- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 396 : ลอบสังหาร
บทที่ 396 : ลอบสังหาร
บทที่ 396 : ลอบสังหาร
บทที่ 396 : ลอบสังหาร
ฉางซุนเหมี่ยว?
ถึงแม้อีกฝ่ายจะเผยให้เห็นเพียงแค่แผ่นหลัง แต่ด้วยสายตาของเฉินซานซือ ซึ่งได้รับการพัฒนาจากเคล็ดวิชามองพลัง
ประกอบกับระดับพลังบำเพ็ญในขั้นสร้างรากฐานช่วงกลางของอีกฝ่าย…ก็ยังสามารถยืนยันได้ถึงเก้าส่วนว่าเป็นคนผู้นี้อย่างแน่นอน
คนผู้นี้เพิ่งถูกไล่ออกจากตระกูลไป๋มาได้ไม่นาน คาดไม่ถึงเลยว่าจะมาปรากฏตัวที่ตลาดของตระกูลหลี่ได้รวดเร็วถึงเพียงนี้
จะเป็นการมาขอเข้าร่วมร่วมมือด้วย
หรือว่ามีเหตุผลอื่นกันแน่?
เฉินซานซือค่อยๆ ย้อนรำลึกความทรงจำดู ก็รู้สึกว่าในวันนี้…ไม่ว่าจะเป็นตระกูลไป๋หรือฉางซุนเหมี่ยว ดูเหมือนจะมีอะไรแปลกๆ อยู่ไม่น้อย
ภายในหุบเขายานั้น…บางทีอาจจะไม่ได้เรียบง่ายอย่างที่เห็นก็เป็นได้
เเต่ช่างมันเถิด
นี่ไม่ใช่เรื่องของเขา
เฉินซานซือไม่ได้คิดลึกลงไปในเรื่องนั้น
เขาเดินหน้าทำธุระของตนเองต่อไป
หลังจากหาซื้อของที่จำเป็นสำหรับการเก็บตัวฝึกวิชาแล้ว…เขาก็เริ่มต้นการบำเพ็ญเพียรอีกครั้ง
ทุกครั้งที่เดินทางกลับไปยังต้าฮั่น
ก็มักจะประสบกับปัญหาควา ก้าวหน้าในการบำเพ็ญเพียรที่เชื่องช้า อันเนื่องมาจากระดับของเส้นชีพจรวิญญาณที่ไม่เพียงพอ
มีเพียงแค่ตอนที่อยู่ที่ยอดเขาเสี่ยวจู๋เท่านั้น ที่จะได้ใช้เส้นชีพจรวิญญาณระดับสอง
….
การเก็บตัวฝึกวิชาผ่านไปอีกช่วงเวลาหนึ่ง…
วันเวลาผ่านไปรวดเร็วดั่งลูกศรที่พุ่งออกจากแหล่ง
ในชั่วพริบตา…กาลเวลาก็ล่วงเลยมาถึงเดือนเก้า ปีเทียนอู่ที่หก
ภายใต้การบำเพ็ญเพียรทั้งวันทั้งคืนของเฉินซานซือ…ในที่สุดขอบเขตวิถียุทธ์ของเขาก็ได้ทะลวงขึ้นอีกขั้นหนึ่ง
หอกมังกรประกายเงินได้หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวกับเขาไปนานแล้ว
ทุกการร่ายรำราวกับว่าได้ควบคุมฟ้าดินไว้ในกำมือ ไม่มีการแบ่งแยกระหว่างคนกับศาสตราวุทธ์อีกต่อไป
คุณภาพของหอกมังกรประกายเงินเล่มนี้…เป็นศาสตราวุทธ์วิถียุทธ์ระดับสอง และยังสามารถยกระดับคุณภาพของมันได้ในภายหลัง โดยการหลอมละลายวัตถุดิบต่างๆเข้าไป
ในปัจจุบันนี้…มันก็ยังคงเพียงพอต่อการใช้งานอยู่
เฉินซานซืออาศัยกระบวนท่าวิถียุทธ์ การยืนม้าประกอบกับเคล็ดวิชาลมหายใจ เพื่อนำพาพลังปราณระดับสองเข้าสู่ร่างกาย
จากนั้นจึงผ่านการโคจรของวัฏจักรอันซับซ้อน ทะลุผ่านชั้นทิวทัศน์​เทพต่างๆ…ส่งต่อไปยังทิวทัศน์​เทพเบื้องล่าง
จนกระทั่งบริเวณใต้ช่องท้องของเขา…ปรากฏแสงเร้นลับที่สว่างจ้าขึ้นเรื่อยๆ
แสงเร้นลับนี้มีสีแดงเป็นหลัก และมีสีเหลืองเป็นส่วนเสริม…เกิดเป็นการหลอมรวมกันของสีแดงและสีเหลือง
เทพลำไส้ใหญ่เล็ก นาม เผิงซ่งหลิว นามรอง เต้าฉู สูงสองชุ่นหนึ่งเฟิน สวมอาภรณ์สีแดงเหลือง!
[เคล็ดวิชา: คัมภีร์มังกร (พลังแท้จริงขั้นกลาง)]​
[ความคืบหน้า: 188/500]​
….
การจะไปถึงขั้นพลังแท้จริงช่วงปลายนั้น ยังคงต้องเปิดทิวทัศน์​เทพอีกถึงห้าองค์
ไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลาอีกกี่ปี กี่เดือน…โชคยังดีที่บัดนี้มีโอสถชำระจิตคอยช่วยเหลืออยู่ อย่างน้อยก็สามารถยกระดับขึ้นไปได้มากโข
แต่ทว่า…การสร้างรากฐานนั้นอยู่เบื้องหน้าแล้ว ซึ่งเป็นเรื่องที่หลีกเลี่ยงไม่ได้อย่างแน่นอน
ในช่วงเวลาต่อจากนี้ไป ก็คงจะต้องเริ่มสืบเสาะหาข่าวคราวเสียแล้ว…ว่าจะแสวงหา ‘โอสถสร้างรากฐาน’ จากช่องทางใดบ้าง
หลังจากสิ้นสุดการเก็บตัวฝึกวิชา…เฉินซานซือก็ได้เดินทางกลับไปยังต้าฮั่นอีกครั้ง
ทว่าครั้งนี้เขาอยู่เพียงแค่เดือนเดียวเท่านั้น…หลังจัดการราชกิจเสร็จสิ้น
ก็รีบเดินทางกลับมาในทันที
ถ้ายังต้องวิ่งไปวิ่งมาเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ คงจะลำบากน่าดู!
เขาอดที่จะรู้สึกเสียดายเวลาที่ต้องสูญเสียไปกับการเดินทางไม่ได้
“สหายเต๋าเซียว!”
บ่ายวันนั้น เฉินซานซือเพิ่งสิ้นสุดการเก็บตัวฝึกวิชา…เสียงกระดิ่งก็ดังขึ้น
เมื่อเขาเปิดประตูเคหาสน์เร้นกายออก ก็เห็นบุรุษร่างกำยำผู้หนึ่งยืนรออยู่ด้านนอก
ด้านหลังบุรุษผู้นั้น ยังมีทหารหาญในชุดเกราะสีดำสนิทร่างหนึ่งยืนเฝ้า ใต้หมวกเกราะไม่มีใบหน้า…ในมือถือขวานศึกด้ามยาวเอาไว้
เซียนปานซานเอ่ยขึ้นอย่างเปิดเผย
“สหายเต๋าเซียว วัตถุดิบทำสายธนูที่ท่านต้องการ…ข้าหาเจอแล้ว!”
“มันเป็นอสูรปีศาจระดับสอง…แต่ต้องขอรบกวนท่านช่วยข้าสักหน่อย”
“อสูรปีศาจระดับสอง…”
เฉินซานซือทำสีหน้าลำบากใจ
“อสูรวิญญาณขอบเขต ‘กายาเร้นลับ’ นั้น…เทียบเท่าขอบเขตสร้างรากฐานเลยนะ”
“ส่วนข้าในตอนนี้ก็ยังเป็นเพียงผู้ฝึกตนในขั้นหลอมปราณช่วงปลาย…และยังไม่เชี่ยวชาญการต่อสู้สักเท่าไหร่”
“สหายเต๋าเรียกข้าไป…แน่ใจแล้วรึว่าเป็นเพื่อช่วย มิใช่ก่อกวน?”
“มิต้องให้ท่านลงมือต่อสู้หรอก!”มเซียนปานซานตะโกนเสียงดัง
“อสูรปราณระดับสองตัวนี้มีนามว่า ‘งูอสรพิษปีกเพลิง’ ข้าอุตส่าห์ตามหาอยู่นาน กว่าจะเจอถ้ำของมัน”
“แต่…สัตว์เดรัจฉานตัวนี้มันบินได้! หากไม่มีอะไรมาขวางไว้…เพียงชั่วพริบตาก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย”
“จำเป็นต้องมีคนคอยขัดขวางมันบนท้องฟ้าสักครู่หนึ่ง”
“ดังนั้น…ข้าจึงอยากให้สหายเต๋านำหุ่นเชิดของข้าเหินฟ้าขึ้นไป แล้วให้หุ่นเชิดของข้าเป็นผู้ลงมือสอยมันลงมา…ก็แค่นั้น!”
“หลังเรื่องเสร็จสิ้น ข้าก็ไม่ต้องการหินวิญญาณจากท่านหรอก ขอเพียงโอสถทิพย์สักหน่อยก็พอ”
เฉินซานซือครุ่นคิด
เขาเติบโตมากับการล่าสัตว์ แต่การเดินทางเข้าสู่ป่าลึกนั้นไปกลับใช้เวลากว่าครึ่งเดือน และมีความเสี่ยงอยู่มาก ดังนั้นถ้าไม่จำเป็นก็ควรหลีกเลี่ยง
แต่สถานการณ์ตอนนี้…ดูเหมือนอาชีพเก่าจะทิ้งไปไม่ได้ง่ายๆ
เขาคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนตอบตกลง
“ได้…หากเกิดอันตราย สหายเต๋าคงต้องดูแลข้าให้ดีๆหน่อยนะ”
“วางใจได้!”
เซียนปานซานตบหน้าอกยืนยัน
“มีข้ากับหุ่นเชิดคู่กายอยู่ด้วย รับรองว่าไม่ทำให้ท่านต้องบาดเจ็บแน่นอน!”
“ตกลง”
เฉินซานซือปิดประตูเคหาสน์
“สหายเต๋า รอข้าสักครู่ ข้าจะนำโอสถทิพย์สองสามเม็ดไปส่งมอบก่อน…แล้วค่อยออกเดินทาง”
“พี่เซียว…อย่ามัวเสียเวลา!” เซียนปานซานเร่ง
“ที่นั่นมีนักล่าคนอื่นสังเกตอยู่เหมือนกัน หากเราไปช้ากว่านี้ อาจโดนคนอื่นจัดการไปก่อน!”
“รีบร้อนถึงเพียงนั้นเชียวรึ?”
แววตาเฉินซานซือไหววูบเล็กน้อย แต่ใบหน้าก็ยังคงเรียบเฉย
“เช่นนั้น…ออกเดินทางกันเลย”
ทั้งสองคนจึงออกจากตลาดต้าเจ๋อ มุ่งหน้าสู่ภูเขาหลิ่ง
ในช่วงสามปีที่ผ่านมา ผู้ฝึกตนอิสระเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ สำนักใหญ่หลายแห่งจึงยอมยกเว้นค่าหินวิญญาณในการเข้าพื้นที่ จนดึงดูดผู้ฝึกตนจำนวนมากเข้ามาล่าสัตว์
ภูเขาหลิ่งกว้างใหญ่ ไร้ขอบเขต ทิศใต้เชื่อมกับดินแดนรกร้าง ยิ่งเดินลึก…ยิ่งพบอสูรปีศาจระดับสูง
แม้เส้นชีพจรวิญญาณอยู่ในเขตนี้ก็ไม่มีผู้ฝึกตนคนใดกล้าอยู่ยาว เพราะอาจถูกรุมโจมตีจนถึงแก่ความตาย
เหตุผลที่เฉินซานซือมาครั้งนี้ หนึ่งเพื่อสายธนู
สองเพื่อจับลูกอสูรวิญญาณ นำกลับไปฝึกเป็นทหารม้าให้แก่ต้าฮั่น
เขาสามารถมอบความสามารถในการย้อนกลับสู่เลือดบรรพบุรุษให้สัตว์เลี้ยง แต่มีข้อจำกัดด้านจำนวน….จึงตัดสินใจจับลูกอสูรเองดีกว่า
“สัตว์ขี่รึ?” เซียนปานซานหยอกล้อ
“อสูรวิญญาณเหมาะเป็นสัตว์ขี่มีมากมาย แต่พี่เซียวเหตุใดไม่ซื้อโดยตรง…การจับเองยุ่งยากนะ!”
“เรียนตามตรง…”
“ข้าต้องการลองพัฒนาเส้นทางควบคุมอสูรเพื่อแลกเปลี่ยนทรัพยากรในอนาคต การพึ่งพาเพียงโอสถสำหรับผู้ฝึกตนอิสระ ทรัพยากรที่ได้ยังจำกัดอยู่ดี” เฉินซานซือหาข้ออ้างตอบ
ณ เวลานี้ พวกเขาเคลื่อนไหวใต้ผืนดิน
จนกระทั่ง…หัวงูขนาดยักษ์ เส้นผ่านศูนย์กลางยาวหนึ่งจั้งค่อยๆโผล่ออกจากถ้ำ
เซียนปานซานซุ่มรอ ปล่อยมือขวากำสายธนูออกไป
ลูกธนูศาสตราเวทอันแหลมคมพุ่งแหวกอากาศ ห่อหุ้มด้วยพลังเซียนระดับสร้างรากฐาน พุ่งใส่หัวงูอสรพิษปีกเพลิงทันที
ลำแสงสีทองพาดผ่านผืนป่า ทำให้ต้นไม้โบราณหลายต้นโค่นลงอย่างครืน!
โครม!
งูอสรพิษปีกเพลิงรับรู้ถึงอันตราย ปลดปล่อยพลังปราณในร่างปะทุอย่างบ้าคลั่ง เสริมความแข็งแกร่งให้เกล็ดสีเขียวมรกต
เเก๊งงงงง!!!!
เสียงก้องราวตีระฆังดังขึ้น เมื่อสัมผัสกับลูกธนู
แต่เกล็ดก็ยังแตกสลาย เนื้อที่ซ่อนใต้พ่นโลหิตออกมา
มันโหยหวนด้วยความเจ็บปวด แล้วทะยานขึ้นจากพื้นดิน กางปีกสีแดงเพลิงคู่หนึ่งคล้ายปีกค้างคาว เร่งความเร็วขึ้นสู่อากาศ
…..
“พี่เซียว!”
เซียนปานซานตะโกนลั่น พลางเหยียบศาสตราเวทบินไล่ตามไปทางด้านหลัง
“ได้เลย!”
เฉินซานซือเตรียมพร้อมตั้งแต่ต้น เขาบังคับดาบบินเข้าสกัดเหนือหัวงูอสรพิษปีกเพลิงพอดี!
หุ่นเชิดระดับสองที่อยู่ข้างกาย ทั่วร่างส่องประกายแสงเรืองรอง
พลังปราณระลอกแล้วระลอกเล่าถูกรวบรวมไว้บนขวานศึก ก่อนฟาดลงอย่างหนักหน่วงราวกับจะเปิดฟ้าดิน!
พลังต่อสู้ของหุ่นเชิดตัวนี้ ไม่ได้ด้อยไปกว่าผู้ฝึกตนในขั้นสร้างรากฐานช่วงต้นเลยแม้แต่น้อย
เฉินซานซือเองก็ไม่ได้ยืนดูอยู่เฉยๆ
เขารวบรวมพลังดาบระดับหลอมปราณช่วงปลาย
ปล่อยออกไปพร้อมกับขวานศึก ฟาดเข้าใส่หัวอสูรวิญญาณที่พุ่งเข้ามาอย่างจัง
ตู้มมมมม!!!!
เสียงดังสนั่นกลางป่า
งูอสรพิษปีกเพลิงที่เพิ่งทะยานขึ้นสู่อากาศ ถูกโจมตีหนักจนร่วงลงพื้นดินในแนวตรง
เซียนปานซานตามมาทัน ศาสตราเวทในมือเปลี่ยนจากคันธนูเป็นดาบยาว ฉวยโอกาสฟันลงไป ชั่วพริบตา…ปีกข้างหนึ่งของงูอสรพิษปีกเพลิงถูกตัดขาดทำให้มันไม่สามารถทะยานขึ้นฟ้าอีกต่อไป
จากนั้นหุ่นเชิดก็ร่วงลงจากฟากฟ้า เข้าร่วมต่อสู้กับอสูรปีศาจเคียงข้างนายของตนอย่างดุเดือด!
เฉินซานซือคอยสังเกตการณ์ด้านข้าง คอยเสริมพลังเวทระดับหลอมปราณช่วงปลายให้เป็นระยะ
เวลาผ่านไปราวหนึ่งถ้วยชา…งูอสรพิษปีกเพลิงทั่วร่างเต็มไปด้วยบาดแผล
มันทนต่อไปไม่ไหว พยายามกัดเซียนปานซานเป็นครั้งสุดท้าย…แต่ไม่สำเร็จ
สุดท้าย มันก็ล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง เเล้วสิ้นใจ
…..
“ฮ่าๆๆๆ!”
เซียนปานซานหัวเราะลั่น
“เจ้าสัตว์เดรัจฉานตัวดี…ตามหาเจ้ามาตั้งครึ่งปี ในที่สุดก็ได้ตัวเสียที!”
“สหายเต๋า…ฝีมือการต่อสู้ช่างยอดเยี่ยมยิ่งนัก!”
เฉินซานซือค่อยๆร่อนลงสู่พื้น ประสานหมัดคารวะ
“เซียวผู้นี้…นับถือท่านจากใจจริง!”
“ที่ไหนกัน ที่ไหนกัน” เซียนปานซานโบกมือปฏิเสธ
“หากมิใช่เพราะพี่เซียวช่วยเหลือ ก็คงไม่ง่ายดายถึงเพียงนี้”
“เมื่อครู่เกิดเสียงดังเกินไป อาจล่ออสูรปราณตัวอื่นในบริเวณใกล้เคียงมา…ธุระสำคัญเสร็จสิ้นแล้ว พวกเราก็รีบออกจากที่นี่เถิด” เฉินซานซือกล่าวขึ้น
“ธุระสำคัญรึ?”
เซียนปานซานยังคงท่าทีสบายๆ แต่รอยยิ้มกลับแฝงความอำมหิต
“หากพี่เซียวไม่พูดขึ้นมา ข้าก็เกือบลืมไปแล้วจริงๆ!”
วูบ—
ยังไม่ทันสิ้นเสียง…ไอสังหารอันแหลมคมก็พุ่งโจมตีจากด้านหลังเฉินซานซือทันที
…………………….