เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 129 : เหล่าศิษย์​พี่

บทที่ 129 : เหล่าศิษย์​พี่

บทที่ 129 : เหล่าศิษย์​พี่


บทที่ 129 : เหล่าศิษย์​พี่

บนสนามประลอง เฉินซานซือพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ

เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงเขาต้องฆ่าคนผู้นี้ให้ได้

ต่อให้เขาไม่ฆ่า แค่ชนะการแข่งขัน อย่างน้อยก็ต้องทำให้บาดเจ็บสาหัส​

ถ้าปล่อยไอ้คนแซ่เหวินคนนี้ไป แน่นอนว่ามันต้องมาหาเรื่องเขาอย่างไม่จบไม่สิ้น…สุดท้ายอาจจะไปพาลถึงครอบครัวเขาด้วย

จะให้เขาอดทนต่อไปงั้นเหรอ?

ไหนๆก็ต้องฆ่าอยู่แล้ว…ฆ่าบนเวทีประลองนี่แหละดีที่สุด!

ฆ่าอย่างเปิดเผย อย่างน้อยพ่อของมันที่เป็นถึงเทพยุทธ์ก็ไม่กล้าแก้แค้นอย่างโจ่งแจ้ง

ส่วนไอ้อ๋ออะไร​นั่น

เรื่องวุ่นวายมาถึงขั้นนี้แล้ว จะไปกลัวอะไรกับการทำให้คนอื่นขุ่นเคืองอีก

…..

ณ เวลานี้ การประลองรอบที่สี่จบลงอย่างรวดเร็ว

โดยไม่รู้ตัว เขาก็มาถึงรอบชิงชนะเลิศเเล้ว

ก่อนการประลองรอบสุดท้าย มีเวลาพักสองชั่วยาม

เฉินซานซือจึงหาที่นั่งพัก หลับตาสงบจิตใจ

[วิชา: วิชาหอกผสาน (ความสำเร็จเล็กน้อย)]

[ความคืบหน้า: 329/2000]

….

การฝึกฝนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ประกอบกับการต่อสู้ในวันนี้ ล้วนทำให้ความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว

แต่มันก็ยังห่างไกลจากระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นสมบูรณ์มาก

ไม่นานหลังจากที่เขาชนะ ผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนในรอบรองชนะเลิศก็ตัดสินผลแพ้ชนะเเล้วเช่นกัน

เนื่องจากลู่ซูหัวได้รับบาดเจ็บมาก่อน อ๋องเฉาฟานจึงเอาชนะได้อย่างง่ายดาย

"มันฆ่าเหวินชิวสือ?"

เมื่อเฉาฟานทราบข่าว เขาก็โกรธจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่

“มันถึงกับกล้าฆ่าคนของข้า ดูเหมือนมันไม่เคยเห็นข้าอยู่ในสายตาเลย”

“ฮึ่ม…แค่ได้รับราชโองการสองครั้ง มันก็คิดว่าตัวเองเป็นขุนนางใหญ่โตเเล้วสินะ!”

"ท่านอ๋อง มันอวดดีเกินไปแล้ว!"

หยินฮั่นเหวินเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งแค้น

"ท่านไม่ได้เห็นตอนที่ประลอง เพื่อที่จะมีเวลาฆ่าพี่เหวิน มันถึงกับเอาหอกแทงปากพี่เหวินจนเละ... ท่านอ๋อง วันนี้มันกล้าฆ่าพี่เหวิน วันหน้ามันก็กล้าฆ่าข้า! เเละต่อไป...มันอาจจะก่อกบฏก็ได้"

"ท่านอ๋อง คนผู้นี้เก็บไว้ไม่ได้ ต่อไปมันต้องเป็นภัยร้ายแรงของราชวงศ์ต้าเชิ่งแน่!"

"เมื่อกี้ถ้าเป็นข้า ต่อให้ฆ่ามันไม่ได้ ก็ต้องชนะการประลองนี้ให้ได้…แต่น่าเสียดายที่ตอนอยู่บนเขาข้าถูกธนูยิงได้รับบาดเจ็บ"

หยินฮั่นเหวินเองก็อยู่ในระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นสมบูรณ์ ใกล้จะถึงขั้นเปลี่ยนพลังแล้ว

"เดี๋ยวนะ…เมื่อกี้เจ้าบอกว่ามันฆ่าเหวินชิวสือภายในไม่ถึงห้ากระบวนท่า?"

หลังจากที่เฉาฟานสงบสติอารมณ์ลงได้ เขาก็ยิ่งอยากรู้รายละเอียดมากขึ้น

"เล่าให้ข้าฟังอย่างละเอียดว่าวิชาหอกของมันเป็นอย่างไร"

"ข้าจำไม่ได้ มันไม่เหมือนวิชาหอกในกองทัพต้าเชิ่ง" หยินฮั่นเหวินพยายามนึกย้อน

แต่ด้วยมันสมองของเขา มันจึงยากที่จะอธิบายได้อย่างครบถ้วน

"ท่านอ๋อง ข้าว่าไม่จำเป็นหรอกมั้ง ด้วยความสามารถของท่าน ยังไงก็สามารถเอาชนะมันได้อย่างง่ายดายอยู่เเล้ว…จะต้องไปสนใจวิชาหอกของมันทำไม?"

"เวทีประลองก็เหมือนสนามรบ เเล้วการออกรบจะประมาทได้อย่างไร"

เฉาฟานเป็นเชื้อพระวงศ์ที่มีอำนาจบารมีติดตัวมาแต่กำเนิด

การดูถูกคนอื่นจากฐานะเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะประมาท ทั้งสองอย่างนี้ไม่ได้ขัดแย้งกัน

"คนผู้นี้มาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย วิชาหอกของมันต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"

"ถึงแม้ในทางทฤษฎีแล้ว ข้าเหนือกว่ามันในด้านระดับพลัง แต่ทางที่ดีที่สุดคือต้องรู้จักทั้งตนเองและศัตรู…เพื่อป้องกันการพลาดท่าเสียที"

"ท่านอ๋อง…ข้าดูวิชาของมันไม่ออกจริงๆ" หยินฮั่นเหวินกล่าวอย่างกังวล

"อืม" เฉาฟานไม่ได้ตำหนิ

เขาหันไปมองไปที่เผยเทียนหนานบนกำแพงเมือง เเล้วพึมพำกับตัวเองว่า

"ถ้าเผยเทียนหนานสามารถอธิบายให้ข้าฟังสักหน่อยก็คงจะดีมาก"

ถ้าเทพยุทธมองผู้ฝึก​ยุทธระดับต่ำกว่า ส่วนใหญ่จะสามารถ​มองทะลุฝีมือ​ของอีก​ฝ่าย​ได้ในพริบตา ไม่ว่าวิชาที่ฝึกฝนจะลึกลับซับซ้อนแค่ไหน อย่างน้อยก็สามารถเข้าใจรูปแบบการต่อสู้คร่าวๆได้

แต่น่าเสียดาย เขาไม่กล้าไปถาม เพราะกลัวว่าจะทำให้ผู้บัญชาการซุนไม่พอใจ

ก่อนที่จะได้วิธีการทะลวงระดับเหนือเทพยุทธ ยังไงก็ต้องทำตัวให้อีกฝ่ายชมชอบไว้ก่อน

"ช่างเถอะ!" เฉาฟานยันดาบมังกรจันทร์เสี้ยวขึ้น​

"ข้าจะระมัดระวังหน่อยก็แล้วกัน ยังไงข้าก็มีระดับพลังที่เหนือกว่า การจะชนะไม่น่าจะใช่ปัญหา"

เดิมทีเขาตั้งใจจะหาที่พักผ่อน แต่ทันใดนั้น​มันก็มีทหารคนหนึ่งเดินมาหาเขา เเล้วกระซิบ​เสียงเบาเหมือนเสียงยุง

"ท่านอ๋อง ท่านแม่ทัพเชิญท่านไปพบ เขาบอกว่า..."

"หืมมม?" เฉาฟานตาเป็นประกาย เเล้วรีบเดินตามทหารไปทันที

……

"นึกไม่ถึงจริงๆ"

"ตอนแรก ข้ายังคิดว่าการประลองรอบสุดท้ายจะเป็นระหว่างท่านอ๋องกับลู่ซูหัว"

"จบแล้ว" เผยเทียนหนานพูดด้วยน้ำ

เสียงทุ้มต่ำ

"แม้ว่าเฉินซานซือจะไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน แต่ก็ไม่น่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของท่านอ๋องหรอก ความแตกต่างระหว่างระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นความสำเร็จ​เล็ก​น้อยกับขั้นสมบูรณ์นั้น ไม่ต่างจากระดับหลอมโลหิตกับหลอมกระดูก”

“การประลองรอบสุดท้ายนี้ ต่อให้สู้หรือไม่สู้ก็เหมือนกัน ยิ่งกว่านั้นสุดท้ายยังมีการตรวจสอบร่างกายอีก”

"ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่" ขันทีโหวกล่าว

"ข้าคิดว่า การเอาชนะข้ามระดับ ควรจะได้คะเเนนเท่ากับระดับ​ชั้นหนึ่ง​สองครั้ง…พวกท่านคิดว่าอย่างไร?" ผู้บัญชาการซุนพูดขึ้นอย่างกะทันหัน

"ควรจะเป็นเช่นนั้น…ถ้าเฉินซานซือสามารถเอาชนะท่านอ๋องได้ ให้คะเเนนเขาสองระดับชั้นหนึ่ง​ก็ไม่เป็นไร" เผยเทียนหนานกล่าวอย่างไม่ลังเล

"ถูกต้อง" ขันทีโหวก็เห็นด้วย

"แต่ถ้าคิดแบบนั้น หลังจากการตรวจสอบร่างกาย ทั้งสองคนก็จะมีคะแนน​ระดับชั้นหนึ่ง​หกครั้ง​เท่ากัน…ผลการแข่งขันเท่ากัน แต่ตำแหน่งผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว จะทำอย่างไร?"

"งั้นก็รับสองคน" ผู้บัญชาการซุนกล่าว

"สองคน นั่นเกรงว่าจะไม่เหมาะสมกระมัง?" เผยเทียนหนานถามด้วยน้ำเสียงไม่สู้​ดี

"ผู้ชนะการสอบคัดเลือก​ ส่วนใหญ่จะได้รับการจัดสรรทรัพยากรอย่างมากมาย​มหาศาล​ ผู้ชนะในปีก่อนๆ จะได้รับยาบำรุงล้ำค่าอย่างไม่จำกัด"

"ยาบำรุงเหล่านี้ บางชนิดมีอายุหลายร้อยหรือหลายพันปี…แม้แต่ราชสำนักก็ขาดแคลน เเล้วจะแบ่งเป็นสองส่วนได้อย่างไร?"

ผู้ชนะการสอบคัดเลือก​ในปีก่อนๆ ถึงจะได้เป็นศิษย์เอกของ​ผู้​บัญชาการ​ซุน แต่พวกเขา​ก็เป็นผู้มีความสามารถที่ราชสำนักตั้งใจฝึกฝนเช่นกัน

นอกจากนี้​ มันยังมีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้

หลังจากการสอบคัดเลือก​เเล้ว ศิษย์ชั้นในก็ยังมีโอกาสแข่งขันกับผู้ชนะ…ยกตัวอย่าง​เช่นในด้านความดีความชอบ ระดับพลัง หรืออื่นๆ

ส่วนเหตุผลนั้นก็ง่ายมาก

นี่คือกองทัพของราชสำนัก ไม่ใช่ศิษย์ของสำนัก

ในสำนักต่างๆ ตราบใดที่เจ้าสำนักชอบศิษย์คนนั้น ก็จะสามารถ​ให้ทรัพยากรได้ตามใจชอบ…แม้ว่าภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นคนไร้ค่าก็ไม่เป็นไร

แต่กองทัพทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะกองทัพต้องออกรบ

เมื่อได้รับทรัพยากร ก็ต้องทำคุณประโยชน์ให้สมกับที่ได้รับ

ถ้าได้รับทรัพยากรที่ดีที่สุด แต่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม ก็สามารถถูกปลดและถูกแทนที่ด้วยศิษย์ชั้นในที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกว่าได้

นี่เป็นการกระตุ้นและส่งเสริมทั้งศิษย์เอกและศิษย์ชั้นใน ไม่ให้หลงระเริงอยู่กับความสำเร็จในอดีต

เเถมมีกรณีที่ศิษย์ชั้นในประสบความสำเร็จในการแย่งชิงตำแหน่งมาก่อนด้วย

ตอนที่ถังรั่วซานเข้าร่วมการสอบคัดเลือก​ เขาทำได้เพียงเป็นศิษย์ชั้นใน….เเต่ศิษย์เอกในตอนนั้นชอบทำตัวอวดดี ต่อมาก็พ่ายแพ้ในสงคราม จนถูกเขาแทนที่

นอกจากนี้ การสอบคัดเลือกเเค่​สามารถตัดสินความสามารถด้านการต่อสู้ได้…แต่ตัดสินนิสัยใจคอไม่ได้

นิสัยใจคอในภายหลังก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่ได้เป็นศิษย์เอก

เคยมีผู้ชนะการสอบคัดเลือก​คนหนึ่ง เพิ่งเข้าสำนักได้หนึ่งปี ก็เริ่มทำเรื่องชั่วช้า…ตำแหน่งจึงถูกคนอื่นแย่งชิงไป

ดังนั้น…ไม่ว่าจะอย่างไร ทรัพยากรก็มีจำกัด จึงมีศิษย์เอกได้เพียงครั้ง​ละคนเท่านั้​น

"ข้าแก่แล้ว นี่ก็เป็นการรับศิษย์ครั้งสุดท้าย รับเพิ่มอีกคนจะเป็นไรไป?" ผู้บัญชาการซุนพูดอย่างไม่ใส่ใจ

"อีกอย่าง คนของตระกูลเฉาก็คงไม่ขาดทรัพยากร​หรอก"

"ดูเหมือนท่านจะชอบเฉินซานซือมาก" เผยเทียนหนานก็เป็นถึงเทพยุทธ เขามองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าวิชาหอกนั้นไม่ใช่วิชาที่แพร่หลายในกองทัพ แม้แต่ในยุทธจักรก็ไม่เคยมีมาก่อน

เรียกได้ว่าเป็นวิชาหอกแบบใหม่เอี่ยม

จะมีใครในโลกนี้บ้างที่สามารถสร้างวิชาขึ้นมาเองได้ และใครที่ใช้หอก?

คิดได้แค่นี้ก็เข้าใจแล้ว

ณ ขณะนี้​เขาไม่ได้โต้แย้งผู้​บัญชาการ​ซุน เเล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า

"ก็ตามที่ท่านผู้บัญชาการ​ว่า…มันสมเหตุสมผลเเล้ว"

"สมเหตุสมผลจริงๆนั่นแหละ​" ขันทีโหวพยักหน้าเห็นด้วย

"การเอาชนะคู่ต่อสู้ข้ามระดับ ถ้าได้ผลเหมือนกับการเอาชนะคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกัน มันก็ดูจะไม่ยุติธรรม"

ทั้งสองคนพูดไป แต่สีหน้าผ่อนคลายอย่างผิดปกติ

ต่อให้ผู้บัญชาการ​ซุนจะชอบแค่ไหนมันก็ไม่มีประโยชน์

ความแตกต่างของพลังที่แท้จริงมันชัดเจนอยู่แล้ว

ระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นความสำเร็จ​เล็ก​น้อยของร่างกายเก้ามังกร จะไปสู้กับระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นสมบูรณ์ของร่างกายหัวใจมังกรกระดูกพยัคฆ์ได้อย่างไร

แม้แต่ผู้บัญชาการซุนก็โกงไม่ได้

….

เมื่อใกล้ถึงการประลองรอบสุดท้าย บรรยากาศในสนามประลองก็ค่อยๆ เงียบลง ทุกคนต่างตั้งตารอการประลองครั้งนี้

แม้แต่ลูกศิษย์​ของผู้บังคับบัญชา​การซุน หากว่างก็จะมาดูกัน

เพราะไม่ว่าใครจะชนะ ต่อไปก็จะเป็นน้องชายของพวกเขา

ตามธรรมเนียมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ชั้นใน ชั้นนอก หรือศิษย์เอก…ก็สามารถเรียกกันว่าพี่น้องได้

แต่มีเพียงศิษย์เอกเท่านั้นที่จะมีการเรียงลำดับ

"ซานซือจะชนะไหมนะ?" ซุนปู้ฉีเดินไปเดินมา จนมือเหงื่อออก

"ยาก!" เหมิงกวงซิ่นพูดอย่างตรงไปตรงมา

"เฉาฟานชอบถือตัวว่าสูงส่ง แต่ก็ฝึกฝนอย่างหนัก ไม่ใช่คนประมาท …น้องชายแซ่เฉินคนนั้น มีโอกาสชนะน้อยมาก"

"แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?" ซุนปู้ฉีพูดอย่างร้อนรน

"หรือว่าจะให้เฉาฟานมาเป็นศิษย์ของท่านพ่อจริงๆ?"

ซุนปู้ฉีเป็นคนเกียจคร้าน แต่ก็ไม่ใช่คนโง่

เรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลซุนกับตระกูลเฉา เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร?

แต่กฎของการสอบคัดเลือก​ก็เป็นแบบนี้ ผู้ชนะจะได้เป็นศิษย์เอกทันที​

ครั้งนี้…ดูเหมือนตระกูลเฉาจะตั้งใจจะกำจัดตระกูลซุนให้สิ้นซาก

"พี่เจ็ด!" ซุนปู้ฉีเดินไปหาพี่ชายที่มีรูปร่างผอมบาง แต่งกายด้วยชุดรัดรูป จนมีลักษณะคล้ายผู้หญิง

"ท่านพอจะมีวิธีบ้างไหม?"

พี่ชายคนที่เจ็ด เย่เฟิ่งซิว…ไม่ได้ตอบอะไร

"พี่รอง!" ซุนปู้ฉีหันไปหาศิษย์พี่อีกคน

"ถึงข้าจะรังเกียจตระกูลเฉา แต่ระดับพลังมันต่างกัน จะทำอย่างไรได้?" พี่ชายคนที่สองที่มีรูปร่างอ้วนท้วนจนดูเหมือนพ่อค้าคนหนึ่งตอบ

"พี่เก้า!"

พี่สาวคนที่เก้า หรงเยี่ยนชิว เป็นผู้หญิงคนเดียวในบรรดาศิษย์ของผู้บัญชาการ​ซุน

ดูจากภายนอก เธอดูเหมือนอายุประมาณสามสิบกว่าๆ ถึงจะเป็นทหารแต่ก็แต่งหน้าเข้ม แต่งตัวฉูดฉาด

"น้องชายคนนี้น่ารักดีนะ พี่เก้าก็ชอบเขา…แต่น่าเสียดายที่พี่ไม่มีความสามารถจะไปยุ่ง จะให้ขึ้นไปโกงก็ไม่ได้”

“ไม่งั้นเจ้าลองไปขอร้องพี่ใหญ่ดูสิ เขารู้เรื่องเยอะแยะ​มากมาย…อาจจะมีวิธีแก้วิชาดาบของเฉาฟานก็ได้”

"พี่ใหญ่..."

ซุนปู้ฉีมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นลู่จี๋ที่ตัวใหญ่เหมือนภูเขา

"ช่างเถอะ ไปหาเขาก็คงไม่ช่วยอะไร"

"ข้าไปเอง!"

สุดท้าย เหมิงกวงซิ่นก็ยืนขึ้นมา เเล้วบ่นพึมพำ

"ข้าไม่อยากเป็นพี่น้องกับคนของตระกูลเฉา คิดแล้วขยะแขยง ขยะแขยงชะมัด​!"

"พระงั่ง อย่าไปทำอะไรให้เสียหายล่ะ" หรงเยี่ยนชิวตะโกนไล่หลัง​เขาไป

วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสอบคัดเลือก​

พวกเขาทั้งหมดเพิ่งมาถึงเหลียงโจว เพื่อตั้งใจกลับมาดูการประลองโดยเฉพาะ

……………………

จบบทที่ บทที่ 129 : เหล่าศิษย์​พี่

คัดลอกลิงก์แล้ว