เฒ่าไม่ยอมพลีชีพเพื่อมันให้เจ้าหรอก อีกอย่าง ตระกูลเกิงก็จะไปหาเรื่องเจ้าเอง!"

"เจ้าคนโง่นี่ ในหัวมีแต่เรื่องตีรันฟันแทง" อสูรจิ้งจอกเก้าหางถอนหายใจแผ่วเบา "ตายก็ตายไปเถอะ อย่างไรก็เป็นตัวเกะกะอยู่แล้ว"

อสูรระดับจำแลงกายอีกสองตน เห็นได้ชัดว่าไม่ได้สนิทสนมกับอสูรพยัคฆ์มากนัก จึงไม่คิดที่จะเสี่ยงชีวิตเพื่อแก้แค้นให้มัน

ณ ขณะนี้ ปัญหาใหญ่ที่สุดของพวกเขา ก็คือจะทำอย่างไรจึงจะสามารถเผชิญหน้ากับเฉินซานซือภายใต้ "หมื่นอาคมล้วนถูกผนึก" เพื่อแย่งชิงของมาได้

….

"ทุกท่าน"

เฉินซานซือผู้มีร่างอาบโลหิตถือคันธนู พลางกวาดสายตามองทุกคน "ยังมีใครอยากจะมาประลองฝีมืออีกหรือไม่?"

"เจ้าหนูแซ่เฉิน เจ้าคิดว่ามีหมื่นอาคมล้วนถูกผนึกแล้วจะทำอะไรตามใจชอบได้จริงๆรึ?"

ปรมาจารย์วิญญาณแรกเริ่มร่างแคระตนนั้นหยิบแหวนมิติออกมาจากอกเสื้อ พลางยิ้มเหี้ยม

"ก่อนที่ข้าผู้เฒ่าจะมาที่นี่ ก็ได้ไปที่ภูเขาหมื่นลักษณ์มาครั้งหนึ่ง จับแมลงพิษอสูรร้ายมาได้ไม่น้อย เดิมทีตั้งใจจะนำกลับไปปรุงยา คาดไม่ถึงว่าจะได้มาใช้ประโยชน์ที่นี่"

พูดจบ เขาก็เปิดแหวนมิติ ลำแสงสายแล้วสายเล่าก็พุ่งทะลักออกมา เมื่อตกลงบนพื้นก็กลายเป็นอสูรร้ายรูปร่างแปลกประหลาดนานาชนิด

เสือดาวเงาทมิฬ, หมาป่าตโลหิต, แรดแยกปฐพี, อินทรีสลายกระดูก...หนาแน่นจนนับไม่ถ้วน อย่างน้อยก็มีเป็นร้อยตัว!

พวกมันบ้างก็อยู่ในระดับเสวียนถี่ บ้างก็อยู่ในระดับอสูรตัน ณ ตอนนี้ ภายใต้การกดข่มของกฎเกณฑ์ ระดับพลังก็ลดต่ำลง…แต่ถึงกระนั้น ก็ไม่อาจเปลี่ยนแปลงความจริงที่ว่าสัตว์เดรัจฉานเหล่านี้ดุร้ายได้!

เพียงแค่แรดแยกปฐพีตัวนั้น ก็สูงใหญ่ราวกับภูเขาลูกหนึ่ง ทุกย่างก้าวที่วิ่งก็ทำให้แผ่นดินสั่นสะเทือน

เว้นเสียแต่ว่าจะเป็นผู้บำเพ็ญเพียรที่มีกายพิเศษหรือสมบัติวิเศษ มิเช่นนั้นแล้วก็ไม่อาจควบคุมสัตว์วิญญาณจำนวนมากขนาดนี้ได้พร้อมกัน

เมื่อพวกมันได้รับอิสรภาพอีกครั้ง ก็เริ่มโจมตีทุกคนอย่างไม่เลือกหน้า

กฎเกณฑ์ของที่นี่กดข่มวิชาบิน แต่ทว่ากลับไม่สามารถหยุดยั้งสัตว์เดรัจฉานไม่ให้บินได้

"ฮ่าๆๆ!"

ปรมาจารย์วิญญาณแรกเริ่มร่างแคระเหยียบอยู่บนหลังอินทรีสลายกระดูก ลอยอยู่กลางอากาศมองดูภาพความโกลาหล

"ตายกันให้หมดซะ!"

"หา?!"

วิญญาณแรกเริ่มร่างเล็กของต้งเวยวิ่งหนีอย่างตื่นตระหนก

ส่วนคนอื่นๆก็ต่างหาทางรับมือกันไป

ยิ่งไปกว่านั้น ยังมีอสูรยักษ์จำนวนมากบุกเข้ามาในเขตหมื่นอาคมล้วนถูกผนึก พุ่งตรงไปยังเฉินซานซือ

"ฟิ้ว ฟิ้ว ฟิ้ว—"

เฉินซานซือโก่งคันธนูยิงออกไป น่าเสียดายที่เมื่อไม่มีพลังวิญญาณ พลังทำลายล้างก็ไม่เพียงพอ ยากที่จะรับมือกับอสูรร้ายจำนวนมากได้

อีกทั้ง ลูกธนูระดับสมบัติวิเศษที่เขาพกมาก็ใช้หมดไปนานแล้ว ลูกธนูประกายแสงระดับสองเดิมทีก็มีไม่มาก ในไม่ช้าก็หมดเกลี้ยง

"ชิงเหนี่ยว, ไป๋อวี้!"

สัตว์วิญญาณคู่กายทั้งสองปรากฏตัว

ร่างของชิงเหนี่ยวเติบโตขึ้นมาก เมื่อกางปีกออกก็ยาวถึงหนึ่งจั้ง มันโฉบผ่านไป ก็ควักหัวใจของสัตว์วิญญาณประเภทหมาป่าออกมาจนแหลกละเอียด

อสรพิษวิญญาณไป๋อวี้ก็ยาวถึงสี่จั้งแล้ว เส้นผ่านศูนย์กลางก็กว้างถึงหนึ่งฉื่อ นับเป็นงูหลามของแท้ มันรัดหมาป่าตโลหิตตัวหนึ่งไว้อย่างแน่นหนา บดขยี้กระดูกของมันจนแหลกละเอียด พร้อมกับกัดเข้าที่ลำคอฉีดพิษเข้าไป

แต่ถึงแม้จะมีสัตว์เลี้ยงวิญญาณช่วยสู้ ทุกคนก็ยังต้านทานการโจมตีของฝูงอสูรไม่ไหว

โดยเฉพาะวิญญาณแรกเริ่มร่างเล็กของต้งเวย ที่ถูกอสูรร้ายชนไปมาเหมือนลูกบอล

หากเป็นเช่นนี้ต่อไป เกรงว่าพวกเขาคงต้องตายเพราะถูกเหยียบย่ำเป็นแน่

…..

บุตรศักดิ์สิทธิ์มู่ชิงหมิง ต่อสู้ขับไล่เสือดาวเงาทมิฬอย่างยากลำบาก พลางบุกทะลวงไปด้านข้าง ราวกับกำลังมุ่งหน้าไปยังเป้าหมายบางอย่าง

และแทบจะในเวลาเดียวกัน เฉินซานซือก็เกิดความคิดเดียวกันขึ้นมา

เขาให้ชิงเหนี่ยวและไป๋อวี้คอยคุ้มกัน ก่อนจะวิ่งไปทางทิศตะวันตกเฉียงใต้

ณ ที่นั่น มีคางคกคาบเหรียญตัวหนึ่งอยู่!

ตามประสบการณ์ก่อนหน้านี้ ภายในคางคกมักจะสามารถซื้อสมบัติที่ใช้ไขด่านได้

ด่านของลานฝึกยุทธ์แห่งนี้ น่าจะเป็นกฎแห่งหมื่นอาคมล้วนถูกผนึก เช่นนั้นแล้ว ภายในคางคกจะมีอะไรอยู่กัน?

ช้าๆคนอื่นๆก็เริ่มคิดได้ ก่อนจะเริ่มมุ่งหน้าไปยังคางคกที่อยู่ใกล้ตัวเองที่สุด

"แครก—"

เฉินซานซือฟันดาบลงไปตัดหัวสุนัขล่าเนื้อตัวหนึ่ง จากนั้นก็โยนเหรียญหลัวเซียวทงเป่าเข้าไปอย่างรวดเร็ว

จิตสำนึกของเขาก็เชื่อมต่อกับคางคกในทันที มองเห็นร้านค้าที่อยู่ภายใน

ร้านค้าในครั้งนี้ มีสินค้าอยู่ทั้งหมดสองอย่าง

สินค้า: โอสถจำแลงหยวน (สมบัติใช้แล้วทิ้ง)

ระดับ: สาม

สรรพคุณ: หลังจากกลืนโอสถจำแลง จะสามารถได้รับพลังบำเพ็ญเพียรระดับเเก่นทองคำขั้นต้นภายใต้การกดข่มของกฎเกณฑ์ จนกว่าพลังปราณจะหมดสิ้น ไม่สามารถฟื้นฟูได้

ราคา: ห้าสิบเหรียญหลัวเซียวทงเป่า

….

เป็นเช่นนี้จริงๆ!

การซื้อของภายในคางคก จะสามารถรับมือกับการกดข่มของกฎเกณฑ์ได้

เฉินซานซือจึงเลื่อนสายตาไปยังสินค้าชิ้นต่อไป

สินค้า: ลูกแก้ววิถีสวรรค์ (สมบัติใช้แล้วทิ้ง)

ระดับ: ห้า

สรรพคุณ: หลังจากกลืนลูกแก้ววิถีสวรรค์ จะสามารถเพิกเฉยต่อการกดข่มของกฎเกณฑ์ ฟื้นฟูระดับพลังเดิมของตนเอง พร้อมกับช่วยฟื้นฟูพลังปราณ

ราคา: หนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญหลัวเซียวทงเป่า

โอสถจำแลงสามารถคงสภาพพลังของผู้บำเพ็ญเพียรสายอาคมไว้ที่ระดับเเก่นทองคำขั้นต้นเท่านั้น และหลังจากใช้พลังปราณที่บรรจุอยู่ภายในจนหมดสิ้น ก็จะกลับมาถูกกดข่มอีกครั้ง

ในขณะที่ลูกแก้ววิถีสวรรค์สามารถเพิกเฉยต่อการกดข่มได้อย่างสิ้นเชิง ฟื้นฟูพลังทั้งหมดกลับคืนมา ทั้งสองอย่างเทียบกันไม่ได้เลย เพียงแต่ราคาก็สูงขึ้นถึงสามเท่า

แต่โชคร้ายที่ เฉินซานซือจ่ายไหว!

เขาแทบจะไม่ลังเลเลยแม้แต่น้อย เทเหรียญหลัวเซียวทงเป่าทั้งหมดลงไปในปากคางคก

คางคกจึงคายลูกแก้วสีน้ำเงินเข้มขนาดเท่าผลเชอร์รี่ออกมาเม็ดหนึ่ง

ในชั่วพริบตาที่เฉินซานซือกลืนมันลงท้อง ก็รู้สึกราวกับปลดโซ่ตรวนได้ พลังบำเพ็ญเพียรบนร่างก็ฟื้นฟูกลับมาอย่างรวดเร็ว!

บนลานฝึกยุทธ์มีคางคกอยู่มากกว่าหนึ่งตัว คนอื่นๆก็ล้วนหาเจอเช่นกัน

มิใช่เพียงเฉินซานซือที่ฉลาด รู้จักเตรียมเหรียญหลัวเซียวทงเป่าไว้ล่วงหน้า มู่ชิงหมิงและคนอื่นๆก็เช่นกัน

พวกเขาบ้างก็ให้คนในสำนักหรือลูกน้องมอบให้ หรือไม่ก็ปล้นชิงมาโดยตรง บนตัวจึงมีเหรียญสะสมอยู่บ้าง แต่ก็ยังไม่ถึงหนึ่งร้อยห้าสิบเหรียญ คนที่มีมากที่สุดคือมู่ชิงหมิง ซึ่งมีอยู่เก้าสิบกว่าเหรียญ

คนส่วนใหญ่จึงทำได้เพียงแลกโอสถจำแลง ส่วนผู้บำเพ็ญเพียรพเนจรระดับวิญญาณแรกเริ่มอินจิ่วจู๋นั้น แม้แต่โอสถจำแลงก็ยังแลกไม่ได้ เมื่อรู้ว่าหากอยู่ต่อไปต้องตายแน่ จึงลากร่างที่บาดเจ็บสาหัสหนีไปไกล ยอมแพ้ในการชิงสมบัติครั้งนี้ไปโดยตรง

"แครก แครก แครก—"

เมื่อโอสถจำแลงเม็ดแล้วเม็ดเล่าถูกคายออกมาจากปากคางคก บนลานฝึกยุทธ์ก็พลันเกิดปราณระดับเเก่นทองคำขึ้นหลายสาย

และทุกคนที่ได้รับพลังบำเพ็ญเพียรกลับคืนมา ก็ล้วนมุ่งหน้าสังหารบุรุษชุดขาวโดยพร้อมเพรียงกัน

…..

"เข้ามา!"

เมื่อไม่มีการกดข่มระดับพลัง เฉินซานซือย่อมไม่หวาดกลัวแม้แต่น้อย

พลังยุทธ์ในร่างกายของเขาเริ่มพลุ่งพล่าน เมื่อโคจรผ่านห้าอวัยวะเเก้วผลึกก็แผ่ซ่านไปทั่วร่าง จากนั้นจึงถูกปกคลุมด้วยแสงวิญญาณสีทอง ด้านหลังยิ่งมีแขนที่ดูคล้ายมังกรคะนองงอกออกมาหลายข้าง แต่ละมือล้วนถือศาสตราวุธที่แตกต่างกันออกไป

หอกมังกรเงิน, ดาบหลงหยวน, วงแหวนสะกดสมุทรเสิ่นหยวน, หอกกลืนวิญญาณเก้าเศียร, กระถางเทียนซา และยังมีดาบบินแสงวิญญาณที่เกิดจากการรวมตัวของวิชาหมื่นดาบสู่สวรรค์!

...ธาตุอัคคี!

เฉินซานซือผู้มีร่างสีทองอร่ามและแขนหกข้าง ทั่วร่างก็พลันลุกโชนไปด้วยเปลวไฟสีแดงฉาน ยืนตระหง่านอยู่ใจกลางลานฝึกยุทธ์ ราวกับเทวรูปที่หลงเหลือมาจากวังเซียนหลัวเซียว!

มังกรซากศพสุดขั้วหยินบุกเข้ามาเป็นคนแรก ปรมาจารย์วิญญาณแรกเริ่มร่างแคระตามมาติดๆ!

ทว่าเฉินซานซือที่ฟื้นฟูพลังทั้งหมดกลับมาแล้ว สามารถต่อกรกับผู้บำเพ็ญเพียรระดับเเก่นทองคำขั้นกลางได้สบายๆ

คนเหล่านี้ที่อาศัยเพียงโอสถจำแลง มีหรือจะเป็นคู่ต่อสู้ของเขาได้?

ศาสตราวุธสามชนิด ดาบ หอก และกระถาง ถูกฟาดลงไปพร้อมกัน ปรมาจารย์วิญญาณแรกเริ่มร่างแคระยกดาบกระดูกขึ้นต้านทานอย่างยากลำบาก แต่เมื่อวงแหวนสะกดสมุทรเสิ่นหยวนกระแทกลงมาอย่างรุนแรง เขาก็ไม่อาจทนทานได้อีกต่อไป ร่างเล็กๆกระเด็นถอยหลังไปโดยตรง

เฉินซานซือจึงใช้หอกกลืนวิญญาณเก้าเศียรและดาบบินแสงวิญญาณกระแทกมังกรซากศพสุดขั้วหยินจนถอยร่นไป จากนั้นจึงรับมือวิญญาณแรกเริ่มของต้งเวยที่บุกเข้ามาต่อ

ต้งเวยที่มีพลังเพียงระดับเเก่นทองคำ อานุภาพของพัดไทเก็กเฉียนหยวนก็ลดลงอย่างมากเช่นกัน

แม้ว่าทุกคนจะรุมล้อมโจมตี ก็ยังไม่อาจทำอะไรบุรุษชุดขาวได้แม้แต่น้อย!

ตรงกันข้าม พลังปราณที่บรรจุอยู่ในโอสถจำแลงของพวกเขากลับกำลังถูกใช้อย่างรวดเร็ว ทันทีที่หมดลง ก็จะต้องกลับกลายเป็นคนธรรมดาภายใต้อาคมต้องห้ามอีกครั้ง!

"ถอย!" จ้าวรุ่ยออกคำสั่ง

การกดข่มของกฎเกณฑ์นั้น แบ่งออกเป็นเขตใจกลางและเขตรอบนอก ยิ่งเข้าใกล้ขอบเขตมากเท่าใด การกดข่มต่อพวกเขาก็จะยิ่งน้อยลงเท่านั้น

ทุกคนสู้พลางถอยพลาง จนกระทั่งค่อยๆมาถึงขอบนอกสุดของลานฝึกยุทธ์ ระดับพลังก็ค่อยๆเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ

และการพังทลายของดินแดนลับทั้งหมดยังคงดำเนินต่อไปอย่างต่อเนื่อง…หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ไม่ช้าก็เร็วหมื่นอาคมล้วนถูกผนึกก็จะพังทลายลง!

เฉินซานซือย่อมเข้าใจข้อนี้ดี และไม่มีเวลามาเสียกับคนเหล่านี้อีกต่อไป พลันร่างก็กลายเป็นลำแสง พุ่งตรงไปยังท้องพระโรงที่อยู่ปลายสุดของลานฝึกยุทธ์

และในตอนนั้นเอง มู่ชิงหมิงก็ไล่ตามมา

เขาใช้อาคมนานาชนิดเพื่อเร่งความเร็ว หมายจะเข้าไปในท้องพระโรงก่อนหนึ่งก้าว

เขาเคยสัญญาว่าจะรับประกันความปลอดภัยของเฉินซานซือในดินแดนลับ แต่ก็ไม่อาจมองดูอีกฝ่ายได้ของไปเสริมความแข็งแกร่งของผนึกแห่งทวีปตงเซิ่งเสินโจวได้เช่นกัน!

…..

"พี่มู่ เหตุใดต้องทำเช่นนี้?!"

เฉินซานซือมองดูร่างที่ไล่ตามมาไม่ลดละของเขา พลางเอ่ยปราม "จำเป็นต้องบีบคั้นข้าถึงเพียงนี้เชียวรึ?"

"คำพูดของพี่เฉินผิดแล้ว ข้าหวังว่าท่านจะออกจากดินแดนลับไปกับข้าในตอนนี้ มิเช่นนั้นแล้วก็เท่ากับท่านกำลังบีบคั้นข้า"

เฉินซานซือไม่พูดมาก พลันแขนทั้งหกก็โจมตีออกไปพร้อมกัน แสงวิญญาณจากศาสตราวุธสว่างวาบ

มู่ชิงหมิงที่อาศัยโอสถจำแลงย่อมไม่ใช่คู่ต่อสู้ ในไม่ช้าก็ถูกทิ้งห่างไปไกล

เเละเฉินซานซือไม่ได้เอาชีวิตเขา

"เมื่อครู่พี่มู่ช่วยชีวิตข้าไว้ ในดินแดนลับแห่งนี้ ข้าก็จะไม่ฆ่าท่านเช่นกัน!"

…………………………

จบบทที่ บทที่ 522: ลูกแก้ววิถีสวรรค์

คัดลอกลิงก์แล้ว