เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 33: ทำไมมึงไม่ยอมตายไปละ!

Chapter 33: ทำไมมึงไม่ยอมตายไปละ!

Chapter 33: ทำไมมึงไม่ยอมตายไปละ!


เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูนับร้อยคนด้วยตัวเพียงคนเดียวนั่นเป็นเรื่องที่เกิดเพียงในนิยายกำลังภายใน ซึ่งถ้าพูดว่ามันเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ใน {REBIRTH}มันคือเรื่องไร้สาระ

ทุกคนรู้ว่านักโปรแกรมเมอร์ของเกมนั้นสร้างเกมจริงจังมากและมันก็ไม่ใช่เรื่องที่เป็นไปได้เลยสำหรับการที่จะสู้กับคู่ต่อสู้นับร้อยเพียงตัวคนเดียว

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นไปได้ก็ตาม มันก็คงจะเป็นบัดของระบบอย่างแน่นอน

ถึงแม้ว่าหวังหยู่นั้นสามารถที่จะทำความเสียหายได้มากมาย เขาก็มีพลังชีวิตที่น้อยมาก ถ้าเขานั้นถูกล้อมรอบและพวกที่ไล่ล่าเขานั้นใช้ [พุ่งเข้าชน]และ[ลูกศรรวมพลัง] เขาก็จะตายอย่างแน่นอน

ในเวลานั้นเอง หวังหยู่นั้นก็วิ่งหนีเพื่อเอาชีวิตรอดในขณะที่พันธมิตรอันนองเลือดนั้นก็ไล่ล่าอย่างเหี้ยมโหด

เมื่อสมาชิกคนอื่นของกิลด์ได้รับข้อความนี้ พวกเขาก็เริ่มเข้าเกมด้วยเช่นกันแล้วก็เริ่มไล่ล่าหวังหยู่อีกด้วย ทั่วทั้งเมืองนั้นเต็มไปด้วยเสียงอันคึกคักเนื่องจากความตื่นเต้นของฝูงชนที่ดูการต่อสู้ระหว่างหวังหยู่และพันธมิตรอันนองเลือดอย่างกระชั้นชิด

นักต่อสู้นั้นไม่ได้วิ่งได้เร็วขนาดนั้น แต่หวังหยู่นั้นเพิ่มค่าสถานะความคล่องแคล่วจำนวนมากและเขาก็มีสกิลที่เพิ่มความเร็วอีกด้วย

หวังหยู่นั้นก็หันกลับไปอย่างฉับพลันเมื่อเขานั้นถึงซอยเล็กและเขาก็เยาะเย้ยใส่สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือด “ดูเหมือนว่าจะมีพวกนายเพียงคนเดียวที่ไล่ล่าฉันได้ ถ้านายไม่ต้องการที่จะตายละก็ ถอยหนีออกไปซะ!”

หลังจากฟังคำพูดของหวังหยู่แล้ว นักธนูจากพันธมิตรอันนองเลือดก็เริ่มที่จะตรวจสอบสิ่งแวดล้อมรอดๆ และตระหนักได้ว่ามีเพียงยี่สิบคนเท่านั้นที่ตามจับหวังหยู่ได้

ถึงแม้ว่า คำพูดของหวังหยู่นั้นจะทำให้พวกเขาหงุดหงิด แต่ก็ไม่มีใครแม้แต่คนเดียวที่กจะกล้าดูถูกกลุ่มของคนยี่สิบคน แต่อย่างงั้นนักธนูก็ยังคงไม่หัวเราะออกมากเลยแม้แต่น้อย

“ดูเหมือนว่านายจะมั่นใจตัวเองมากเลยนะ นายคิดว่าพวกเราจะไม่สามารถกระทืบนายได้อย่างงั้นเหรอ?”นักธนูที่ยืนอยู่ด้านหน้าสวนกลับ

“ไม่มากก็น้อย”หวังหยู่เหน็บ

“ไอ้เหี้..! มึงกล้าที่จะดูถูกพวกกู! พี่น้องไปฆ่าแม่งกัน!”

เมื่อเขาสั่งการ นักธนูทั้งหมดก็ยกธนูของเขาขึ้นและเล็งไปที่หวังหยู่

นักโปรแกรมเมอร์ชั้นยอดนั้นพบข้อบกพร่องของอาชีพนักธนูนั่นก็คือระบบการเล็งยิง

เกมนี้นั้นไม่ค่อยสมจริง ทางที่จะทำให้ระบบการเล็งยิงนั้นทำงานใน {REBIRTH}นั้นก็คือผู้เล่นจะต้องเล็งยิงไปที่เป้าหมายก่อนที่จะยกธนูขึ้น นั่นทำให้ลูกศรที่ยิงออกไปโดยธนูนั้นเป็นเส้นตรงไปที่เป้าหมายเพียงอย่างเดียว

สิ่งนี้นั้นไม่ได้เปลี่ยนแปลงไปแม้กระทั่งว่าพวกเขานั้นใช้สกิล แต่ระบบการเล็งยิงนั้นก็ทำให้ลดแรงกดดันที่หวังหยู่พบเจอเป็นอย่างมาก

ในเกมเช่น {REBIRTH}นั้นค่าสถานะไม่ได้อนุญาตห้การกระทำนั้นตามปฏิกิริยาได้ทัน หวังหยู่นั้นจะทำอะไรไม่ได้เลยถ้าเขาเจอลูกศรนับพันยิงมาที่เขาเหมือนกับในหนัง แต่การโจมตีจากนักธนูของพันธมิตรอันนองเลือดนั้น..

หวังหยู่นั้นวิ่งตรงเข้าใส่พวกเขาและไม่หลบอีกด้วย มือของเขานั้นกำลังสะบัดไปมากลางอากาศและจับลูกศรที่มาทางเขาทั้งหมด

นักธนูนั้นมึนงงกับฉากที่เกิดขึ้น......ก่อนหน้านี้พวกเขาอยู่ด้านนอกร้านค้า ดังนั้นพวกเขาไม่เห็นความสามารถของหวังหยู่เลย

ในชั่วพริบตา หวังหยู่นั้นก็มาถึงด้านหน้าพวกเขา...

ในการสู้ระยะประชิดนั้น นักธนูก็เป็นเหมือนกระสอบทราย เมื่อนักต่อสู้อย่างเช่นหวังหยู่นั้นถึงระยะการโจมตี พวกเขาก็จะไม่มีทางต้านทานได้

[เตะด้านข้าง] [หมัดกระแทก] [บีบคอ]…. หวังหยู่นั้นก็ใช้การโจมตีอย่างเป็นระบบและทำลายรูปแบบการยืนของพวกนักธนู เพียงแค่คนเดียวนั้นก็จัดการพวกเขาทั้งยี่สิบคนจนถึงแก่ความตาย

แสงแล้วแสงเล่าก็ปรากฏขึ้นในเวลาน้อยกว่าสิบวินาที กลุ่มของนักธนูนั้นก็พบว่าพวกเขานั้นกลับมาอยู่ที่จุดเกิดแล้ว

แรงกดดันอันหนักหน่วงที่ทับลงบนบ่าของหวังหยู่ก็ลดลง ในที่สุดเขาก็จัดการเหล่านักธนูได้ เพียงแค่เขาต้องการจะออกจากเกม เขาก็ได้รับข้อความจากขุนนางครอท “กระทิงเหล็ก มันมีคนจำนวนมากในพันธมิตรอันนองเลือด นายไม่สามารถที่จะสู้มันได้เพียงคนเดียว! และอย่าออกตำแหน่งมั่วซั่ว นายจะต้องไปยังพื้นที่ปลอดภัย!”

เมื่อเขานั้นพิจารณากับสิ่งที่ขุนนางครอทได้พูด หวังหยู่ก็ตระหนักได้ว่าสิ่งที่เขาพูดนั้นถูกต้อง ถ้าเขาออกจากเกมที่นี่ มันก็เหมือนกับว่าให้พันธมิตรอันนองเลือดได้ซุ่มโจมตีเขา เขาขอบคุณขุนนางครอทและก็เดินทางไปยังโรงฝึก

เมื่อนักธนูจากพันธมิตรอันนองเลือดกลับมาเกิด พวกเขาก็มองอย่างเจื่อนๆ และก็ไม่มีใครพูดออกมาเลยแม้แต่คำเดียว

“สตอร์มบิงเกอร์ ถ้าพวกนายเห็นกระทิงเหล็กละก็ยิงเขาให้ตายตรงนั้นเลย! อย่าไปมัวแต่พูดคุยกับเขา!”ธงสงครามอันนองเลือดตะโกนในแชทกิลด์

สตอร์มบิงเกอร์อันนองเลือดนั้นเป็นหัวหน้าของกลุ่มนักธนู

“พวกเรายังไม่ได้ยิงเขาด้วยซ้ำก่อนที่พวกเราจะตาย...”สตอร์มบิงเกอร์อันนองเลือดตอบกลับอย่างสุภาพ

การแสดงออกของธงสงครามอันนองเลือดกลายเป็นมืดมนแล้วเขาก็ตะโกน “แล้วสำหรับที่เหลือละ? ไม่ใช่ว่านายพาคนไปยี่สิบคนไปไล่ล่าเขาอย่างงั้นเหรอ?”

“พวกเราตายกันทั้งหมด…”

“หืมมมม…”ธงสงครามอันนองเลือดหยุดตัวเองจากความสะใจและถามขึ้นอย่างสับสน “ไม่ใช่ว่าสมาชิกคนอื่นของนิกายซวนเฉินออกจากเกมไปแล้วอย่างงั้นเหรอ? มีใครอื่นมาช่วยเขาอย่างงั้นเหรอ?”

สตอร์มบิงเกอร์อันนองเลือดไม่ได้ตอบคำถามของเขา เขาก็ถอนหายใจแล้วเขาก็ถามขึ้น “เฮ้หัวหน้า ให้ผมบอกความจริงกับคุณไหม?”

“พูดมา!”

“ผมคิดว่าพวกเราควรที่จะหยุดสู้กับเขา.....ไอ้บัดซบนั่นแข็งแกร่งเกินไป...”

“ไอ้เย็...แม่! ถ้ามึงจะขี้ขลาดละก็ออกจากกิลด์ไปเลย!”

“…”สตอร์มบิงเกอร์อันนองเลือดพูดไม่ออก

เมื่อเห็นสตอร์มบิงเกอร์อันนองเลือดไม่ตอบเขา ธงสงครามอันนองเลือดก็ใจเย็นลงและถาม “ความมืดมิด ไอ้บัดซบนั่นอยู่ที่ไหนแล้ว?”

“เขากำลังพุ่งไปยังถนนหลัก ฉันกำลังคิดว่าเขาต้องการที่จะไปยังพื้นที่ปลอดภัยเพื่อที่จะออกจากเกม”ความมืดมิดอันนองเลือดตอบกลับ

“ถ้าอย่างงั้นตามเขาไป! อย่าละสายตาจากเขา!”

เพียงแค่ธงสงครามอันนองเลือดให้คะแนะนำเขา ความมืดมิดก็ตอบกลับอย่างมืดมน “ไอ้เหี้....ผมตายแล้ว….”

“เกิดอะไรขึ้น? ไม่ใช่ว่านายใช้ [หลบซ่อน] อยู่เหรอ?”

“ผมไม่รู้! มันเหมือนกับว่าเขานั้นเห็นผม! เขานั้นหันกลับมาและเตะใส่ผม และก็ฆ่าผมในพริบตา…”

“อะไรกัน! บ้าหน่า!”

เพียงแค่เวลานั้นเอง นกสวรรค์ก็ส่งข้อความให้กับธงสงครามอันนองเลือด “พี่ชาย ผมเจอเด็กสาวทั้งสี่แล้ว!”

“ที่ไหน?”ธงสงครามอันนองเลือดตอบกลับ

“พวกเธออยู่ใกล้ร้านอาหาร! รีบมาเร็วเข้า!”

หลี่ซัวและเพื่อนของเธอนั้นถูกนกสวรรค์จับตัวได้ที่ซอยด้านข้างร้านอาหาร ฝูงชนนั้นก็มารวมตัวเพื่อดูว่าจะเกิดอะไรขึ้นตามมา

เมื่อข่าวเรื่องที่เกิดขึ้นนั้นยังคงแพร่กระจาย ผู้คนจำนวนมากก็มารวมตัวกันที่ซอย

“หืม? ใครคือเทพเจ้ากระทิงเหล็กกัน?”

“เขาหนีไปแล้ว!”

“ชิ เมื่อคิดว่าเขาทิ้งเด็กสาวพวกนี้และวิ่งหนีไป เขาเป็นชายประเภทไหนกัน.... เมื่อคิดว่าฉันนั้นออกจากงานเพื่อที่จะมาเล่นเกมนี้นี่มัน….”

….

เมื่อเขาเห็นว่าเด็กสาวนั้นติดอยู่ในกับดักและไม่มีทางที่จะหนีออกไปได้ นกสวรรค์ก็หัวเราะอย่างเยือกเย็น แล้วเขาก็เดินเข้าไปหาและยิ้มกับพวกเธอ “ซัวน้อย….ให้ผมบอกเธอว่าผมไม่ใช่คนธรรมดา ใครก็ตามที่ยั่วยุผมในเกมนี้ ผมก็มีพลังที่จะทำให้ชีวิตของพวกเขานั้นอยู่ต่อไม่ได้เลยละ!”

เมื่อพวกเธอได้ยินคำพูดของเขาแล้ว ใบหน้าอันมืดมนก็ปรากฏให้เห็นบนใบหน้าของพวกเธอ

พวกเธอทั้งสี่คนนั้นพึ่งพาเกมนี้ในการที่จะใช้ชีวิตอยู่รอด เมื่อพวกเธอนั้นถูกล่าโดยพันธมิตรอันนองเลือด พวกเธอก็ลืมได้เลยที่จะได้เล่นเกมนี้ต่อ มันเป็นเรื่องยากที่จะพยายามมีชีวิตรอดต่อได้

“โอ้ จริงเหรอ? แต่ฉันได้ยินมาว่าวันนี้นายตายไปแล้วสองครั้งนะ เมื่อคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้วนายก็ยังคงมีอารมณ์ที่จะโอ้อวดได้อีก…”หลี่ซัวตอบอย่างเย็นชาใส่นกสวรรค์ที่ยังคงยิ้มอยู่

คำพูดของหลี่ซัวนั้นไม่ต่างจากการปาเกลือใส่แผลของเขา รอยยิ้มบนใบหน้าของนกสวรรค์นั้นจางหายไปทันทีแล้วเขาก็ด่า “ยัยกระห... ปัญหาทั้งหมดที่เกิดในวันนี้มันก็เกิดขึ้นเพราะเธอ! บางทีถ้าเธอนั้นยอมที่จะนอนกับผมไม่กี่คืนละก็ผมอาจจะยอมปล่อยวางกับเรื่องนี้ก็ได้ มิฉะนั้นละก็ เธอก็จะมีแต่ความตายรออยู่!”

เพียงแค่นกสวรรค์พูดเสร็จ ฝูงชนก็แยกทางให้ธงสงครามอันนองเลือดนั้นพากลุ่มคนของเขามาล้อมรอบเหล่าเด็กสาว

เมื่อเขาเห็นหลี่ซัวและอีกสามคน ธงสงครามอันนองเลือดก็ขมวดคิ้วและถาม “เด็กสาวทั้งสี่คนนี่คือเพื่อนของกระทิงเหล็ก?”

“ใช่!”นกสวรรค์พยักหน้า

“พริมโรส ส่งข้อความหากระทิงเหล็ก บอกเขาว่าพวกเราจับตัวเพื่อนของเขาไว้และพวกเราจะฆ่าพวกเธอ ถ้าเขาไม่มา!”

“นี่มัน…”พริมโรสอันนองเลือดมองไปที่หลี่ซัวและอีกทั้งสามคน และความรู้สึกของเธอนั้นก็รู้สึกซับซ้อน ไม่ว่าเรื่องที่เกิดขึ้นมันคืออะไร เด็กสาวทั้งสี่คนนี้ก็เป็นลูกน้องของเธอ

“ส่งข้อความไป!”

“ก็ได้ค่ะ!”พริมโรสถอนหายใจและส่งข้อความหาหวังหยู่

ในไม่กี่นาทีต่อมา หวังหยู่ก็มาถึงซอยข้างร้านอาหาร

“เฮ้ หลบไป ผมจำเป็นต้องไปที่นั่น!”หวังหยู่บอกผู้เล่นรอบข้าง

“เฮ้ รอตานาย ทำไมนายไม่มีมารยาทเลยละ?”ใครบางคนตะโกนใส่เขา

หวังหยู่พูดไม่ออก เหล่าอันธพาลพวกนี้มาดูการแสดงนี้แล้วก็ยังคงกล้าที่จะพูดถึงมารยาทอีกเหรอ?

“ผมเป็นคนที่พวกเขาตามหาอยู่! ให้ผมเข้าไป เพื่อนของผมถูกจับตัวอยู่ที่นั่น!”หวังหยู่อธิบายอย่างอดทน

“ฮ่าๆ และฉันก็เป็นGM นายเชื่อฉันปะละ!”

“ไม่แน่นอน!”

“ถ้าอย่างงั้นทำไมฉันจะต้องเชื่อนายด้วยละ?”

“ผม…”หวังหยู่กราดเกรี้ยวแต่เขาก็เลิกโต้เถียงต่อ

“ถ้าอย่างงั้นละก็ ขออนุญาตละกัน”หวังหยู่ตะโกนแล้วเขาก็พุ่งเข้าหาผู้เล่นคนนั้นและเหยียบไปบนใบหน้าของเขาและกระโดดขึ้นท่ามกลางฝูงคน

หลังจากที่กระโดดข้ามฝูงชน หวังหยู่ก็บิดร่างกายและตีลังกากลางอากาศแล้วก็ลงพื้นอย่างนุ่มนวลด้านหน้าของหลี่ซัวและที่เหลือ

“ว้าว นั่นมันน่าประทับใจมาก! เขานั้นรู้เกี่ยวกับชี่กงหรืออะไรบางอย่างหรือเปล่า?”

ฝูงชนนั้นอ้าปากค้างเมื่อพวกเขาเห็นหวังหยู่ทะยานบนอากาศ

ธงสงครามอันนองเลือดนั้นเต็มไปด้วยความอิจฉาเมื่อเขาเห็นหวังหยู่โผล่มาอย่างเท่ เมื่อเปรียบเทียบกับหวังหยู่แล้ว ธงสงครามอันนองเลือดก็ไม่ได้ต่างไปจากพวกนักเลงธรรมดาเลย…

“เฮ้ หัวหน้ากิลด์ นายยุ่งอยู่ป่าวเนี่ย?”หวังหยู่ล้อเล่น

“ใช่ ยุ่งในการตามหามึงนี่แหละ!”

“ถึงแม้ว่านายจะเป็นกิลด์ที่ใหญ่และแข็งแกร่ง นายก็ไม่ควรที่จะให้คนอื่นมาข้องเกี่ยวด้วย นายคงจะไม่ทำให้สี่สาวนี้พัวพันเกี่ยวกับเรื่องของพวกเราใช่ไหม?”หวังหยู่หัวเราะ

ก่อนที่ธงสงครามอันนองเลือดจะพูด นกสวรรค์ก็รีบพุ่งออกมาและชี้ไปที่หวังหยู่ “เย็...แม่มึง! ให้ปู่คนนี้ได้บอกมึงนะว่า ถ้ามึงไม่คุกเข่าต่อหน้ากูแล้วขอโทษต่อหน้าคนทั้งเมืองรัตติกาล มึงและกระห...อีกสี่คนก็สามารถลืมที่จะเล่นเกมนี้ได้อีกต่อไปเลย! ถ้ามึงกล้าที่จะเข้าเกมมา พันธมิตรอันนองเลือดก็จะสอนบทเรียนมึงซ้ำแล้วซ้ำอีก!”

การแสดงออกของหวังหยู่นั้นมืดมนและเขาก็จ้องไปที่นกสวรรค์และพูดอย่างเย็นชา “โอ้ เอาจิรงดิ? ผมยินดีต้อนรับให้นายลองที่จะทำร้ายพวกเธอได้เลย!”

“แน่นอน กูกล้า!”นกสวรรค์คิดว่าต่อหน้าสมาชิกจำนวนของพันธมิตรอันนองเลือดนั้นหวังหยู่ไม่กล้าที่จะทำร้ายเขา เขาจึงเดินมาด้านหน้าหลี่ซัวและยกมือของเขาขึ้นและจะทำร้ายเธอ

ในเวลานั้นเอง นกสวรรค์ก็รู้สึกแปลกๆ เมื่อมองลงไปเขาก็ตระหนักได้ว่าลำคอของเขานั้นถูกจับโดยมือของหวังหยู่อย่างแน่นหนา

“มึง....มึงกล้าที่จะฆ่ากูอย่างงั้นเหรอ?”นกสวรรค์นั้นตกตะลึงมากยิ่งกว่าจะเชื่อซะอีก เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่าในซอยเล็กๆที่เต็มไปด้วยสมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดนี้ หวังหยู่ยังคงกล้าที่จะต่อต้านอีก!

หวังหยู่ตอบกลับแบบไร้อารมณ์ “ผมจะไม่เพียงแต่ฆ่านายเท่านั้นหรอก ผมจะฆ่านายจนกระทั่งผมพอใจเลยละ!”โดยปราศจากความลังเลใดๆ หวังหยู่ก็ใส่แรงไปที่มือของเขาและเปลี่ยนนกสวรรค์กลายเป็นแสงสีขาวครั้งที่สามในรอบวัน

นอกจากนกสวรรค์แล้ว เด็กสาวทั้งสี่คนก็หายเป็นแสงสีขาวด้วยเช่นกัน

เมื่อหวังหยู่พุ่งมาโจมตีใส่นกสวรรค์ เขาก็ส่งข้อความไปหาสี่สาวว่าให้ออกจากเกมทันทีที่ระบบพิจารณาว่าพวกเธอนั้นออกจากการต่อสู้แล้ว

“ชายคนนี้มีความกล้าจริงๆ…”

“ถูกแล้ว ฉันไม่คิดว่าพันธมิตรอันนองเลือดจะปล่อยเขาไป”

“นี่มันหน้าด้านอะไรขนาดนี้ ผู้ชายที่เป็นฮีโร่เช่นเขานั้น…”

ฝูงชนเริ่มที่จะสงสารหวังหยู่

หลังจากที่เห็นน้องชายของเขาถูกฆ่าต่อหน้าต่อตา ธงสงครามอันนองเลือดก็ระเบิดความกราดเกรี้ยวและสั่งการให้ฆ่าหวังหยู่

ในเวลานั้นเอง หวังหยู่ก็ถูกขังอยู่ในซอย และมีกำแพงทั้งสามด้านและสมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดก็ปิดกั้นทางออกไว้

หวังหยู่นั้นติดกับดักในห้องที่ไม่มีทางออก

ทั้งลูกธนูและเวทย์มนตร์นั้นก็พุ่งโจมตีมายังทิศทางของเขา ในพื้นที่เล็กๆเช่นนี้พร้อมกับโจมตีจำนวนมากมายมายังทิศของเขา แม้กระทั่งหวังหยู่ก็ไม่สามารถที่จะหลบมันได้ทั้งหมด

“ปุ๊…”

เสียงอันดังก็ปรากฏขึ้นจากร่างกายหวังหยู่แล้วก็มีโล่สีทองอันใหญ่โตปรากฏขึ้นป้องกันหวังหยู่จากด้านในและป้องกันการโจมตีที่มายังเขา

[การป้องกันแห่งจิตวิญญาณ] (ติดตัว) : เมื่อพลังชีวิตของผู้สวมใส่นั้นลดลงต่ำกว่า 30% พลังงานอันแข็งแกร่งจะปกคลุมผู้สวมใส่และป้องกันความเสียหายทั้งหมดเป็นเวลา 2วินาที

เมื่อเขาเห็นหวังหยู่นั้นหลบการโจมตีอันร้ายแรงได้ ธงสงครามอันนองเลือดก็ออกความคิดเห็นอย่างโหดร้าย “นายมันเป็นไอ้โง่จริงๆนั่นแหละ ทำไมนายไม่ตายและไปสวรรค์ซะทีละ!”

“อื้ม นั่นเป็นไอเดียที่ดีเลย!”

หวังหยู่หัวเราะแล้วเขาก็หันหลังกลับและกระโดดใส่กำแพงอิฐและปีนกำแพงขึ้นไปด้านบนสุดอย่างรวดเร็ว

จบบทที่ Chapter 33: ทำไมมึงไม่ยอมตายไปละ!

คัดลอกลิงก์แล้ว