เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 137: พบเพื่อนเก่าในเมืองที่ต่างออกไป

Chapter 137: พบเพื่อนเก่าในเมืองที่ต่างออกไป

Chapter 137: พบเพื่อนเก่าในเมืองที่ต่างออกไป


Chapter 137: พบเพื่อนเก่าในเมืองที่ต่างออกไป

มันเป็นหมิงตู่จริงๆ!

เมื่อได้ยินประโยคและน้ำเสียงที่คุ้นเคย หวังหยู่ก็อดที่จะรื้อฟื้นครั้งแรกที่เขาพบกับหมิงตู่ไม่ได้

“เฒ่าหลี่ นายมาทำอะไรที่นี่?”หวังหยู่ทักทายเขาอย่างมีความสุข เมื่อเขาถอดผ้าคลุมของเขาออก

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเกม หวังหยู่ก็ยังคงมีความสุขที่เห็นคนที่คุ้นเคยในเมืองอื่นแบบนี้

“อ๊า? เฒ่ากระทิง?”หมิงตู่ตัวแข็งทื่ออยู่ชั่วครู่หนึ่ง ก่อนที่จะถามขึ้น “ไม่ใช่ว่านายโดนฆ่าจนกลับไปยังเมืองเริ่มต้นแล้วเรอะ? นายมาทำอะไรอยู่ที่นี่กัน?”

“เหี้..!”หวังหยู่รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก ไอ้บัดซบไร้ความกลัวนั้นบอกทุกคนกับสิ่งที่เขาได้ทำลงไปในเมืองวาติกันอย่างแน่นอน…

หมิงตู่นั้นก็ไม่สามารถที่จะโทษเขาได้ด้วยเช่นกัน มีหวังหยู่เพียงคนเดียวในเกมนี้ที่โดนล่าโดยผู้เล่นนับหมื่นคน ตั้งแต่ที่หวังหยู่ออกจากเกมแบบเร่งรีบเมื่อวานนี้ พวกเขาก็คิดกันไปหมดว่าเขานั้นถูกดักไว้ที่จุดเกิด พวกเขานั้นพบปะกันกเพื่อปรึกษาวิธีที่จะช่วยเขาด้วยซ้ำไป

“ไปหาที่นั่งก่อน ฉันจะเข้าร่วมกับนาย หลังจากที่ฉันทำเควสของฉันเสร็จ”หมิงตู่แนะนำหวังหยู่อย่างเนิบๆและหลังจากนั้นก็ชี้ไปที่โต๊ะใกล้ๆและตะโกน “โฮ้ย! กูกำลังพูดกับมึงอยู่นะไอ้สัส! มึงคิดเหรอว่ากูไม่เห็นมึงหน่ะ? ไอ้เหี้...ที่กำลังนั่งแดกเหล้าที่มีแต้มสังหารสิบห้าแต้มหน่ะ!”

นักฆ่าที่หมิงตู่ชี้ก็หันกลับมาพร้อมกับการแสดงออกที่สับสนและถามขึ้น “นายกำลังคุยกันฉันอยู่เรอะ?”

“ไม่ใช่มึงมั้งไอ้เหี้..! กูจะคุยกับใครอื่นกัน?”หมิงตู่หัวเราะออกมา เมื่อเขาโบกคทาของเขาและส่งระเบิดสายฟ้าใส่นักฆ่าที่น่าสงสาร และก็เปลี่ยนเขากลายเป็นเถ้าถ่านในทันที

“มึงกำลังต้องการที่จะตายใช่ไหมวะ??”สหายนักฆ่าระเบิดเสียงออกมา เพื่อนของพวกเขานั้นถูกฆ่าต่อหน้าต่อตาพวกเขาแบบนั้น!

ทั้งโต๊ะนั้นมีคนประมาณแปดคนและไม่สำคัญว่าพวกเขามองไปยังไง นักเวทย์ที่สวมผ้าคลุมสีดำก็พึ่งจะโจมตีพวกเขา โดยมีสหายเพียงแค่นักต่อสู้เพียงแค่คนเดียว! เขากล้าที่จะรับเควสล่าค่าหัวโดยระดับความแข็งแกร่งแค่นั้นนี่นะ? ไอ้เหี้...นี่แม่งโอหังมากเกินไปแล้ว!

สิ่งที่เลวร้ายที่สุดก็คือนักเวทย์นั้นไม่ได้พยายามที่จะหนีหลังจากที่ฆ่านักฆ่า เขาเพียงแค่เดินไปที่อีกโต๊ะหนึ่งและเริ่มที่จะดื่มเหล้าเหมือนกับว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น

“ไอ้เหี้... ที่นี่แม่งวุ่นวายชิบหาย...เควสล่าค่าหัวนี่แม่งไม่มีสิ้นสุดเสียที! ยังไงก็ตาม ทำไมนายมาที่นี่กัน? นายหลบซ่อนอยู่เพราะว่านายกำลังโดนไล่ล่าอยู่เรอะ?”หมิงตู่ถามแล้วเขาก็ดื่มเหล้าไปอีกหนึ่งอึก

เมื่อเขาวางแก้วลง หวังหยู่ก็ตอบกลับ“ผมมาที่นี่เพื่อทำเควส! แล้วนายละ? เมืองรัตติกาลนั้นขาดเควสล่าค่าหัวในตอนนี้อยู่เหรอ?”

“โอ้ มันเป็นเควสจากผู้แนะนำอาชีพของฉันหน่ะ…”

“เหี้...!! พวกมันสองตัวคุยกันเสร็จยัง?”หนึ่งในนักรบของโต๊ะนักฆ่าตะโกนแล้วเขาก็พลิกโต๊ะพวกเขาคว่ำลง เมื่อเห็นว่าพวกเขาสองคนยังคงทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นทำให้ผู้เล่นพวกนี้กราดเกรี้ยวมากยิ่งกว่าที่เพื่อนของเขาถูกฆ่าเสียอีก

“…”หวังหยู่มองขึ้นไปอย่างเงียบงันกับนักรบและหลังจากนั้นก็มองลงไปแก้วเหล้าที่หก

โดยปราศจากยามที่ป้องกันเขาในโรงเตี๊ยมหรือแม้กระทั่งในเมือง ราคาของเหล้านั้นแพงขึ้นอย่างมาก ถึงแม้ว่าหวังหยู่นั้นจะไม่ใช่คนที่จ่ายค่าเหล้า การที่เห็นใครบางคนพลิกโต๊ะและเครื่องดื่มโดยปราศจากเหตุผลนั้นทำให้เขาหงุดหงิดขึ้นอย่างไม่น่าเชื่อ

“ไอเหี้...มึงจ้องอะไรอยู่กัน? อะไรวะ? มันทำมึงฉี่ราดเหรอไงวะ?”นักรบขู่คำรามเมื่อเขาชักดาบออกมาและชี้ไปที่หวังหยู่

เมื่อโดนข่มขู่เช่นนี้ ทำให้การแสดงออกของหวังหยู่มืดมนลงในทันที การชี้อาวุธใส่คนที่ไม่ได้ยั่วยุคนอื่นก่อนนั้นเป็นข้อต้องห้ามของสังคมผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ ถึงแม้ว่าหวังหยู่นั้นจะเป็นคนที่อารมณ์ดี การที่โดนใครบางคนชี้ดาบใส่เขา แม้ว่ามันจะเป็นในเกมก็ทำให้เขารู้สึกกราดเกรี้ยว

มันก็เป็นหมิงตู่ที่เป็นคนที่เริ่มต้นการต่อสู้นี้! ทำไมหมิงตู่ต้องลากเขามาร่วมด้วยกัน?

“เอาดาบออกไปจากผมซะ! คนที่นายกำลังถามหาอยู่ทีนั่น!”หวังหยู่ชี้ไปที่หมิงตู่ที่นั่งอยู่

“ถูกแล้ว! ทำไมพวกเราไม่ไปหาพื้นที่โล่งๆในการจัดการเรื่องนี้กันละ!”หมิงตู่หัวเราะ

“พวกนายสองคนจะไม่ได้ไปที่ไหนทั้งนั้น!”นักรบทนไม่ได้อีกต่อไปและก็ฟันใส่หัวของหวังหยู่ นักรบไม่ได้เป็นคนโง่ เขาเห็นหมิงตู่ฆ่าสหายของเขาเพียงแค่เวทย์เพียงบทเดียวก่อนหน้านี้ ดังนั้นเขาจึงรู้ว่าหมิงตู่นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญอย่างแน่นอน ตั้งแต่ที่เขาไม่มีความกล้าในการจัดการกับผู้เชี่ยวชาญแบบนั้นเพียงคนเดีย นักรบจึงตัดสินใจที่จะสังหาร ‘นักต่อสู้ตัวเล็กที่เป็นเพื่อน’ กับหมิงตู่

อย่างไรก็ตาม มันก็แตกต่างจากที่เขาคาด หวังหยู่ก็หยิบมานั่งขึ้นมาและฟาดเข้าใส่หัวของนักรบและเปลี่ยนเขากลายเป็นแสงสีขาว..

แม้กระทั่งนักต่อสู้ที่เป็นที่รู้จักกันดีว่าเป็นอาชีพขยะ มันก็ยังมีพวกเขาหลายล้านคนในเกม อย่างไรก็ตาม มีนักต่อสู้เพียงคนเดียวที่สามารถทำแบบนี้ได้…

“ไอ้เหี้..มึงจ้องอะไรอยู่? มึงต้องการที่จะล้างแค้นเพื่อนมึงเหรอ? ไอสัตว์ประหลาดนี่สามารถหาทางออกมาจากการโดนรุมล้อมของผู้เล่นนับหมื่นคนนะ มึงรู้ไหม...”หมิงตู่ชี้ไปที่หวังหยู่และอวด

“นายกำลังชื่นชมผมมากเกินไป…”หวังหยู่หน้าแดง

“มันไม่ได้มากเกินไปจริงๆ ศาสตร์แห่งม้านั่งนั่นยอดเยี่ยมมาก! สอนฉันด้วยเมื่อนายมีเวลาว่าง…’

แม้กระทั่งโดนเยาะเย้ยโดยหมิงตู่แบบนั้น ผู้เล่นที่เหลือก็ไม่กล้าที่จะตอบโต้และก็ก้มหัวลงและวิ่งหนีไป หลังจากที่นักรบตายลง เขาก็ส่งชื่อกระทิงเหล็กให้กับคนที่เหลือ ในเมืองแห่งบาป มันไม่มีอะไรผิดกับการตาย แต่ผู้เล่นพวกนี้ก็ไม่ต้องการที่จะตายฟรีๆ

“ฮ่าๆ! กระทิงเหล็กไม่เลวเลยนี่! นายทำให้พวกนั้นหวาดกลัวโดยปราศจากากรสู้กับมัน!”หมิงตู่ชื่นชมเขาต่อ

เมื่อเขาจัดการโต๊ะเสร็จ หวังหยู่ก็ขัดหมิงตู่และพามขึ้น “เลิกพูดไร้สาระได้แล้ว! นายกำลังทำเควสอะไรที่ผู้แนะนำอาชีพให้มากันอยู่?”

“มันเป็นเควสระดับ 20 ของฉัน? นายคิดเหรอว่านายเป็นเพียงคนเดียวที่ได้รับมันกัน?”

“หื้ม?? นายระดับ 20แล้วงั้นเหรอ?”หวังหยู่อ้าปากอย่างตกตะลึง

“ใช่! หลังจากเคลียร์ดันเจี้ยน เมื่อเช้านี้ ในที่สุดฉันก็มีระดับ 20แล้ว!”หมิงตู่โอ้อวด

เมื่อเปิดรายชื่อกิลด์ขึ้นมาดู หวังหยู่ก็ตระหนักได้ว่านอกจากหญิงสาวทั้งสี่คนแล้ว ทุกคนในนิกายซวนเฉินนั้นมีระดับ 20 กันทั้งหมดแล้ว..

หวังหยู่นั้นใช้เวลาส่วนมากในตอนเช้ากับการวิ่ง ในขณะที่คนอื่นนั้นเคลียร์ดันเจี้ยนและเก็บระดับด้วยตัวเองกันอยู่ ต้องขอบคุณการคูณค่าประสบการณ์สามเท่าจากอีเวนต์ ทุกคนนั้นก็ตามหวังหยู่มาได้ทัน!

“แล้วคนที่เหลืออยู่ที่ไหนกัน?”

“พวกเขาอยู่ในเมืองโดดเดี่ยวกันในตอนนี้”หมิงตู่ตอบกลับ เควสระดับ 20 ที่ผู้เล่นได้รับนั้นจำเป็นต้องให้พวกเขาไปยังเมืองแถวหน้าอย่างกับเมืองแห่งบาปหรือเมืองโดดเดี่ยว

“ดังนั้นเควสของนายคืออะไร?”หวังหยู่ถาม

“ฉันไม่รู้! ฉันนั้นทำเควสล่าค่าหัวรัวๆ ตั้งแต่ที่ฉันมาที่นี่ ดังนั้นฉันยังหาNPCที่ฉันจะต้องเจอยังไม่พบเลย!”หมิงตู่ยักไหล่อย่างไม่แยแส

“ถ้างั้นไปกันเถอะ!”

“เพื่ออะไร? ฉันไม่ได้รีบซะหน่อย”หมิงตู่เลียริมฝีปาก

“แต่ผมรีบ! เควสของผมนั้นไม่มีเบาะแสหรือทิศทาง แต่มันมีโอกาสที่มันจะข้องเกี่ยวกับเควสของนาย!”หวังหยู่ตอบกลับอย่างไม่เร่งรีบ

เมื่อหวังหยู่ในเมืองวาติกัน หยางนัวได้บอกเขาว่าเควสระดับ 20 นั้นถูกออกแบบมาให้เป็นสิ่งที่ยากอย่างไม่น่าเชื่อเพื่อที่ป้องกันไม่ให้ผู้เล่นบางคนมีระดับสูงมากเกินไป นั่นหมายความว่ามีโอกาสที่สูงมากสำหรับเควสหวังหยู่ที่จะชนกับเควสของคนอื่น

“เหี้.. อย่าบอกฉันนะว่ามันเป็นเควสสองฝั่ง! นายกำลังใช้ฉันเป็นอาหารงั้นเหรอ?”หมิงตู่บ่น

“อาหารอะไร? พวกเราไม่ได้เป็นคนแปลกหน้ากัน เพียงแค่คิดว่านายช่วยเพื่อนก็พอ!”หวังหยู่ตอบกลับ

“แต่การสู้กันเองนั้นทำให้ฉันรู้สึกเจ็บปวด....พวกเราไม่เล่นเป่ายิ้งฉุบหรืออย่างอื่นกันแทนละ?”หมิงตู่เกาหัวอย่างอึดอัดและถามขึ้น

เควสระดับ 20 นั้นจำเป็นที่จะต้องให้ผู้เล่นไปหานักเวทย์กฏหมาย ฮูเบิร์ตที่เป็นผู้บังคับบัญชาแถวหน้า ในตอนนี้ ฐานของค่ายฮูเบิร์ตนั้นตั้งอยู่ด้านนอกเมืองแห่งบาป

เมื่อพวกเขาทั้งคู่มาถึงค่าย พวกเขาก็พบว่ามันเต็มไปด้วยผู้เล่นคนอื่น ถึงแม้ว่ามันจะมีผู้เล่นระดับ 20 ไม่มาก มันก็ยังมีอย่างน้อยสามร้อยคนในค่ายด้านนอกนี้สี่เมืองแนวรบด้านหน้า สุดท้ายแล้ว พวกนี้ก็คือผู้เล่นระดับสูงจากเมืองทั้งสามร้อยเมืองในเกม ดังนั้นมันจึงมีพวกเขาค่อนข้างหลายคน

“โอ้เชี่ย! คิวแม่งยาวเท่าไหร่กันเนี่ย?”หวังหยู่ถาม เมื่อเขาเห็นแถวผู้เล่นที่ยืนต่อกัน

“คิวอะไร?”หมิงตู่หัวเราะออกมาอย่างชั่วร้ายแล้วเขาก็เดินไปด้านหน้าและสะกิดนักธนู “พี่ชาย ขอทางให้พวกเราผ่านไปได้ไหม?”

จบบทที่ Chapter 137: พบเพื่อนเก่าในเมืองที่ต่างออกไป

คัดลอกลิงก์แล้ว