เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 154: ใช้เวลาทุกวินาที

Chapter 154: ใช้เวลาทุกวินาที

Chapter 154: ใช้เวลาทุกวินาที


Chapter 154: ใช้เวลาทุกวินาที

เมื่อหวังหยู่เข้าไปในพื้นที่หลักของพื้นที่ฝังศพ เขาก็ได้รับการแจ้งเตือน ‘กำลังเรียก จากแท่นบูชา’ มันทำให้เขาระวังตัวอย่างมากเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงในแท่นบูชา และคิดว่าเขาจะต้องสู้กับปีศาจโครงกระดูก

เมื่อนักธนูและนักรบถูกฆ่า หวังหยู่ก็รีบหันเหความสนใจไปยังอัศวินโครงกระดูกที่นอนอยู่บนพื้น

เมื่อพวกมันเปลี่ยนกลายเป็นหมอกสีดำและเข้าไปในแท่นบูชา แท่นบูชาก็สว่างวาบ สัญลักษณ์บนแท่นบูชาก็ค่อยๆหายไปและมันก็มีเสียงกรีดร้องจากส่วนลึกของนรกที่อยู่ในพื้นที่ฝังศพ และมันก็มีแสงสีเขียวสว่างลอยออกมาจากแท่นบูชา

{จิตวิญญาณพยาบาท (ระดับ 5)}

พลังชีวิต : 1000

มานา : 1000

สกิล : [การเน่าสลายของจิตวิญญาณ]

เพียงแค่หวังหยู่จะฟาดจิตวิญญาณพยาบาทให้มันตายลง มันก็มีเสียงดังก้องมาจากแท่นบูชา แท่นบูชาก็ค่อยๆพังทลายลง และเปิดเผยโครงกระดูกขนาดใหญ่ด้านใต้มัน

ในขณะที่หวังหยู่กำลังสันนิษฐานว่าชุดกระดูกนั้นคืออะไร จิตวิญญาณพยาบาทก็ลอยเข้าไปด้านในมัน

“กระดูกนรก!”หวังหยู่อุทาน และก็ก้าวเพื่อที่จะไปเอามัน

แต่หวังหยู่รู้สึกว่าร่างกายของเขาแข็งค้างขึ้น…เขานั้นสูญเสียการควบคุมแขนของเขา และก็ขว้างกระดูกนรกลงบนพื้น...

“หื้อ?”หวังหยู่ก้มตัวไปมอง และเก็บกระดูกนรกอีกครั้ง แต่มันก็เรื่องแบบเดียวกันขึ้น แต่ครั้งนี้ หวังหยู่สามารถที่จะรู้สึกถึงเจตนาฆ่าอันถาโถมมายังเขา

หวังหยู่ก็หันกลับไป มันน่าตื่นตระหนกจนเขาก้าวถอยหลังไปสองก้าว…

จิตวิญญาณพยาบาทตัวเล็กนั้นบินไปรอบๆก่อนที่จะขยายขนาดขึ้น…จากขนาดเท่าลูกบอลนั้นกลายเป็นมอนสเตอร์ที่ใหญ่กว่านักรบโครงกระดูกปีศาจ 30% เสียอีก

หวังหยู่จับพลองยาวและขว้างมันใส่จิตวิญญาณพยาบาท มันก็ยังคงยืนอย่างนิ่งเฉย และปล่อยให้พลองยาวของหวังหยู่นั้นพุ่งผ่านไปโดยไม่ได้ทำความเสียหายแม้แต่นิดเดียว

จิตวิญญาณลอยขึ้นจากพื้นดินสูง ดังนั้นหวังหยู่จึงโจมตีมันไม่ได้

หลังจากผ่านไปไม่กี่วินาที จิตวิญญาณพยาบาทนั้นก็แปลงร่างเสร็จสมบูรณ์ และมันก็เปลี่ยนเป็นรูปลักษณ์มนุษย์สีเขียว

{จิตวิญญาณนิจนิรันดร์ คาร์เมอร์ (ระดับ 35)(บอสทอง)(ชั้นยอด)}

พลังชีวิต : 200000

มานา : 500000

สกิล : [การพุ่งเข้าชนของจิตวิญญาณ] [เสียงกรีดร้องจากนรก] [เปลวเพลิงแห่งเนเธอร์]

หวังหยู่ถอนหายใจออกมาอย่างหนักหน่วง เมื่อคิดว่าจิตวิญญาณตัวกระจ้อยนั้นเปลี่ยนร่างกลายเป็นบอสระดับทอง นักออกแบบเกมนั้นช่างโหดเหี้ยม และใช้ประโยชน์จากการทำให้ผู้เล่นนั้นเข้าสู่โลกแห่งความสิ้นหวัง

“ฮ่าๆๆ!”คาร์เมอร์หัวเราะออกมา เมื่อร่างกายของเขาสร้างเสร็จแล้ว “ดังนั้นนายก็คือคนที่ต้องการรบกวนการหลับไหลของท่านลอร์ดปีศาจงั้นเหรอ?”

“ผมแค่ต้องการกระดูกนรก คุณสามารถที่จะนอนต่อได้..”หวังหยู่ตอบกลับเจื่อนๆ แล้วเขาก็จ้องไปที่กระดูกนรก

“ฮ่าๆ!”คาร์เมอร์หัวเราะอย่างเย็นชา แล้วเขาก็ยืดมือออกไปซ่อนกระดูกนรกและก็หันกลับไปตะโกนใส่หวังหยู่ “ไอ้มนุษย์ที่โง่เขลา! นายจะต้องจ่ายราคาสำหรับความโลภนี้! [การพุ่งเข้าชนของจิตวิญญาณ]

เปลวเพลิงสองลูกก็ปรากฏขึ้นบนฟากฟ้าที่ว่างเปล่า เหมือนกันกับว่ามันเป็นเปลวเพลิงที่ล่วงหล่นจากฟากฟ้า

หวังหยู่นั้นก็ใช้เจ็ดก้าวดวงดาวอย่างระมัดระวังและหลบหลีกภูติผีก่อนที่จะมาอยู่ด้านหน้าคาร์เมอร์ หวังหยู่ก็ยกพลองยาวของเขาขึ้น..และฟาดเข้าใส่คาร์เมอร์อย่างรุนแรง

“ตุ๊บ..”

-1145

คาร์เมอร์ก็ถอยหลังออกไป รูปร่างของเขานั้นมืดลงเล็กน้อย…

หลังจากนั้นหวังหยู่ก็ตระหนักได้ว่า แม้ว่าคาร์เมอร์นั้นจะใช้ร่างกายจิตวิญญาณ เขาก็ไม่ได้เป็นอมตะกับการโจมตีกายภาพ…

“ไอ้มนุษย์ที่น่ารังเกียจ กล้าที่จะทำร้ายฉันงั้นเหรอ?”คาร์เมอร์คำรามอย่างดังก้อง เสียงของมันแสบสะเทือนไปทั่วพื้นที่ฝังศพ คำว่า ‘น่าหวาดหวั่น’ ปรากฏขึ้นบนหัวของหวังหยู่ และทำให้เขาสูญเสียการควบคุม และวิ่งหนีออกจากคาร์เมอร์….

หวังหยู่ก็วิ่งไปในใจกลางภูติผีสีฟ้าอย่างไม่ได้สมัครใจ และทำให้เขาเกือบเสียชีวิตไป

โชคดีที่สถานะหวาดผวานั้นอยู่เพียงแค่สามวินาที เพียงแค่หวังหยู่กลับมาควบคุมตัวเองได้อีกครั้ง เขาก็รีบหลบ[การพุ่งเข้าชนของจิตวิญญาณ] และกลิ้งไปด้านข้างของแผนที่

มันแปลกมากที่คาร์เมอร์ไม่ได้ไล่ตาม แต่เพียงแค่ลอยอยู่ที่ๆเดิม

“ประหลาด!”หวังหยู่พึมพำกับตัวเอง บอสทุกตัวที่หวังหยู่เคยสู้มานั้นจะไล่ล่าจัดการเขาให้รวดเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ แต่บอสตัวนี้นั้นลอยอย่างไม่แยแสอะไร เหมือนกับว่ามันไม่สนใจตัวตนของหวังหยู่เลยแม้แต่นิดเดียว เขาไม่สนใจการต่อสู้นี้เลยงั้นเหรอ?

ไม่ว่าคาร์เมอร์จะสนใจการต่อสู้ของพวกเขาหรือไม่ แต่บอสนั้นถือกระดูกนรกไว้แน่น

หวังหยู่ก็กล้าที่จะพุ่งเข้าไปในระยะโจมตีของ [การพุ่งเข้าชนของจิตวิญญาณ] และใช้งาน [ฝ่ามือพลังวอยด์] เพื่อที่จะขโมยกระดูกนรกจากคาร์เมอร์ และมืออีกข้างก็ขว้าง [ระลอกคลื่น] เข้าใส่

-1752

-2450

หวังหยู่ก็วนไปรอบๆ และส่ง [ระลอกคลื่น] ใส่คาร์เมอร์อีกครั้ง

-2241

หลังจากที่ขว้างสกิลทั้งสามสำเร็จ หวังหยู่ก็รีบหยุดและหลบหนีไปที่มุมเดิมอีกครั้งหนึ่ง

“ไอมนุษย์ผู้โง่เขลา!’คาร์เมอร์สาปแช่งเสียงดังก้อง และก็เรียกภูติผีสีฟ้ามาล้อมรอบเขาอีกครั้งหนึ่ง

“นี่มัน…ค่อนข้างน่าหงุดหงิด…”หวังหยู่พึมพำอย่างช่วยไม่ได้ต่อสกิลของคาร์เมอร์

ระยะการโจมตีของหวังหยู่เพียงแค่สามเมตร แต่บอสตัวนี้นั้นมีระยะการโจมตีที่ดีมาก ไม่เพียงแต่เขานั้นมี [การพุ่งเข้าชนของจิตวิญญาณ] ไม่มีสิ้นสุด เขาก็ยังมี [เสียงกรีดร้องจากนรก] เพื่อผลักให้หวังหยู่ได้รับความเสียหายจาก [การพุ่งเข้าชนของจิตวิญญาณ]

ถ้าเขานั้นมีเพียงแค่ [การพุ่งเข้าชนของจิตวิญญาณ] หวังหยู่ก็สามารถที่จะหาทางเข้าไปใกล้ได้ แต่พร้อมกับ [เปลวเพลิงแห่งเนธอร์] ที่ล่วงหล่นจากฟากฟ้า มันก็ไม่มีทางที่จะหลบการโจมตีของคาร์เมอร์ได้เลย!

แม้ว่าคาร์เมอร์จะยั่วยุเขาอย่างหยิ่งยโส มันก็ยังคงลอยอยู่ที่เดิม เหมือนกับว่าไม่มีเจตนาที่จะโจมตีหวังหยู่

หวังหยู่มองไปที่เวลาของเควส มันเหลือเพียงแค่ยี่สิบห้านาที ระบบนั้นขโมยเวลาไปจากเขางั้นเหรอ???

แม้ว่ามันจะเป็นแบบนั้น หวังหยู่ก็ไม่สามารถที่จะทำอะไรได้เลย บอสตัวนี้ต้านทานการโจมตีกายภาพอย่างมากและพลังโจมตีทางเวทย์ของหวังหยู่ก็น้อย เมื่อเวลากำลังหมดลงไป หวังหยู่ก็สามารถทำได้เพียงอดทนถึงความตายที่จะเข้ามาหาอย่างเดียวงั้นเหรอ?

เพียงแค่หวังหยู่กำลังครุ่นคิดอยู่นั้น คาร์เมอร์ก็ร่าย [การพุ่งเข้าชนของจิตวิญญาณ] ขึ้นมาในตำแหน่งของหวังหยู่อย่างฉับพลัน และพวกมันก็พุ่งเข้าใส่เขา

“มีบางสิ่งไม่ถูกต้อง!”หวังหยู่หลบการลอบโจมตีของคาร์เมอร์อย่างฉิวเฉียด และสังเกตรอบข้างอย่างระมัดระวังว่ามีอะไรเปลี่ยนแปลงไปบ้าง

หลังจากที่ได้เห็นสกิลมาสักพักหนึ่ง หวังหยู่ก็เข้าใจระยะสกิล [การพุ่งเข้าชนของจิตวิญญาณ] ของคาร์เมอร์อย่างคร่าวๆ แม้ว่าคาร์เมอร์นั้นจะพยายามที่จะโจมตี เขาก็ไม่สามารถที่จะโจมตีหวังหยู่ได้เลย เนื่องจากความเร็วเคลื่อนที่อันเชื่องช้าของเขา

“ฮ่าๆๆ! นายช้าเหมือนกับเต่าเลย!”หวังหยู่เยาะเย้ยแล้วเขาก้หยิบเอากล่องเล็กๆออกมาจากช่องเก็บของ

{บ่วงกับดักลึกลับ : ศัตรูจะถูกกักขังไม่ให้ขยับเป็นเวลาสี่สิบห้าวินาที และไม่สามารถที่จะใช้สกิลต่อได้อีกสามนาที}

นี่เป็นบางสิ่งที่หวังหยู่ได้มาในเมืองวายุ แต่เขาไม่มีเหตุผลที่จะต้องใช้มันจนกระทั่งตอนนี้

มันไม่ใช่ว่าหวังหยู่ไม่ต้องการที่จะใช้มัน แต่ไอเทมชิ้นนี้จะต้องใช้เวลา 30 วินาทีในการทำให้มันทำงาน มันเป็นเรื่องที่ยากมากที่บอสจะตกลงไปในกับดักเช่นนี้

ซุสนั่นเป็นตัวตนสุดยอดของเกม 30 วินาทีนั้นมากเพียงพอที่จะฆ่าหวังหยู่ และกับดักเล็กๆนี้ก็ไร้ประโยชน์เมื่อเผชิญหน้ากับความแข็งแกร่งอันสมบูรณ์ของเขา

แต่มันไม่ใช่ในกรณีของคาร์เมอร์ มันไม่มีการโจมตีกายภาพและมันก็มีความเร็วการเคลื่อนที่ที่ช้ามาก เมื่อมันติดกับดัก มันก็เหมือนกับเป็ดที่ไม่สามารถบินได้!

หวังหยู่ก็เอาบ่วงกับดักลึกลับออกมา และเขาก็เดินเข้าไปในระยะการโจมตีของ [การพุ่งเข้าชนของจิตวิญญาณ] ในขณะที่กลิ้งผ่านระลอกการโจมตีจากคาร์เมอร์ หวังหยู่ก็วางบ่วงกับดักลึกลับอย่างระมัดระวังบนเส้นทางที่เขาคาดว่าคาร์เมอร์จะเดินทางผ่าน

บอสโหมดอิสระนั้นชาญฉลาดอย่างมาก ถ้าหวังหยู่วางมันอย่างเปิดเผยแล้ว มันไม่มีทางที่คาร์เมอร์จะติดกับดัก ในตอนนี้เขาก็ไม่มีความมั่นใจเลยที่เขาสามารถทำให้คาร์เมอร์ติดอยู่ในกับดักได้ เขาสามารถที่จะเสี่ยงดวงได้โดยใช้ตัวเองเป็นเหยื่อล่อ...

หลังจากวางกับดัก หวังหยู่ก็กลิ้งออกไป และยั่วยุให้คาร์เมอร์มายังที่ที่เขาเคยอยู่

30

29

...

3

2

1

“เคร๊ง!”

เสียงดังก็ดังออกมา และแสงทั้งหกเส้นก็ลอยออกมา และทำให้คาร์เมอร์ติดกับดักอยู่ด้านในนั้น..

{แจ้งเตือนระบบ : คุณได้ใช้งาน บ่วงกับดักอันลึกลับ}

หลังจากนั้น ภูติสีฟ้าจาก [การพุ่งเข้าชนของจิตวิญญาณ] ก็ไม่ล่วงหล่นลง แม้ว่า [เปลวเพลิงแห่งเนเธอร์] ที่ล้อมรอบคาร์เมอร์ก็หายไป เหลือเพียงแค่คาร์เมอร์ไว้

“ฉันมีเวลาแค่สามนาที!”หวังหยู่ตะโกน แล้วเขาก็พุ่งเข้าใส่และส่ง [ระลอกคลื่น] เข้าหาคาร์เมอร์

แม้ว่าอาชีพผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้นั้นจะมีการโจมตีกายภาพและเวทย์มนต์ หวังหยู่ก็เป็นคนเดียวที่เน้นพลังโจมตีกายภาพ ด้วยเหตุนี้นี่เอง เขาจึงมีสกิลเพียงแค่สามสกิลที่ทำความเสียหายทางเวทย์

คาร์เมอร์นั้นมีการต้านทานที่สูงต่อการโจมตีกายภาพ…

ไม่ต้องพูดถึงความจริงที่ทั้งสามสกิลนี้นั้นมีคูลดาวน์ หวังหยู่สามารถที่จะลดพลังชีวิตของคาร์เมอร์ได้เพียงครึ่งเดียว ในเวลาสามนาที…

เมื่อสามนาทีผ่านไป ผลกระทบจากบ่วงกับดักอันลึกลับก็หายไป คาร์เมอร์ก็ได้รับอิสระ หลังจากที่โดนทำร้ายอย่างดุร้ายจากหวังหยู่ คาร์เมอร์ก็ตัดสินใจที่จะหลบหนีไปยังอีกทิศหนึ่ง

“เหี้..! หน้าด้านขนาดนี้ได้ยังไงกัน!”หวังหยู่ตะโกนอย่างโกรธเคือง แล้วเขาก็ไล่ตามคาร์เมอร์

แม้ว่าคาร์เมอร์นั้นจะมีความเร็วเคลื่อนที่อันน่าสลด หวังหยู่ก็ไม่สามารถที่จะไล่ตามเขาได้ทัน หลังจากที่ล้อมรอบเขาไปสองรอบ หวังหยู่ก็ตระหนักได้ว่าเขาไม่สามารถที่จะตามคาร์เมอร์ได้ทัน

มันมีเวลาเพียงแค่สิบกว่านาทีก่อนที่เควสจะล้มเหลว…เขาจะล้มเหลวจริงๆงั้นเหรอ?

“เหี้..เอ้ย! ฉันจะยอมเสี่ยงละกัน!’

หวังหยู่กัดฟันและพุ่งเข้าใส่คาร์เมอร์อีกครั้ง มันก็รีบโบกมือ เมื่อมันเห็นหวังหยู่พุ่งเข้าใส่มัน และร่าย [การพุ่งเข้าชนของจิตวิญญาณ] อีกครั้งหนึ่ง…

หวังหยู่ก็ปรากฏตัวขึ้นด้านหน้าคาร์เมอร์ แล้วเขาก็ยืนอยู่อย่างสมดุลด้านบนของพลองยาว

คาร์เมอร์ก็กรีดร้องและใช้ [เสียงกรีดร้องจากนรก]

คำว่า ‘น่าหวาดหวั่น’ ปรากฏขึ้นบนหัวของหวังหยู่อีกครั้งหนึ่ง

หลังจากคำว่า ‘น่าหวาดหวั่น’ ปรากฏขึ้น หวังหยู่ก็สูญเสียการควบคุมร่างกายของเขา และล่วงหล่นจากพลองยาวของเขา

หวังหยู่ก็ตกลงไปในการระยะการโจมตีของ [เปลวเพลิงแห่งเนเธอร์]…

จบบทที่ Chapter 154: ใช้เวลาทุกวินาที

คัดลอกลิงก์แล้ว