เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 95: การนำพาแห่งความโกลาหล

Chapter 95: การนำพาแห่งความโกลาหล

Chapter 95: การนำพาแห่งความโกลาหล


Chapter 95: การนำพาแห่งความโกลาหล

“เป็นจังหวะที่ยอดเยี่ยม! จับพวกเขาซะ!”หวังหยู่ตะโกนและชี้ไปที่ผู้เล่นจากกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติเมื่อเขาพูดคุยกับยามของเมือง

เหล่าคนพวกนี้นั้นดุร้ายมากเกินไป พวกมันนั้นเตรียมการทั้งหมดเพื่อทรมานเขาจนถึงแก่ความตาย...ดังนั้นเขาจะยกโทษให้กับพวกมันได้อย่างง่ายได้ยังไงกัน?

“พวกเราจะทำตามคำปรารถนาของท่านลอร์ดครับ!”

ยามเมืองนั้นยืนขึ้นและโค้งตัวให้อย่างเคารพกับหวังหยู่ก่อนที่พวกเขาจะยกหอกของเขาขึ้นและเล็งไปที่ผู้เล่นของกิลด์สวรรค์ไร้ที่ติ

“?”

ผู้เล่นพวกนี้เป็นคนนอกเมืองรัตติกาลกันทั้งหมด พวกเขาจะรู้เกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างหวังหยู่และยามเมืองได้ยังไงกัน?

แต่ใครบางคนก็ตะโกนขึ้น “ไอ้เวร นายจะเชื่อเรื่องไร้สาระที่เขาพูดได้ยังไงกัน? พวกนายไม่รู้หรือว่านิกายซวนเฉินนั้นหน้าด้านมากแค่ไหนกัน? ถ้าพวกเขาสามารถที่จะเลียนแบบหัวหน้ากิลด์ความอาละวาดอันชั่วร้ายได้ ถ้าอย่างงั้นเขาก็กล้าที่จะเลียนแบบยามเมืองด้วยเช่นกัน!”

ฝูงชนนั้นหลุดจากสภาวะสับสน ศิลปะการเปลี่ยนแปลงรูปร่างนั้นสามารถที่จะทำให้ผู้คนนั้นเปลี่ยนเป็นคนหน้าตาแบบไหนก็ได้ที่เขาต้องการจะเป็น แม้กระทั่งฮีโร่ทั้งเจ็ดนั้นก็มีคนที่หน้าตาคล้ายกัน

หลังจากที่ถึงบทสรุปนี้ ผู้เล่นของกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นก็รีบยกอาวุธของพวกเขาขึ้นและใช้สกิลที่รุนแรงที่สุดของเขาใส่ยามเมือง

“พวกเขานั้นช่างไร้เดียงสาจริงๆ…”กลุ่มที่ผ่านไปของเมืองรัตติกาลนั้นก็สงสารพวกเขา เมื่อพวกเขาเห็นฉากนี้

ถ้ากิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นไม่ได้ยั่วยุพวกเขา ยามเมืองนั้นก็สามารถทำได้เพียงปืดกั้นเส้นทางพวกเขา แต่ในตอนนี้เมื่อพวกเขานั้นโจมตียามเมืองโดยความสมัครใจของตัวพวกเขาเอง ระบบนั้นก็ไม่ปล่อยให้การกระทำตัวที่ก้าวร้าวเช่นนี้จะไม่ได้รับการลงโทษ

เมื่อพวกเขาโจมตี มันก็เป็นเรื่องที่เด่นชัดที่ยามเมืองพวกนี้จะไม่มีความเมตตาให้กับพวกเขา

ยามเมืองที่ไม่สามารถหยั่งถึงความสามารถนั้นใช้ [พุ่งเข้าชน] จากท้ายของถนนก่อนที่จะกวัดแกว่งดาบของเขาและพุ่งมาถึงตำแหน่งของหวังหยู่ และก็ทิ้งแสงสีขาวสว่างจากเส้นทางที่เขาผ่านมา

ในช่วงเวลาไม่กี่วินาที วงล้อมของผู้เล่นจากกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติก็ปะทะเข้ากับยามเมือง และก็เหลือผู้เล่นไม่ถึงยี่สิบคนที่ยังมีชีวิตรอด

“นายไปหาพาคนพวกนี้มาจากที่ไหนกัน?”หวังหยู่หันกลับไปถามไร้ความกลัว

“ฉันพาพวกเขามาจากตรงประตู!”ไร้ความกลัวหัวเราะ สำหรับใครบางคนที่มีแต้มคุณธรรมของเมืองรัตติกาล มันก็ไม่ใช่เรื่องยากสำหรับไร้ความกลัวที่จะรวบรวมยามเมืองมาช่วยเขา

“นายมันน่ารังเกียจจริงๆ!”หวังหยู่ด่า

“เพื่อนรัก ทุกอย่างมันเป็นธรรมกับสงครามในเกม มันไม่ใช่ว่าฉันบังคับให้พวกเขานั้นโจมตียามเมืองนี่นา..”

“พวกเรานั้นตกลงไปในกับดักของพวกมันแล้ว!!!”ผู้เล่นจากกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นร้องออกมาเต็มไปในช่องแชทกิลด์จากข้อข้องใจของพวกเขา

“ลอบโจมตี? มันจะเป็นไปได้ยังไงกัน? พวกเขามีแค่แปดคนเอง!”

“พวกนายต้องที่จะให้พวกเราไปไหนกัน? พวกเราพึ่งโดนฆ่าจากยามเมืองมา!!”ผู้เล่นในเมืองโหยหวน

ผู้เล่นจากกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นเริ่มแรกคิดว่าการฆ่ากิลด์ที่มีคนแปดคนนั้นเป็นเหมือนการปล้นลูกอมไปจากเด็กทารก แต่ใครจะไปคิดว่าพวกเขาจะพบเจอกับปัญหาอย่างมากหลังจากที่รวบผู้เล่นหลายคนมาล่านิกายซวนเฉินกัน

“ยามเมือง?”ผู้เล่นด้านนอกเมืองนั้นไม่เชื่อกับสิ่งที่พวกเขาได้ยิน มันเป็นบัคในระบบงั้นเหรอ?

“ลืมมันไปซะ ส่งตำแหน่งของพวกนายมาและพวกเราจะไปหาพวกนายเอง!”

ชายที่ถูกฆ่าคนแรกในเมืองรัตติกาลนั้นก็คือสายฟ้าที่ไม่สามารถหยุดได้

“2568.4581”

“5412.2221”

….

ตำแหน่งที่พวกเขาได้รับนั้นก็คือตำแหน่งที่พันธมิตรอันนองเลือดและซิมโฟนีที่ล้มเหลวนั้นกำลังสู้จนถึงแก่ความตายกันอยู่

รัศมีฤดูใบไม้ผลิและคนที่เหลือนั้นพยายามล่อคนที่ไล่ล่าพวกเขานั้นไปยังตำแหน่งเดียวกัน

สงครามระหว่างพันธมิตรอันนองเลือดและซิมโฟนีที่ล้มเหลวนั้นไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับนิกายซวนเฉินและกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติ แม้ว่ามันจะเป็นแบบนั้นก็ตาม นิกายซวนเฉินนั้นก็ไม่ได้มีเจตนาที่จะปะทะกับพวกเขาทั้งสองฝั่ง พวกเขาก็ตะโกนออกมาจากระยะที่ห่างไกลออก “กำลังเสริมมาถึงแล้ว!”ก่อนที่จะพุ่งเข้าไปในการต่อสู้

ผู้เล่นจากกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นเป็นใบหน้าที่สดใหม่ที่พันธมิตรอันนองเลือดและซิมโฟนีที่ล้มเหลวนั้นไม่สามารจดจำได้ และก็เผลอคิดไปว่าพวกเขานั้นเป็นปาร์ตี้ของศัตรูของพวกเขา…กิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นก็นั้นตัดสินใจผิดพลาดว่าพวกเขานั้นเป็นพันธมิตรกับนิกายซวนเฉินหลังจากที่ได้ยินคำพูดพวกนั้น

ทั้งสามปาร์ตี้ก็เข้าไปพัวพันในการต่อสู้ที่ดุเดือด…

“ว้าว นี่มันค่อนข้างง่ายเลยที่ให้ไอ้โง่พวกนี้สู้กันเอง…”สมาชิกของนิกายซวนเฉินนั้นก็รีบหลบหนีออกมาจากสนามรบที่ยุ่งเหยิงและพวกเขาก็หัวเราะกับเมื่อพวกเขาเห็นสิ่งที่พวกเขาทำมันขึ้นมา

.....

พลังในการต่อสู้ของกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นมีกองกำลังที่เยอะมาก ผู้เล่นส่วนมากนั้นมีระดับที่ค่อนข้างสูงและมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมกับแต่ละประเภท

พวกเขานั้นใช้ประโยชน์จากพันธมิตรอันนองเลือดหรือซิมโฟนีที่ล้มเหลว พวกเขานั้นยังคงทรงพลังกว่าพวกเขาอีก…

ในยุคที่มันเป็นการสู้รบระยะใกล้ สงครามนั้นจะมีผู้ที่เสียชีวิตทั้งสองฝั่ง

นี่มันเป็นมากกว่าเดิม ในตอนนี้พวกเขานั้นมีสกิลที่สามารถใช้งานได้อย่างง่ายดายในเกม การสู้รบนี้มันดุร้ายยิ่งกว่าสงครามปกตินับร้อยเท่า

ผู้เล่นจากกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นมีจิตวิญญาณในการต่อสู้ที่คู่ต่อสู้ของเขาไม่สามารถที่จะเข้าใจได้ พวกเขานั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญในการเล่นเกมกันทั้งหมด และพวกเขานั้นก็ทิ้งสิ่งที่พวกเขาทำอยู่และพุ่งเข้ามาในเมืองรัตติกาล หลังจากที่พวกเขาได้ยินมาว่าสมาชิกกิลด์ของพวกเขานั้นถูกสังหารโดยผู้เล่นในเมืองรัตติกาล

พันธมิตรอันนองเลือดและซิมโฟนีที่ล้มเหลวนั้นรู้สึกว่าสถานการณ์นั้นมันทะแม่งๆอย่างมาก

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เมืองรัตติกาลนั้นมีผู้เล่นมากขนาดนี้กัน? พวกเขานั้นจดจำใบหน้าของผู้เล่นในเมืองได้จำนวนมากแต่พวกเขาก็ไม่เคยเห็นหน้ากิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติพวกนี้มาก่อน

ธงสงครามอันนองเลือด 2012นั้นรู้สึกสิ้นหวัง เมื่อพวกเขาเห็นศัตรูจำนวนมากนั้นมาถึงเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ

ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่มีกิลด์ใหญ่ขนาดนี้ในเมืองรัตติกาลกัน? พวกเขานั้นมีผู้เล่นมากกว่าทั้งสองกิลด์รวมกันซะอีก

“พวกนายคือใครกันแน่?”ธงสงครามอันนองเลือดตะโกนถามเมื่อเขาแทงหอกไปที่ท้องของคู่ต่อสู้

“ฉันมาจากกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ติ! พวกเรามาที่นี่เพื่อกวาดล้างไอ้บัดซบแบบพวกนายซะ!”

นักรบที่ชื่อสายฟ้าที่ไม่สามารถหยุดได้นั้นเป็นชายที่มีความคิดอย่างง่ายๆนั้นโชคร้ายที่เจอกับหวังหยู่ ซึ่งนำพาโชคร้ายนับไม่ถ้วนมาหาเขา การเดินทางมายังเมืองรัตติกาลเพื่อกวาดล้างนิกายซวนเฉินนั้น ใครจะไปกล้าที่จะคิดว่าพวกเขานั้นจะจบลงโดยการต่อสู้กับพันธมิตรอันนองเลือดและซิมโฟนีที่ล้มเหลวกัน

“ฆ่าพวกแม่งซะ!!! อย่าปล่อยให้มีใครซักคนเหลืออยู่!”สายฟ้าที่ไม่สามารถหยุดได้คำรามอย่างโกรธแค้นเมื่อเขาหลบหอกของธงสงครามอันนองเลือด

นี่มันบ้าคลั่งอย่างมาก เกมนั้นเริ่มต้นมาไม่นาน แต่ก็ยังมีกิลด์ที่บ้าคลั่งที่ต้องการที่จะยึดครองทุกเมืองอย่างงั้นเหรอ? การล่วงหล่นของเมืองรัตติกาลนั้นจะเป็นก้าวแรกในการยึดครองทั่วโลกของพวกเขาสินะ

ไม่ว่ากิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นต้องการที่จะทำให้เมืองทั้งหมดนั้นตกอยู่ภายใต้ธงของพวกเขาจริงหรือไม่ มันก็จะไม่มีใครที่จะลืมว่าเมืองแรกที่ล่วงหล่นนั้นคือเมืองอะไร….มันเป็นความอับอายที่ไม่มีสิ้นสุดของผู้เล่นในเมืองรัตติกาล ถ้าพวกเขาเป็นเหยื่อแรกในแผนการยึดครองโลก!

“เหี้...เอ้ย! พวกเราจำเป็นที่จะต้องมีคนมากกว่านี้! เรียกกำลังเสริมมาซะ!”

สำหรับกิลด์ระดับสูงในประเทศ พันธมิตรอันนองเลือดนั้นก็มีกำลังเสริมมากมายที่พวกเขาสามารถเรียกมาได้ ธงสงครามอันนองเลือดก็เปิดรายชื่อของพวกเขาในทันทีและเริ่มต้นที่จะเรียกสมาชิกของกิลด์พวกเขาที่ประจำการอยู่เมืองอื่นให้ขอความช่วยเหลือจากกิลด์อื่น

2012นั้นก็ไม่ได้ใจแคบด้วยเช่นกัน เขานั้นรู้อย่างชัดเจนว่าการล่วงหล่นของเมืองรัตติกาลนั้นเป็นเรื่องที่น่าละอายใจสำหรับผู้เล่นทุกคนที่มีต้นกำเนิดมาจากเมืองรัตติกาล เขาจึงตัดสินใจแบบเดียวกับธงสงครามอันนองเลือด เขาก็เปิดรายชื่อเพื่อนและเรียกขอความช่วยเหลือ

ผู้นำของกิลด์อื่นในเมืองรัตติกาลนั้นหลบซ่อนอยู่ในความมืดตั้งแต่สงครามนั้นเริ่มต้นขึ้น พวกเขานั้นรู้ว่านิกายซวนเฉินนั้นเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ แต่ข้อความที่พวกเขาได้รับจากธงสงครามอันนองเลือดและ 2012นั้นทำให้พวกเขาตกใจ

กิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นพยายามที่จะยึดครองเมืองรัตติกาล ไม่สงสัยเลยว่าพวกเขานั้นเล็งเป้าไปที่นิกายซวนเฉินเป็นอย่างแรก พวกเขานั้นเป็นผู้เล่นที่สุดยอดที่สุดในเมืองนี้…

กิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินี้ช่างดุร้ายมากเกินไปจริงๆ พวกมันรวบรวมกองทัพมาเพื่อโจมตีเมืองรัตติกาล! ทุกกิลด์ ในเมืองรัตติกาล ไม่ว่าจะใหญ่หรือเล็ก ก็รีบพุ่งออกไปชานเมืองในทันที…

ในขณะที่ผู้เล่นนั้นกำลังถาโถมออกมาจากเมืองรัตติกาล จำนวนของผู้เล่นของกิลด์สวรรค์อันไร้ที่ตินั้นเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้เล่นตะโกนกันอย่างบ้าคลั่งและไล่ฟันศัตรูของพวกเขาอย่างโหดเหี้ยม

ชิ้นส่วนของอุปกรณ์นั้นล่วงหล่นบนพื้นดิน แสงสีขาวก็พุ่งไปรอบๆสนามรบ บรรยากาศอันดุเดือดนั้นเต็มไปทั่วสนามรบ

สมาชิกหกคนของนิกายซวนเฉินที่ยืนอยู่ด้านบนกำแพงนั้นอ้าปากค้าง

“ยุ่งเหยิงไปกันหมด…ทำไมพวกเราถึงฟังความคิดปัญญาอ่อนของไร้ความกลัวกันวะเนี่ย…”

จบบทที่ Chapter 95: การนำพาแห่งความโกลาหล

คัดลอกลิงก์แล้ว