เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 61: ดันเจี้ยนระดับอีลิท

Chapter 61: ดันเจี้ยนระดับอีลิท

Chapter 61: ดันเจี้ยนระดับอีลิท


Chapter 61: ดันเจี้ยนระดับอีลิท

วันต่อมาหลังจากกินข้าวเช้านั้นเกมก็อัพเดทได้เสร็จสิ้น หวังหยู่ก็เปิดโน้ตบุ๊คของเขาและเริ่มที่จะตรวจรายละเอียดของแพทช์โน้ต และมันเป็นเรื่องที่แน่ชัดกับสิ่งที่มู่จี่เซียนพูดเมื่อคืนว่า มันเป็นอีเวนต์วันปีใหม่จีนจริงๆที่ถูกเพิ่มเข้ามาในเกม

สำหรับข้อมูลเกี่ยวกับเควสนี้นั้น ผู้เล่นจะต้องรับเควสในเกม สำหรับเควสนั้นจะถูกปล่อยออกมาในตอนเที่ยงและผู้เล่นก็สามารถที่จะเข้าดันเจี้ยนได้ไม่ว่าตอนไหนก็ตาม

เมื่อหวังหยู่กำลังจะเข้าไปในเกม ก็มีเสียงเคาะประตูออกมาจากด้านนอกของห้อง

“ฉันกำลังไป ฉันกำลังไป!”เมื่อหวังหยู่นั้นจะลุกขึ้นและไปเปิดประตู มู่จี่เซียนที่อยู่ในห้องครัวก็ล้างมือและวิ่งออกไป เปิดประตู แล้วเธอก็ตระหนักได้ว่ามีหญิงสาวที่อยู่ด้านนอก

หญิงสาวคนนี้มีตัวเตี้ย และมีรูปร่างที่ดีมากและพร้อมกับดวงตาคู่สวยที่งดงามและทำให้รู้สึกถึงความบริสุทธิ์ ผู้หญิงคนนี้นั้นกำลังถือตะกร้าเล็กๆในมือของเธออยู่

“คะ? คุณมาหาใครหรือเปล่าคะ?”มู่จี่เซียนถามหญิงสาวปริศนา

ผู้หญิงคนนี้นั้นก็หัวเราะเบาๆแล้วเธอก็ชี้ไปที่บ้านตรงข้ามและพูด “ฉันไม่ได้มาหาใครค่ะ ฉันพึ่งจะย้ายบ้านมาและฉันคิดว่าควรที่จะมาทักทายกับเพื่อนบ้านอย่างคุณ! ได้โปรดดูแลฉันในอนาคตด้วยค่ะ!”เมื่อเธอพูดเสร็จ หญิงสาวก็ส่งตะกร้าให้กับมู่จี่เซียนและพูด “นี่เป็นของขวัญเล็กๆ ได้โปรดรับมันไปด้วย”

มู่จี่เซียนส่ายหัวอย่างสับสนก่อนที่จะมองไปที่ไหล่ของหญิงสาวและเห็นว่าเธอพึ่งจะออกจากบ้านมา เธอก็ผ่อนคลายเล็กน้อยและมู่จี่เซียนก็รับตะกร้าและพูด “แน่นอน แน่นอน เป็นเพื่อนบ้านกันนี้ดีกว่าเป็นคนห่างไกลกันอยู่ดี การดูแลกันนั้นเป็นเรื่องธรรมชาติอยู่แล้ว! ได้โปรดเข้ามาข้างในเถอะค่ะ เข้ามาเถอะ…”

“ขอบคุณค่ะ!”หญิงสาวพยักหน้าและตามมู่จี่เซียนเข้าไปในบ้าน

“ทำตัวเหมือนอยู่บ้านเลยนะ ฉันจะไปเอาชาให้เธอ ที่รัก! พวกเรามีแขก! ไว้ค่อยเล่นเกมนะ…”มู่จี่เซียนตะโกนเมื่อเธอวิ่งไปเตรียมชา

หลังจากที่เขามาในบ้าน หญิงคนนี้ก็ตรวจสอบภายในบ้านอย่างระมัดระวัง สุดท้ายเธอก็นั่งไปบนโซฟาและพูด “มีแค่คุณและสามีของคุณที่อาศัยอยู่ด้วยกันงั้นเหรอ?”

“ไม่ ไม่ สองห้องด้านขวานั้น พวกเราปล่อยเช่าให้เด็กสาวสี่คน พวกเธอนั้นเป็นส่วนหนึ่งของสตูดิโอเกมหน่ะ”มู่จี่เซียนตอบกลับ

“โอ้ โอเค”หญิงสาวพยักหน้า

ในเวลานั้นเอง หวังหยู่ก็เดินออกมาจากห้องและจ้องไปอย่างมึนงงกับหญิงสาวก่อนที่จะถามขึ้น “เธอคือใคร?”

หลังจากที่ดูหวังหยู่ตั้งแต่หัวจรดเท้า หญิงสาวก็หัวเราะขึ้น “ชื่อของฉันคือ หยางนัว แต่คุณสามารถที่จะเรียกฉันว่านัวน้อยได้ค่ะ!”

“ชื่อของผมคือหวังหยู่”หวังหยู่แนะนำตัวเขาอย่างอึดอัด

“สวัสดีค่ะ คุณหวัง”หลังจากที่แลกเปลี่ยนคำพูดกันเสร็จ ทั้งคู่ก็นั่งตรงข้ามกันอย่างอึดอัดและเงียบงัน

“ฉันจะไปทำงานก่อนแล้ว พวกเธอสามารถที่จะพูดคุยกันต่อได้นะ”เมื่อเห็นมู่จี่เซียนกลับมา หวังหยู่ก็รีบโบกมือลาและหายเข้าไปในห้องของเขาในทันที

เมื่อเห็นหวังหยู่นั้นวิ่งหนีไป หยางนัวก็ถามขึ้น “พี่ชายหยู่นั้นทำงานอะไรเหรอคะ?”

‘อ๊า....มันไม่ได้เป็นงานไรมากหรอก เขาเพียงแค่เล่นเกม”มู่จี่เซียนตอบกลับ

“{REBIRTH}?”

“ใช่!”

“เกมนั้นโด่งดังมาก! คุณเล่นกับคุณหวังด้วยหรือเปล่าคะ?”หยางนัวถามขึ้นอีกครั้ง

“ฉันกำลังพิจารณาอยู่เลยว่าจะเริ่มเล่นมัน….เธอเล่นมันด้วยงั้นเหรอ?”มู่จี่เซียนหัวเราะ

“ฉันก็ไม่ได้เล่นไปมากกว่าคุณนายหวังหรอกค่ะ ที่จริงแล้ว ฉันพึ่งจะเล่นเมื่อวานเอง ทำไมพวกเราไม่ไปฝึกฝนด้วยกันในอนาคตละ?”หยางนัวหัวเราะคิกคัก

“โอเค ได้เลย! แต่ทางที่ดีเธออย่าดูถูกฉันนะ ถึงแม้ว่าฉันจะดูเป็นแบบนี้นะ แต่ฉันก็ยังคงมีความสามารถบางอย่างอยู่!”สำหรับการเป็นโอเปอเรเตอร์บริการลูกค้านั้น มู่จี่เซียนก็มีความมั่นใจในตัวของเธอเอง

“ถ้าอย่างงั้นคุณจะต้องพาฉันไปรอบๆแล้วละ ฉันมีชื่อว่า”หิมะอันบริสุทธิ์“เพิ่มฉันเป็นเพื่อนด้วยเมื่อคุณเข้าเกม!”

“แน่นอน!”มู่จี่เซียน ยิ้ม

“ถ้าอย่างงั้นฉันจะไม่รบกวนเวลาคุณอีกแล้วค่ะ ฉันจำเป็นที่จะต้องไปทำอาหารให้เสร็จก่อน! ถ้าคุณมีเวลาละก็มาเล่นกับฉันด้วย!”เมื่อเธอพูดเสร็จ หยางนัวก็ลุกขึ้นยืน

“โอเค! มาเยี่ยมตอนไหนก็ได้ในอนาคตนะ!”มู่จี่เซียนตอบกลับ

หลังจากที่หยางนัวนั้นจากไป มู่จี่เซียนก็กระเด้งตัวขึ้นอย่างมีความสุขและกลับไปในห้อง แล้วเธอก็เห็นหวังหยู่นั่งอย่างเงียบงันบนเตียงพร้อมกับการแสดงออกที่ดูมีปัญหา

“ที่รักเกิดอะไรขึ้น? คุณรู้สึกไม่ดีงั้นเหรอ?”

“ผมสบายดี....ผู้หญิงคนนั้นไปหรือยัง?”หวังหยู่ถาม

“เธอไปแล้ว!”มู่จี่เซียนตอบ

หลังจากที่จ้องไปที่ประตูของห้องนอน หวังหยู่ก็พูดขึ้นอย่างฉับพลัน “ผู้หญิงคนนั้นไม่ใช่คนธรรมดา มันจะเป็นเรื่องที่ดีกว่าถ้าคุณไม่ยุ่งกับเธอมากในอนาคต”

“หื้อ? ทำไมละ?”

“ร่ายกายที่แข็งแกร่งพร้อมกับพลังที่ทรงพลังอย่างมากและการควบคุมลมหายใจนั้นไม่ใช่อะไรที่คุณสามารถทำสำเร็จโดยปราศจากการฝึกฝนเป็นเวลาสิบปีโดยการใช้เทคนิคลับของครอบครัว!”หวังหยู่อธิบาย

“อะไรนะ? คุณมั่นใจใช่ไหม? ว่าเธอรู้ศิลปะการต่อสู้?”มู่จี่เซียนอ้าปากค้างด้วยความตกตะลึง

เธอนั้นหลงคิดไปว่าผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ทั้งหมดนั้นจะมีร่างกายที่ใหญ่โตและกำยำเหมือนกับครอบครัวของหวัง ใครจะไปคิดว่าหญิงสาวที่สวยงามแบบนั้นจะเป็นหนึ่งในพวกนั้นด้วยกัน?

“ใช่ ผมมั่นใจว่าผมไม่ได้ดูผิดแน่นอน ยิ่งไปกว่านั้น นามสกุลของเธอก็คือ หยาง ถ้าให้ผมเดาละก็..... ไม่! พวกเราจะต้องย้ายออกในทันทีในตอนนี้!”เมื่อหวังหยู่พูดมากยิ่งขึ้น การแสดงออกของเขานั้นก็มืดมนมากยิ่งขึ้น

“เอาหน่า! มีคนมากมายที่มีนามสกุลหยาง! ดูการแสดงออกของคุณสิ ทำตัวน่ากลัวเชียว! ไม่ใช่ว่าพวกเราอยู่อย่างเป็นสุขมาจนถึงตอนนี้งั้นเหรอ? ถ้าพวกเราย้ายออกละก็ แล้วบ้านหลังนี้ละ?”มู่จี่เซียนหัวเราะคิกคัก

“มันอาจจะเป็นเรื่องจริง แต่จำนวนของหยางที่รู้เกี่ยวศิลปะการต่อสู้ที่ทรงพลังนั้นมีน้อยมากจริงๆ…พวกเขาไม่กล้าที่จะต่อกรกับผม แต่ผมกังวลว่าพวกเขาจะเล่นงานคุณแทน…’หวังหยู่ตอบกลับอย่างเคร่งขรึม

“ไม่ต้องกังวลหน่า คุณหยางนั้นดูอัธยาศัยดีมาก ดังนั้นเธอไม่เป็นคนประเภทนั้นแน่นอน! ฉันค่อนข้างเก่งในเรื่องการอ่านคนนะ!”มู่จี่เซียนพยายามปลอบประโลมหวังหยู่

“โอเค....แต่พยายามอย่าไปตีสนิทกับเธอให้มากในอนาคตนะ โอเคไหม?”หวังหยู่เตือน

มันไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับทั้งสองคนที่หาหลักแหล่งอยู่ได้ ดังนั้นหวังหยู่ไม่ต้องการที่จะให้ต้นตระกูลที่ไม่จำเป็นของเขานั้นมาสร้างปัญหา

“ฉันรู้ ฉันรู้! ฉันจะระวังตัว โอเคไหม?”มู่จี่เซียนแตะไปที่ไหล่ของหวังหยู่และพยายามที่จะปลอบประโลมเขา

“อา….น้องเซียน การที่เธอติดตามฉันนั้นเป็นเรื่องยากสำหรับเธอจริงๆ…”หวังหยู่หัวเราะอย่างข่มขืน เมื่อเขาลูบไปที่หัวของมู่จี่เซียน

“คุณกำลังพูดเรื่องอะไรอยู่? ตราบเท่าที่ฉันมีคุณนั้นก็ไม่มีเรื่องอะไรที่ยากสำหรับฉันหรอก!”มู่จี่เซียนยิ้มอย่างอ่อนโยน “และเป็นกี่ครั้งแล้วที่ฉันจำเป็นที่จะต้องบอกคุณ? เรียกฉันว่าที่รักหรือไม่ก็ดาร์ลิ้ง! ไม่ใช่น้องเซียน! ฉันเป็นภรรยาของคุณแล้ว!”

“ได้เลย ที่รัก!”หวังหยู่พยักหน้าแล้วเขาก็ยื่นหมวกให้กับมู่จี่เซียนและพูด “ถ้างั้นเล่นเกมกันเถอะ! ผมติดตั้งหมวกให้คุณแล้ว”

“โอเค!”

เมื่อตอนเข้าเกม หวังหยู่ก็ตระหนักว่ามันเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก

ทั่วทั้งถนนั้นเต็มไปด้วยไฟของเทศกาลพร้อมกับตึกมากมายที่ถูกทาสีแดงสว่าง!

สำหรับเกมตะวันตกที่มีการเปลี่ยนแปลงขนาดนี้นั้นทำให้เกิดบรรยากาศที่พิเศษขึ้นกับมัน

ในช่วงเวลาที่หวังหยู่เข้าเกม เขาก็ได้รับข้อความจากนิกายซวนเฉินในทันที “รีบมายังสำนักงานกิลด์! พวกเรารอนายอยู่!”

“โอเค!”หวังหยู่รีบตอบและก็ออกมาจากร้านอาหารและเดินไปยังที่เทเลพอร์ตและเขาก็เทเลพอร์ตไปในทันที

ในตอนนี้นั้น สำนักงานกิลด์นั้นก็เป็นสีแดงสว่าง และทางเข้านั้นมีกระทั่งประทัดไฟและบทกลอน!

ในห้องประชุมนั้น ที่เหลือก็กำลังนั่งเหยียดขาอยู่บนโต๊ะและรอคอยหวังหยู่โดยมีการแสดงออกที่ไม่มีความอดทน

“ทำไมทุกคนถึงเร่งรีบกันขนาดนี้ละ? พวกเรากำลังจะเล่นไพ่นกกระจอกกัน8คนงั้นเหรอ?”

‘เล่นเหี้..ไรละ! พวกเรารอนายเพื่อที่จะแบ่งเงินกันต่างหาก!”หมิงตู่ทุบโต๊ะและเขาก็ตระโกนแล้วเขาก็เขวี้ยง [ระเบิดสายฟ้า] ใส่ด้านหลังของหวังหยู่

“เหี้...! เฒ่าหลี่ต้องการที่จะตายใช่ไหม?”หวังหยู่กระโดดอย่างตกตะลึงและเขาก็เดินเข้าไปหาหมิงตู่

หมิงตู่ก็ดึงเก้าอี้ให้ในทันทีและพูด “น้องกระทิง ได้โปรดนั่งลงเถอะ…”

หลังจากที่หวังหยู่นั่งลง ทั้งเจ็ดคนก็จ้องไปที่ดาบน้ำแข็งพร้อมกับดาบน้ำแข็งอย่างคาดหวัง

เมื่อหมิงตู่นั้นพูดเกี่ยวกับเรื่องเงิน หวังหยู่ก็จำได้ขึ้นมาอย่างฉับพลันว่าเขาพึ่งลงพนันไปสองร้อยเหรียญทองเมื่อวาน!

เมื่อเห็นทุกคนจ้องมาที่เขาอย่างคาดหวัง ดาบน้ำแข็งก็นั่งลงอย่างสบายๆโดยไม่มีการแสดงออกใดๆ

“เหี้...! ดาบน้ำแข็งกำลังรอเหี้..อะไรอยู่? เร็วเข้า!”หมิงตู่เริ่มต้นที่จะด่าอีกครั้งหนึ่ง

“เฮะเฮะ ฉันเพียงต้องการจะดูว่าพวกนายนั้นจะไม่อดทนกันขนาดไหน!”ดาบน้ำแข็งหัวเราะ

“เหี้...! ทำไมนายไม่เปลี่ยนชื่อของนายเป็นดาบยาจกแทนวะ!”หมิงตู่ด่า

รัศมีฤดูใบไม้ผลิก็ส่ายหัวแล้วเขาก็พูด “ฉันคิดว่าคนที่ใช้ชื่อจริงนั้นจะเป็นพวกขี้เหนียวอย่างแท้จริงซะอีก…”

“ไอ้เหี้...พี่ชายฤดูใบไม้ผลิ!”

“ฮ่าๆๆๆ! เอาละ ฉันจะไม่เล่นละ!”เมื่อเขานั้นสนุกเพียงพอ ดาบน้ำแข็งก็หยิบกองเงินจำนวนมหาศาลออกมาจากกระเป๋าของเขา

เมื่อเห็นภูเขาของเหรียญทองบนโต๊ะนั้น ตาความทระนงตัวนั้นก็แทบจะหลุดออกมจากเบ้าและอุทาน “เย็...เหี้...! ฉันไม่เคยที่จะเห็นเงินจำนวนมากเท่านี้มาก่อน ตลอดชีวิตของฉันเลย!”

“โชคร้ายที่เป็นเงินของนายแค่หนึ่งเหรียญ….”ดาบน้ำแข็งหัวเราะเบาๆ พร้อมกับนั้นเขาก็ชักกริชของเขาออกและดีดเงินไปหนึ่งเหรียญให้กับความทระนงตัว

เมื่อหยิบเหรียญนั้นไป ความทระนงตัวก็มีการแสดงออกที่ซับซ้อนแล้วเขาก็พึมพำ “นี่เป็นครั้งแรกที่ฉันได้รับเงิน......มันมีคุณค่าอย่างมากกับจิตใจของฉัน….ทางที่ดีฉันควรที่จะหาที่เก็บไว้อย่างปลอดภัยให้มัน…”

เหรียญนั้นก็จะกลายเป็นตัวเลข ในทันทีเมื่อมันเข้าไปในกระเป๋า แล้วทำไมไอ้เด็กโง่เง่านี่นั้นยังทำแบบนั้น? ฝังเหรียญเรอะ?

“ขุนนางครอทนี่ของนาย!”ดาบน้ำแข็งประกาศแล้วเขาก็ดีดเหรียญอีกเหรียญไปให้ขุนนางครอท

“ถ้าผมรู้มันก่อนหน้านี้ละก็ ถ้าอย่างงั้นผมจะพนันมันเพิ่ม….”ขุนนางครอททำหน้าตาบูดบึ้ง

“อย่างน้อยนายก็ชนะ! 1เหรียญทองนั้นก็ดีกว่าไม่ได้อะไรเลย!”ความทระนงตัวพยายามที่จะปลอบใจเขา

“ผมรู้ แต่ผมรับไม่ได้ที่คนแบบเฒ่าหลี่นั้นจะได้เงินหนึ่งร้อยเหรียญทองต่างหาก….”ขุนนางครอทบ่น

“เอิ่ม….เขาเป็นคนที่หน้าด้านที่กล้าที่จะใช้ชื่อจริง….”

โบซอนและไร้ความกลัวนั้นได้มาห้าร้อยเหรียญทอง ในขณะที่ดาบน้ำแข็งและรัศมีฤดูใบไม้ผลิได้มาคนละหนึ่งพันเหรียญทอง นอกจากนี้ ภูเขามันก็ไม่ได้เล็กลง

เมื่อเห็นกองเงินบนโต๊ะ ทุกคนก็รู้สึกผิดหวังกันเล็กน้อย

สองหมื่นเหรียญทอง!ทุกคนนั้นต้องการที่จะตกเป็นทาสกับเงินหนึ่งเหรียญทอง และในตอนนี้หวังหยู่นั้นก็ได้เงินพอที่จะให้เขาจมลงไปกับกองเงินได้แล้ว!

“ฮ่าๆๆๆ! ให้ผมเดาว่าที่เหลือนั้นเป็นของผมสินะ…”ภายใต้สายตาที่อิจฉาของคนอื่น หวังหยู่ก็เลียริมฝีปากและกวาดเงินเข้าไปในกระเป๋า

เมื่อหลังจากนี้ ดาบน้ำแข็งก็หยิบกระเป๋าเงินเล็กๆออกมาและพูด ‘อาวุธระดับอัคนีนั้นขายได้ 240เหรียญทองในการประมูล และพวกเราจะได้คนละ 30เหรียญ!”

เมื่อถึงตาของหวังหยู่ หวังหยู่ก็โบกมืออย่างใจดีและพูด “นายเก็บไว้ซื้อของดื่มเถอะ!”สำหรับคนที่เป็นเจ้าของเงินสองหมื่นเหรียญทองนั้น หวังหยู่ในตอนนี้ก็เป็นผู้เล่นที่ร่ำรวยที่สุดในเกม!

“ไร้สาระ! แน่นอนว่าฉันจะไม่ให้มันกับนายแน่ๆ!”ดาบน้ำแข็งจ้องไปที่หวังหยู่แล้วเขาก็เก็บเงินไป

“น้องกระทิง นื่คือเงินที่ฉันติดหนี้นายไว้เมื่อวาน”รัศมีฤดูใบไม้ผลิพูดแล้วเขาก็หยิบเงินหนึ่งร้อยเหรียญทองออกมาและส่งมันให้กับหวังหยู่

หวังหยู่ก็หัวเราะและพูด “พี่เก็บมันไว้เหอะ ทำมันเหมือนกับว่าเป็นห่อแดงให้พี่กับครอบครัวพี่จากผม…..ยังไงก็ตาม ขอบคุณพี่มากเมื่อวานนี้!”

“หื้อ?”รัศมีฤดูใบไม้ผลิสับสนมาก ทำไมหวังหยู่ถึงขอบคุณเขาอย่างมั่วซั่วงี้

ที่จริงแล้ว รัศมีฤดูใบไม้ผลินั้นไม่ได้รู้ว่าถ้าไม่ใช่เพราะเขาเตือนหวังหยู่ว่ามันเป็นช่วงวันปีใหม่แล้วนั้น หวังหยู่ก็จะไม่ได้ออกไปหามู่จี่เซียน และถ้าเกิดอะไรขึ้นละก็ เธอก็จะโดนเอาเปรียบ ในสายตาของหวังหยู่แล้ว มู่จี่เซียนนั้นมีค่ามากกว่าเงินทุกเหรียญในโลกใบนี้!

หลังจากแบ่งเงินกันเสร็จแล้ว ไร้ความกลัวก็ตบมือแล้วเขาก็ถามขึ้น “ตั้งแต่ที่พวกเรามีเวลาหลายชั่วโมงจนกระทั่งเควสของวันปีใหม่ มันมีอะไรที่พวกนายต้องการที่จะทำมันไหม?”

“เคลียร์ดันเจี้ยน?”หวังหยู่แนะนำ นอกจากทุกคนในที่นี้นั้น มีเพียงเขาคนเดียวที่ยังไม่เคยเคลียร์ดันเจี้ยนเลยซักครั้ง!

“พวกเรามีแปดคน ไม่สำคัญหรอกว่าพวกเราจะแบ่งคนกันยังไง พวกเราก็ไม่สามารถที่จะมีสองทีมที่มีจำนวนคนเต็มได้!”โบซอนตอบกลับ

“นี่มันเป็นเกมขยะอะไรกันเนี่ย? ดังนั้นพวกเราแปดคนไม่สามารถที่จะเล่นด้วยกันได้สินะ?”

“พวกเราสามารถเล่นได้! ในโบสถ์โชกเลือดอีลิท!”ไร้ความกลัวประกาศ

จบบทที่ Chapter 61: ดันเจี้ยนระดับอีลิท

คัดลอกลิงก์แล้ว