เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 82: ใช้ประโยชน์จากพื้นที่!

Chapter 82: ใช้ประโยชน์จากพื้นที่!

Chapter 82: ใช้ประโยชน์จากพื้นที่!


Chapter 82: ใช้ประโยชน์จากพื้นที่!

“อ๊า? นั่นคืออะไร?”เมื่อเห็นรูปร่างที่คุ้นเคยกับไอเทมที่หวังหยู่เอาออกมา คนที่เหลือก็ถามขึ้นมาอย่างอดไม่ได้

“พลุไฟ! นายไม่เคยเห็นมันมาก่อนงั้นเหรอ?”

เมื่อเห็นความเสียหายที่ปืนคาบศิลาทำได้ต่อเนียนนั้นหวังหยู่ก็คิดถึงพลุไฟและประทัดไฟที่เขาเก็บมาก่อนหน้านี้ทันที บางทีของดรอปจากเนียนตัวอื่นนั้นหมายถึงว่าให้ผู้เล่นใช้มัน เมื่อสู้กับบอส!

“โอ้วววว! ไม่สงสัยเลยว่าทำไมมันดูคุ้นเคย! พวกเราก็มีมันด้วยเช่นกัน!”คนที่เหลือก็พยักหน้า ตั้งแต่ที่อีเวนต์นั้นเริ่มขึ้น สมาชิกทุกคนของนิกายซวนเฉินนั้นก็สังหารเนียนไปด้วยตัวพวกเขาเองบ้างแล้ว

“เอามันออกมาและระเบิดมันกันเถอะ!”หวังหยู่ตะโกน เมื่อเขาพุ่งไปด้านหน้า

ปืนคาบศิลานั้นเป็นอาวุธโจมตีกายภาพ ดังนั้นเขาจึงให้กับคนที่ทำความเสียหายมากที่สุดสามคนในทีม อาวุธรองนั้นจะเพิ่มค่าสถานะพื้นฐานให้กับผู้เล่น ดังนั้นโบซอนและที่เหลือนั้นจะทำความเสียหายได้มากกว่ารัศมีฤดูใบไม้ผลิ

การยิงของดาบน้ำแข็งนั้นทำให้เกิดความเสียหาย 1800 หน่วยต่อนัดด้วย!

พลังโจมตีที่สูงใส่เนียนนั้นจะทำให้แอคโกรไม่เสถียร ถ้ารัศมีฤดูใบไม้ผลินั้นไม่ได้มีปืนคาบศิลาของเขาเองและใช้ [บิดเบือน] ในทันที บอสตัวนี้ก็คงฆ่าพวกเขาทั้งปาร์ตี้ทิ้งไปแล้ว

พลังชีวิตของเนียนที่ต่ำลง ก็ทำให้เกิดแรงกดดันที่สูงขึ้นกับรัศมีฤดูใบไม้ผลิและคนที่เหลือ เมื่อเนียนนั้นกำลังจะปลดปล่อยสกิลออกมาอีกครั้งและพวกเขาจะสูญเสียการควบคุม หวังหยู่ก็คำรามขึ้นมาอย่างฉับพลัน

“หลีกทางไปซะ!”

ทั้งสี่คนก็รีบกระจายตัว เมื่อหวังหยู่พุ่งผ่านพวกเขาไป

“โฮกกกกก!!”

พร้อมกับเสียงคำรามอันดังกึกก้อง [เสียงคำรามของราชาสัตว์ป่า] นั้นดังก้องไปทั่วหุบเขา ในช่วงเวลาเดียวกัน กล้ามเนื้อของหวังหยู่ก็นูนขึ้นเมื่อเขานั้นขว้างพลุไฟใส่ปากของเนียนด้วยแรงของเขา

-17235

ตัวเลขสีเลือดจำนวนมหาศาลก็ลอยขึ้นมาบนหัวของเนียน

“โฮกกกก!!!”

พร้อมกับเสียงคำรามอีกครั้งหนึ่ง เนียนก็แทงเข้าใส่หวังหยู่อีกครั้งหนึ่ง

ก่อนที่เนียนจะถึงตัว หวังหยู่ก็รีบกลิ้งลงไปใต้ท้องของมันและก็แปะพลุไฟอีกอันหนึ่ง

“เพล้งง!!”

-10000

ในจุดนี้นี่เอง หวังหยู่ก็สังเกตว่าเนียนนั้นสั่นเล็กน้อยเหมือนกับว่ามันนั้นกำลังหวาดกลัว

หลังจากที่โดนพลุไฟไปสองครั้ง เนียนก็สูญเสียความต้องการในการสู้และก็หันหลังหนีทันที

เมื่อเห็นเนียนกำลังหนี คนที่เหลือก็สงสัยอย่างช่วยไม่ได้ “นี่คือสกิลอะไรกัน? มันจะลอบโจมตีพวกเราหรือเปล่า?”

“ลอบโจมตีแม่มึงสิ! ไอ้เหี้...ยนี่แม่งกำลังวิ่งหนีไปแล้ว!”ไร้ความกลัวตะโกน

“เหี้....! แม่งทำแบบนั้นได้ด้วยเรอะ?”พวกเขาร้องออกมาด้วยความตกตะลึง

ในเกมนี้ บอสรู้ว่าหนียังไงได้ด้วยงั้นเหรอ? ไม่ใช่นักออกแบบนั้นเหี้ยมโหดไปหน่อยเหรอ?

โดยปราศจากคำพูดที่สองตามมา สมาชิกทั้งหมดของนิกายซวนเฉินก็รีบวิ่งตามเนียนไป ถ้าพวกเขานั้นอนุญาตให้บอสอีเวนต์ตัวนี้วิ่งไปหนีไปภายใต้จมูกของพวกเขาแล้ว หลังจากนี้พวกเขาจะสามารถเรียกตัวเองว่าเกมเมอร์ได้อย่างไร?

เมื่อใช้งาน [โกสต์] ความเร็วของหวังหยู่ก็เพิ่มขึ้นอย่างฉับพลัน เมื่อเขาวิ่งเข้าหาเนียน เขาก็ร่าย [ระลอกคลื่น] บนพื้นดินและหวังหยู่ก็พุ่งตัวเองขึ้นกลางอากาศพร้อมกับคลื่นช็อคและหลังจากนั้นก็ดึงพลองยาวออกมาและยันเข้ากับกำแพงของหุบเขาเพื่อส่งตัวเองไปอยู่ด้านหน้าเนียน

เมื่อเห็นหวังหยู่ที่สูงมาปิดกั้นเส้นทางของมัน เนียนก็คำรามออกมาอย่างเกรี้ยวกราดและเขี้ยวเปล่าๆของมันก็โผล่ออกมาเหมือนกับว่ามันพยายามที่จะพูดว่า “นายคิดว่านายจะหยุดฉันได้เพียงตัวคนเดียวงั้นเหรอ?”

พร้อมกับเสียงหัวเราะอันเย็นชา หวังหยู่ก็หยิบเอาพลุไฟออกมาและขว้างใส่เนียน

“เพล้ง!”

-5000

หลังจากที่โดนการโจมตีแบบเดิมสองครั้ง เนียนก็รู้ว่าอะไรกำลังจะมาและมันก็พยายามที่จะหลบพลุไฟในทันที อย่างไรก็ตาม มันก็ยังคงโดนแรงระเบิดและได้รับความเสียหาย

มันก็ตกอยู่ในความกลัว และเนียนก็หันหลังกลับและวิ่งเข้าสู่หุบเขาและเกือบที่จะเหยียบย่ำคนอื่นแทน

โชคดีที่รัศมีฤดูใบไม้ผลินั้นเอาพลุไฟออกมาได้ถูกช่วงเวลาและปามันลงบนพื้นดินและทำให้เนียนหันตัวกลับอีกครั้ง

บอสเนียนที่ทรงพลังและสูงส่งนั้นถูกลดจนแทบไม่ต่างจากหมาจรจัดที่ถูกไล่ในทุกๆที่ที่มันไป

เนื่องจากที่เนียนนั้นเปลี่ยนทิศทางโดยฉับพลัน ความทระนงตัวและคนอื่นก็ไม่สามารถที่จะหาตำแหน่งยืนได้และสุดท้ายก็ขว้างพลุไฟของพวกเขาพลาด

“พวกเราไม่สามารถที่จะทำแบบนี้ตลอดไปได้! พลุไฟที่พวกนายเหลืออยู่กันเท่าไหร่ในตอนนี้?”เมื่อเห็นว่าพวกเขาขว้างพลาดไปสองครั้ง ไร้ความกลัวก็ขมวดคิ้วและถามขึ้น

“ผมยังคงเหลืออีกหก!”หวังหยู่ตอบกลับ

ทารกเนียนนั้นเกิดมากลุ่มละสามตัวและแต่ละตัวมันก็ดรอปพลุไฟอย่างละชิ้น หวังหยู่นั้นสังหารไปสี่กลุ่มก่อนที่จะมาถึงที่นี่และเขาก็ใช้พลุไฟไปหกอันแล้ว

“ฉันเหลือสอง!”รัศมีฤดูใบไม้ผลิตอบกลับ

“พวกเราจำเป็นที่จะต้องหาทางให้มันโดนขังไว้ในที่ที่หนึ่ง! มิฉะนั้นละก็ พลุไฟที่เหลือของเราก็จะไม่ทำให้มันมีประสิทธิภาพเพียงพอ!’ไร้ความกลัวตะโกน

“แล้วที่นั่นละ?”หวังหยู่ถามในขณะที่เขาชี้ไปที่ด้านข้างของเนินเขาและถามขึ้น

เมื่อมองไปยังทิศที่นิ้วหวังหยู่ชี้ไป ไร้ความกลัวก็สังเกตได้ว่าเนินเขานั้นไม่ได้สูงมากและก็ถูกล้อมรอบไปด้วยก้อนหินขนาดใหญ่สี่ก้อน และก้อนหินที่อยู่ใกล้พวกเขาสุดนั้นก็สูงเพียงแค่ครึ่งเมตรและมันก็เป็นสถานที่ที่ดีที่สุดในการขังเนียนไว้ที่นั่น!

“มันเป็นตำแหน่งที่ยอดเยี่ยม แต่พวกเราจะเอามันเข้าไปด้านในยังไงกัน? ยิ่งไปกว่านั้นหินก้อนใหญ่นั้นสูงเพียงครึ่งเมตร แล้วถ้ามันกระโดดออกมาละ?”ไร้ความกลัวถาม

ไม่สำคัญหรอกว่าเนียนมันจะเป็นมอนสเตอร์ที่คอมพิวเตอร์สรรสร้างขึ้นมา มันก็คงไม่เดินไปอย่างโง่ๆเข้าไปติดกับอย่างแน่นอน

“ถ้าพวกเราอยู่ใกล้พอ ผมสามารถที่จะขว้างมันเข้าไปด้านในได้ หลังจากนั้นพี่ชายฤดูใบไม้ผลิก็ใช้ [บิดเบือน] แล้วทุกอย่างก็จะโอเค!”หวังหยู่ตอบกลับอย่างมั่นใจ

[บิดเบือน] นั้นเป็นสกิลที่เปลี่ยนพื้นที่ที่ถูกร่าย แม้ว่าสกิลทำให้เกิดสถานะผิดปกตินั้นจะไม่ได้ผลกับเนียน การเปลี่ยนพื้นดินที่มันยืนอยู่ก็ยังคงมีผลกระทบแบบเดียวกัน

“ขว้....ขว้างมันเข้าไป?”เด็กสาวทั้งหลายอ้าปากด้วยความตกตะลึง

ถ้าใครบางคนที่ไม่เคยพบหวังหยู่มาก่อนได้ยินคำพูดพวกนี้ละก็ มันก็คงเป็นเรื่องที่ยากมากที่จะเชื่อ อย่างไรก็ตาม นิกายซวนเฉินที่เคยเคลียร์ดันเจี้ยนกับหวังหยู่มาก่อน และก็เห็นว่าเขานั้นขว้างแอนเดรียไปหาพวกเขาในร่างราชินีนรกมาแล้ว

เมื่อเหลือบมองไปที่หินก้อนใหญ่ รัศมีฤดูใบไม้ผลิก็พูดอย่างลังเล “ฉันไม่คิดว่ามันจะดีซักเท่าไหร่….ความต้องการในการใช้ [บิดเบือน] นั้นค่อนข้างที่จะเข้มงวดมาก ฉันจำเป็นต้องอยู่ในตำแหน่งที่สูงกว่ามัน เมื่อฉันร่ายใส่มัน ถ้าไม่งั้นมันก็จะไม่ทำงาน ถ้านายต้องการที่จะให้ฉันร่ายเวทย์ใส่หินก้อนใหญ่นั่น ถ้างั้นฉันจำเป็นที่จะต้องลอยบนอากาศอย่างน้อยก็ครึ่งเมตร…”

“ถ้างั้นก็ให้ขุนนางครอทแบกนายขึ้นหลังละกัน!”หมิงตู่หัวเราะ

ต่อสู้ไปในขณะที่แบกใครขึ้นหลังไปด้วยงั้นเหรอ? นี่คือไอเดียที่เลวร้ายอะไรแบบนั้น? เพียงแค่จินตนาการถึงมันก็ทำให้คนอื่นนั้นมึนงง ความคิดแบบนี้นั้นแสดงให้เห็นถึงลักษณะนิสัยของหมิงตู่เลย

ยิ่งไปกว่านั้น ผู้เล่นไม่สามารถที่จะต่อสู้ได้ในขณะที่ขี่หลังกันอยู่

“ไอ้เย็....แม่! กูรู้อยู่แล้วว่ามึงอะเป็นไอ้พวกปัญญาอ่อน!!!”ขุนนางครอทด่าเสียงดัง และมันก็ไม่มีทางเลยที่เขาจะกลายเป็นสัตว์ขี่ของใครบางคน!

“พูดตามตรงแล้ว ถ้าฉันสูงกว่าครึ่งเมตรของหินนั่น ฉันก็จะโดนฆ่าโดยบอสอยู่ดี มันจะปลอดภัยกว่ามาก ถ้าฉันทำมันจากก้อนหินตรงทิศตะวันตกนั่น!”รัศมีฤดูใบไม้ผลิแก้ไขคำพูด

เนียนนั้นสูงเกือบสองเมตรและระยะการโจมตีของมันนั้นก็คือสี่เมตร แม้ว่ารัศมีฤดูใบไม้ผลินั้นจะเพิ่มไปที่พละกำลัง เขาก็ยังคงเป็นหมอผีอยู่ดี โดยปราศจากผีของเขาแล้ว เขาก็เป็นเพียงถุงเลือดอันบอบบาง

ก้อนหินด้านซ้ายนั้นสูงเกินห้าเมตรและมันก็อยู่ภายใต้ระยะการร่ายของรัศมีฤดูใบไม้ผลิพอดิบพอดี เมื่อยืนบนนั้น รัศมีฤดูใบไม้ผลิก็หลบหลีกการโจมตีของเนียนทั้งหมดและก็สร้างจุดยืนให้กับเขา

“ไอ้เหี้....! พี่ชายฤใบไม้ผลินี่รู้วิธีเลือกตำแหน่งยืนจริงๆ แล้วพี่จะปีนขึ้นไปก้อนหินสูงขนาดนั้นได้ยังไง?”

“ผมปีนได้!”หวังหยู่ตอบกลับ

“ไอ้เหี้.... แล้วนายจะปีนขึ้นไปทำไม? นายสามารถที่จะใช้สกิลของหมอผีได้งั้นเหรอ?”คนที่เหลือร้องออกมาอย่างมืดมน มันมีประโยชน์อะไรสำหรับตัวละครต่อสู้ระยะประชิดแบบนักต่อสู้ที่กระโดดได้สูงแบบนั้นกัน?

“พี่ชายฤดูใบไม้ผลิลืมมันไปเถอะ ตามอายุของพี่แล้ว พี่ก็ไม่มีท่างที่จะปีนขึ้นไปบนก้อนหินนั่นได้นอกจากว่าพี่จะสามารถบินได้..”หมิงตู่เย้ย

“บิน?”หวังหยู่ก็จุดประกายความคิดขึ้นและก็หยิบเอาหนังสือสกิลออกมาจากกระเป๋าของเขาและพูด “พี่ชายฤดูใบไม้ผลิ นี่จะช่วยได้ไหม?”

จบบทที่ Chapter 82: ใช้ประโยชน์จากพื้นที่!

คัดลอกลิงก์แล้ว