- หน้าแรก
- กลายเป็นเทพเจ้าสงคราม!! ด้วยระบบเเผงค่าสถานะ
- บทที่ 129 : เหล่าศิษย์พี่
บทที่ 129 : เหล่าศิษย์พี่
บทที่ 129 : เหล่าศิษย์​พี่
บทที่ 129 : เหล่าศิษย์​พี่
บนสนามประลอง เฉินซานซือพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ
เรื่องมาถึงขั้นนี้แล้ว ยังไงเขาต้องฆ่าคนผู้นี้ให้ได้
ต่อให้เขาไม่ฆ่า แค่ชนะการแข่งขัน อย่างน้อยก็ต้องทำให้บาดเจ็บสาหัส​
ถ้าปล่อยไอ้คนแซ่เหวินคนนี้ไป แน่นอนว่ามันต้องมาหาเรื่องเขาอย่างไม่จบไม่สิ้น…สุดท้ายอาจจะไปพาลถึงครอบครัวเขาด้วย
จะให้เขาอดทนต่อไปงั้นเหรอ?
ไหนๆก็ต้องฆ่าอยู่แล้ว…ฆ่าบนเวทีประลองนี่แหละดีที่สุด!
ฆ่าอย่างเปิดเผย อย่างน้อยพ่อของมันที่เป็นถึงเทพยุทธ์ก็ไม่กล้าแก้แค้นอย่างโจ่งแจ้ง
ส่วนไอ้อ๋ออะไร​นั่น
เรื่องวุ่นวายมาถึงขั้นนี้แล้ว จะไปกลัวอะไรกับการทำให้คนอื่นขุ่นเคืองอีก
…..
ณ เวลานี้ การประลองรอบที่สี่จบลงอย่างรวดเร็ว
โดยไม่รู้ตัว เขาก็มาถึงรอบชิงชนะเลิศเเล้ว
ก่อนการประลองรอบสุดท้าย มีเวลาพักสองชั่วยาม
เฉินซานซือจึงหาที่นั่งพัก หลับตาสงบจิตใจ
[วิชา: วิชาหอกผสาน (ความสำเร็จเล็กน้อย)]
[ความคืบหน้า: 329/2000]
….
การฝึกฝนในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา ประกอบกับการต่อสู้ในวันนี้ ล้วนทำให้ความเชี่ยวชาญเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว
แต่มันก็ยังห่างไกลจากระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นสมบูรณ์มาก
ไม่นานหลังจากที่เขาชนะ ผู้เข้าแข่งขันอีกสองคนในรอบรองชนะเลิศก็ตัดสินผลแพ้ชนะเเล้วเช่นกัน
เนื่องจากลู่ซูหัวได้รับบาดเจ็บมาก่อน อ๋องเฉาฟานจึงเอาชนะได้อย่างง่ายดาย
"มันฆ่าเหวินชิวสือ?"
เมื่อเฉาฟานทราบข่าว เขาก็โกรธจนแทบระงับอารมณ์ไม่อยู่
“มันถึงกับกล้าฆ่าคนของข้า ดูเหมือนมันไม่เคยเห็นข้าอยู่ในสายตาเลย”
“ฮึ่ม…แค่ได้รับราชโองการสองครั้ง มันก็คิดว่าตัวเองเป็นขุนนางใหญ่โตเเล้วสินะ!”
"ท่านอ๋อง มันอวดดีเกินไปแล้ว!"
หยินฮั่นเหวินเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด ยิ่งคิดเขาก็ยิ่งแค้น
"ท่านไม่ได้เห็นตอนที่ประลอง เพื่อที่จะมีเวลาฆ่าพี่เหวิน มันถึงกับเอาหอกแทงปากพี่เหวินจนเละ... ท่านอ๋อง วันนี้มันกล้าฆ่าพี่เหวิน วันหน้ามันก็กล้าฆ่าข้า! เเละต่อไป...มันอาจจะก่อกบฏก็ได้"
"ท่านอ๋อง คนผู้นี้เก็บไว้ไม่ได้ ต่อไปมันต้องเป็นภัยร้ายแรงของราชวงศ์ต้าเชิ่งแน่!"
"เมื่อกี้ถ้าเป็นข้า ต่อให้ฆ่ามันไม่ได้ ก็ต้องชนะการประลองนี้ให้ได้…แต่น่าเสียดายที่ตอนอยู่บนเขาข้าถูกธนูยิงได้รับบาดเจ็บ"
หยินฮั่นเหวินเองก็อยู่ในระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นสมบูรณ์ ใกล้จะถึงขั้นเปลี่ยนพลังแล้ว
"เดี๋ยวนะ…เมื่อกี้เจ้าบอกว่ามันฆ่าเหวินชิวสือภายในไม่ถึงห้ากระบวนท่า?"
หลังจากที่เฉาฟานสงบสติอารมณ์ลงได้ เขาก็ยิ่งอยากรู้รายละเอียดมากขึ้น
"เล่าให้ข้าฟังอย่างละเอียดว่าวิชาหอกของมันเป็นอย่างไร"
"ข้าจำไม่ได้ มันไม่เหมือนวิชาหอกในกองทัพต้าเชิ่ง" หยินฮั่นเหวินพยายามนึกย้อน
แต่ด้วยมันสมองของเขา มันจึงยากที่จะอธิบายได้อย่างครบถ้วน
"ท่านอ๋อง ข้าว่าไม่จำเป็นหรอกมั้ง ด้วยความสามารถของท่าน ยังไงก็สามารถเอาชนะมันได้อย่างง่ายดายอยู่เเล้ว…จะต้องไปสนใจวิชาหอกของมันทำไม?"
"เวทีประลองก็เหมือนสนามรบ เเล้วการออกรบจะประมาทได้อย่างไร"
เฉาฟานเป็นเชื้อพระวงศ์ที่มีอำนาจบารมีติดตัวมาแต่กำเนิด
การดูถูกคนอื่นจากฐานะเป็นเรื่องปกติ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขาจะประมาท ทั้งสองอย่างนี้ไม่ได้ขัดแย้งกัน
"คนผู้นี้มาถึงจุดนี้ได้ ไม่ใช่เพราะโชคช่วย วิชาหอกของมันต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน"
"ถึงแม้ในทางทฤษฎีแล้ว ข้าเหนือกว่ามันในด้านระดับพลัง แต่ทางที่ดีที่สุดคือต้องรู้จักทั้งตนเองและศัตรู…เพื่อป้องกันการพลาดท่าเสียที"
"ท่านอ๋อง…ข้าดูวิชาของมันไม่ออกจริงๆ" หยินฮั่นเหวินกล่าวอย่างกังวล
"อืม" เฉาฟานไม่ได้ตำหนิ
เขาหันไปมองไปที่เผยเทียนหนานบนกำแพงเมือง เเล้วพึมพำกับตัวเองว่า
"ถ้าเผยเทียนหนานสามารถอธิบายให้ข้าฟังสักหน่อยก็คงจะดีมาก"
ถ้าเทพยุทธมองผู้ฝึก​ยุทธระดับต่ำกว่า ส่วนใหญ่จะสามารถ​มองทะลุฝีมือ​ของอีก​ฝ่าย​ได้ในพริบตา ไม่ว่าวิชาที่ฝึกฝนจะลึกลับซับซ้อนแค่ไหน อย่างน้อยก็สามารถเข้าใจรูปแบบการต่อสู้คร่าวๆได้
แต่น่าเสียดาย เขาไม่กล้าไปถาม เพราะกลัวว่าจะทำให้ผู้บัญชาการซุนไม่พอใจ
ก่อนที่จะได้วิธีการทะลวงระดับเหนือเทพยุทธ ยังไงก็ต้องทำตัวให้อีกฝ่ายชมชอบไว้ก่อน
"ช่างเถอะ!" เฉาฟานยันดาบมังกรจันทร์เสี้ยวขึ้น​
"ข้าจะระมัดระวังหน่อยก็แล้วกัน ยังไงข้าก็มีระดับพลังที่เหนือกว่า การจะชนะไม่น่าจะใช่ปัญหา"
เดิมทีเขาตั้งใจจะหาที่พักผ่อน แต่ทันใดนั้น​มันก็มีทหารคนหนึ่งเดินมาหาเขา เเล้วกระซิบ​เสียงเบาเหมือนเสียงยุง
"ท่านอ๋อง ท่านแม่ทัพเชิญท่านไปพบ เขาบอกว่า..."
"หืมมม?" เฉาฟานตาเป็นประกาย เเล้วรีบเดินตามทหารไปทันที
……
"นึกไม่ถึงจริงๆ"
"ตอนแรก ข้ายังคิดว่าการประลองรอบสุดท้ายจะเป็นระหว่างท่านอ๋องกับลู่ซูหัว"
"จบแล้ว" เผยเทียนหนานพูดด้วยน้ำ
เสียงทุ้มต่ำ
"แม้ว่าเฉินซานซือจะไร้เทียมทานในระดับเดียวกัน แต่ก็ไม่น่าจะเป็นคู่ต่อสู้ของท่านอ๋องหรอก ความแตกต่างระหว่างระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นความสำเร็จ​เล็ก​น้อยกับขั้นสมบูรณ์นั้น ไม่ต่างจากระดับหลอมโลหิตกับหลอมกระดูก”
“การประลองรอบสุดท้ายนี้ ต่อให้สู้หรือไม่สู้ก็เหมือนกัน ยิ่งกว่านั้นสุดท้ายยังมีการตรวจสอบร่างกายอีก”
"ลองดูก็ไม่เสียหายอะไรนี่" ขันทีโหวกล่าว
"ข้าคิดว่า การเอาชนะข้ามระดับ ควรจะได้คะเเนนเท่ากับระดับ​ชั้นหนึ่ง​สองครั้ง…พวกท่านคิดว่าอย่างไร?" ผู้บัญชาการซุนพูดขึ้นอย่างกะทันหัน
"ควรจะเป็นเช่นนั้น…ถ้าเฉินซานซือสามารถเอาชนะท่านอ๋องได้ ให้คะเเนนเขาสองระดับชั้นหนึ่ง​ก็ไม่เป็นไร" เผยเทียนหนานกล่าวอย่างไม่ลังเล
"ถูกต้อง" ขันทีโหวก็เห็นด้วย
"แต่ถ้าคิดแบบนั้น หลังจากการตรวจสอบร่างกาย ทั้งสองคนก็จะมีคะแนน​ระดับชั้นหนึ่ง​หกครั้ง​เท่ากัน…ผลการแข่งขันเท่ากัน แต่ตำแหน่งผู้ชนะมีเพียงหนึ่งเดียว จะทำอย่างไร?"
"งั้นก็รับสองคน" ผู้บัญชาการซุนกล่าว
"สองคน นั่นเกรงว่าจะไม่เหมาะสมกระมัง?" เผยเทียนหนานถามด้วยน้ำเสียงไม่สู้​ดี
"ผู้ชนะการสอบคัดเลือก​ ส่วนใหญ่จะได้รับการจัดสรรทรัพยากรอย่างมากมาย​มหาศาล​ ผู้ชนะในปีก่อนๆ จะได้รับยาบำรุงล้ำค่าอย่างไม่จำกัด"
"ยาบำรุงเหล่านี้ บางชนิดมีอายุหลายร้อยหรือหลายพันปี…แม้แต่ราชสำนักก็ขาดแคลน เเล้วจะแบ่งเป็นสองส่วนได้อย่างไร?"
ผู้ชนะการสอบคัดเลือก​ในปีก่อนๆ ถึงจะได้เป็นศิษย์เอกของ​ผู้​บัญชาการ​ซุน แต่พวกเขา​ก็เป็นผู้มีความสามารถที่ราชสำนักตั้งใจฝึกฝนเช่นกัน
นอกจากนี้​ มันยังมีกฎที่ไม่ได้เขียนไว้
หลังจากการสอบคัดเลือก​เเล้ว ศิษย์ชั้นในก็ยังมีโอกาสแข่งขันกับผู้ชนะ…ยกตัวอย่าง​เช่นในด้านความดีความชอบ ระดับพลัง หรืออื่นๆ
ส่วนเหตุผลนั้นก็ง่ายมาก
นี่คือกองทัพของราชสำนัก ไม่ใช่ศิษย์ของสำนัก
ในสำนักต่างๆ ตราบใดที่เจ้าสำนักชอบศิษย์คนนั้น ก็จะสามารถ​ให้ทรัพยากรได้ตามใจชอบ…แม้ว่าภายหลังจะพิสูจน์ได้ว่าเป็นคนไร้ค่าก็ไม่เป็นไร
แต่กองทัพทำแบบนั้นไม่ได้ เพราะกองทัพต้องออกรบ
เมื่อได้รับทรัพยากร ก็ต้องทำคุณประโยชน์ให้สมกับที่ได้รับ
ถ้าได้รับทรัพยากรที่ดีที่สุด แต่ไม่สามารถทำหน้าที่ได้อย่างเหมาะสม ก็สามารถถูกปลดและถูกแทนที่ด้วยศิษย์ชั้นในที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกว่าได้
นี่เป็นการกระตุ้นและส่งเสริมทั้งศิษย์เอกและศิษย์ชั้นใน ไม่ให้หลงระเริงอยู่กับความสำเร็จในอดีต
เเถมมีกรณีที่ศิษย์ชั้นในประสบความสำเร็จในการแย่งชิงตำแหน่งมาก่อนด้วย
ตอนที่ถังรั่วซานเข้าร่วมการสอบคัดเลือก​ เขาทำได้เพียงเป็นศิษย์ชั้นใน….เเต่ศิษย์เอกในตอนนั้นชอบทำตัวอวดดี ต่อมาก็พ่ายแพ้ในสงคราม จนถูกเขาแทนที่
นอกจากนี้ การสอบคัดเลือกเเค่​สามารถตัดสินความสามารถด้านการต่อสู้ได้…แต่ตัดสินนิสัยใจคอไม่ได้
นิสัยใจคอในภายหลังก็เป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไม่ได้เป็นศิษย์เอก
เคยมีผู้ชนะการสอบคัดเลือก​คนหนึ่ง เพิ่งเข้าสำนักได้หนึ่งปี ก็เริ่มทำเรื่องชั่วช้า…ตำแหน่งจึงถูกคนอื่นแย่งชิงไป
ดังนั้น…ไม่ว่าจะอย่างไร ทรัพยากรก็มีจำกัด จึงมีศิษย์เอกได้เพียงครั้ง​ละคนเท่านั้​น
"ข้าแก่แล้ว นี่ก็เป็นการรับศิษย์ครั้งสุดท้าย รับเพิ่มอีกคนจะเป็นไรไป?" ผู้บัญชาการซุนพูดอย่างไม่ใส่ใจ
"อีกอย่าง คนของตระกูลเฉาก็คงไม่ขาดทรัพยากร​หรอก"
"ดูเหมือนท่านจะชอบเฉินซานซือมาก" เผยเทียนหนานก็เป็นถึงเทพยุทธ เขามองออกตั้งแต่แรกแล้วว่าวิชาหอกนั้นไม่ใช่วิชาที่แพร่หลายในกองทัพ แม้แต่ในยุทธจักรก็ไม่เคยมีมาก่อน
เรียกได้ว่าเป็นวิชาหอกแบบใหม่เอี่ยม
จะมีใครในโลกนี้บ้างที่สามารถสร้างวิชาขึ้นมาเองได้ และใครที่ใช้หอก?
คิดได้แค่นี้ก็เข้าใจแล้ว
ณ ขณะนี้​เขาไม่ได้โต้แย้งผู้​บัญชาการ​ซุน เเล้วกล่าวด้วยรอยยิ้มว่า
"ก็ตามที่ท่านผู้บัญชาการ​ว่า…มันสมเหตุสมผลเเล้ว"
"สมเหตุสมผลจริงๆนั่นแหละ​" ขันทีโหวพยักหน้าเห็นด้วย
"การเอาชนะคู่ต่อสู้ข้ามระดับ ถ้าได้ผลเหมือนกับการเอาชนะคู่ต่อสู้ในระดับเดียวกัน มันก็ดูจะไม่ยุติธรรม"
ทั้งสองคนพูดไป แต่สีหน้าผ่อนคลายอย่างผิดปกติ
ต่อให้ผู้บัญชาการ​ซุนจะชอบแค่ไหนมันก็ไม่มีประโยชน์
ความแตกต่างของพลังที่แท้จริงมันชัดเจนอยู่แล้ว
ระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นความสำเร็จ​เล็ก​น้อยของร่างกายเก้ามังกร จะไปสู้กับระดับหลอมอวัยวะภายในขั้นสมบูรณ์ของร่างกายหัวใจมังกรกระดูกพยัคฆ์ได้อย่างไร
แม้แต่ผู้บัญชาการซุนก็โกงไม่ได้
….
เมื่อใกล้ถึงการประลองรอบสุดท้าย บรรยากาศในสนามประลองก็ค่อยๆ เงียบลง ทุกคนต่างตั้งตารอการประลองครั้งนี้
แม้แต่ลูกศิษย์​ของผู้บังคับบัญชา​การซุน หากว่างก็จะมาดูกัน
เพราะไม่ว่าใครจะชนะ ต่อไปก็จะเป็นน้องชายของพวกเขา
ตามธรรมเนียมแล้ว ไม่ว่าจะเป็นศิษย์ชั้นใน ชั้นนอก หรือศิษย์เอก…ก็สามารถเรียกกันว่าพี่น้องได้
แต่มีเพียงศิษย์เอกเท่านั้นที่จะมีการเรียงลำดับ
"ซานซือจะชนะไหมนะ?" ซุนปู้ฉีเดินไปเดินมา จนมือเหงื่อออก
"ยาก!" เหมิงกวงซิ่นพูดอย่างตรงไปตรงมา
"เฉาฟานชอบถือตัวว่าสูงส่ง แต่ก็ฝึกฝนอย่างหนัก ไม่ใช่คนประมาท …น้องชายแซ่เฉินคนนั้น มีโอกาสชนะน้อยมาก"
"แล้วจะทำยังไงดีล่ะ?" ซุนปู้ฉีพูดอย่างร้อนรน
"หรือว่าจะให้เฉาฟานมาเป็นศิษย์ของท่านพ่อจริงๆ?"
ซุนปู้ฉีเป็นคนเกียจคร้าน แต่ก็ไม่ใช่คนโง่
เรื่องบาดหมางระหว่างตระกูลซุนกับตระกูลเฉา เขาจะไม่รู้ได้อย่างไร?
แต่กฎของการสอบคัดเลือก​ก็เป็นแบบนี้ ผู้ชนะจะได้เป็นศิษย์เอกทันที​
ครั้งนี้…ดูเหมือนตระกูลเฉาจะตั้งใจจะกำจัดตระกูลซุนให้สิ้นซาก
"พี่เจ็ด!" ซุนปู้ฉีเดินไปหาพี่ชายที่มีรูปร่างผอมบาง แต่งกายด้วยชุดรัดรูป จนมีลักษณะคล้ายผู้หญิง
"ท่านพอจะมีวิธีบ้างไหม?"
พี่ชายคนที่เจ็ด เย่เฟิ่งซิว…ไม่ได้ตอบอะไร
"พี่รอง!" ซุนปู้ฉีหันไปหาศิษย์พี่อีกคน
"ถึงข้าจะรังเกียจตระกูลเฉา แต่ระดับพลังมันต่างกัน จะทำอย่างไรได้?" พี่ชายคนที่สองที่มีรูปร่างอ้วนท้วนจนดูเหมือนพ่อค้าคนหนึ่งตอบ
"พี่เก้า!"
พี่สาวคนที่เก้า หรงเยี่ยนชิว เป็นผู้หญิงคนเดียวในบรรดาศิษย์ของผู้บัญชาการ​ซุน
ดูจากภายนอก เธอดูเหมือนอายุประมาณสามสิบกว่าๆ ถึงจะเป็นทหารแต่ก็แต่งหน้าเข้ม แต่งตัวฉูดฉาด
"น้องชายคนนี้น่ารักดีนะ พี่เก้าก็ชอบเขา…แต่น่าเสียดายที่พี่ไม่มีความสามารถจะไปยุ่ง จะให้ขึ้นไปโกงก็ไม่ได้”
“ไม่งั้นเจ้าลองไปขอร้องพี่ใหญ่ดูสิ เขารู้เรื่องเยอะแยะ​มากมาย…อาจจะมีวิธีแก้วิชาดาบของเฉาฟานก็ได้”
"พี่ใหญ่..."
ซุนปู้ฉีมองไปรอบๆ ก็ไม่เห็นลู่จี๋ที่ตัวใหญ่เหมือนภูเขา
"ช่างเถอะ ไปหาเขาก็คงไม่ช่วยอะไร"
"ข้าไปเอง!"
สุดท้าย เหมิงกวงซิ่นก็ยืนขึ้นมา เเล้วบ่นพึมพำ
"ข้าไม่อยากเป็นพี่น้องกับคนของตระกูลเฉา คิดแล้วขยะแขยง ขยะแขยงชะมัด​!"
"พระงั่ง อย่าไปทำอะไรให้เสียหายล่ะ" หรงเยี่ยนชิวตะโกนไล่หลัง​เขาไป
วันนี้เป็นวันสุดท้ายของการสอบคัดเลือก​
พวกเขาทั้งหมดเพิ่งมาถึงเหลียงโจว เพื่อตั้งใจกลับมาดูการประลองโดยเฉพาะ
……………………