เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 85: นักเลงอันนองเลือด

Chapter 85: นักเลงอันนองเลือด

Chapter 85: นักเลงอันนองเลือด


Chapter 85: นักเลงอันนองเลือด

กลางคืนนั้นคล้อยต่ำลงและหวังหยู่ก็กอดภรรยาของเขาจนหลับไป

แต่เงานั้นก็พุ่งผ่านโคมไฟบนถนนด้านนอก

แขนด้านหนึ่งนั้นถูกแปะพลาสเตอร์ ในขณะที่อีกข้างนั้นถูกพันด้วยผ้าพันแผล ชายคนนี้คือพี่ชายฮุย คนที่หวังหยู่นั้นพึ่งสอนบทเรียนไป

พี่ชายฮุยนั้นเป็นนักเลงที่ไม่มีรายได้ที่คงที่ เขานั้นพยายามที่จะหารายได้ทางอื่น ตั้งแต่ที่มันเกือบจะปีใหม่แล้ว

แต่ด้วยรูปลักษณ์ของเขาแล้ว ไม่ต้องพูดถึงว่าเขานั้นทำร้ายผู้คนและบังคับพวกเขาให้จ่ายเงินมา เขาก็ไม่สามารถที่จะยืมเงินใครได้ ตั้งแต่ที่มันไม่มีทางอื่นที่จะได้รับเงินมา เขาก็วางแผนที่จะขายสร้อยหยกที่หวังหยู่ให้เขามา

พี่ชายฮุยนั้นเป็นนักเลงมาเป็นเวลาหลายปีและเขาก็มีประสบการณ์มาบ้าง เขานั้นเห็นว่าจี้ที่หวังหยู่ให้เขามานั้นมีมีค่า ถ้าเขามีทางอื่นที่หาเงินได้เร็วเท่านี้ละก็ เขาก็คงไม่ขายจี้นี้อย่างแน่นอน

ภายใต้แสงจันทร์ พี่ชายฮุยก็มาถึงซอยเล็กๆซอยหนึ่ง และก็เปิดประตูเข้าไปในโรงจำนำ

โรงจำนั้นนั้นเป็นอาชีพที่เก่าแก่อย่างมาก แม้ว่าผู้คนส่วนมากจะคิดว่ามันไม่มีพื้นที่ในสังคมสำหรับโรงจำนำ มันก็ไม่ใช่ในกรณีนี้ ในสังคมนั้น ถ้าเงินเป็นสิ่งจำเป็นต่อทุกสิ่ง โรงจำนำก็ยังคงเจริญเติบโตต่อไป

ร้านนี้ถูกเรียกว่า “โรงจำนำโมริ” เจ้าของร้านนั้นเป็นผู้ชายที่ชื่อว่าโมริหลี่ เขานั้นเป็นผู้ประสบการณ์เกี่ยวกับความลับของสังคมและเป็นที่รู้จักในปู่โมริ

ในวัยเยาว์ ปู่โมรินั้นขายอาวุธ ยา และทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ตรงข้ามกับกฎหมาย แต่ในวันนี้ปู่โมรินั้นแก่ขึ้นและเขาก็ทิ้งชีวิตแบบนั้นไว้ด้านหลัง และเปิดโรงจำนำเพื่อช่วยหนุ่มสาวรุ่นใหม่ เขาสามารถที่จะถูกพิจารณาว่าเป็นชายที่ดีคนหนึ่งในวงการ

ตามธรรมชาติแล้ว ยิ่งมีตัวตนสูงส่งแบบเขานั้นก็จะไม่สนใจเกี่ยวกับเงิน เขานั้นเปิดร้านเพียงแค่ฆ่าเวลาเล่นเท่านั้น

พี่ชายฮุยนั้นนั่งบนโซฟาอย่างกระวนกระวายใจ ในขณะที่ปู่โมรินั้นนั่งตรงข้ามกับเขาและกำลังจิบชา แล้วเขาก็ถามขึ้น “เกิดอะไรขึ้นฮุย ทำไมนายถึงวิ่งมาในชั่วโมงแบบนี้กัน? ชายแก่คนนี้ก็จำเป็นที่จะต้องนอนหลับด้วยเช่นกันนะ”

“ปู่โมริ ผมได้ของดีบางอย่างมาก ผมต้องการให้ปู่ดูมันครับ!”พี่ชายฮุยรีบตอบกลับ

เมื่อเขาพูดเสร็จ พี่ชายฮุยก็เอามือล้วงไปในกระเป๋าตังและเอาจี้ออกมา

ตาของปู่โมรินั้นเป็นประกายด้วยความตื่นเต้น เมื่อเขามองไปที่จี้แล้วเขาก็พูดขึ้น “นี่คือสิ่งของระดับสูงที่นายมี มันไม่เป็นเพียงแค่หยกที่มีค่ามากธรรมดา การสร้างของมันก็ยังยอดเยี่ยม! มันมีค่าอย่างน้อย 500000!”

“จริ….จริงเหรอ?”พี่ชายฮุยถามอย่างตื่นเต้น

ในตอนแรกพี่ชายฮุยนั้นคิดว่าจี้หยกนี้ก็มีค่าบ้าง ใครจะไปคิดว่าชายที่ให้สิ่งนี้กับเขาจะใจกว้างขนาดนี้ ให้รางวัลเขาพร้อมกับสิ่งของที่ล้ำค่าแบบนี้กัน…

“ดังนั้นนายต้องการที่จะขายสิ่งนี้ให้กับโรงจำนำสินะ…หือ?”เพียงแค่ปู่โมริกำลังจะถามพี่ชายฮุยว่าเขามีเจตนาอะไรกับจี้นี้ เขาก็รู้สึกเห็นแถวแกะสลักเล็กๆอยู่ด้านข้างจี้

“ผู้นำตระกูลหวัง”

หัวใจของปู่โมริเต้นระรัวเมื่อเขาอ่านคำพูดเหล่านั้น แล้วเขาก็ถามพี่ชายฮุยอย่างลังเลใจ “นายไปเอามันมาจากไหน?”

“มันเป็นค่าชดใช้…”พี่ชายฮุยรีบตอบเมื่อเขาเห็นการแสดงออกของปู่โมริ

“ไร้สาระ! นี่เป็นสิ่งของของผู้นำตระกูลหวังเขตเหนือ ซึ่งเป็นญาติกับคนที่มีนามสกุลหวังและให้นายมานี่อะนะ?”ปู่โมริดุด่าพี่ชายฮุยอย่างโกรธเคือง

“นี่มัน…ผม…”พี่ชายฮุยพูดอย่างตะกุกตะกัก เมื่อเขามองไปที่การแสดงออกกันกราดเกรี้ยวของปู่โมริ มันเหมือนกับว่าชายแก่คนนี้เตรียมที่จะฆ่าเขาได้

ปู่โมรินั้นทำให้ใจเขาเย็นลง เมื่อเขาเห็นพี่ชายฮุยหวาดกลัว เขาก็พูดอย่างนุ่มนวลอีกครั้ง “ให้ฉันบอกนะชายหนุ่ม มีคนสามประเภทที่นายไม่สามารถยั่วยุได้ในโลกนี้ ตำรวจและทหาร คนพวกนี้นั้นเป็นคนที่ใช้กฎหมายที่ไม่ควรที่จะยั่วยุเด็ดขาด คนประเภทอื่นนั้นก็คือผู้คนที่หลบซ่อนตัวไว้อยู่ นายควรที่จะซ่อนทันทีที่นายเห็นพวกมัน!”

“คนที่หลบซ่อนไว้อยู่?”พี่ชายฮุยไม่เข้าใจกับสิ่งที่เขาพูด

“ผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้! คนพวกนี้ไม่หวาดกลัวนักเลงที่ถืออาวุธแบบพวกนายหรอก นิยายกำลังภายในพวกนั้นมันไม่ได้แตกต่างมากกับความเป็นจริง คนบ้าพวกนั้นไม่ขยิบตาแม้แต่นิดเดียว เมื่อพวกเขานั้นสังหารหมู่ครอบครัวพวกนายเลยละ!”

“อ๊า…”พี่ชายฮุยนั้นคิดอยู่สักครู่หนึ่ง เขานั้นพึ่งจะเคยได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ “ผมเข้าใจมันแล้วครับ ดังนั้นตระกูลเหนือในเขตเหนือที่คุณพูดนั้นเป็นกลุ่มคนของผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ใช่ไหม?”

พี่ชายฮุยนั้นมีการแสดงออกบนใบหน้าที่ตึงเครียดอย่างมาก ก่อนหน้านี้เขานั้นเคยคิดเกี่ยวกับเรื่องราวของผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้นั้นเป็นเพียงแค่ข่าวลือ แต่หลังจากเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อวาน เขาก็ไม่สงสัยเกี่ยวกับเรื่องราวเหล่านี้เลย บาดแผลที่เขาได้รับนั้นย้ำเตือนความเจ็บปวดกับความเป็นจริง

“ถูกแล้ว! หลี่ทางทิศใต้ หวังทางทิศเหนือ เฉินทางตะวันออก หยางทางตะวันตก นี่คือครอบครัวของผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้อันยอดเยี่ยมในประเทศจีน อย่าดูถูกตระกูลหวังว่าเป็นเพียงระดับสอง ในความเป็นจริง ความแข็งแกร่งของพวกเขานั้นสูงมากกว่าสามครอบครัวรวมกันซะอีก! นายขโมยจี้หยกของผู้นำของเขาไป”ปู่โมริตอบ

“ผม….ปู่โมริ ผมจะบอกความจริงว่า จี้หยกนี้มีใครบางคนให้ผมมา มันเป็นบางสิ่งที่ผมไม่ได้ขโมยมันมา”พี่ชายฮุยร้องไห้เมื่อเขาอธิบาย

“ใครจะไปสนว่านายได้มันมายังไง นายควรที่จะขว้างมันทิ้งไป นายทำให้หายนะนั้นหล่นลงมาบนตัวนาย เชื่อฉันว่า นายไม่ควรที่จะยั่วยุคนพวกนี้เลย พวกเราไม่ได้ต่างไปจากมดในสายตาของพวกเขา….”ปู่โมริหัวเราะอย่างเย็นชา

“ปู่โมริ ปู่มีประสบการณ์มากมาย ทำไมปู่ไม่เอาจี้นี้ไปละ ผมจะรู้สึกขอบคุณมากถ้าปู่ให้เงินผมแค่นิดเดียวกับมัน แต่ผมก็จะไม่โทษปู่เลย ถ้าปูไม่ให้ผมแม้แต่แดงเดียว”

พี่ชายฮุยนั้นหวาดกลัวกับสิ่งที่ปู่โมริได้บอกเขา หลังจากที่โดนทำร้ายอย่างโหดเหี้ยมภายในวันเดียวกัน เขาก็ไม่กล้าที่จะเล่นกับไฟอีกแล้ว

“เหลวไหลหน่าไอ้เด็กเวร ฉันก็ยังต้องการมีชีวิตอยู่อย่างสงบนะ”ปู่โมริพูดอย่างไม่สนใจ แล้วเขาก็ส่งสัญญาณให้พี่ชายฮุยจากไป

“ปู่โมริ…..ปู่ดูผมเติบโตมานะ…”พี่ชายฮุยคุกเข่าลงกับพื้นอย่างน่าสลด

“นี่ เอามันไป ถือว่ามันเป็นความสงสารของชายแก่คนนี้ ฉันจะเก็บจี้มันไว้กับฉันก่อน แต่เอ็งอย่าไปพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้กับคนอื่น มิฉะนั้นละก็ พวกเราก็ไม่สามารถที่จะรับผลที่ตามมาไหว!”ปู่โมริกัดฟันพูดแล้วเขาก็เก็บจี้ไปอย่างไม่เต็มใจ

“ผม….ผมเข้าใจครับ ถ้างั้นผมขอตัวก่อน!”พี่ชายฮุยพยักหน้าแล้วเขาก็หันกลับและเตรียมจะออกจากร้าน

“เดี๋ยวก่อน!”ปู่โมริตะโกน

“มีอะไรอีกเหรอครับปู่?”พี่ชายฮุยถามขึ้น

ปู่โมริก็หยิบกองธนบัตรออกมา และก็ขว้างมันไถลไปกับโต๊ะแล้วเขาก็พูดขึ้น “นี่เงิน 10000 เอาไปทำตามสิ่งที่นายต้องการซะ”

“ครับ ขอบคุณมากครับปู่!”

พี่ชายฮุยก็รีบหยิบปากกาและเขียนไปที่กระดาษที่วางอยู่รอบๆโรงจำนำ ก่อนที่จะวิ่งออกมาจากซอย

ปู่โมริก็นั่งอยู่บนโซฟาและกำลังจับไปที่จี้อย่างพึงพอใจแล้วเขาก็พึมพำกับตัวเอง “วัยรุ่นสมัยนี้นี่นับวันยิ่งใจเสาะมากขึ้นเรื่อยๆ ผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้....ฮ่าๆ มันจะมีคนประเภทนั้นในสังคมปัจจุบันได้ยังไงกัน? แม้กระทั่งฉันจะไม่เชื่อนิทานหลอกเด็กเก่าๆแบบนั้นก็ตามที แต่จี้หยกนี่เป็นของจริง….ไอ้โง่นั่นไม่ได้ฉุกคิดขึ้นมาอีกครั้งก่อนที่จะขว้างมันให้ฉัน ตระกูลหวังจะดีได้อย่างไร ถ้าผู้นำของมันยังโยนทิ้งจี้หยกเล่นแบบนี้…”

…..

หวังหยู่ก็ตื่นขึ้นมาในตอนเช้าวันต่อมาแล้วก็เข้าไปในเกม การเป็นผู้เชี่ยวชาญการเล่นเกมนั้นไม่ได้ง่ายเลย นอกจากการท้าทายดันเจี้ยนและการทำเควส พวกเขาก็ใช้เวลาทั้งวันในการฟาร์มมอนสเตอร์ และก็พยายามอย่างสุดชีวิตในการเก็บระดับของพวกเขาให้มากกว่าคนอื่น

เมื่อเขาเข้าไปในเกม หวังหยู่ก็ตระหนักได้ว่ามีบางสิ่งที่เขาพลาดไป บนถนนนั้นเห็นได้ชัดว่าถูกทำลายโดยการต่อสู้อันดุเดือด มันเหมือนกับว่าระบบนั้นยังคงไม่ซ่อมความเสียหายที่เกิดขึ้นกับเมือง

“เกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมเมืองมันเละขนาดนี้กัน?”หวังหยู่ส่งข้อความไปในช่องแชทกิลด์

“นายไม่รู้เหรอ? มันมีเหตุการณ์ที่ใหญ่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้!”ขุนนางครอทตอบกลับเขาอย่างรวดเร็ว

“เหตุการณ์อะไร?”

“ซิมโฟนีที่ล้มเหลวและพันธมิตรอันนองเลือดนั้นเริ่มทำสงครามกันที่นี่เมื่อคืน มันใช้เวลาทั่วทั้งคืนและมันพึ่งจะหยุดไปไม่นานเอง…”ดาบน้ำแข็งเพิ่มเข้าไป

“มันเป็นความจริงงั้นเหรอ? เกิดอะไรขึ้นกันแน่?”หวังหยู่ถามอย่างสงสัย

“ไม่มั่นใจ แต่ฉันได้ยินมาว่าเกี่ยวกับขโมยฆ่า…”ขุนนางครอทตอบกลับ

“ฮ่าๆๆ พวกนายไม่รู้เหรอ? มันเกิดขึ้นมาจากใครบางคนที่เรียกว่านักเลงอันนองเลือด”ดาบน้ำแข็งหัวเราะอย่างพึงพอใจ

“เอ่อ…”หวังหยู่ไม่รู้ว่าจะหัวเราะหรือร้องไห้ดี….นักเลงอันนองเลือด…ไม่ใช่พี่ชายฤดูใบไม้ผลิงั้นเหรอ?

จบบทที่ Chapter 85: นักเลงอันนองเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว