เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 47: กิลด์ที่พิลึกที่สุด

Chapter 47: กิลด์ที่พิลึกที่สุด

Chapter 47: กิลด์ที่พิลึกที่สุด


“โอ้ ดังนั้นนายก็สามารถที่จะเห็นข้อผิดพลาดของรูปแบบนี้ได้?”ทะเลไร้ที่สิ้นสุดยิ้มแล้วเขาก็ถามขึ้นอย่างเหยียดหยาม

กิลด์ราชอาณาจักรอันเก่าแก่นั้นสามารถที่จะถูกพิจารณาได้ว่าเป็นกิลด์ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศ ไม่ว่าจะเป็นเกมไหนก็ตาม สำหรับผู้เล่นระดับสูงของกิลด์แล้ว ทะเลไร้ที่สิ้นสุดนั้นก็มีประสบการณ์มากมาย เมื่อมันเกี่ยวข้องกับเกม

มันไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินมาก่อนเกี่ยวกับการที่ใช้ประโยชน์ของบัคในระบบเพื่อที่จะต่อสู้กับบอส แต่มันไม่เคยมีใครหน้าด้านที่กล้าโอ้อวดเกี่ยวกับเรื่องนี้ แม้กระทั่งท้าทายไปทั่วทั้งโลกอีกด้วย

ในสายตาของทะเลไร้ที่สิ้นสุดนั้น การกระทำของพวกนิกายซวนเฉินนั้นก็เป็นการกระทำอันไร้อย่างอายและชั้นต่ำ

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์หัวเราะแล้วเขาก็ชี้ไปที่หวังหยู่ และถามทะเลไร้ที่สิ้นสุด “นายคิดว่าอะไรจะเกิดขึ้นถ้าพวกเขาไม่มีนักต่อสู้คนนี้?”

ทะเลไร้ที่สิ้นสุดนั้นก็หันกลับไปและตอบคำถามอย่างว่องไว “นักต่อสู้นี้จัดการสู้กับบอสด้วยตัวเขาเพียงคนเดียว ถ้าเขาไม่ได้อยู่ที่นั่นละก็ บอสก็จะเข้าร่วมการต่อสู้และใช้สกิลของเขาทั้งหมดนั้นบัฟใส่มอนสเตอร์ตัวอื่น มันจะกลายเป็นเรื่องยากสำหรับพวกเขาในการต่อต้านที่จะโดนกวาดล้าง”

“และถ้าพวกเขาไม่มีหมอผีคนนี้ละ?”ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ชี้ไปที่รัศมีฤดูใบไม้ผลิ

“หมอผีนั้นเป็นส่วนหนึ่งในแนวหน้า และควบคุมทิศทางของการต่อสู้นี้อย่างสมบูรณ์ ถ้าพวกเขาไม่มีหมอผีคนนี้ละก็ ถึงแม้ว่าบอสจะถูกลากออกไป ทั้งกิลด์ก็ไม่สามารถที่จะชนะมันได้!”ทะเลไร้ที่สิ้นสุดแสดงออกถึงใบหน้าอันตึงเครียดเมื่อเขาตอบกลับ

“และถ้าพวกเขาไม่มีชายคนนี้ละ?”ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ชี้ไปที่หมิงตู่ ที่ยืนอยู่ด้านบนกำแพง

“ในตอนเริ่มแรกนักเวทย์คนนี้สร้างปัญหาให้กับทุกคน แต่เมื่อเขานั้นปีนลงมาแล้ว เขาก็ทำความเสียหายใส่บอสจำนวนมาก…”

ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ก็ยังชี้ใส่สมาชิกทุกคนของนิกายซวนเฉิน การแสดงออกของทะเลที่ไร้สิ้นสุดก็สับสนมากขึ้นเรื่อยๆกับความสำเร็จของแต่ละคน

โดยปราศจากการช่วยเหลือของขุนนางครอทแล้ว รัศมีฤดูใบไม้ผลิก็ไม่สามารถที่จะต้านทานพวกมอนสเตอร์ได้และทั้งกิลด์ก็จะล้มเหลวกับเควสนี้

ถ้าพวกเขานั้นไม่มีดาบน้ำแข็งหรือนักจู่โจมอีกสามคนละก็ พวกเขาก็จะโดนทำร้ายโดยไม่มีแรงในการต่อต้าน และก็จะล้มเหลวอย่างสมบูรณ์แบบกับเควสนี้

ถ้าพวกเขาไม่มีไร้ความกลัวและการฮีลของเขาแล้ว อีกสามคนก็จะถูกฆ่า และก็จะล้มเหลวเควสนี้อย่างรวดเร็ว พวกเขานั้นไม่ได้รู้ว่า การตั้งสำนักงานใหญ่ตรงนั้นเป็นความคิดของไร้ความกลัวจริงๆ

เพียงแค่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์นั้นชี้ไปที่ผู้เล่นแต่ละคนในนิกายซวนเฉิน ทะเลที่ไร้ที่สิ้นสุดนั้นสุดท้ายแล้วก็เข้าใจ ไม่ว่าจะเป็นผู้เล่นคนไหนในแปดคนนี้ที่หายไป พวกเขาก็จะไม่มีโอกาสที่จะสำเร็จเควสนี้ได้เลย….

ถ้าคุณคิดว่าคุณจะเอาชีวิตรอดในการบุกโจมตีของพวกมอนสเตอร์จำนวนมากเป็นเวลา 2ชั่วโมงได้ละก็ คุณก็ไม่สามารถที่จะทำผิดพลาดได้เลยแม้แต่นิดเดียว ในสภาพแวดล้อมที่กดดันขนาดนั้น ผู้คนจำนวนมากนั้นก็ไม่สามารถที่จะรับแรงกดดันพวกนี้ไหว และพวกเขาก็จะคิดว่าการที่จะทำเควสนี้ให้สำเร็จนนั้นจะต้องเพิ่มจำนวนคนเข้าไป

เมื่อเขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ทะเลที่ไร้สิ้นสุดที่สับสนก็จ้องไปที่ภาพของชายทั้งแปดคนในบันทึกวิดิโอ แล้วเขาก็ถอนหายใจ “พวกเขานั้นเป็นกลุ่มคนที่น่าตื่นตระหนกจริงๆ!”

“ชายสองคนนี้น่าหวาดกลัวมากที่สุด!”ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ชี้ไปที่หวังหยู่และรัศมีฤดูใบไม้ผลิแล้วเขาก็ประกาศ “หมอผีคนนี้นั้นได้รับสกิลจากเบต้าเทสต์ และเป็นสกิลที่ทรงพลังมากที่สุดในเกมนี้! ควบคู่ไปกับการควบคุมที่สุดยอดของเขาแล้ว ก็ไม่มใครสามารถที่จะต้านทานเขาได้!”

“แล้วนักต่อสู้คนนี้ละ?”ทะเลที่ไร้สิ้นสุดถามขึ้น

“ขัน้นจัดการดึงบอสระดับทองด้วยตัวของเขาเพียงคนเดียว! ยิ่งไปกว่านั้นนักเวทย์และเขานั้นก็สามารถจัดการฆ่าบอสตัวนี้ได้ นายได้สังเกตไหมว่า ทุกครั้งที่นักเวทย์นั้นเทเลพอร์ตไปรอบๆ นักต่อสู้ก็ขยับมือของเขาไปพร้อมๆกัน? ฉันพนันเลยว่า มันไม่ใช่ว่านักเวทย์นั้นรู้เกี่ยวกับสกิล [เทเลพอร์ต] แต่นักต่อสู้นั้นใช้สกิลบางอย่างช่วยเขาเคลื่อนไหว และทำให้เขานั้นจดจ่อกับการโจมตีเพียงอย่างเดียวได้”

“….”เพียงแค่หลังจากที่ภูเขาศักดิ์สิทธิ์พูดถึงจุดนี้ ทะเลไร้ที่สิ้นสุดนั้นก็สังเกตว่าทุกครั้งที่หมิงตู่นั้นเคลื่อนไหว หวังหยู่ก็โบกมือของเขาไปในทิศทางเดียวกัน

เมื่อเขาเห็นหมิงตู่เทเลพอร์ตไปรอบๆสนามรบในตอนแรก ทะเลไร้ที่สิ้นสุดก็สันนิษฐานว่าเขาจะต้องมีสกิลที่เกี่ยวข้องกับสายฟ้าที่มีเพียงนักเวทย์สายฟ้าเท่านั้นที่จะมี ใครจะไปคิดละว่านักต่อสู้นี้เป็นคนทำให้เกิดปรากฏการณ์นี้ขึ้น แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่านักต่อสู้นั้นทำหน้าที่สองคนในการสู้กับบอสอย่างงั้นเหรอ?

เหี้...! นี่มันไม่น่าเชื่อ! ทะเลไร้ที่สิ้นสุดรู้สึกเสียวสันหลังวาบเมื่อเขานั้นพบกับข้อสรุป

“คนในเว็บบอร์ดมันโง่กันหรือเปล่า? ทำไมพวกเขาไม่สามารถที่จะเห็นเรื่องพวกนี้ได้ละ?”

“แน่นอน ว่ามันมีใครบางคนที่สังเกตถึงมันจริงๆ แต่พวกเขานั้นก็แสร้งทำตัวเป็นคนโง่เง่า..”

“ทำไมละ?”

“เนื่องจากว่า พวกเขานั้นเสียเงินยังไงละ! มันเหมือนว่าผู้คนพวกนั้นหวังผลกำไรจากการพนันว่านิกายซวนเฉินจะล้มเหลวมากที่สุด!”ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ตอบกลับ

“เหี้.... ไอ้พวกสารเลวนั่น”

“นั่นคือทำไมฉันถึงได้บอกว่าพวกเราไม่สามารถที่จะประเมินนิกายซวนเฉินต่ำได้เลย...”ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ถอนหายใจแล้วเขาก็ดูบันทึกวิดีโอต่อ และหวังว่าจะเจอแสงแห่งความหวัง

เพียงแค่ในเวลานั้นเอง ทั่วทั้งโลกนั้นก็ยังคงพูดคุยกันอย่างดุเดือดเกี่ยวกับปาฏิหารย์ของนิกายซวนเฉิน ผู้คนทิ่อยู่ในคำถามเหล่านั้นกำลังเดินไปยังคฤหาสน์ของท่านเจ้าเมืองอย่างมีความสุขเพื่อที่จะรับรางวัลของพวกเขา

เมื่อระบบนั้นประกาศก่อนหน้านี้ สมาชิกทั้งแปดคนก็ได้รับข้อความแจ้งเตือนขึ้น

{ ข้อความจากระบบ : นิกายซวนเฉินนั้นป้องกันสำนักงานใหญ่ได้สำเร็จ และได้รับอาณาเขต ----- ภูเขาอันธกาล คุณสามารถที่จะรับรางวัลของคุณได้ เมื่อคุณสำเร็จเควสนี้ }

“พวกนายได้แต้มเท่าไหร่กัน?”หมิงตู่ถามอย่างสงสัย

“423!” โบซอนตอบ

“512!”ดาบน้ำแข็งหัวเราะ

“แล้วความทระนงตัวละ?”หมิงตู่ถามขึ้น

“ไอ้เหี้..! นายแย่งฉันฆ่าไปเยอะมาก ฉันได้เพียง 377แต้มเท่านั้นเอง!”ความทระนงตัวขู่ใส่หมิงตู่

“มันไม่ได้เลวร้ายเลย! อย่างน้อยนายก็ได้มากกว่า 300แต้ม พวกเราที่เป็นอาชีพช่วยเหลือนั้นได้ไม่ถึง 200แต้มด้วยซ้ำ”ไร้ความกลัวบ่นงึมงำ

“ฮ่าๆๆ เป็นยังงั้นเหรอ? พี่ชายฤดูใบไม้ผลิ พี่ได้เท่าไหร่กัน?”

“188”รัศมีฤดูใบไม้ผลิพูดเบาๆ ถึงแม้ว่ารัศมีฤดูใบไม้ผลิจะเป็นคนลงแรงมากที่สุดและมีหน้าที่ที่ยากที่สุดในเควสป้องกันสำนักงานใหญ่ ระบบก็ให้แต้มรางวัลกับคนที่ฆ่ามอนสเตอร์เท่านั้น

“แล้วขุนนางครอทละ?”

“เพียงแค่ 76แต้ม เหี้...เอ้ย!!!”ขุนนางครอทครวญคราง ในตอนต่อสู้นั้นเขายืนอยู่ด้านหลังรัศมีฤดูใบไม้ผลิและมันจะกลายเรื่องแปลก ถ้าเขาได้แต้มมากกว่ารัศมีฤดูใบไม้ผลิ

“ฮ่าๆๆๆ!”หมิงตู่หัวเราะออกมาดังลั่น “ขยะ!”

“นายกำลังพูดถึงใครอยู่!”ขุนนางครอทจ้องอย่างไม่มีความสุขไปที่หมิงตู่

“ฉันไม่ได้พูดถึงนาย แต่ฉันหมายถึงพวกนายทุกคน! พวกนายทั้งหมดเป็นขยะ! ปู่หลี่คนนี้นั้นได้ 874แต้ม!”หมิงตู่ประกาศอย่างขี้อวด

“…”

ตั้งแต่เริ่มต้น หมิงตู่นั้นก็แย่งทุกคนฆ่าอย่างเหี้ยมโหด ตั้งแต่ที่เขาเป็นนักเวทย์สายฟ้าที่มีความสามารถในการสังหารมอนสเตอร์ได้ในทันทีในเควสนี้ มันก็ไม่ประหลาดใจเลยที่ว่าเขานั้นมีแต้มมากมาย ไม่ต้องพูดถึงว่าเขานั้นเข้าร่วมกับหวังหยู่ในการฆ่าบอส มันเป็นสิ่งที่ถูกคาดการณ์ไว้แล้วว่าเขาจะต้องมีแต้มมากกว่า 800แต้ม

แต่เมื่อพวกเขามองไปที่ใบหน้าอันโอ้อวดของหมิงตู่แล้ว สมาชิกคนอื่นนั้นก็พยายามฝืนตัวเองไม่ให้ไปกระทืบเขา โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับไร้ความกลัว

“ทำไมไอ้อันธพาลนี่ได้แต้มเยอะขนาดนี้กัน!”

‘ถ้าไม่ใช่เป็นเพราะว่าฉันนั้นเป็นคนจิตใจอ่อนไหวละก็ ฉันน่าจะปล่อยเขาตาย….”รัศมีฤดูใบไม้ผลิบ่น

“ทำไมพวกเราไม่ฆ่าเขาเลยในตอนนี้ละ มิฉะนั้นละก็ ฉันไม่คิดว่าพวกเราจะแก้ไขความรู้สึกในหัวใจของพวกเราได้อย่างแน่นอน!”ความทระนงตัวรีบแนะนำ

.”ไม่เลวเลย ฉันเห็นด้วย!’ดาบน้ำแข็งพูดเพิ่มเข้าไป

“ถ้าอย่างงั้นเรามาเริ่มกันเถอะ!”

“+1!”

สมาชิกที่เหลือก็เริ่มที่จะล้อมรอบหมิงตู่

“พวกมึงไอ้เหี้.. ที่ตกลงเกี่ยวกับเรื่องนี้ นายมันเป็นกลุ่มอันธพาลสารเลว พวกนายนั้นเพียงแค่อิจฉาความสามารถที่พระเจ้ามอบให้กับฉันมาท้าทายสวรรค์แค่นั้นแหละ!”หมิงตู่ตื่นตระหนกแล้วเขาก็ตะโกนขึ้น

“แล้วถ้าพวกเราอิจฉาแล้วจะยังไงละ?”สมาชิกคนอื่นก็โต้กลับอย่างเย็นชา

หมิงตู่ก็เข้าใจถึงสถานการณ์ได้อย่างรวดเร็วแล้วเขาก็รีบตะโกนขึ้น “โอ้! ฉันขอโทษ ฉันไม่ได้หมายความว่าอย่างนั้นจริงๆ!”

หลังจากเล่นตลกกันเป็นเวลายาวนาน หมิงตู่ก็หันไปหาหวังหยู่ในฉับพลันแล้วเขาก้ถามขึ้นอย่างสงสัย “กระทิงเหล็ก นายได้แต้มเท่าไหร่กัน?”

“1000!”หวังหยู่ตอบ “ฉันโจมตีครั้งสุดท้ายใส่วาร์ตัน”

“อะไรวะ! มันไม่สมเหตุสมผลเลยด้วยว้า! ทำไมนายได้แต้มมากมายเพียงแค่ฆ่ามอนสเตอร์เพียงแค่หนึ่งตัวละ?”หมิงตู่อุทาน

“ฮ่าๆๆๆๆๆ!”สมาชิกคนอื่นก็อดหัวเราะอย่างทนไม่ได้เมื่อพวกเขาเห็นว่าสุดท้ายแล้วก็มีใครที่มีแต้มมากกว่าหมิงตู่มี

“มันจะมีอะไรผิดปกติกันละ? กระทิงเหล็กนั้นโซโลบอส มันจะไม่ยุติธรรมถ้าพวกเขานั้นไม่ให้แต้มเขา 1000แต้ม!”ไร้ความกลัวหัวเราะ

“อื้ม ลุงกระทุงนั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ไม่มีใครเทียบได้! นายนั้นไม่มีค่าเลยแม้แต่น้อย เมื่อเปรียบเทียบกับเขา ตาเฒ่าหลี่!”

“นั่นมันถูกต้องแล้ว ไอ้ขี้ขลาดที่รู้แต่วิธีหลบหลังคนอื่นนั้นเป็นผู้คนที่ฉันรังเกียจพวกมันมากที่สุด!’

“ฉันเห็นด้วย!”

‘ฉันด้วย!”

“ฉันก็ด้วย!”

“เหี้..!!!”หมิงตู่บ่นพึมพำอย่างมืดมน

จบบทที่ Chapter 47: กิลด์ที่พิลึกที่สุด

คัดลอกลิงก์แล้ว