เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 59: ตราบเท่าที่ผมอยู่กับเธอได้

Chapter 59: ตราบเท่าที่ผมอยู่กับเธอได้

Chapter 59: ตราบเท่าที่ผมอยู่กับเธอได้


Chapter 59: ตราบเท่าที่ผมอยู่กับเธอได้

“ฆ่าไอ้เหี้...นั่นให้ฉัน!!”

พี่ชายฮุยนั้นเป็นนักเลงท้องถิ่นและเคยรังแกคนอื่นเสมอๆ นี่เป็นครั้งแรกในชีวิตของเขาที่พ่ายแพ้ เขาก็ไม่สามารถที่ควบคุมความโกรธของเขาเอาไว้ได้ เขาตะโกนอย่างดังก้องแล้วเขาก็ชักมีดออกมา และฟันไปที่หวังหยู่

หวังหยู่ผลักมู่จี่เซียนไปหลบด้านหลังเขา แล้วเขาก็จับไปที่ข้อมือของพี่ชายฮุดแล้วก็บินแขนของเขาไปด้านหลังหัว แล้วเขาก็ใช้มืออีกข้างดึงศอกเข้าไปด้านหลัง

“แคร๊ก….”

เสียงกระดูกแตกดังก้องไปทั่วทั้งบริเวณ ช่วงบริเวณไหลของพี่ชายฮุ่ยนั้นโดนบิดจนหัก แล้วแขนของเขาก็ห้อยต่องแต่งอยู่ด้านข้าง

ในชั่วพริบตา แขนทั้งสองข้างของพี่ชายฮุยนั้นก็หักลง ความเงียบนั้นก็เติมเต็มเข้าไปทั่วห้องแล้วฝูงชนก็กลายเป็นตื่นตระหนก

หวังหยู่จ้องอย่างเย็นชาไปที่พี่ชายฮุย ที่กำลังโอดครวญอย่างมากกับบาดแผล โดยปราศจากการสงสารใดๆ

ถึงแม้ว่าว่าหวังหยู่นั้นจะฝึกฝนศิลปะการต่อสู้มายี่สิบเอ็ดปี เขานั้นมีกฏต้องห้ามของตระกูลว่าห้ามใช้ความสามารถกับคนธรรมดาทั่วไป ตั้งแต่วันนั้นจนถึงวันนี้ นี่เป็นเพียงครั้งที่สามสำหรับหวังหยู่ที่ใช้ความสามารถของเขา นอกจากการปะมือกัน

ครั้งแรกนั้นเกิดขึ้นเมื่อสามปีก่อน ครั้งที่สองนั้นเมื่อเขาพบหลี่ซัวและครั้งนี้คือครั้งที่สาม

สองครั้งนั้นเคยเปิดเผยศิลปะการต่อสู้ก็เพื่อมู่จี่เซียน ครั้งหนึ่งนั้นก็แสดงตัวอย่างกล้าหาญ ถึงแม้ว่ามันจะเป็นเหตุผลที่ถูกต้องก็ตาม ผลที่ตามมาก็จะร้ายแรงมากถ้าครอบครัวของเขาพบมัน

แต่หวังหยู่ก็ไม่ลังเลยเลยแม้แต่น้อย

ในตอนนี้ เขามีเพียงแค่มู่จี่เซียนที่เป็นคนรักและครอบครัวของเขาเพียงคนเดียว ทั้งสองนั้นข้องเกี่ยวกันอย่างลึกซึ้งระหว่างกัน ถึงแม้ว่าพวกเขานั้นค่อนข้างที่จะยากจน แต่มู่จี่เซียนนั้นก็ไม่เคยจะบ่นหรือโวยวายอะไรเลย

ในช่วงเวลานี้เอง จะเรียนศิลปะการต่อสู้ไปทำไม ถ้าเขาไม่สามารถที่จะปกป้องคนที่ล้ำค่าเพียงคนเดียวกับเขาได้ละก็ เขาจะเรียนทำไม

ครอบครัวหวัง? สิ่งเหล่านั้นมันเป็นอดีตไปแล้ว!

ในขณะที่เขาจบไปในความคิด เบ๊ของพี่ชายฮุยนั้นก็ชักมีดออกมาและพุ่งมาหาเขา

หวังหยู่ก็เตะไปที่มีดของคนที่วิ่งนำมา และก็ส่งการโจมตีจากฝ่ามือข้างขวาอีกสามครั้ง

“ปึ้ก! ปึ้ก! ปึ้ก!”

เสียงเจาะทะลุนั้นดังขึ้นและส่งชายสามคนกระเด็นขึ้นไปกลางอากาศและกระแทกเข้ากับโต๊ะด้านข้าง

“เอาผู้หญิงคนนั้นมา!”

ชายผิวสี ที่เป็นหนึ่งในเบ๊ของพี่ชายออกคำสั่ง หลังจากเห็นความดุร้ายของหวังหยู่แล้ว เขาก็ตัดสินใจที่จะเมินหวังหยู่และจัดการกับมู่จี่เซียนแทน

หวังหยู่นั้นมีวิสัยทัศน์ที่กว้างขวางและการโจมตีของเขานั้นเหี้ยมโหดมาก เบ๊พวกนี้นั้นไม่ต้องการที่จะจัดการกับปีศาจแบบนี้ แล้วเขาก็รีบตัดสินใจที่จะเปลี่ยนเป้าหมายอย่างรวดเร็ว

การแสดงออกของหวังหยู่นั้นโหดเหี้ยมขึ้นเมื่อเขาได้ยินคำพูดพวกนี้ เขาก็จับไปที่ชายที่อยู่ใกล้ที่สุดกับเขาอย่างรุนแรง และขว้างเขาลงบนพื้น โดยปราศจากการเสียเวลาหรือคำพูดใดๆ หวังหยู่ก็ยกเท้าของเขาขึ้นและเหยียบย่ำลงไปบนข้อศอกของเขาอย่างรุนแรง

“แคร๊ก..”

ชายคนนี้โอดครวญอย่างเงียบงันเมื่อเขานอนอยู่บนพื้น ข้อศอกของเขานั้นแตกละเอียดด้านข้างใบหูของเขา….

การทำลายกระดูกและเส้นเอ็นนั้นเป็นสไตล์การต่อสู้อันเก่าแก่ของศิลปะการต่อสู้ที่มันถูกปรับมาใช้โดยกอง สไตล์นี้นั้นถูกรู้จักในการทำลายอันรุนแรง และมันเรียนรู้ได้ง่ายมากและมันมีประสิทธิภาพที่ดีมากอีกด้วย

ชายที่สร้างสไตล์ศิลปะการต่อสู้แบบนี้ไม่ใช่ใครอื่นนอกจากปู่ของหวังหยู่ หวังหยู่นั้นนำสไตล์นี้ออกมาเปิดเผยตั้งแต่เขาเยาว์วัยและมันก็มีประสิทธิภาพยิ่งกว่าที่กองกำลังพิเศษของกองทัพได้ใช้ซะอีก

ทุกคนในร้านนั้นหวาดกลัวกันอย่างมากโดยเสียงกระดูกที่แตกหัก ความเงียบสงบนั้นก็ปกคลุมไปทั่วทั้งร้าน

นอกจากชายผิวสีแล้ว เบ๊คนอื่นในร้านนั้นก็ถูกทำร้ายจนกระแทกลงกับพื้นและ ข้อศอกของพวกเขานั้นก็ถูกเหยียบจนแตกละเอียดโดยหวังหยู่ มันไม่ใช่แค่เคล็ด แต่มันแตกละเอียดอย่างสมบูรณ์แบบ!

ชายผิวสีนั้นตื่นตระหนกกับความเหี้ยโหดของหวังหยู่ และเขาก็แทบฉี่ราด สั่นไปอย่างควบคุมไม่ได้แล้วเขาก็พูดขึ้น “อย่า....อย่ามาทางนี้ ไม่งั้นละก็ฉันจะเรียกตำรวจ….”

“ผมแค่เล่นๆแค่นั้น ทำไมนายจะต้องจริงจังแบบนั้นละ?”หวังหยู่หัวเราะอย่างเย็นชา

“อ๊า!!!”ชายผิวสีกรีดร้องอย่างน่าสมเพศแล้วเขาก็หันหลังและกำลังจะวิ่งหนี หวังหยู่ก็ยื่นขาของเขาออกไปและทำให้ชายคนนั้นสะดุดก่อนที่จะทำลายข้อศอกของเขา เหมือนกับคนอื่น

กระดูกของคนธรรมดาจะสามารถทนแรงการโจมตีของหวังหยู่ได้ยังไง? ข้อศอกของเขานั้นก็ถูกทำลายจนแตกละเอียดโดยเพียงการโจมตีครั้งเดียวของหวังหยู่

ผู้คนที่อยู่ที่นี่นั้นตกตะลึง….

นี่คือศิลปะการต่อสู้ที่พวกเขานั้นเคยอ่านมาเสมอๆ ในหนังสืองั้นเหรอ? เมื่อคิดว่าพวกเขาเห็นศิลปะการต่อสู้ที่เขานั้นเคยเห็นมาในหนังเก่าๆ ในโลกความเป็นจริงนี่มัน…

“นี่….”หวังหยู่จ้องไปที่ฝูงชน

ทุกคนนั้นเริ่มที่จะถอยหนีในทันที

“เหี้...อะไรวะ อย่าบอกว่าชายคนนี้บ้าไปแล้ว! เขาต้องการที่จะจัดการพวกเราด้วยงั้นเหรอ?”

“พวกนายจะไม่รายงานเรื่องนี้กับตำรวจใช่ไหม….”หวังหยู่ถามอย่างลังเล

“พวกเราจะไม่รายงาน ไม่แน่นอน!”ทุกคนส่ายหัวรัวๆ

มนุษย์นั้นก็เป็นสัตว์ด้วยเช่นกัน และก็ยังคงมีสัญชาตญาณสัตว์ ถ้าไม่ใช่ความจริงที่มีการต่อสู้อันเหี้ยมโหดที่พึ่งเกิดขึ้น พวกเขาก็คงรีบวิ่งหนีไปในทันที พวกเขานั้นเห็นหวังหยู่จัดการกับคู่ต่อได้อย่างง่ายดาย ใครจะสนใจเกี่ยวกับไปรายงานตำรวจกัน?

“คุณฮีโร่ ให้ผมเรียกคุณว่าอะไรดีครับ?”เจ้าของร้านถามหวังหยู่และมีความหวาดกลัวถูกเขียนไว้บนใบหน้าของเขา

“หวังหยู่! สามีของมู่จี่เซียน!”หวังหยู่ตอบกลับ

“ฮีโร่หวัง แล้วผมจะเปิดร้านต่อได้ยังไง ในเมื่อท่านทำร้ายพี่ชายฮุยจนเป็นแบบนี้…”เฒ่าหยู่รู้สึกสูญเสีย

แต่นี่ก็คือความจริง ผู้คนมากมายนั้นจะยั่วยุผู้ที่เป็นพระคุณมากกว่าการยั่วยุพวกคนชั่ว นี่คือความจริงที่ไม่ยุติธรรม นี่คือเหตุผลที่เด่นชัดว่า ทำไมครอบครัวหวังถึงไม่อนุญาตให้ลูกศิษย์ของพวกเขานั้นไปข้องเกี่ยวกับโลกภายนอก

หวังหยู่นั้นก็มองไปที่เฒ่าหยู่อย่างละเอียด เขานั้นอายุห้าสิบแล้ว เขาไม่สามารถที่จะเริ่มต้นใหม่ได้

หวังหยู่เดินไปหาพี่ชายฮุย แล้วก็ถอดจี้หยกออกมาจากคอของเขาและใส่ให้กับคอของพี่ชายฮุยแล้วเขาก็พูด “ผมรีบออกมา ดังนั้นผมจึงไม่ได้นำเงินออกมาด้วย ผมจึงให้ไอ้นี่กับนายแทน อย่ากลับมาสร้างปัญหาที่นี่อีก เข้าใจไหม?”

พี่ชายฮุยนั้นพยักหน้าตกลง เขาไม่มีความกล้าที่จะปฏิเสธคำขอของหวังหยู่

“ถึงแม้ว่าเขาจะบอกว่าเขาจะไม่กลับมาที่นี่ในอนาคต แต่ถ้าเขามาละก็ โทรเรียกผมเลย ผมอยู่แถวนี้แหละ!”หวังหยู่ยืนขึ้นและประกาศ

“อ๊า….โอเค!”เฒ่าหยู่พยักหน้าตกลง

“ที่รัก ไปกันเถอะ! ที่นี่ไม่ปลอดภัยอีกแล้ว อย่ากลับมาที่นี่อีกในอนาคต!”หวังหยู่จับมือของมู่จี่เซียนแล้วเขาก็พูดขึ้น

“แต่ฉันยังไม่ได้ค่าจ้างเลย…”มู่จี่เซียนบ่น หลังจากที่เกิดเหตุการณ์พวกนี้เกิดขึ้น เธอก็ไม่มีความคิดที่จะกลับมาที่นี่อีกครั้ง ถึงแม้ว่าหวังหยู่จะไม่ได้พูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ อย่างไรก็ตาม หญิงสาวที่โง่เขลาคนนี้ก็ยังคงถามหาเงินเดือนของเธอ

“นี่....นี่คือเงินเดือนของเธอ”เฒ่าหยู่รีบส่งเงิน 10000ดอลลาร์ให้กับเธอ

หวังหยู่หัวเราะ เมื่อเขารับเงินนั้นมา แล้วเขาก็หยิบเงินออกมาห้าร้อยดอลลาร์

“เธอพึ่งทำงานมาห้าวัน ดังนั้นค่าจ้างของในแต่ละวัน 80 ดังนั้นมันก็เป็น 400 ผมจะเอาไปอีก 100 เป็นรางวัลสำหรับผม ถ้าคุณไม่รังเกียจละก็…”

“ผมไม่รังเกียจเลย! ได้โปรด เอาไปเถอะ!”เฒ่าหยู่รีบตอบกลับ

หวังหยู่ยื่นเงินคืนให้กับเฒ่าหยู่ ตามธรรมชาติแล้วเฒ่าหยู่ก็ไม่ได้รังเกียจเลย แต่ไม่ใช่ว่าเขานั้นอยู่ในระดับเดียวกับพี่ชายฮุยอย่างงั้นเหรอ?

“จี้หยกของคุณนั้นมีค่ามากกว่าเงินพวกนี้ซะอีก…”มู่จี่เซียนบ่น เมื่อพวกเธอออกมาจากร้าน

“ใช่!”หวังหยู่ตอบกลับแบบไม่สนใจอะไร

จี้หยกนั้นเป็นสิ่งของที่ได้รับมาจากการเป็นลูกศิษย์ของครอบครัวหวัง ที่ซึ่งเป็นใครบางคนที่มีตำแหน่งที่สูงในครอบครัวของเขา จี้ของหวังหยู่นั้นมีค่ามาก

“ถ้าอย่างงั้น พวกเราควรที่จะไปเอาคืน!”มู่จี่เซียนประท้วง เมื่อเธอได้ยินว่าจี้นั้นมีค่ามาก

“ลืมมันไปเถอะ! มันก็เป็นแค่ชิ้นหยก ตราบเท่าที่ผมได้อยู่กับเธอละก็ มันไม่จำเป็นจะต้องมีอย่างอื่นอีกแล้ว!”

มู่จี่เซียนยิ้มเจื่อนๆแล้วเธอก็หัวเราะ “เลิกพูดจาหวานได้แล้ว ถ้าฉันไม่มีงานทำละก็ พวกเราก็จะไม่มีเงินไว้ซื้อของวันปีใหม่กันนะ…”

“ผมมี!”หวังหยู่หัวเราะ

“ชิ คุณมีเท่าไหร่กัน?”

“1ล้านดอลลาร์ พอสำหรับคุณไหมครับ?”

“ที่รักนี่จริงจังปะเนี่ย?”มู่จี่เซียนร้องเสียงแหลม

“เพียงแค่ดูบัตรที่ผมให้คุณไป…”

“ก็ได้ ก็ได้ ใครจะไปรู้ละว่าผู้เชี่ยวชาญในการเล่นเกมนั้นจะสามารถหาเงินได้มากขนาดนั้น แม้กระทั่งฉันก็ยังอยากที่จะลองเล่นมันดู”มู่จี่เซียนตอบกลับ

“ถ้าอย่างงั้น เรามาเล่นด้วยกันเถอะ ผมจะไปซื้ออุปกรณ์ให้คุณเอง ในภายหลัง…”

“ถ้าอย่างงั้นพวกเราจะไปไหนกันในตอนนี้?”

“ไปซื้อเสบียงไว้ฉลองวันก่อนปีใหม่ไงละ!”หวังหยู่อุทาน

จบบทที่ Chapter 59: ตราบเท่าที่ผมอยู่กับเธอได้

คัดลอกลิงก์แล้ว