เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 52: การฆ่านายไม่ใช่เรื่องยากเลย

Chapter 52: การฆ่านายไม่ใช่เรื่องยากเลย

Chapter 52: การฆ่านายไม่ใช่เรื่องยากเลย


หวังหยู่รู้สึกถึงพลังจำนวนมากไหลเวียนมาจากทางเส้นเลือดหลังจากที่เขาดื่ม “อะดรีนารีน มันก็เพิ่มความเร็วและความแข็งแกร่งของเขา

ความแข็งแกร่งนั้นคืออะไรบางอย่างที่เขานั้นเคยมีมันมานานแล้ว…..

หวังหยู่ถอนหายใจอย่างเต็มไปด้วยอารมณ์ เมื่อเขาทดสอบความแข็งแกร่งของเขา

ความจริงนั้นจะบอก ถึงแม้ว่าหวังหยู่จะถูกพิจารณาว่าเป็นผู้เล่นที่ประสบความสำเร็จ การที่ได้รับอาชีพลับ และสามารถที่จะโซโลกับบอสได้ ที่จริงแล้วเขานั้นเป็นผู้เล่นที่ไม่มีความสุขที่สุด

เนื่องจากข้อจำกัดในค่าสถานะของเขา ความเร็วและความแข็งแกร่งของหวังหยู่นั้นลดลงไปมาจากความเป็นจริง ในขณะที่มันยังคงเพียงพอกับการทำลายมอนสเตอร์ธรรมดาทั่วไป บ่อยครั้งที่หวังหยู่รู้สึกว่ามันไม่เพียงพอเมื่อเขาต่อสู้กับพวกมอนสเตอร์ที่เน้นความเร็ว

ความรู้สึกประเภทนี้นั้นบ่อยครั้งทำให้เขารู้สึกว่าศิลปะการต่อสู้ของเขานั้นลดถอยลงและทำให้รู้สึกไม่สบายใจมาก ด้วยเหตุนั้นเอง หวังหยู่จึงฝึกฝนศิลปะการต่อสู้ในช่วงที่เขาออกจากเกมเสมอๆ

ไม่สงสัยเลยที่เหล่าสาวๆไม่สามารถทำเควสนี้ให้สำเร็จได้ พวกเธอนั้นไม่ใช่คู่มือของบอสอีลิทระดับ25 เมื่อเขานั้นกินยาอะดรีนารีนเข้าไปและค่าสถานะเพิ่มขึ้นไปถึง300% จะมีใครที่สามารถต้านทานเขาสักวินาทีได้อย่างงั้นเหรอ?

เควสลับนี้เป็นเควสที่เป็นไปไม่ได้เลยสำหรับช่วงต้นของเกม

ถึงแม้ว่าเขาจะเริ่มสูญเสียพลังชีวิต หวังหยู่นั้นไม่ได้กังวลที่จะตายจากผลลัพธ์ของยาเลยแม้แต่น้อย สุดท้ายแล้วเขาก็ยังคงมีผลกระทบจากดูดเลือดที่ได้มาจากชุดเกราะผ้าแห่งสรวงสวรรค์อยู่

“ผมจะตรึงเขาไว้เอง เธอควรที่จะหนีไป วิ่งไปหาในที่ที่ไอ้บัดซบนี่ไม่สามารถหาเธอเจอได้!”หวังหยู่ให้คำแนะนำกับหลี่ซัว

โบซอนนั้นเคยบอกหวังหยู่ก่อนหน้านี้ว่า บอสที่ใช้โหมดอิสระนั้นมีความเข้าใจที่ไม่ได้แตกต่างไปจากมนุษย์ธรรมดาทั่วไป นั่นหมายความว่าพวกเขาจะไม่หลงเล่ห์กลของผู้เล่นได้อย่างง่ายๆ ถ้าวาร์ตันที่เป็นผู้นำของโจรร้ายนั้นมีความสามารถในการกลับไปนำลูกน้องของเขาในการเควสป้องกันสำนักงานใหญ่ได้ นักวิทยาศาสตร์คนนี้นั้นมีความสามารถมากกว่าวาร์ตันซะอีก

แต่หวังหยู่ก็ผิดหวัง เนื่องจากข้อจำกัดในค่าสถานะของเขา เขาก็ไม่สามารถที่จะเป็นคู่มือในด้านความเร็วของโฮวาร์ดได้ ถึงแม้ว่าเขาจะกินยาอะดรีนารีนไปก็ตามที

ที่จริงแล้วหวังหยู่นั้นไม่ได้หวาดกลัวในการเผชิญหน้ากับโฮวาร์ดในการต่อสู้ระยะประชิด แต่โฮวาร์ดนั้นไม่ต้องการที่จะต่อสู้กับเขา เขาหันหน้าแล้วเขาก็พุ่งเข้าใส่หลี่ซัวด้วยความเร็วที่น่าสะพรึง เมื่อหลี่ซัวตายละก็ แม้ว่าหวังหยู่จะฆ่าเขาได้ มันก็ไร้ประโยชน์

ถึงแม้ว่าหลี่ซัวนั้นไม่เข้าใจถึงความตั้งใจของหวังหยู่ว่ามันคืออะไร เธอก็เข้าใจว่าเธอไม่สามารถที่จะปล่อยให้ตัวเธอถูกฆ่าได้ เธอก็พยักหน้าแล้วก็วิ่งหนี

แต่โฮวาร์ดจะปล่อยหลี่ซัวให้หนีไปได้ยังไง?

“เธอกำลังจะวิ่งหนีไปไหนกัน?”โฮวาร์ดแผดเสียงแล้วเขาก็ไล่ตามเธอ

หวังหยู่นั้นก็ยืดมือไปจับแขนของโฮวาร์ดในทันที

โฮวาร์ดนั้นเมินหวังหยู่แล้วเขาก็รีบทำให้ตัวของเขาเป็นอิสระจากการจับของหวังหยู่ แต่หวังหยู่นั้นก็บิดข้อมือของเขาอย่างใจเย็นและทำให้โฮวาร์ดหงายหลัง โฮวาร์ดนั้นสูญเสียการควบคุมร่างกายของเขาแล้วก็เหมือนกับว่าวที่ถูกตัดเชือกลง

โฮวาร์ดตะโกนอย่างเหี้ยม เมื่อเขาพยายามดิ้นรนเพื่อที่จะปลดปล่อยจากเงื้อมมือของหวังหยู่ในขณะที่หวังหยู่นั้นก็สวนกลับทุกการโจมตีของเขา โฮวาร์ดนั้นไม่สามารถที่จะหนีได้ ถึงแม้ว่าเขาต้องการที่จะหนี

ถ้าใครบางคนเห็นฉากนี้ละก็ พวกเขาก็จะนึกได้ทันทีว่าหวังหยู่นั้นใช้ไทจิอยู่ ศิลปะการต่อสู้อันโด่งดัง

การใช้ช้าในการสวนกลับความเร็ว ใช้อ่อนสยบแข็ง ยืมพลังของศัตรูเพื่อที่จะต่อต้าน สิ่งนี้เป็นความรู้ธรรมดาทั่วไปที่ฝังลึกเข้าไปในวัฒนธรรมของจีน แม้กระทั่งเด็กก็ยังรู้มัน

แต่โปรแกรมเมอร์ของโฮวาร์ดนั้นเป็นคนตะวันตก เขาจะรับรู้ถึงวัฒนธรรมจีนได้มากแค่ไหน ไม่ต้องพูดถึงความเข้าใจของเขาเลย?

นอกจากนี้ ความเร็วของโฮวาร์ดนั้นรวดเร็วจนน่าประหลาดใจ หวังหยู่นั้นก็ไม่มีช่วงเวลาที่จะโจมตีสวนกลับเลยแม้แต่น้อย ถ้าโฮวาร์ดนั้นโจมตีเขาอย่างฉับพลันละก็ แม้กระทั่งหวังหยู่ก็ไม่สามารถที่จะหลบมันได้ทันท่วงที ในเวลานี้เอง ความสนใจทั้งหมดของโฮวาร์ดนั้นก็โฟกัสไปที่หลี่ซัวอย่างเต็มที่ สุดท้ายแล้วเธอก็เป็นกุญแจสำคัญของเควสนี้

หลี่ซัวนั้นเหมือนกับสัตว์ที่หวาดกลัว พร้อมกับวิ่งไปแล้วก็หันกลับไปดูไปตลอดทาง

เธอนั้นยังคงตกตะลึงเมื่อเธอเห็นหวังหยู่ต่อสู้ระยะประชิดกับโฮวาร์ด

นอกจากครั้งที่หวังหยู่นั้นฆ่านกสวรรค์โดยแทบไม่ได้ลงแรง ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่หลี่ซัวเห็นหวังหยู่ใช้ศิลปะการต่อสู้

หลี่ซัวนั้นรู้ว่าโฮวาร์ดนั้นน่าหวาดกลัวแค่ไหน เมื่อเขานั้นกินยาไป สุดท้ายแล้วเธอก็ถูกเขาฆ่ามาสี่ครั้งจากการตบด้วยการใช้ฝ่ามือง่ายๆนั่น

หลี่ซัวสับสนเป็นอย่างมากเมื่อเธอเห็นหวังหยู่เล่นกับโฮวาร์ด หวังหยู่นั้นไม่ได้มีระดับที่มากกว่ากลุ่มของพวกเธอซักเท่าไหร่ ที่ซึ่งกลุ่มพวกเธอนั้นมีระดับ 13 แม้ว่าสกิลของเขานั้นจะแข็งแกร่งกว่าพวกเธอก็ตาม เรื่องนี้มันเป็นไปได้ยังไง?

“เธอมองอะไรอยู่กัน! รีบหนีไป เขายังคงมีเวลาเหลืออีก50วินาที!”

หวังหยู่รู้สึกหงุดหงิดเมื่อเขาเห็นหลี่ซัวมัวแต่ยืนมองอยู่ตรงนั้น เธอคิดว่าเขาเป็นซูเปอร์แมนหรือไงกัน? บอสตัวนี้มันใช้โหมดอิสระอยู่! ถึงแม้ว่าเขานั้นมีเพียงระดับแค่ 25ก็ตามที เขาก็ไม่ง่ายเลยที่จะจัดการได้เมื่อเปรียบเทียบกับวาร์ตัน ในตอนนี้เขานั้นกินยาอะดรีนารีน และค่าสถานะของเขานั้นแข็งแกร่งกว่าปกติถึงสามเท่า ซึ่งมันเป็นเรื่องยากที่จะพูดถึงความแข็งแกร่งว่าใครแข็งแกร่งกว่าใครในบอสทั้งสองตัว

ไม่สำคัญว่าไทจินั้นแข็งแกร่งแค่ไหน มันก็ยังคงมีขีดจำกัด โดยเฉาพะอย่างยิ่งตั้งแต่ที่มันไม่ใช่สไตล์ที่หวังหยู่นั้นฝึกฝนมันตั้งแต่เด็ก หวังหยู่นั้นไม่สามารถที่จะแสดงถึงศักยภาพที่แท้จริงของสไตล์ศิลปะการต่อสู้นี้

แม้ว่าภายใต้ประสิทธิภาพของอะดรีนารีน หวังหยู่ก็ดิ้นรนอย่างมากในการต่อต้านการเคลื่อนที่ของโฮวาร์ด จังหวะที่ผลกระทบของอะดรีนารีนนั้นหายไป เขาก็ไม่สามารถที่จะหยุดโฮวาร์ดได้อีกต่อไป ถึงแม้ว่าเขาจะต้องการมัน…

ถึงแม้ว่าโฮวาร์ดนั้นจะกินยาก่อนหน้าหวังหยู่ แต่เมื่อระบบที่มันไม่สมดุลและไม่ยุติธรรมนั้น มันก็ไม่ใช่เรื่องที่จะต้องประหลาดใจเลยที่นักเล่นแร่แปรธาตุแบบโฮวาร์ดนั้นจะได้รับโบนัสจากช่วงเวลาของผลกระทบจากยามากกว่าเขา มันเหมือนกับว่าเขานั้นไม่ได้รับผลเสียจากการสูญเสียพลังชีวิตอีกด้วย

“โอ้ ใช่แล้ว….”หลี่ซัวตกตะลึงจนหลุดจากความสับสนของเธอโดยเสียงของหวังหยู่และเธอก็เริ่มที่จะวิ่งหนีต่อ

แต่ แม้ว่าหลังจากผ่านไปเกือบครึ่งนาที นักบวชน้อยที่เชื่องช้าก็ไม่สามารถที่จะหลบหนีได้ห่างไกลจากโฮวาร์ดสักเท่าไหร่

แต่ผลกระทบของอะดรีนารีนที่หวังหยู่มีนั้นใกล้ที่จะสิ้นสุดลงแล้ว….

“ไอ้หนอนอันหน้าด้าน มึงกล้าดียังไงที่จะปิดกั้นเส้นทางของฉัน!!!”

โฮวาร์ดตะเบ็งเสียงอย่างเกรี้ยวโกรธเมื่อเขานั้นไม่เห็นหลี่ซัวในสายตาของเขา

หวังหยู่ฉีกยิ้มแล้วเขาก็หลบการโจมตีนั้น

ตั้งแต่ที่โฮวาร์ดนั้นเป็นบอสที่ใช้โหมดอิสระ เขานั้นก็เลียนแบบการกระทำของมนุษย์ ถึงแม้ว่าเขานั้นจะไม่ได้ใช้สกิลมากมายเหมือนกับบอสตัวอื่นและไม่ได้หยุดระหว่างการโจมตีของเขา เขานั้นก็ยังคงรอคูลดาวน์ของสกิลเขา ก่อนที่เขาจะใช้พวกมันได้อีกครั้ง

หวังหยู่นั้นก็ใช้จังหวะในช่วงเวลานี้และเริ่มที่จะจู่โจมอย่างเหี้ยมโหด และปลดปล่อย [หมัดกระแทก] ใส่หน้าอกของโฮวาร์ด

ใช้ [เตะด้านข้าง] ใส่กรามของเขาเพื่อทำให้เขามึนงง

[หมัดกระแทก]!

[เข่าลอย]!

….

หวังหยู่ไม่กล้าที่จะเสียเวลาแม้แต่วินาทีเดียวเมื่อเขานั้นต่อสู้กับบอสที่บัพอยู่ การใช้สกิลเป็นชุดและศิลปะการต่อสู้ของเขานั้นจู่โจมอย่างต่อเนื่อง และโจมตีเขาอย่างต่อเนื่องใส่โฮวาร์ดและไม่ให้โอกาสเขาในการต่อต้าน

สำหรับบอสที่มีรูปร่างเช่นมนุษย์นั้น พลังชีวิตของโฮวาร์ดนั้นก็ไม่ได้สูงมากซักเท่าไหร่ การจู่โจอันเหี้ยมโหดของหวังหยู่นั้นทำให้พลังชีวิตของเขาลดลงไปน้อยกว่า 30%อย่างรวดเร็ว

ตามธรรมชาติแล้ว เมื่อบอสมีพลังชีวิตน้อยกว่า30% พวกเขาก็จะสามารถใช้งานสกิลสุดท้ายได้

ร่างกายของโฮวาร์ดนั้นก็ล้อมรอบไปด้วยแสงสีทอง และก็เริ่มที่จะใช้งานสกิลของเขา แต่หวังหยู่ก็จับไปที่เขาอย่างเหี้ยมโหดและแทงเข่าใสเขาอย่างรุนแรงใส่หน้าอกของโฮวาร์ดอีกครั้งหนึ่ง

การโจมตีของหวังหยู่นั้นมีประสิทธิภาพอย่างมาก และก็ทำให้โฮวาร์ดนั้นกระเด็นจนหลุดจากการร่ายสกิลของเขา

แล้วหวังหยู่ก็ทำคอมโบใส่เขาอย่างไม่มีข้อผิดพลาดจนพลังชีวิตของโฮวาร์ดนั้นเหลือ 0....... สำหรับสกิลสุดท้ายของไอ้บัดซบนั่น หวังหยู่ก็ไม่สามารถที่จะรับรู้มันได้เลย

แม้กระทั่งหลังจากที่พลังชีวิตของเขาเหลือศูนย์ ศพของโฮวาร์ดนั้นก็ไม่ได้หายไป หวังหยู่ก็เหยียบขึ้นไปบนศพแล้วเขาก็พึมพำ “เหี้... เมื่อคิดว่าการทำให้มึงหยุดวิ่งนั้นยากเย็นมาก แต่การฆ่ามึงไม่ได้ยากเย็นซะงั้น”

จบบทที่ Chapter 52: การฆ่านายไม่ใช่เรื่องยากเลย

คัดลอกลิงก์แล้ว