เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 43: การล้างแค้นแห่งความกระหายเลือด

Chapter 43: การล้างแค้นแห่งความกระหายเลือด

Chapter 43: การล้างแค้นแห่งความกระหายเลือด


ถึงแม้ว่าหมิงตู่นั้นจะไม่ได้มีความตั้งใจที่ดีกับเขาก็ตาม คำถามของเขานั้นก็ย้ำเตือนความจริงของหวังหยู่ ถ้าความเสียหายกายภาพนั้นมันไม่เวิร์คละก็ ถ้าอย่างงั้นเขาก็ควรที่จะเปลี่ยนไปใช้การโจมตีทางด้านเวทย์มนตร์

หวังหยู่นั้นหลบการฟันของวาร์ตันและใช้ [ระลอกคลื่น] ใส่หน้าอกของเขา

-827

“มันได้ผล!” หวังหยู่อุทานขึ้น “เหมือนกับว่าพลังป้องกันเวทย์มนตร์ของบอสนั้นไม่ได้สูงมากซักเท่าไหร่!”

ถึงแม้ว่าหวังหยู่นั้นจะไม่ใช่นักเวทย์ เขาก็ยังคงทำความเสียหายทางเวทย์ได้! เขานั้นเพิ่มค่าสถานะทางด้านจิตวิญญาณสองหน่วยในทุกระดับอีกด้วย

นอกจากนี้ “ความเศร้าโศรกของผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้” นั้นมีค่าโจมตีเวทย์ที่สูงมาก ความเสียหายทางเวทย์ที่หวังหยู่ทำนั้นได้กับสกิลนั้นก็ไม่ได้ต้อยต่ำไปกว่านักเวทย์ส่วนมากเลยแม้แต่น้อย

ถึงแม้ว่าเจ้าแห่งชี่กงนั้นจะมีสกิลเวทย์บางสกิล มันก็ยังมีพื้นฐานเป็นอาชีพต่อสู้ระยะใกล้อยู่ ด้วยเหตุนี้ความเสียหายเวทย์ที่ทำได้นั้นก็ไม่ค่อยสูงสักเท่าไหร่ [ลูกบอลไฟ] ระดับ 1 จากนักเวทย์นั้นสามารถทำความเสียหายทางเวทย์มนต์ได้ 185%ของค่าพลังโจมตีเวทย์ ในขณะที่ [ระลอกคลื่น] ระดับ 2 นั้นทำได้เพียง 180%

นอกจากนี้ หวังหยู่ก็มีสกิลเพียงสกิลเดียวที่ทำความเสียหายทางเวทย์ได้

สำหรับ [หมัดพลังวอยด์] แล้วสกิลนี้นั้นไม่มีค่าให้พูดถึง สำหรับสกิลที่เป็นเครื่องมือแบบนี้นั้นมันมีประโยชน์ที่เอาไว้จับผู้เล่นคนอื่น แต่การจับบอสนั้นมันก็เหมือนถามหาความตายยังไงยังงั้น

ด้วยเหตุนี้นี่เอง หวังหยู่ตัดสินใจที่จะโฟกัสในการหลบหลีกจากการโจมตีของวาร์ตัน และปลดปล่อย [ระลอกคลื่น] ทุๆ 3วินาที แต่มันดูเหมือนได้ผลลัพธ์ที่มีประสิทธิภาพน้อยกว่าการใช้หมัดของเขาทำความเสียหายกายภาพซะอีก.... มันเหมือนกับว่าการที่จะสังหารบอสนี้ด้ เขาจำเป็นที่จะต้องร่วมกับหมิงตู่จริงๆ...

แต่ในเวลานี้เอง หมิงตู่นั้นยุ่งเกินกว่าที่จะสนใจหวังหยู่

ด้วยความจริงที่ว่าโบซอนนั้นเผลอเปิดเผยความจริงที่ว่าการฆ่ามอนสเตอร์จะได้รับแต้มเพิ่ม ทุกคนั้นก็กลายเป็นยุ่งและต้องการที่จะมีส่วนร่วมในการฆ่า แม้กระทั่งไร้ความกลัวก็กระโดดเข้าไปในความวุ่นวายและเริ่มตีมอนสเตอร์ไปอีกด้วย

คนที่ไร้ศีลธรรมแบบหมิงตู่นั้นไม่เคยให้ใครเอาเปรียบเขา ในความเป็นจริงเขามองไปรอบๆอย่างมีเลศนัยและพยายามที่จะแย่งคนอื่นฆ่ามอนสเตอร์ เขาก็ร่ายสายฟ้าใส่มอนสเตอร์ที่อยู่ด้านหน้าประตูความตายแล้ว

การได้รับประโยชน์นี้นั้นมาจากการตัดสินใจที่ยอดเยี่ยมของเขา อย่างน้อยแปดนสิบตัวนั้นถูกฆ่าโดยเ เหตุผลเดียวที่เขาไม่สามารถฆ่าพวกมันได้ทุกตัว เนื่องจากว่าสกิลของเขานั้นกำลังติดคูลดาวน์อยู่

“เฒ่าหลี่ การช่วยเหลือของตาเฒ่าอย่างคุณนี่มันน่าขอบคุณจริงๆ!”ไร้ความกลัวกัดฟันพูด

“ฮ่าๆๆๆ นายก็พูดเกินจริงไป ฉันจะต้องขอบคุณพวกนายทุกคนจริงๆ! เมื่อเรื่องนี้จบลง ฉันจะพาพวกนายทั้งหมดไปเลี้ยงมอลต์เอง! ไม่จำเป็นที่จะต้องขอบคุณฉันหรอก สุดท้ายแล้ว พวกเราก็เป็นพี่น้องกัน รางวัลอันเล็กน้อยสำหรับความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ของพี่น้องของฉัน...”หมิงตู่เหน็บ

มอลต์คือแอลกอฮอล์ที่มีราคาถูกที่สุดในร้านอาหาร แก้วละ 10เหรียญทองแดงเท่านั้น

“หมิงตู่ มึงกำลังมองหาความตายแล้ว!”ไร้ความกลัวตะโกน

“ฉันจะโยนไอ้เหี้...นี่เข้าไปกลางวงมอนสเตอร์ซะ!”

เมื่อพวกเขาเห็นหมิงตู่นั้นเอาเปรียบพวกเขา โบซอนก็ตะโกนอย่างโกรธแค้นแล้วเขาก็หันหลังกลับ และจับไปที่บันไดและเตรียมตัวที่จะปีนขึ้นไปที่ที่หมิงตู่อยู่

“เลิกทำตัววุ่นวายได้แล้ว พวกเรากำลังทำเควสอยู่ในตอนนี้ พวกเราจะต้องเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันสิ! นายเข้าใจไหม?”หมิงตูเตือนอย่างจริงจัง

“…..”

เหี้....อะไรวะเนี่ย มีเพียงคนเดียวเท่านั้นและที่ขัดขวางการทำงานเป็นทีมของพวกเขา ไอ้บัดซบ!

หลังจากต่อสู้ไปอีกชั่วครู่หนึ่ง มอนส์เตอร์จำนวนหนึ่งในสี่ก็ถูกสังหารไป ในขณะที่พวกมันอีก 300ตัวยังคงถาโถมเข้าหาทางเข้าหุบเขาอย่างบ้าคลั่ง

เมื่อเขาเห็นสถานการณ์นี้ รัศมีฤดูใบไม้ผลิก็ชี้ไปยังหินใหญ่ที่อยู่ด้านหน้าเขาแล้วเขาก็ตะโกนขึ้น “พวกเราจะเคลื่อนที่ไปด้านหน้า 16เมตร และฉันจะปล่อยมอนสเตอร์หลุดออกมาเจ็ดตัวในครั้งนี้ ครอทชี้จะต้องหยุดมอนสเตอร์โดยใช้หินใหญ่ตรงนั้น ไร้ความกลัวฮีลพวกเราต่อไป ด้วยแบบนี้พวกเราจะแบ่งแต้มกันได้มากยิ่งขึ้น!”

“นั่นเป็นความคิดที่ดีมาก!”ทุกคนตกลง

“เหี้....อะไรวะ แล้วฉันจะร่ายเวทย์ใส่ใครละ เมื่อฉันอยู่โคตรห่างไกล?”หมิงตู่โหยหวน

รัศมีฤดูใบไม้ผลิจ้องไปที่เขาอย่างเย็นชาแล้วเขาก็เยาะเย้ย “ปู่คนนี้นั้นเลือกสถานที่เจาะจงให้นายไม่สามารถไปถึงได้เองละ!”

เมื่อเขาพูด รัศมีฤดูใบไม้ผลิก็ให้ผีของเขาถอย และปล่อยให้โจรร้ายอันธกาลสี่ตัวเข้ามาในหุบเขา แล้วก็ให้ไร้ความกลัวและคนที่เหลือจัดการกับพวกมัน

รัศมีฤดูใบไม้ผลิก็ร่ายเวทย์ขึ้นอีกครั้งหนึ่ง แล้วก็เรียกผีออกมาสี่ตัวด้านหน้าเขาเป็นระยะ 10เมตร และยืนเฝ้ายามตรงหินก้อนใหญ่ และปิดกั้นทางเข้าอีกครั้งหนึ่ง

มอนสเตอร์ที่ถาโถมเข้ามานั้น ขุนนางครอทก็รีบพุ่งตัวไปปิดกั้นเส้นทางของพวกมันและก็กระแทกมันไปด้านข้าง เพียงแค่หลังจากนั้น รัศมีฤดูใบไม้ผลิก็ร่าย [บิดเบือน] ด้วยการจัดการของทั้งสองคนนั้นก็ทำให้เกิดการปิดกั้นที่มีประสิทธิภาพขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ในเวลาเดียวกันนั้นเอง โจรร้ายอันธกาลสี่ตัวก็ถูกฆ่าโดยสมาชิกคนอื่นของกิลด์และพวกเขาก็รีบไปยังตำแหน่งของตัวเองเพื่อที่จะเตรียมตัวสำหรับการโจมตีระลอกต่อไป

รัศมีฤดูใบไม้ผลินั้นปล่อยมอนสเตอร์เข้ามาในหุบเขา และปิดกั้นพวกมันและควบคุมพวกมัน โดยที่ไม่ได้โจมตีเลยแม้แต่น้อย รัศมีฤดูใบไม้ผลิก็ให้พวกมันนั้นกำลังเต้นรำอยู่บนฝ่ามือของเขาอยู่

เมื่อผู้เล่นพวกนั้นเห็นการต่อสู้ของหวังหยู่กับวาร์ตันรวมทั้งสมาชิกที่เหลืออีกเจ็ดคนจากนิกายซวนเฉิน พวกเขาก็ถอนหายใจด้วยความชื่นชมอย่างอดไม่ได้

“พวกนายเห็นนั่นไหม? หมอผีนั้นรู้ถึงแก่นแท้ของคำว่า ‘ควบคุม’ จริงๆ!”

อะไรคือการควบคุม? เมื่อฉันอนุญาตให้คุณเคลื่อนที่ไปข้างหน้า คุณก็จะต้องก้าวเท้าไปข้างหน้า เมื่อฉันสั่งให้คุณถอยหลัง คุณก็จะต้องถอยหลัง ทุกสิ่งทุกอย่างที่เกิดขึ้นในสนามรบจะเป็นไปตามความต้องการของฉัน รัศมีฤดูใบไม้ผลินั้นเข้าใจถึงความหมายของคำๆนี้และแสดงให้เห็นอย่างไม่มีข้อผิดพลาด

“อย่าลืมเกี่ยวกับผู้พิทักษ์คนนั้น จังหวะของเขาแม่นยำเป็นอย่างมาก! ถ้าเขาช้าไปวินาทีหนึ่งละก็เขาก็คงจะตายไปแล้ว!”

“สามคนตรงนั้นก็น่าประทับใจจริงๆ เมื่อคิดเกี่ยวกับว่าพวกเขานั้นสามารถที่จะฆ่ามอนสเตอร์ระดับ25 ทั้งสี่ตัวได้เพียงนาทีเดียวนั้น พวกเขาสวมใส่อุปกรณือะไรกันอยู่?”

ในเวลานั้นเอง หมิงตู่ก็คลานลงมาจากกำแพงและวิ่งไปด้านหลังของรัศมีฤดูใบไม้ผลิและก็ยิงระเบิดสายฟ้าใส่โจรร้ายอันธกาลแล้วเขาก็โหยหวน “พวกนายมากเกินไปแล้ว ทำไมนายถึงทิ้งฉันไว้ด้านหลังกัน!”

การโจมตีของหมิงตู่นั้นทำให้ฝูงชนตกตะลึงอีกครั้งหนึ่ง “ดาเมจนั่นมันอะไรกัน…”

หมิงตู่ก่อนหน้านี้นั้นโจมตีเพียงแค่มอนสเตอร์ที่ใกล้ตาย ดังนั้นไม่มีใครที่สามารถบอกได้ถึงความเสียหายที่เขาทำได้ แต่ในตอนนี้นี่เอง เขานั้นฆ่าโจรร้ายอันธกาลได้ในทันทีโดยที่มันยังไม่ทันได้แตะต้องเขาเลย พร้อมกับการโจมตีด้วยเวทย์เพียงเวทย์เดียว! พลังโจมตีทางด้านเวทย์มนต์ของเขาน่าหวาดหวั่นอย่างแท้จริง

นอกจากผู้เล่นทั้งเจ็ดคนนั้นมีเพียงไร้ความกลัวที่เป็นนักบวช ที่ไม่มีการเคลื่อนไหวที่เสียเปล่าเลยเพียงคนเดียว ตั้งแต่ที่เขาเป็นนักบวชนั้นเขาก็ไม่ได้มีศักยภาพในด้านการโจมตีและสมาชิกคนอื่นนั้นก็ไม่จำเป็นที่จะต้องได้รับการฮีลในช่วงเวลานี้

ไร้ความกลัวนั้นสามารถทำได้เพียงยืนอยู่ด้านข้าง และโบกคทาของเขาเห็นแล้วเขาก็มองไปที่เพื่อนร่วมกิลด์ที่กำลังสู้ และเปิดเผยการแสดงออกที่น่าโดดเดี่ยวเป็นอย่างมากบนใบหน้าของเขา

ในสายตาของฝูงชนนั้นเหมือนกับเป็นผู้นำกองทัพ กำลังออกคำสั่งแก่พลทหารของเขาอยู่

“ฉันได้ยินมาว่านักบวชคนนั้นเป็นหัวหน้ากิลด์ การที่มีลูกน้องที่มีความสามารถมากมายอยู่ภายใต้เขานั้นก็หมายความว่าเขาจะต้องทรงพลังเป็นอย่างมากแน่ๆ!”ฝูงชนนั้นคาดเดาเมื่อพวกเขามองไปที่ไร้ความกลัว

นักต่อสู้ที่สามารถโซโลบอสได้ หมอผีที่มีความสามารถควบคุมที่ไม่มีใครเทียบได้ แท็งค์ที่ไว้ใจได้ นักจู่โจมทั้งสี่ที่ทรงพลังและจอมทัพผู้เชี่ยวชาญ!

“อ๊า…”ฝูงชนเริ่มตื่นเต้นมากยิ่งขึ้นเมื่อพวกเขาประเมินผลเกี่ยวกับพวกหวังหยู่ “นี่เป็นนิกายซวนเฉินในข่าวลือใช่ไหม? ไม่สงสัยเลยที่พวกเขากล้าที่จะทายกิลด์ทุกกิลด์ พวกเขานั้นมีความสามารถที่จะพูดได้”

เมื่อพวกเขานั้นเริ่มต้นเควส พวกเขานั้นเพียงแค่สู้มอนสเตอร์สี่ตัวตลอดเวลา ยิ่งไปกว่านั้น การก่อกวนของหมิงตู่นั้นทำให้กระบวนการทั้งหมดนั้นค่อนข้างช้า

แต่ในตอนนี้ พวกเขานั้นขยับการป้องกันไปด้านหน้า และก็จัดการมอนสเตอร์เจ็ดตัวในแต่ละครั้ง ถึงแม้ว่าแรงกดดันจะเพิ่มขึ้น แต่หมิงตู่นั้นก็หยุดแย่งคนอื่ฆ่าแล้วและสู้อย่างเต็มที่ และทำให้ความเร็วในการต่อสู้นั้นเพิ่มเป็นสองเท่า

รัศมีฤดูใบไม้ผลิเริ่มที่จะปลดปล่อยพิษเมื่อเขาแนะนำนักจู่โจมทั้งสี่คน “อย่าตีมอนสเตอร์ที่ติดพิษโดยฉัน หรือไม่อย่างงั้นฉันจะปล่อยให้พวกเหี้...อย่างพวกมึงตายกันทั้งหมด!”

การสนับสนุนก็ยังคงได้แต้มบางส่วน ซึ่งมันดีกว่าไม่ได้อะไรเลย

ทั้งสี่พยักหน้าแล้วพวกเขาก็เปลี่ยนเป้าหมาย

ขุนนางครอทก็เริ่มเอาอย่างรัศมีฤดูใบไม้ผลิและตะโกนใส่ที่เหลือ “ให้ผมฟันพวกมันอย่างน้อยทีหนึ่ง ให้ผมได้แต้มพวกนั้นด้วย มิฉะนั้นละก็ ผมจะปล่อยพวกมอนสเตอร์ให้เข้ามา”

ไร้ความกลัวก็ร่ายฮีลใส่รัศมีฤดูใบไม้ผลิและขุนนางครอท

ทั้งคู่ก้หันกลับมาและตะโกนใส่ “นายเบื่องั้นเหรอ? รักษามานาของนายซะ!”

ไร้ความกลัวก็ฮีลใส่สมาชิกของแต่ละคนในกิลด์ แล้วเขาก็พูดอย่างสบายๆ ‘ฉันพยายามที่จะได้รับส่วนแบ่งของแต้มด้วย พวกนายเข้าใจไหม?”

เมื่อหวังหยู่ที่ต่อสู้กับวาร์ตันที่หุบเขาที่ไม่ห่างไกลออกไปเห็นว่าพวกเขาขยับแถวการป้องกันไปด้านหน้า เขาก็เริ่มต้นที่จะกราดเกรี้ยวอย่างมาก และก็สงสัยว่ากลุ่มปากหมาอันไร้สาระพวกนี้กำลังทำอะไรอยู่ แต่เมื่อเขาเห็นการต่อสู้ของพวกเขานั้นเพิ่มขึ้น สุดท้ายแล้วเขาก็เข้าใจความตั้งใจของพวกเขา

มอนสเตอร์ทุกตัวในหุบเขาอันธกาล ตั้งแต่บอสวาร์ตันจนกระทั่งมอนสเตอร์ตัวเล็กๆอย่าง คนเร่ร่อนอันธกาลนั้นก็เป็นมอนสเตอร์ที่ถูกออกแบบขึ้นมาอย่างง่ายๆโดยระบบ

มันมีเพียงสกิลเพียงไม่กี่อย่างและรู้วิธีใช้มันโดยไม่กี่วิธี

เมื่อเวลานั้นผ่านไป นิกายซวนเฉินนั้นก็สู้กับเควสป้องกันสำนักงานใหญ่มากกว่าชั่วโมงและจำนวนของมอนสเตอร์ก็ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ถึงแม้ว่าหลังจากที่โดนหวังหยู่ตีมาเป็นระยะเวลายาวนาน พลังชีวิตของวาร์ตันก็ลดเพียงแค่ 10%

มื่อพวกเขานั้นเข้าใจรูปแบบการโจมตีของมอนสเตอร์พวกนี้แล้ว การยืนบนพื้นและสู้กับพวกมันนั้นก็ง่ายดายมากยิ่งขึ้น

เพียงแค่เมื่อฝูงชนนั้นเริ่มผ่อนคลายมากยิ่งขึ้นและสมาชิกในกิลด์นั้นคิดที่จะขยับแนวป้องกันไปด้านหน้าเพิ่มอีกครั้งหนึ่ง วาร์ตันก็คำรามเสียงดังออกมาแล้วเขาก็เริ่มเปร่งประกายสีแดง

“ไอ้พวกผู้บุกรุกอันหยาบคาย! พวกนายกล้าที่จะบุกุรกแผ่นดินของฉันและฆ่าคนของฉันงั้นเหรอ? พวกนายนั้นสมควรได้รับความตาย!!!! ทุกคน! ฆ่าพวกมันให้ฉัน!! ฆ่าพวกมันเพื่อพี่น้องของพวกเราที่ตายไป!”

เมื่อมอนสเตอร์พวกนั้นได้ยินเสียงตะโกนของวาร์ตัน ดวงตาของมันก็เปลี่ยนเป็นสีแดงพร้อมๆกัน

นื่คือสกิลของบอส ------ [การล้างแค้นแห่งความกระหายเลือด]!!!

“นี่มันแย่แล้ว เขากำลังบ้าคลั่งแล้ว ถอยได้แล้ว!”ไร้ความกลัวตะโกนออกมา และก็สั่งให้สมาชิกของกิลด์นั้นกลับไปยังแถวป้องกันแถวแรก

หมิงตู่นั้นก็รอคนอื่นถอยกลับก่อนที่เขาจะวิ่งหนีเพื่อชีวิตของเขา

“ขุนนางครอท นายก็กลับไปด้วย ฉันจะหยุดพวกมันเอง!”รัศมีฤดูใบไม้ผลิตะโกนใส่ขุนนางครอท เมื่อเขาร่าย [บิดเบือน] อีกครั้งหนึ่ง

ขุนนางครอทก็หันหลังกลับอย่างฉับพลันและใช้ [พุ่งเข้าชน] เพื่อที่จะล่าถอย

เมื่อมอนสเตอร์พวกนี้นั้นบ้าคลั่ง การโจมตีของพวกมันก็เพิ่มขึ้นอีกด้วย ผีของรัศมีฤดูใบไม้ผลิสามารถรับการโจมตีได้เพียงรอบเดียวก่อนที่พวกมันจะถูกฆ่า

“พระเจ้า! พลังโจมตีของพวกมันสูงมาก!”รัศมีฤดูใบไม้ผลิ ร้องแล้วเขาก็หยิบยันต์ออกมาและเขวี้ยงมันออกไปบนพื้นก่อนที่จะม้วนตัวกลับหลัง และก็เมินเฉยภาพลักษณ์ของเขา เมื่อเขานั้นคลานหนีเพื่อความปลอดภัยของเขา

“ฮู่….”ฉากสีดำยาวนับเมตรปกคลุมทั่วด้านหลังของรัศมีฤดูใบไม้ผลิและปิดกั้นมอนสเตอร์

“นั่นคืออะไรกัน?”ทุกคนถามขึ้น นี่เป็นครั้งแรกสำหรับทุกคนที่เห็นสกิลแบบนี้ในเกม

“โลกแห่งความมืด! มันเป็นไอเทมใช้ครั้งเดียว เหี้... มันสามารถที่จะปิดกั้นพวกมันได้แค่สามสิบวินาที พวกนายจะต้องจ่ายเงินให้ฉันด้วย!”รัศมีฤดูใบไม้ผลิตอบกลับอย่างไม่มีความสุข

พวกเขาก็เมินเฉยกับสิ่งที่ฤดูใบไม้ผลิพูด ไร้ความกลัวก็ขมวดคิ้วแล้วเขาก็พึมพำกับตัวเอง ‘บอสนั่นกำลังทำอะไรอยู่ เมื่อคิดว่ามันยังคงมีสกิลแบบนี้อยู่อีกด้วย”

‘เป็นยังไงบ้าง? พี่ยังคงปิดกั้นพวกมันไหวไหม?”ไร้ความกลัวถามรัศมีฤดูใบไม้ผลิ

รัศมีฤดูใบไม้ผลิยกคทาขึ้นจากพื้นแล้วเขาก็ตอบกลับ ‘การโจมตีของมอนสเตอร์พวกนี้เพิ่มขึ้น 50% แต่ในเวลาเดียวกัน การป้องกันของพวกมันก็ลดไปด้วยเช่นกัน ตราบเท่าที่ฉันสามารถร่ายพิษใส่พวกมันได้ทั้งหมด ผีของฉันก็ยังคงป้องกันพวกมันต่อไหวได้อีกรอบหนึ่ง แต่คูลดาวน์สกิลของฉันตามไม่ทัน พวกเราจะต้องฝากขุนนางครอทป้องกันแทนแล้ว

“ไม่มีปัญหา!”ขุนนางครอทเอาโล่ของเขากระแทกกับพื้นแล้วเขาก็ประกาศอย่างกล้าหาญ การต่อสู้นี้นั้นทำให้เขาเพิ่มความมั่นใจในนิกายซวนเฉินเป็นอย่างมาก

“คนเดียวที่ฉันกังวลในตอนนี้ไม่ใช่พวกเรา แต่มันก็คือกระทิงเหล็ก ถ้าเขาไม่สามารถรับมือกับบอสได้และมันกลับมานำพวกมอนสเตอร์ละก็ พวกมันก็จะได้รับบัฟอีกประเภทหนึ่งและพวกมันก็จะแข็งแกร่งยิ่งขึ้น เมื่อคิดเกี่ยวกับความเหี้ยมโหดของระบบแล้ว ถ้าสิ่งนี้เกิดขึ้นจริงๆละก็ ฉันคิดว่าพวกเราไม่สามารถที่จะรับมือเควสนี้ได้อีกต่อไป”รัศมีฤดูใบไม้ผลิเพิ่มเข้าไป

บัฟสองบัฟ.....เมื่อคนที่เหลือนั้นได้ยินเกี่ยวกับเรื่องนี้ พวกเขารู้สึกเสียวสันหลังวาปและมองอย่างกระวนกระวายใจไปที่หวังหยู่

จบบทที่ Chapter 43: การล้างแค้นแห่งความกระหายเลือด

คัดลอกลิงก์แล้ว