เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 37: ตามหาผู้พิทักษ์

Chapter 37: ตามหาผู้พิทักษ์

Chapter 37: ตามหาผู้พิทักษ์


หวังหยู่จับไปที่คอหมิงตู่อย่างโหดเหี้ยมจนทำให้เขานั้นส่งเสียงอึกอักออกมาได้เพียงแค่นั้น ถ้านักเวทย์ไม่สามารถที่จะพูดออกมาได้ หลังจากนั้นพวกเขาก็ไม่สามารถที่จะร่ายเวทย์ใดๆออกมาได้เลย! หมิงตู่นั้นสำลักออกมาจนถึงจุดที่ใบหน้าของเขานั้นแดงก่ำและทำให้เขานั้นเปิดเผยรูปลักษณ์ที่หลบซ่อนของเขาไว้อยู่และกลายเป็นเลวร้ายยิ่งกว่าเดิม

เพียงแค่หวังหยู่นั้นจะขยี้คอของหมิงตู่นั้นแสงสว่างวาปก็ปรากฏขึ้นตรงพื้นและก็มีนักบวชที่มีผ้าคลุมสีขาวปรากฏขึ้นระหว่างพวกเขา

โชคดีที่มันเป็นเพียงแค่เกม ถ้าฉากแบบนี้เกิดขึ้นในชีวิตจริงละก็คนส่วนมากก็จะฉี่แตกออกมาด้วยความตื่นตระหนก

“กระทิงเหล็ก? นายยังคงสู้ต่อ?”

นักบวชที่พึ่งปรากฏตัวขึ้นนั่นก็คือไร้ความกลัวที่ออกจากเกมไปที่จุดนี้เมื่อวานหลังจากการต่อสู้ หลังจากที่อ่านเว็บบอร์ดเสร็จแล้ว ไร้ความกลัวก็ตัดสินใจที่จะเข้าเกมและมาดูว่าเกิดอะไรขึ้นในเกม ใครจะไปจินตนาการว่าสิ่งที่เขาเห็นเป็นอย่างแรกนั้นก็คือไร้ความกลัวกำลังบีบคอใครอยู่?

“อ๊า! อ๊ากก อ๊า อ๊า!”เมื่อเห็นไร้ความกลัวเข้าเกมมา หมิงตู่ก็เปิดเผยการแสดงออกอันร่าเริงของเขาและเริ่มกรีดร้อง

เมื่อได้ยินเสียงพวกนั้น ไร้ความกลัวก็หันกลับไปดูและพูดอย่างสับสน “หื้มมม? ทำไมหน้าของนายมันดูคุ้นๆจัง?”

“อีเหี้...! เฒ่าหลี่! กระทิงเหล็กรีบปล่อยเขาเร็วเข้า! เขาเป็นหนึ่งในพวกเรา!”ไร้ความกลัวตระหนักได้ว่าชายที่น่าสงสารนั้นคือใครและเขารีบดึงแขนของหวังหยู่

“นายรู้จักชายคนนี้?”หวังหยู่ถามด้วยความประหลาดใจ

ที่จริงแล้วใบหน้าของหมิงตู่นั้นถูกบีบโดยหวังหยู่จนมันบิดเบี้ยวและไร้สี! แม้กระทั่งแม่ของเขาก็ไม่สามารถที่จะจดจำเขาได้ด้วยซ้ำ!

“เขาเป็นผู้ชายคนเดียวบนโลกที่สามารถพูดจาไร้สาระได้ในขณะที่กำลังถูกบีบคอจนถึงแก่ความตาย”ไร้ความกลัวตอบกลับ

เมื่อเขาได้รับการปล่อยตัว หมิงตู่ก็จับไปที่คอของเขาและหายใจเอาอากาศเข้าอย่างสิ้นหวังแล้วเขาก็ด่า “เหี้…! ไอ้เย็...แม่! ทำไมนายยังหลบซ่อนจากพ่อนายแทนที่จะเพิ่มฉันเข้ากิลด์วะ…”

“เอ่อ.....ฉันกำลังยุ่งอยู่....”ไร้ความกลัวตอบกลับอย่างไม่ตื่นเต้น

“ชิ! ไอ้คนหลอกลวงเลิกพูดไร้สาระได้แล้ว นี่เป็นสมาชิกใหม่ที่นายหาเจองั้นเหรอ?”หมิงตู่เลียริมฝีปากและถาม

“ใช่เลย! ไม่เลวใช่ไหม?”ไร้ความกลัวพยักหน้า

หมิงตู่นวดกรามของเขาในขณะที่เขาไปสะกิดหน้าอกของหวังหยู่และหัวเราะ “ใช่....ไม่เลวเลย! เขาเป็นชายที่มีชีวิตชีวามาก ถึงแม้ว่าเขาจะโหดเหี้ยมก็ตามที การต่อสู้รอบนี้สามารถที่จะถูกพิจารณาได้ว่ามันเสมอกัน แต่ถ้ามันมีโอกาสที่พวกเราหาพื้นที่สำหรับการต่อสู้ในครั้งหน้าได้ พวกเราจะตัดสินกันว่าใครคือคนที่ยอดเยี่ยมที่สุด!”

เมื่อฟังคำพูดของเขาแล้วหวังหยู่ก็พูดไม่ออก....เสมอ? เขาเรียกสิ่งนี้ว่าเสมอ หลังจากที่หวังหยู่แทบจะบดขยี้ชีวิตของเขาไปในครั้งนี่นะ? ความหน้าด้านของชายคนนี้นั้นไม่ธรรมดาเลยจริงๆ…

“เขาเป็นส่วนหนึ่งของนิกายซวนเฉินด้วย?”หวังหยู่หันกลับไปและถามอย่างเอาจริงเอาจริง

ไอ้บัดซบที่ถูกเรียกว่าหมิงตู่นั้นไร้กฎหมายอย่างแท้จริง แต่ความสามารถของเขานั้นเป็นเรื่องจริง นอกจากนั้นแล้วในแง่ของบุคลิกภาพ เขานั้นใกล้เคียงกับคนที่เหลือในนิกายซวนเฉินมาก ยิ่งไปกว่านั้น ไร้ความกลัวก็พูดว่าเขานั้นเป็นหนึ่งในสมาชิกของพวกเขา

“ใช่…”ไร้ความกลัวพยักหน้าอย่างไม่เต็มใจ

“ถ้าอย่างงั้นทำไมนายถึงไม่เพิ่มเขาเข้าไปในกิลด์ละ?”หวังหยู่นั้นรู้สึกสับสนมาก มันแทบจะมีคนทุกประเภทในกิลด์อยู่แล้วและตัวตลกนี้ก็ยังไม่ได้เข้าร่วมกิลด์อีกเหรอ?

“เอ่อ…มันมีเรื่องยาวๆได้เกิดขึ้น…”ไร้ความกลัวทำได้เพียงถอนหายใจออกมาแล้วเขาก็ส่ายหัวและเพิ่มหมิงตู่เข้ากิลด์

พร้อมกันนั้นเอง หวังหยู่ก็เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงหลีกเลี่ยงที่จะเพิ่มคนแบบหวังหยู่เข้ากิลด์

{ แจ้งเตือนระบบ : ผู้เล่นหมิงตู่เข้าร่วมนิกายซวนเฉิน! }

“ฮ่าๆๆๆๆๆ! เด็กน้อยในนิกายซวนเฉิน ปู่คนนี้กลับมาแล้ว! ทำไมไม่มีใครมาทักทายปู่คนนี้ละ?”

“โอ้? ทุกคนออฟไลน์งั้นเหรอ? มันก็ยังโอเค หลังจากนั้นพวกเขาก็ยังสามารถที่จะเห็นข้อความของปู่คนนี้เมื่อพวกเขานั้นกลับเข้ามาในเกม! ฮ่าๆๆๆๆ!”

ในวินาทีที่หมิงตู่เข้าร่วมกิลด์ มันก็เหมือนโยนระเบิดเข้าไปในช่องแชทกิลด์ เพียงไม่กี่วินาทีเขาก็พิมข้อความอันไร้สาระลงไปเต็มไปหมดและทำให้หวังหยู่ตื่นตระหนกจนถึงขั้นเขานั้นปิดช่องแชทกิลด์ลงในทันที

เมื่อเห็นการแสดงออกของหวังหยู่แล้ว ไร้ความกลัวก็ถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้ “ฉันคิดว่านายคงรู้แล้วว่าทำไมพวกเราถึงไม่เพิ่มเขาเข้าไปในกิลด์ เหตุผลดั้งเดิมที่พวกเราติดนิสัยที่ชอบปิดเสียงช่องแชทกิลด์นั้นก็เป็นเพราะเขานี่แหละ!”

“ผมรู้แล้ว…”หวังหยู่พยักหน้า

ข้อความแชทกิลด์ทั้งวันนั้นยังไม่ใกล้เคียงกับสิ่งที่หมิงตู่นั้นพึ่งส่งไปในเวลาเพียงแค่ห้านาที! ไม่สงสัยเลยว่าทำไมชายคนนี้ถึงเป็นนักเวทย์! ความเร็ซในการพูดของเขานั้นรวดเร็วมากกว่าคนธรรมดาหลายเท่า!

เมื่อเห็นหวังหยู่และหมิงตู่หยุดต่อสู้กัน ผู้เล่นรอบข้างก็เริ่มที่จะหลบหนีกันไปอย่างช้าๆ เมื่อผู้เล่นนั้นทำภารกิจล่าค่าหัวและเห็นว่าหวังหยู่และหมิงตู่นั้นเป็นเพื่อนกัน พวกเขาก็รีบล้างความคิดที่จะฆ่าพวกเขาในทันที

ไม่ว่าใครก็ตามในพวกเขานั้นก็เพียงพอที่จะกวาดล้างผู้เล่นทั้งหมดที่อยู่ที่นี่ ไม่ต้องพูดถึงการที่เขานั้นเป็นทีมกันอีกด้วย!

ในจุดนี้นี่เอง สมาชิกที่เหลือของนิกายก็เริ่มเข้าเกมมากันอย่างช้าๆ

เมื่อเห็นหมิงตู่ คนที่เหลือนั้นก็ตกตะลึงและหวาดกลัวแล้วพวกเขาก็ค่อยๆที่จะทักทายกันอย่างช้าๆกับเขา “เฒ่าหลี่ คุณมาแล้ว….มันเป็นเวลาสักพักหนึ่งแล้วนะ…ทำไมคุณถึงได้เข้ามาอย่างฉับพลันเช่นนี้…”

“ไร้สาระหน่า!!! ไอ้เย็....แม่นี่แม่งตั้งใจที่หลบซ่อนจากเฒ่าคนนี้! นายคิดว่าฉันจะไม่สามารถพูดเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้งั้นเหรอ? เพียงแค่ว่าฉันนั้นเป็นคนที่ชอบพูดมากกว่าคนอื่นจึงทำให้พวกนายนั้นไม่ปฏิบัติกับฉันแบบฉันเป็นพี่ชายของพวกนายงั้นเหรอ? ยอดเยี่ยม! ถ้านายยังคงปฏิบัติกับฉันเหมือนกับปฏิบัติกับพ่อแม่ของพวกนายละก็การแอบไม่ให้ฉันเห็นละก็ มันจะไม่เป็นอะไรเลย!”หมิงตู่คลั่ง

“ทำไมนายถึงพูดเรื่องไร้สาระได้มากขนาดนั้นกัน.... นายมันน่ารำคาญถึงจุดที่คนบ้าพวกนั้นยังคงหวาดกลัวนาย…..สัตว์ประหลาดที่แท้จริงชัดๆ...”หวังหยู่คิดอย่างมืดมน

ชั่วขณะหนึ่ง กลุ่มคนที่เหลือก็พยายามเปลี่ยนเรื่อง “มันไม่มีเรื่องแบบนั้นหรอกหน่า! พวกเราอยู่ในเมืองรัตติกาลกันด้วยซ้ำ! และพวกเรานั้นพึ่งจะถูกโจมตีและล้อมกรอบโดยพันธมิตรอันนองเลือด! โอ้ใช่เลยกระทิงเหล็ก เกิดอะไรขึ้นในตอนจบกัน? ฉันได้ยินมาว่านายนั้นตีพวกนั้นมันจนยอมแพ้?”

“ไม่ ไม่ มันไม่มีอะไรแบบนั้นหรอก มันก็เป็นแค่เพียงพวกมันไม่ได้รับผลประโยชน์อะไรในการต่อสู้กับผมอีกต่อไปต่างหาก!”

“โอ้วววว! น่าประทับใจมาก!”พวกเขาอ้าปากค้างด้วยความชื่นชม

สำหรับคนเพียงแค่คนเดียวที่สู้กับศัตรูหลายร้อยคนโดยที่ไม่มีใครอยู่ด้านข้างเขาเลยนั้นก็เหมือนกับพระเจ้าที่แท้จริงและมีเพียงหนึ่งเดียวในเกม

ตามปกติแล้ว สมาชิกที่เหลือของนิกายซวนเฉินนั้นวางแผนที่จะออกไปต่อสู้ด้วย เมื่อพวกเขานั้นสามารถหลบหนีได้ พวกเขาก็จะหลบหนี แต่เมื่อพวกเขาไม่ได้ละก็พวกเขาก็ตั้งใจที่จะใช้ประโยชน์จากสมาชิกของพวกเขาที่มีคุณภาพและตามราวีศัตรูจนกระทั่งพวกมันยอมแพ้ไป ใครละจะไปคิดว่าสมาชิกใหม่ของพวกเขานั้นจะจัดการปัญหาทั้งหมดนี่ด้วยความแข็งแกร่งเพียงตัวเขาเพียงคนเดียวกัน? นี่มันน่าประทับใจมากจริงๆ!

“ตั้งแต่ที่เฒ่าหลี่นั้นกลับมาหาพวกเรา ฉันก็มีเรื่องสำคัญที่จะต้องประกาศ”ไร้ความกลัวนั้นประกาศอย่างฉับพลัน

เมื่อฟังคำพูดของเขาแล้ว หมิงตู่ก็ถามด้วยความสุข “โอ้? นายไม่สามารถทำบางสิ่งบางอย่างได้โดยปราศจากฉันงั้นเรอะ? มันเหมือนกับว่าฉันแบกกิลด์ของพวกเราจริงๆ! ฮ่าๆๆๆๆ!!!”

“ไอ้เย็.....แม่มึงช่วยเงียบไปตลอดชั่วชีวิตมึงได้มั้ยวะ????? ใครเป็นหัวหน้าในตอนนี้วะ????”ไร้ความกลัวตะโกนอย่างโกรธแค้น

“มันเป็นนาย มันเป็นนาย....แต่ฉันก็ยังคงมีสิทธิ์ในการพู......โอ้ เหี้.....”

ก่อนที่หมิงตู่นั้นจะพูดจบประโยค ความทระนงตัวก็จับปากของเขาและเขาก็ข่มขู่ “เฒ่าหลี่ ทางที่ดีลุงหุบปากไว้จะดีกว่า! ผมต้องการที่จะฆ่าลุงแล้วในตอนนี้จริงๆ..... ผมพึ่งจะเรียนรู้สกิลใหม่มา ถ้าลุงยังคงพูดมากอยู่และต้องการให้ผมนั้นบีบคอลุงจนตายละก็ พูดต่อไป…”

เมื่อหมิงตู่หยุดพูดแล้ว ความทระนงตัวก็หันกลับไปและพูด “ไร้ความกลัว นายพูดต่อได้แล้ว”

“โอ้ ดังนั้นสิ่งที่ฉันจะพูดนั้นฉันสันนิษฐานได้ว่าทุกคนในกิลด์นั้นจำได้ว่าพวกเราพึ่งจะซื้อสมญานามมากันใช่ไหม? ดังนั้นฉันวางแผนที่ทำเควสเกี่ยวกับการป้องกันสำนักงานใหญ่แล้วในวันนี้! ใครมีปัญหาเกี่ยวกับเรื่องนี้ไหม?”ไร้ความกลัวพูดอย่างเต็มไปด้วยอารมณ์

เมื่อฟังคำพูดของเขาแล้ว ดาบน้ำแข็งก็ประหลาดใจ “นายบ้าป่าว? พวกเรายังระดับไม่ถึง15เลยและนายก็ยังต้องการทำเควสการป้องกันสำนักงานใหญ่อย่างงั้นเหรอ? ไม่ว่าอะไรก็ตามพวกเราควรที่จะรอทุกคนถึงระดับ 20ก่อน!”

ใน {REBIRTH} สมญานามนั้นเป็นเครื่องมือในการทำเควสป้องกันสำนักงานใหญ่ ผู้เล่นนั้นจะต้องถือสมญานามและไปหาออฟฟิศของเจ้าเมืองเพื่อที่จะแลกเปลี่ยนกับไอเทมเควส ไอเทมเควสก็จะต้องถูกนำไปยังตำแหน่งของสมญานามเพื่อที่จะสร้างสำนักงานใหญ่ของพวกเขา

อย่างไรก็ตามหลังจากตึกได้ถูกสร้างเสร็จแล้ว มันจะได้รับการโจมตีจากเจ้าของถิ่นบริเวณแถวนั้น

ยกตัวอย่างเช่น ตำแหน่งของสมญานามของนิกายซวนเฉินนั้นก็หมายความว่ามันอยู่ในหุบเขาอันธกาล ด้วยเหตุนี้ถ้าพวกเขารับเควสนี้แล้วกลุ่มโจรร้ายอันธกาลก็จะเริ่มโจมตีในอีกสิบนาทีต่อมาหลังจากที่ตึกได้ถูกสร้างเสร็จ!

ระบบเช่นนี้นั้นเหมือนกันกับการถูกล้อมรอบไว้โดยเหล่ามอนสเตอร์!

มอนสเตอร์โจรร้ายอันธกาลนั้นถูกพิจารณาได้ว่าเป็นมอนสเตอร์ระดับสูงพร้อมกับพวกมันธรรมดาๆเพียงแค่หนึ่งตัวก็มีระดับมากกว่ายี่สิบแล้ว และมันยังคงมีพวกชนชั้นยอด และ บอสมอนสเตอร์ในหุบเขาอันธกาลอยู่อีกด้วย

ถ้านิกายซวนเฉินนั้นตกลงรับเควสนี้แล้ว ‘มอนสเตอร์ระดับต่ำ’ก็จะกระหน่ำบุกเข้ามาเหมือนกับน้ำท่วม! เพียงแค่คนไม่กี่คนของพวกเขานั้นก็ไม่สามารถที่จะต้านทานมันได้

สมญานามที่ใช้เริ่มเควสนั้นเป็นไอเทมใช้งาน ดังนั้นถ้าเควสป้องกันสำนักงานใหญ่นั้นล้มเหลว นั้นก็หมายความว่าเงินหลายแสนที่พวกเขาพึ่งจะจ่ายไปจะหายไปอย่างนั้น!

ด้วยเหตุนี้ การสร้างสำนักงานกิลด์นั้นเป็นอะไรบางอย่างที่มีเฉพาะกิลด์ใหญ่เท่านั้นที่สามารถสร้างได้ กิลด์เล็กๆนั้นไม่มีแม้แต่ความพยายามที่จะสร้างเลยแม้แต่น้อย

ถึงแม้ว่าไร้ความกลัวนั้นจะซื้อสมญานามมาจากหวังหยู่ก่อนหน้านี้ เขาก็ไม่กล้าที่จะใช้มันในตอนนี้ ถึงแม้ว่าสมาชิกของนิกายซวนเฉินนั้นจะเป็นผู้เชี่ยวชาญกันทั้งหมดในเส้นทางของพวกเขาก็ตาม พวกเขาก็ยังคงมีระดับแค่เพียง14หรือ15 ดังนั้นการเร่งรีบในการต่อสู้กับเหล่ามอนสเตอร์ระดับ20นั้นมันยังคงค่อนข้างท้าทาย เขานั้นวางแผนไว้ในตอนแรกว่าจะยอมรับเควสนี้หลังจากที่ทุกคนถึงระดับ 20

เมื่ออยู่ด้วยกันเป็นระยะเวลายาวนานแล้ว สมาชิกที่เหลือนั้นก็รู้นิสัยของไร้ความกลัวนั้นเป็นอย่างไร อย่างไรก็ตามพวกเขานั้นไม่ได้คิดว่าไร้ความกลัวนั้นจะสูญเสียความคิดแบบนี้

“สำหรับการสร้างสำนักงานกิลด์นั้น ยิ่งพวกเรานั้นสร้างมันยิ่งเร็วจะยิ่งดี! ถ้าพวกเรารอนานกว่านี้ ใครบางคนก็อาจจะค้นพบผงหินปูนและนำมันออกขายสู่ตลาด! เมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว พวกเราก็จะไม่ได้รับผลประโยชน์มากเท่าไหร่ อย่างไรก็ตาม ตั้งแต่ที่ฉันได้ตัดสินใจแล้วนั้นก็หมายความฉันนั้นมั่นใจในตัวของพวกเรา”ไร้ความกลัวพูดต่อ

“ผมไม่ไปได้หรือปล่าว?”ความทระนงตัวถามอย่างเจื่อนๆ

“แน่นอนว่าได้! แต่ในอนาคตเมื่อพวกเรานั้นแบ่งปันเงินกัน นายก็สามารถยืนอยู่ที่นั่นและคอยดูได้..”

“นั่นเป็นเรื่องไร้สาระอะไรกัน? ปัญหาของนิกายซวนเฉินนั้นก็เป็นปัญหาของผมเช่นกัน! ผมนั้นยอมตายได้ตราบเท่าที่ตายเพื่อพี่น้องของผม!”ความทระนงตัวพูดอย่างน่าเกรงขาม

ในจุดนี้นี่เอง รัศมีฤดูใบไม้ผลิที่เงียบเสมอมาก็พูดขึ้น “พูดตรงๆแล้วเมื่อมีน้องชายกระทิงเหล็กอันทรงเกียรติอยู่ข้างๆนั้นพวกเราก็ไม่ต้องกังวลเกี่ยวกับบอสเลยแม้แต่น้อย ถ้าฉันได้พกยาเพิ่มพลังชีวิตและยาเพิ่มมานาเพียงพอละก็พวกเราก็สามารถที่จะทำมันได้ มันก็เพียงแค่ว่า…”

“มันเพียงแค่อะไร? ถ้านายมีเรื่องอะไรก็รีบพูดเร็วเข้า! ตราบเท่าที่นายสามารถแท็งค์ให้พวกเราในขณะการต่อสู้ละก็มันก็หมายความว่าพวกเรานั้นมีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว!”

“พูดตรงๆนะ ฉันคิดว่าพวกเราที่จะหาผู้พิทักษ์อย่างเอาจริงเอาจังแล้ว มิฉะนั้นละก็ฉันคิดว่าการฟื้นฟูมานาของฉันจะเพียงพอโดยใช้เพียงแค่ยาเพิ่มมานาพวกนั้น เมื่อเหตุการณ์ที่มานาของฉันหมดละก็ พวกเราก็จะพัง!”รัศมีฤดูใบไม้ผลิพูดถึงความเป็นจริง

“ดังนั้น แค่โบซอนก็ไม่เพียงพอสินะ…”ไร้ความกลัวเกาหัวและจ้องไปที่โบซอน

“ฮ่าๆ!ดูเหมือนว่าท่านลอร์ดคนนี้นั้นเป็นนักรบที่ทั้งกล้าหาญและทรงพลัง! ฉันไม่ทำอะไรที่เหมือนกับพวกกระห...ที่หลบด้านหลังโล่หรอก!”โบซอนประกาศอย่างภาคภูมิใจ

“ไม่ใช่ว่านักรบนั้นควรจะถูกผู้เล่นขยะพวกนั้นไว้ตบหน้า? นายควรที่จะใช้ประโยชน์สำหรับวัยเยาว์ของนายและเล่นผู้พิทักษ์ซะ!!”หมิงตู่เยาะเย้ย

ก่อนระดับ20 ผู้เล่นยังคงพิจารณาได้ว่าอยู่ในช่วงการปรับเปลี่ยน ด้วยเหตุนี้พวกเขายังคงได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนอาชีพได้หนึ่งครั้ง!

“ฮึ่ม! นายต้องการนให้ฉันยืนอยู่ที่นั่นและโดนกระทืบโดยที่ป้องกันตัวเองไม่ได้งั้นเรอะ? ฝันไปเหอะ!”โบซอนโต้กลับ

“อารมณ์ของโบซอนนั้นไม่เหมาะกับการเป็นผู้พิทักษ์.....ใครมีเพื่อนที่เป็นผู้พิทักษ์ที่แนะนำไว้ไหม?”ไร้ความกลัวถาม

“ไม่มี! ผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงไม่จำเป็นต้องมีเพื่อน!”โบซอนประกาศอย่างหยิ่งยโส

“พวกเรานั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริงกันทั้งหมด!”คนที่เหลือนั้นตกลงอย่างหน้าด้าน

“พอ! เลิกพูดไร้สาระและกลับไปยังหัวข้อได้แล้ว!”

“ฉันไม่มีเพื่อนจริงๆ.....เพื่อนที่ฉันมีก็คือพวกนาย....ที่จริงแล้วมันไม่จำเป็นว่าเขาจะต้องเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูง ตราบเท่าที่เขานั้นยืนป้องกันฝูงมอนสเตอร์ได้จนกระทั่งฉันฟื้นฟูมานาได้ทันมันก็เพียงพอแล้ว”รัศมีฤดูใบไม้ผลิตอบกลับตรงๆ

สมาชิกที่เหลือก็พยักหน้าตกลงกับสิ่งที่รัศมีฤดูใบไม้ผลิได้พูดไป พวกเขานั้นไม่มีเพื่อนมากกันซักเท่าไหร่...

“ผมมีคนหนึ่ง!”หวังหยู่นั้นเป็นชายที่ซื่อสัตย์หลังจากฟังคำพูดของไร้ความกลัว เขาก็รีบเปิดรายชื่อเพื่อนและส่งข้อความหาทุกคนที่เขารู้จักและก็มีใครบางคนที่ตอบกลับมา!

ขุนนางครอท : “กระทิงเหล็ก ผมเป็นผู้พิทักษ์ มีอะไรเหรอ?”

“นายมีกิลด์ไหม?”

“ไม่มี เทพเจ้ากระทิงเหล็กอยู่กิลด์ไหนกัน? ผมจะไปหาคุณเอง!”ขุนนางครอทตอบกลับ

“นั่นมันเยี่ยมเลย! มาที่นี่เลยในตอนนี้ถ้างั้น ผมอยู่ในร้านอาหารฮัน!”

จบบทที่ Chapter 37: ตามหาผู้พิทักษ์

คัดลอกลิงก์แล้ว