เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 156: ลูกศิษย์ที่ถูกขับไล่

Chapter 156: ลูกศิษย์ที่ถูกขับไล่

Chapter 156: ลูกศิษย์ที่ถูกขับไล่


Chapter 156: ลูกศิษย์ที่ถูกขับไล่

“ทำเควสเสร็จแล้ว?”ผู้ให้ข้อมูลอ้าปากค้าง

เควสระดับ20ของอาชีพธรรมดานั้นก็ยากเกินพอแล้ว เควสสำหรับผู้เล่นที่มีอาชีพลับนั้นก็จะยากยิ่งกว่า ตั้งแต่ที่อาชีพผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้นั้นพิเศษออกไป แม้กระทั่งท่ามกลางอาชีพลับก็ตาม มันก็สามารถที่จะบอกได้ว่าเควสของหวังหยู่นั้นยากที่สุด สิ่งที่ผู้ให้ข้อมูลนั้นไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ว่าหวังหยู่นั้นทำมันให้สำเร็จได้ยังไงกัน โดยใช้เวลาทำเควสแค่เพียงสองวัน

“ใช่!’หวังหยู่เอาไอเทมเควสห้าชิ้นออกมา และวางเรียงมันด้านหน้าผู้ให้ข้อมูล

“หื้ม? นายไม่ได้ช่วยตัวช่วยทำเควสที่ฉันให้นายไปงั้นเหรอ?”ผู้ให้ข้อมูลถามขึ้น

“ตัวช่วยทำเควส?”

“ดวงตาของพระพุทธเจ้ายังไง!”ผู้ให้ข้อมูลตอบกลับ

“คุณหมายถึงสิ่งนี้งั้นเหรอ?”หวังหยู่ถาม แล้วเขาก็หยิบไอเทมที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนออกมาจากช่องเก็บของของเขา

“ถูกแล้ว!”ผู้ให้ข้อมูลอุทาน “นายจำเป็นที่จะต้องไปยังห้องบูชาแห่งความมืดด้วยสิ่งนี้…”ผู้ให้ข้อมูลชี้วิธีการกับหวังหยู่

อย่างแรกเลย หวังหยู่จะต้องไปยังพื้นที่ฝังศพในห้องบูชาแห่งความมืดและใช้ดวงตาแห่งพระพุทธเจ้าในการชำระร้างจิตวิญญาณที่นั่น และได้รับกระดูกนรกและได้แต้มคุณธรรมจากฝ่ายแห่งแสง หลังจากนั้น เขาจำเป็นที่จะต้องส่งวิญญาณนักฆ่าให้กับอาติคัส และเขาจะได้รับแต้มคุณธรรม 200 แต้มจากฝ่ายแสงและได้รับจิตวิญญาณนักฆ่า เมื่อมันทำเสร็จแล้ว หวังหยู่ก็จะได้รับการยอมรับจากผู้ตัดสินนอกรีตวิลลี่ สุดท้ายแล้ว หวังหยู่ก็จะต้องท้าทายเทพเจ้ามังกรเลือดและซุส

แม้ว่าเควสพวกนี้ดูเหมือนจะเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้ในการทำให้มันสำเร็จ สิ่งที่เขาจำเป็นจะต้องทำก็คือทำสิ่งหนึ่งให้สำเร็จก่อนและหลังจากนั้นก็จะทำตามอย่างไม่ได้ยากลำบากอะไร

“แล้วนายทำเควสนี้สำเร็จได้ยังไง ถ้านายไม่ได้ใช้มัน?”ผู้ให้ข้อมูลรีบถามหวังหยู่

“ผมฆ่าเทวดาแห่งการตัดสินในเมืองวาติกันไป!’หวังหยู่โอ้อวด

“เหี้..! นายคิดเหี้..อะไรอยู่กัน? ไม่สงสัยเลยที่ฉันสามารถที่จะรู้สึกถึงออร่าอันชั่วร้ายมาจากนาย!”ผู้ให้ข้อมูลบ่น แล้วเขาก็จิบเหล้า

แต่ผู้ให้ข้อมูลนั้นก็รู้ความจริงว่ามันไม่มีข้อกำหนดที่หวังหยู่จะทำเควสนี้ให้สำเร็จด้วยวิธีการแบบไหน มันเป็นเพียงแค่การทำแบบนั้นจะเพิ่มความยากของเควสขึ้นไปอีกหลายระดับ…เควสที่ถูกออกแบบนั้นอนุญาตให้หวังหยู่ได้รับแต้มคุณธรรมจากฝ่ายแสงอย่างช้าๆ แต่หวังหยู่นั้นฆ่าคนที่จะให้เขาเข้าร่วมฝ่ายแห่งแสงไปและเขานั้นทำเควสสำเร็จได้อีกด้วย..

ผู้ให้ข้อมูลนั้นไม่เคยคาดคิดเลยว่าเขาจะตกตะลึงกับผู้เล่นระดับ 20 คนนี้

“ถ้างั้น ทำไมคุณไม่บอกผมก่อนหน้านี้กัน?”หวังหยู่ขู่ หลังจากที่ได้ยินคำอธิบายของผู้ให้ข้อมูลถึงวิธีการทำเควสให้สำเร็จ

“นายจำเป็นที่จะต้องให้ของฉันเล็กๆน้อย…และฉันจะบอกถึงทางลัดกับนาย!”ผู้ให้ข้อมูลตอบกลับอย่างหน้าด้าน

“เหี้...”หวังหยู่ขู่คำรามอย่างโกรธเคือง “ดังนั้นยังไง? ผมทำเควสเสร็จหรือยัง?”

“แน่นอน! แต่นายจะต้องให้เงินฉันห้าเหรียญทองเสียก่อน!”ผู้ให้ข้อมูลหัวเราะ

หวังหยู่สาบานว่าเขาจะล้างแค้นกับผู้ให้ข้อมูล เมื่อเขาส่งเงินห้าเหรียญทองไปให้

ผู้ให้ข้อมูลแสยะยิ้มและเขาก็เก็บทองที่หวังหยู่ให้กับเขา ก่อนที่จะสวดมนต์ด้วยภาษาที่ไม่สามารถเข้าใจได้ ดวงตาของพระพุทธเจ้าก็เรืองแสงขึ้นด้วยแสงสีขาวและแสงสีดำก่อนที่จะเปลี่ยนเป็นลำแสงห้าแห่งและพุ่งไปยังไอเทมเควสทั้งห้าชิ้น

ผู้ให้ข้อมูลก็ยื่นไปเก็บไอเทมทั้งห้าชิ้น และแต่ละชิ้นนั้นก็ส่องประกายแสงออกมาอ่อนๆ เมื่อเขาโบกมือ หวังหยู่ก็ได้รับการแจ้งเตือน

{แจ้งเตือนระบบ : คุณทำเควสส่วนที่สี่ของความกล้าหาญของหัวใจสำเร็จ : จุดหมายของเทพเจ้านักต่อสู้! ความยากเควสระดับ : S สำเร็จ และทำให้คุณได้รับอาชีพลับปราชญ์แห่งศิลปะการต่อสู้ }

อาชีพลับ ปราชญ์แห่งศิลปะการต่อสู้ :หลังจากผ่านประสบการณ์อันยากลำบากมามากมาย ความแข็งแกร่งของผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้นั้นได้เพิ่มขึ้นอย่างมาก และกลายเป็นผู้เชี่ยวชาญสูงสุดในยุคนี้

สกิล :

[อัจฉริยะที่ไม่มีผู้เทียบเคียง] (ติดตัว) : ทุกครั้งที่ผู้เล่นเลื่อนระดับ ผู้เล่นจะได้แต้มค่าสถานะ 8 แต้ม

[ความเชี่ยวชาญส่วนตัว] (ติดตัว) : ผู้เล่นสามารถที่จะเรียนรู้สกิลและความสามารถทุกอย่างของอาชีพนักต่อสู้

[นักรบผู้ช่ำชอง] (ติดตัว) : ผู้เล่นได้รับโอกาสเพิ่ม 20% ในการทำคอมโบการโจมตีและสกิล

[เจ้าอาวุธ] (ติดตัว) : ผู้เล่นนั้นใช้อาวุธทุกประเภทได้อย่างมีประสิทธิภาพ และได้รับพลังโจมตีเพิ่มขึ้น 15% เมื่ออุปกรณ์นั้นถูกสวมอยู่

เมื่อเขาทำเควสเลื่อนอาชีพสำเร็จ ความแข็งแกร่งของหวังหยู่ก็พุ่งทะยานขึ้นอีกครั้ง ไม่เพียงแต่เขาได้ค่าสถานะเพิ่มมากขึ้น เขาสามารถที่จะเลือกความสามารถพิเศษที่เขาสามารถได้รับเพิ่มได้อีกด้วย

เมื่อผู้เล่นถึงระดับ 20แล้ว พวกเขาสามารถที่จะได้รับความสามารถพิเศษ

ยกตัวอย่างเช่น นักต่อสู้นั้นจะมีความสามารถพิเศษ [ความคล่องแคล่วของนกนางแอ่น] มาตั้งแต่เลือกตัวละครอยู่ที่ระดับ 0 เมื่อพวกเขาถึงระดับ 10 และเปลี่ยนอาชีพ เจ้าแห่งชี่กงนั้นจะได้รับความสามารถพิเศษ [กำลังที่ไม่อาจต้านทานได้] ที่เพิ่มพลังโจมตีของพวกเขา ในขณะที่นักต่อสู้นั้นจะได้ความสามารถพิเศษ [เสือที่ดุร้าย]

ในอีกทางหนึ่ง หวังหยู่นั้นได้เรียนรู้ความสามารถพิเศษ [ความว่องไวของกระต่าย] สำหรับผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ซึ่งมันเพิ่มความเร็วการเคลื่อนที่ของเขา ความสามารถพิเศษนี้มันไร้ประโยชน์อย่างมากสำหรับใครบางคนแบบหวังหยู่ที่ไม่ได้ขาดแคลนความเร็วอะไร

เมื่อเขาทำเควสเลื่อนระดับสำเร็จ หวังหยู่ไม่เพียงแต่ที่จะเรียนรู้ [ความคล่องแคล่วของนกนางแอ่น] และ [เสือที่ดุร้าย] ได้ แต่ความสามารถพิเศษระดับ 20 [เจ้าแห่งคลื่น] และ [กำปั้นทรราช] ได้อีกด้วย หวังหยู่ก็ยังสามารถที่จะเรียนรู้ความสามารถพิเศษของปราชญ์แห่งศิลปะการต่อสู้ [ความสงบภายในจิตใจ] ซึ่งอนุญาตให้เขาสามารถที่จะฟื้นพลังชีวิตและมานาได้แบบติดตัว ความแข็งแกร่งของหวังหยู่ก็เพิ่มขึ้นอีกครั้ง

ต่อจากนั้นเขาก็เรียนรู้สกิลใหม่ที่เขาสามารถเรียนได้

เหตุผลที่ผู้เล่นทำเควสเลื่อนอาชีพสำเร็จนั้นแข็งแกร่ง เนื่องจากความแตกต่างของสกิลที่พวกเขามี ผู้เล่นที่ยังทำเควสเลื่อนอาชีพยังไม่สำเร็จนั้นจะสามารถเรียนได้แค่สกิลระดับต้น เมื่อพวกเขาทำเควสเสร็จ พวกเขาสามารถที่จะเรียนสกิลระดับกลางได้

ไม่เพียงแต่สกิลพวกนี้จะแข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น ผู้เล่นก็สามารถที่จะเรียนสกิลสำคัญของแต่ละอาชีพได้

นักต่อสู้นั้นจะกลายเป็นเมธีแห่งศิลปะการต่อสู้ หลังจากเลื่อนอาชีพ ในขณะที่เจ้าแห่งชี่กงนั้นจะกลายเป็น คลาวด์วอล์คเกอร์ (ขอทับศัพท์นะครับ)

หวังหยู่นั้นก็เลือกที่จะเรียน [กำปั้นเทพเจ้าเสือ] และ [ระเบิดจิตวิญญาณ] ในทันที ซึ่งมันเป็นสกิลสำคัญของอาชีพทั้งสอง

[กำปั้นเทพเจ้าเสือ] (ใช้งาน) : ซัดหมัดใส่คู่ต่อสู้ เมินเฉยพลังป้องกัน 30% ของคู่ต่อสู้และทำความเสียหายกายภาพ 150%

[ระเบิดจิตวิญญาณ] (ใช้งาน) : ผู้เล่นสามารถที่จะสร้างระเบิดจิตวิญญาณได้ การกดระเบิดมันจะสร้างความเสียหายเวทย์ 200% ต่อศัตรูที่อยู่ในระยะห้าเมตร

สกิลโจมตีกายภาพเป้าหมายเดี่ยวและสกิลเวทย์ โจมตีหมู่นั้นเป็นสกิลสำคัญที่มีประโยชน์ทั้งสองสกิล

เมื่อหวังหยู่เรียนสกิลทั้งสองนี้เสร็จ เขาก็ออกจากเกมในทันที

หวังหยู่ไม่เคยหมกมุ่นกับเกมแบบนี้มาก่อน แต่เขานั้นใช้เวลาวันนี้ทั้งวันเล่นมัน ซึ่งมันไม่ค่อยเข้ากับนิสัยของเขาสักเท่าไหร่

หลังจากเล่นมันตลอดทั้งวันแล้วนั้น หวังหยู่ก็หิวโหย และสังเกตว่ามู่จี่เซียนนั้นไม่ได้อยู่ในห้องของพวกเขา และมันก็มีเสียงน้ำไหลออกมาจากในห้องครัว หวังหยู่ก็ตะโกนขึ้น “ที่รัก! ผมหิวแล้ว!”

“เข้าใจแล้ว! อาหารเกือบเสร็จแล้ว!”มู่จี่เซียนตอบกลับ

“โอเค!”หวังหยู่ตอบกลับ แล้วเขาก็เช็ดหน้าด้วยผ้าขนหนู และก็พุ่งตัวไปยังห้องครัว และก็ไม่สามารถที่จะควบคุมตัวเองไม่ให้มองไปที่อาหารที่มู่จี่เซียนเตรียมไว้ได้ หวังหยู่นั้นก็ยื่นไปหยิบชิ้นเนื้ออย่างไม่ได้ตั้งใจ

“มือคุณสะอาดหรือยัง?”มู่จี่เซียนด่า แล้วเธอก็ตีมือหวังหยู่ด้วยช้อนส้อม

“ผมจะไปล้างมัน!”หวังหยู่ตอบกลับเจื่อนๆแล้วเขาก็กลับไปยังห้องอาบน้ำ

“รอก่อน” มู่จี่เซียนหัวเราะคิกคัก แล้วเธอก็หยิบชิ้นเนื้อด้วยส้อมของเธอ และก็ป้อนให้กับหวังหยู่ “ตามฉันไปซูเปอร์มาเก็ตก่อน ฉันต้องการที่จะไปซื้อข้าวเพิ่มในตอนนี้ ฉันกลัวว่าร้านมันอาจจะปิดในช่วงปีใหม่เช่นนี้”

“ก็ได้”หวังหยู่พยักหน้า

“พวกเราควรที่จะไปยังธนาคารด้วย! มันค่อนข้างไม่สะดวกที่พวกเราไม่มีเงินในช่วงปีใหม่แบบนี้”

“ตามที่คุณปรารถนาเลยครับ!”หวังหยู่หัวเราะ

ธนาคารนั้นตั้งอยู่ด้านข้างซูเปอร์มาเก็ต แม้ว่ามันจะเป็นช่วงปีใหม่ ธนาคารมันก็ไม่ได้ปิด สุดท้ายแล้วมันก็เป็นช่วงเวลาที่ยุ่งที่สุดอีกด้วย..

หลังจากไปรับเลขคิวแล้ว มู่จี่เซียนก็กลับไปหาหวังหยู่และนั่งอยู่ด้านหลังของธนาคาร แล้วพวกเธอก็รอคอยให้เลขคิวของเธอถูกเรียก

ในเวลานั้นเอง ชายบึกบึนสี่คนก็เดินเข้ามาในธนาคาร

ชายสี่คนมองไปรอบๆอย่างมีพิรุธ เมื่อพวกเขาเดินเข้ามาในธนาคาร หวังหยู่ก็หน้าชาขึ้นเมื่อเขารู้สึกได้ถึงเจตนาฆ่าที่พวยพุ่งออกมาจากชายทั้งสี่คน

หวังหยู่นั้นก็จ้องไปชายหนึ่งในนั้น การแสดงออกอันว่างเปล่าของชายคนนั้นควบคู่ไปกับเจตนาฆ่านั้นทำให้หวังหยู่รู้สึกสับสน

เมื่อหวังหยู่เรียนรู้ศิลปะการต่อสู้จากปู่ของเขาในอดีต เขาพบผู้เชี่ยวชายศิลปะการต่อสู้จากกองทัพที่มีดวงตาคล้ายคลึงกับชายคนนี้ แต่ร่างกายของชายคนนี้ไม่แข็งแกร่งเท่ากับทหารหรือผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้

“ลูกศิษย์ที่โดนขับไล่งั้นเหรอ?”

หวังหยู่จ้องไปที่ชายทั้งสี่คนแล้วเขาก็สะกิดมู่จี่เซียน หวังหยู่ก็ไม่กล้าที่จะเคลื่อนไหวสุ่มสี่สุ่มห้า เขาจึงใช้ตัวเขาป้องกันมู่จี่เซียน

“คุณหนาวงั้นเหรอ?”มู่จี่เซียนถามอย่างสงสัย

“ไม่! แต่ผมคิดว่าพวกเราควรที่จะมาที่นี่พรุ่งนี้!”หวังหยู่กระซิบ

“โอ้..ก็ได้ ถ้างั้น!”มู่จี่เซียนตอบกลับหลังจากลังเลอยู่ชั่วครู่หนึ่ง

หลังจากที่แต่งงานกับหวังหยู่มาเป็นระยะเวลานานแล้ว เธอก็เข้าใจถึงอารมณ์ของหวังหยู่เป็นอย่างดี มันจะต้องมีคำอธิบายที่ดีอย่างแน่นอน ภายใต้การตัดสินใจที่ฉับพลันของหวังหยู่

“ปัง!”

เสียงปืนก็ดังขึ้นมา เมื่อทั้งสองคนกำลังจะออกจากธนาคาร

“ห้ามขยับ!”

หวังหยู่หันกลับไปดูสถานการณ์รอบๆ ชายที่เขาจ้องเมื่อกี้ทำลายกล้องวงจรปิดด้วยการยิง ในขณะที่ชายที่เหลืออีกสี่คนนั้นทำลายกระจกตรงเคานเตอร์และจับเจ้าหน้าที่ที่ทำหน้าที่อยู่

“อ๊า!!! ช่วยด้วย!!”

ตั้งแต่ที่ประเทศนี้มีกฏห้ามใช้ปืนมาเป็นเวลานาน มันก็ไม่ใช่บางสิ่งที่คนธรรมดาทั่วไปจะเจอบ่อยๆ เสียงปืนที่ดังลั่นออกมาทำให้พวกเขาตกตะลึงกันอย่างมาก

“ปัง! ปัง!”

เสียงลั่นปืนก็ดังขึ้นสองครั้งแล้วก็มีคนสองคนล้มลงกับพื้น และนอนกองจมเลือดตัวเองอยู่!

การฆ่าใครบางคนด้วยการใช้ปืนนั้นอันตรายยิ่งกว่าเสียงปืนดังขึ้นเสียอีก ฝูงชนตกอยู่ในความเงียบงันในทันทีและจ้องไปยังชายทั้งสี่คน

“คุกเข่าลงซะ!”หนึ่งในผู้ก่อการร้ายตะโกน

หวังหยู่แตะหลังมู่จี่เซียนอย่างนุ่มนวล และกระซิบกับเธอเบาๆ “ไม่ต้องกลัว”

“อื้ม!”มู่จี่เซียนพยักหน้า

มู่จี่เซียนนั้นมีประสบการณ์ในโลกความเป็นจริงมากกว่าที่หวังหยู่มี เธอรู้ว่าชายพวกนี้นั้นมาที่นี่เพื่อเงิน ไม่ได้มาเพื่อเอาชีวิตคน

แต่หวังหยู่สามารถสัมผัสถึงความกระหายเลือดของชายพวกนี้ได้ สถานการณ์นี้ไม่ได้ง่ายเหมือนกับที่เขาคิด แต่เขาก็ไม่ต้องการที่จะทำให้มู่จี่เซียนตื่นตระหนก

ทุกคนนั้นมีความคิดแบบเดียวกันกับมู่จี่เซียน คนพวกนี้นั้นมาที่นี่เพื่อเงิน พวกเขานั้นก็จะทำตามคำสั่งของพวกเขา เพื่อที่จะไม่ทำให้พวกเขาโกรธเคือง

เวลาผ่านไปช้าๆ ภายใต้คำสั่งของชายทั้งสามคน เจ้าหน้าที่ก็นำเงินใส่กระเป๋าไว้ให้

“ไปกันเถอะ!”

ชายที่ใบหน้ามีแผลเป็นตะโกนใส่ชายที่ถือปืน เมื่อพวกเขาเก็บกระเป๋าเงินจากตรงเคาน์เตอร์และสะพายมันขึ้นหลัง และเตรียมที่จะวิ่งหนี

“ไม่มีทาง พวกมันเห็นพวกเราว่ามีหน้าตาเป็นยังไงแล้ว!’ชายที่มีปืนโต้กลับ

“ก็แค่ฆ่าพวกมันให้หมดก็พอ!”ชายที่มีแผลเป็นบนหน้าหัวเราะแล้วเขาก็เอาปืนออกมาจากกระเป๋า

จบบทที่ Chapter 156: ลูกศิษย์ที่ถูกขับไล่

คัดลอกลิงก์แล้ว