เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 31: ปิดกั้นประตูไว้! ฆ่ากระทิงเหล็กซะ!!!

Chapter 31: ปิดกั้นประตูไว้! ฆ่ากระทิงเหล็กซะ!!!

Chapter 31: ปิดกั้นประตูไว้! ฆ่ากระทิงเหล็กซะ!!!


“มึง!!!”

เมื่อพวกเขาได้ยินคำพูดของหวังหยู่แล้ว สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดก็โกรธจนแทบหมดสติ

พันธมิตรอันนองเลือดนั้นกุมอำนาจของเกมมากมายไว้ด้วยจำนวนสมาชิกผู้เล่นที่พวกเขามี เมื่อเป็นดังนั้นแล้ว ก็ใครก็ตามที่กล้าแตะต้องสมาชิกของพวกเขาละก็จะโดนล่าในทันทีโดยสมาชิกทุกคน

เหตุผลเดียวที่พวกเขายังคงนั่งและพูดคุยกับหวังหยู่เนื่องจากชื่อเสียงที่เป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับ1 รวมไปทั้งพวกเขาไม่ต้องการที่จะยั่วยุนิกายซวนเฉินอีกด้วย

ด้วยเหตุนี้นี่เองตราบเท่าที่หวังหยู่นั้นก้มหัวลงและยอมรับผิดของเขาละเรื่องนี้ก็จะแก้ไขปัญหากันได้

ใครจะไปจินตนาการว่าหวังหยู่นั้นยังคงดื้อรั้นและไม่ตระหนักถึงความผิดพลาดจากการกระทำของเขากันละ? สิ่งที่เขาควรทำก็คือก้มหัวขอโทษลง แต่เขานั้นยังคงพูดอะไรแบบว่า “ไม่จำเป็นต้องขอบคุณผม” อย่างงั้นเหรอ?

เขากล้าที่จะพูดว่าไม่จำเป็นที่จะต้องขอบคุณเขาหลังจากที่เขาฆ่าผู้คนของพวกเขาอย่างงั้นเหรอ? ทำไมชายคนนี้โอหังขนาดนี้กัน?

แม้กระทั่งพริมโรสอันนองเลือดนั้นก็หงุดหงิดเล็กน้อยกับคำพูดของหวังหยู่และดึงแขนของเขาและพูด “เทพเจ้ากระทิงเหล็ก หัวหน้ากิลด์ธงสงครามของพวกเรานั้นเป็นคนที่ใจกว้างมาก ตราบเท่าที่คุณยอมรับความผิดของคุณและขอโทษละก็ พวกเราก็จะทำเป็นเรื่องนี้นั้นผ่านไปและไม่สนใจมันอีก เป็นยังไงบ้าง?”

“เธอต้องการที่จะให้ผมยอมรับผิดที่ผมทำไปอย่างงั้นเหรอ? เธอจะบอกให้ผมว่าการทุบตีเด็กสาวโดยปราศจากเหตุผลนั้นเป็นเรื่องที่ยอมรับได้อย่างงั้นเหรอ?”หวังหยู่เปิดตากว้างและพูด

ธงสงครามอันนองเลือดก็กดความโกรธไว้และถาม “ถ้าอย่างงั้น เทพเจ้ากระทิงเหล็กจะแก้ปัญหานี้ยังไง?”

หวังหยู่ชี้ไปที่นกสวรรค์แล้วก็พูด “มันเป็นเรื่องที่ง่ายมาก ไอ้เด็กบัดซบนี้จำเป็นที่จะต้องมาขอโทษเพื่อนของผม! ผมจะไม่สนใจกับเรื่องนี้อีกต่อไปหลังจากนั้น”

ที่จริงแล้ว หวังหยู่นั้นไม่ได้ต้องการที่จะแตกหักกับพันธมิตรอันนองเลือดอย่างสมบูรณ์เลย ถึงแม้ว่าเด็กสาวทั้งสี่นั้นเป็นเพียงแค่ผู้เช่าบ้านของพวกเขาและหวังหยู่นั้นก็ไม่ใช่คนที่ดื้อรั้นขนาดนั้น แต่การโจมตีใครบางคนโดยไม่มีเหตุผลนั้นเป็นที่ยอมรับไม่ได้! มันไม่ได้สำคัญหรอกว่ากิลด์ประเภทไหนนั้นหนุนหลังเขาอยู่ ตั้งแต่ที่พวกเขานั้นมาถึงจุดนี้แล้ว การขอโทษเป็นสิ่งที่จำเป็นอย่างแน่นอน!

ธงสงครามอันนองเลือดไม่สามารถที่จะเก็บกักความโกรธในหัวใจของเขาได้อีกต่อไป แล้วเขาก็ลุกขึ้น “ถ้าเขาไม่ต้องการที่จะขอโทษละ?”

“ถ้าอย่างงั้นละก็พันธมิตรอันนองเลือดก็จะสามารถลืมการมีชีวิตอยู่อย่างสงบในเมืองรัตติกาลนี้ได้เลย!”หวังหยู่พูดสบายๆ

“ไอ้เย็...แม่! มึงคิดว่ามึงเป็นพระเจ้าอย่างงั้นเรอะ?”อสุราอันนองเลือดตะโกนอย่างโกรธแค้น เมื่อเขานั้นดึงดาบออกมาและฟันใส่โต๊ะด้านหน้าหวังหยู่

อย่าปล่อยให้ไอ้เหี้..นี่ได้เล่นเกมอีกต่อไป! นี่เป็นประโยคปกติที่สุดของกลุ่มสมาชิกในพันธมิตรอันนองเลือดใครจะไปคิดว่าคนเพียงคนเดียวแบบหวังหยู่นั้นจะพูดอะไรที่คล้ายคลึงกับพวกเขากัน?

อสุราอันนองเลือดนั้นหงุดหงิดตั้งแต่ที่หวังหยู่นั้นมาแล้ว แน่นอนว่าเมื่อมีสมาชิกทั้งหมดนั้นอยู่ที่นี่ เขาก็เป็นเพียงคนเดียวที่สูญเสียการควบคุมและด่าทอหวังหยู่

หวังหยู่นั้นหัวเราะอย่างเย็นชาเมื่อเผชิญหน้าการโจมตีของอสุราอันนองเลือด เขานั้นหลบอย่างสบายๆและยืดมือขวาออกไปอย่างรวดเร็วและจับไปที่เอวของอสุราอันนองเลือดและทุ่มลงพื้นอย่างรุนแรง โชคดีที่มันเป็นเพียงแค่เกม มิฉะนั้นละก็แขนของอสุราอันนองเลือดนั้นคงหักไปแล้ว!

จากการที่โดนโยนแบบนั้น อสุราอันนองเลือดก็ปล่อยดาบอย่างไม่รู้ตัว

หวังหยู่ก็จับดาบกลางอากาศและแทงมันเข้าไปที่คอของเขา

-887

ตั้งแต่ที่เขานั้นเป็นเจ้าแห่งอาวุธแล้ว อสุราอันนองเลือดนั้นก็ไม่ได้มีพลังชีวิตมากมายและเขาก็กลายเป็นแสงสีขาวในทันที!

ฆ่าภายในหนึ่งการโจมตี!!!

ถึงแม้ว่ามันจะเป็นช่วงแรกของเกม อะไรอย่างการฆ่าภายในหนึ่งการโจมตีแบบนี้นั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากที่จะเห็นมันก็ตาม อย่างไรก็ตาม สำหรับอาชีพที่เน้นคอมโบแบบนักต่อสู้ของหวังหยู่ที่โจมตีได้รุนแรงขนาดนั้นเป็นเรื่องที่ไม่เคยเห็นมาก่อน

ตั้งแต่ที่อสุราอันนองเลือดนั้นมีสิทธิ์ที่นั่งบนโต๊ะนี้นั้นก็หมายความว่าเขานั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญระดับสูงในพันธมิตรอันนองเลือดแต่เขาก็ถูกฆ่าอย่างง่ายดาย!

สิ่งที่ทำให้สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดนั้นมากที่สุดก็คือหวังหยู่กล้าที่จะฆ่าคนของพวกเขาภายใต้จมูกและแม้กระทั่งขโมยอาวุธของเขาอีกด้วย!

เกมจำนวนมากนั้นมีระบบดรอปไอเทมเมื่อผู้เล่นตาย อย่างไรก็ตามการที่จะขโมยผู้เล่นคนอื่นนั้นนี่เป็นครั้งแรก

ทุกคนจากพันธมิตรอันนองเลือดมึนงง ปกติแล้วพวกเขาทั้งหมดนั้นรู้ว่าอาวุธนั้นดรอปมาจากบอสระดับ15 แล้วพวกผู้เชี่ยวชาญของพันธมิตรอันนองเลือดนั้นลงแรงกับการฆ่ามันเป็นอย่างมาก

ตั้งแต่ที่อสุราอันนองเลือดนั้นเป็นตัวทำความเสียหายหลักของทีมแล้ว ดาบนั่นก็คือรางวัลของเขา ในตอนนี้อาวุธของเขานั้นถูกขโมยไปและทำให้สมาชิกที่เหลือของกิลด์นั้นกราดเกรี้ยวในทันที อย่างไรก็ตามก็ไม่มีใครเลยที่จะกล้าเคลื่อนไหวแบบห่ามๆ

ตั้งแต่ที่ผู้เล่นนั้นถูกเปลี่ยนแปลงเป็นแสงสีขาวตอนตายนั้น อสุราอันนองเลือดก็ไม่มีโอกาสที่จะได้รับดาบของเขาคืน!

หลังจากที่ฆ่าอสุราอันนองเลือดนั้นหวังหยู่ก็ยังคงเล่นกับดาบและพูด “ผมบอกเขาแล้วนะว่าให้พูดกันอย่างใจเย็น! ตั้งแต่ที่เขาตั้งใจจะทำให้เกิดเรื่องแบบนี้ละก็ มันก็ไม่ใช่ความผิดผมหรอก!”

ในเวลาเดียวกัน ช่องแชทกิลด์ของนิกายซวนเฉินก็เต็มไปด้วยคำพูดไร้สาระ

“พระเจ้า! กระทิงเหล็กโจมตีจริงๆด้วย”

“น้องชายกระทิงเหล็กนี่ไม่ทำให้ชายแก่คนนี้ผิดหวังจริงๆ! ไก่น้อยจ่ายเงินมาได้แล้ว!”

“ไอ้เหี้.. สุนัขฤดูใบไม้ผลิ หาคนอื่นที่จะรังแกไม่ได้อย่างงั้นเหรอ?”

“ไม่มีใครปัญญาอ่อนเท่านายแล้วละ”

“โบซอน?”หวังหยู่รีบส่งข้อความ

“ผมอยู่ที่นี่พี่ชายกระทิง!”

“นายสามารถที่จะใช้ดาบนี่ได้ใช่ไหม?”หวังหยู่ส่งรูปถ่ายของดาบอสุราอันนองเลือดให้

{ ดาบแสงเงิน (ระดับเงิน) }

พลังโจมตีกายภาพ : 19-34

พลังโจมตีเวทย์มนตร์ : 11-17

[ศักดิ์สิทธิ์] : ต่อต้านผลกระทบของมอนสเตอร์ประเภทมืด

[โชคชะตา] : เพิ่มสถานะทุกค่า 5%

ระดับที่ต้องการ : 10

ดาบนี้นั้นมีค่าพลังโจมตีธรรมดามากและสถานะที่มันเพิ่มให้ก็ไม่ได้พิเศษอะไร อย่างไรก็ตามอุปกรณ์ระดับเงินยังคงหายากในตอนนี้ โบซอนนั้นยังคงใช้ดาบระดับทองแดงตั้งแต่ที่เขาออกมาจากเมืองเริ่มต้น…

หลังจากที่มองไปที่ค่าสถานะของดาบแล้ว โบซอนก็พูด “50000! ผมจะส่งให้พี่ในภายหลัง”

“โอเค!” เพียงแค่คำพูดเดียว หวังหยู่ก็โดนดาบไปด้านหลังของเขาพร้อมกับเสียงกระแทกบนโต๊ะของนิกายซวนเฉินอันดังก้องและผ่าเหล้าแตก

“มึง! มึงมากเกินไปแล้ว!”

การกระทำของหวังหยู่นั้นทำให้สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดนั้นโกรธจนแทบจะลุกไหม้เป็นไฟ

ธงสงครามอันนองเลือดนั้นคิดว่าหวังหยู่นั้นจะใช้ดาบนั้นเป็นข้อต่อรองกับเขา ใครจะไปคาดคิดว่าไอ้บัดซบนั้นจะอำมหิตขนาดนี้และส่งของขวัญให้กับคนอื่นตรงๆ!

เขาก็ทำลายความหวังอย่างสุดท้ายลง ธงสงครามอันนองเลือดก็หันไปหาไร้ความกลัวและพูด “หัวหน้ากิลด์ไร้ความกลัว ตั้งแต่ที่กระทิงเหล็กนั้นเป็นหนึ่งในคนของนาย นายควรที่จะอธิบายให้แก่ฉันสินะ เกี่ยวกับเรื่องนี้?”

“เฮะเฮะ ฉันมั่นใจว่านายก็รู้ว่าฉันเป็นหัวหน้ากิลด์แค่เพียงชื่อ กิลด์ของฉันนั้นมันเป็นประชาธิปไตยมากไม่ใช่แบบพวกนาย ดังนั้นไอ้ของอย่างหัวหน้ากิลด์นั้นก็ไม่มีอยู่ในสายตาของสมาชิกพวกเราหรอก!”ไร้ความกลัวหัวเราะ

เมื่อฟังคำพูดของเขาแล้วใบหน้าของพันธมิตรอันองเลือดก็มืดคล้ำยิ่งขึ้น

สมาชิกทุกคนของนิกายซวนเฉินก็หัวเราะขึ้น แล้วก็ทำอย่างกับเรื่องนี้เป็นเรื่องตลก พวกเขานั้นไม่ได้มีธุรกิจเหมือนกับกิลด์อื่นที่มีระดับระหว่างหัวหน้าและลูกน้อง

“ยิ่งไปกว่านั้น ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่นิกายซวนเฉินของเราจะต้องอธิบายเกี่ยวกับสิ่งที่พวกเราทำลงไปละ?”ไร้ความกลัวก็ยังคงหัวเราะต่อไป

ธงสงครามอันนองเลือดในที่สุดก็กราดเกรี้ยวแล้วเขาก็เริ่มหัวเราะ “เยี่ยม! ยอดเยี่ยมมาก! นิกายซวนเฉินมันก็เป็นพวกกลุ่มคนที่หยิ่งยโสและโง่เง่าจริงๆ!”

ธงสงครามก็สั่งการในช่องแชทกิลด์ “ล้อมรอบร้านอาหารไว้! และกวาดล้างนิกายซวนเฉิน!”

เมื่อพวกเขาได้รับคำสั่ง สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดที่อยู่ด้านนอกนั้นก็รีบพุ่งเข้ามาในร้านอาหาร ตั้งแต่ที่มันมีพื้นที่จำกัดในร้านอาหารนั้น คนจำนวนมากก็ทำได้แค่ยืนกองกันอยู่ตรงหน้าประตู

เมื่อเห็นผู้คนมากมาย ใบหน้าของความทระนงตัวก็เปลี่ยนไปแล้วเขาก็ด่า “โอ้ ไอ้เหี้... พันธมิตรอันนองเลือดมีคนจำนวนมากจริงๆ! พวกเราไม่สามารถที่จะหนีออกจากที่นี่ได้!”

“มันไม่รวมฉัน! พ่อของนายนั้นมีหลบซ่อนอยู่!”ดาบน้ำแข็งหัวเราะ

“ฉันด้วย! ฉันยังมีตัวประกันอยู่!”หวังหยู่พูด

ไร้ความกลัวโบกมือของเขาและตะโกนอย่างโกรธ “นายยังมีเวลาพูดไร้สาระอีกเหรอ? พี่ชายฤดูใบไม้ผลิรีบปิดประตูให้กระทิงเหล็กเร็วเข้า!”

“ได้เลย!”สำหรับสมาชิกที่อาวุโสสุดของนิกายซวนเฉิน รัศมีฤดูใบไม้ผลินั้นเป็นคนที่น่าเชื่อถือได้ในสถานการณ์แบบนี้

พร้อมกับแสงของการร่ายเวทย์มนตร์ ผีสี่ตัวก็ปรากฏขึ้นและรีบสร้างรูปแบบเป็นแถวตรงและปิดกั้นประตูไม่ให้พันธมิตรอันนองเลือดเข้ามาได้

สกิลหายากของหมอผี – [การเรียกร้องของนรก]

เมื่อเห็นฉากนี้ สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดก็มึนงง

แม้กระทั่งหัวหน้ากิลด์ใหญ่อย่างธงสงครามอันนองเลือดที่ได้เข้าร่วมเบต้าเทสต์ของ {REBIRTH}และรู้สกิลที่แข็งแกร่งที่สุด มันก็ยังคงถูกพิจารณาได้ว่าเป็นบัคอยู่ดี

สกิลของหมอผีนี้ก็คือ [การเรียกร้องของนรก]

[การเรียกร้องของนรก] มันคือสกิลตอนระดับ10และมันจะถูกอัพเกรดขึ้นทุกๆ5ระดับ หลังจากที่มันอัพเกรดในทุกครั้ง สกิลนี้ก็สามารถที่จะเรียกผีเพิ่มมากขึ้นอีกสองตัวพร้อมกับแต่ละตัวนั้นได้รับค่าสถานะของเจ้าของ 80%!

นี่มันไม่ใช่สิ่งที่ทำให้ความสมดุลพังทลาย! สกิลนี้ยังคงสามารถที่จะเลื่อนระดับได้ในทุก10ระดับและเมื่อผู้เล่นถึงระดับที่20 ผีที่ถูกเรียกออกมาก็จะได้ค่าสถานะของผู้เล่น 100%!

พร้อมกับสกิลนี้นั้น การต่อสู้กับหมอผีระดับ 20 ก็เหมือนกับสู้กับปาร์ตี้ของผู้เล่นเจ็ดคน!

เมื่อกลับไปยังเบต้าเทสต์นั้น หมอผีก็ถูกนับว่ากลายเป็นบอส ภูตผีธรรมะ! พร้อมกับกองทัพของผีแล้วพวกเขาก็กวาดล้างทุกสิ่งและไม่มีสิ่งที่ใดที่เทียบได้!

ตั้งแต่ที่สกิลนี้นั้นมันทำลายสมดุลของเกมอย่างย่อยยับ ผู้เล่นจำนวนมากก็นำเรื่องนี้ไปฟ้อง

และหนึ่งในGMก็ตอบกลับมาว่าเมื่อเกมถูกเปิดออกมา มันจะมีหนังสือสกิลนี้เพียงแค่หนึ่งเล่ม! นอกจากนี้แล้วอาชีพอื่นก็สามารถที่จะมีสกิลที่คล้ายคลึงกับสกิลนี้ได้ ถ้าผู้เล่นสามารถที่จะหามันเจอ...

สิ่งนี้ก็ทำให้ฝูงชนที่โกรธแค้นก็ลดลง โชคนั้นเป็นส่วนหนึ่งของความสามารถผู้เล่น ถ้าใครก็ตามที่ไม่สามารถหาหนังสือสกิลเจอละก็ เขาก็จะไม่สามารถที่จะโทษใครอื่นได้นอกจากตัวของเขาเอง!

อย่างไรก็ตามเมื่อธงสงครามอันนองเลือดเห็นผีตัวเล็กทั้งสี่ตัวปรากฏขึ้น เขาก็สาปแช่งระบบ

ทำไมกลุ่มของขยะที่มาจากนิกายซวนเฉินนั้นมีทุกสิ่งทุกอย่างเลย???

ผีตัวเล็กทั้งสี่ตัวนั้นมีค่าสถานะแปดสิบเปอร์เซ็นต์ของค่าสถานะหมอผี ซึ่งมันก็ไม่ถูกนับว่าแข็งแกร่ง พร้อมกับจำนวนของพวกมันนั้น พันธมิตรอันนองเลือดนั้นก็สามารถที่จะทำให้พวกมันบาดเจ็บร้ายแรงจากการโจมตีเพียงหนึ่งครั้งและฆ่าพวกมันในครั้งต่อไปได้!

อย่างไรก็ตาม ถ้ารัศมีฤดูใบไม้ผลิมีสกิลนี้เพียงสกิลเดียว เขาจะกล้าไปปิดกั้นประตูได้อย่างไร? คทาของเขาก็ยกขึ้นอีกครั้งและพื้นที่รอบๆประตูทางเข้าร้านอาหารนั้นก็แคบลง ในเวลาเดียวกัน สมาชิกของพันธมิตรอันนองเลือดก็รู้สึกว่ามันแน่นขนัดและเขาก็ถูกขังไว้ตรงนั้น!

สกิลของหมอผีระดับ 15 – [บิดเบือน]

ใช้พลังของความมืดสร้างพื้นที่คุมขัง แล้วก็ควบคุมมันโดยอาชีพ ซึ่งนับว่าเป็นสกิลหลักของอาชีพหมอผีได้เลย

พื้นที่ด้านในร้านอาหารนั้นเล็กอยู่แล้วในตอนแรก ดังนั้นหลังจากที่พุ่งเข้ามาก่อนก็เป็นพวกแท็งค์และอาชีพระยะใกล้

ผีทั้งสี่ตัวนั้นก็โจมตีผู้คนที่อยู่ด้านหน้าอย่างต่อเนื่องในขณะที่รัศมีฤดูใบไม้ผลิก็ร่ายพิษใส่เหล่าผู้เล่นและทำให้การเคลื่อนไหวของพวกเขาช้าลง 30%

รัศมีฤดูใบไม้ผลิสามารถที่จะปิดกั้นทางเข้าของร้านอาหารทั้งหมดได้โดยตัวของเขาเพียงคนเดียว!

เมื่อเห็นฉากนี้แล้ว ธงสงครามอันนองเลือดจะนั่งเฉยๆและรอความตายได้อย่างไร? เขารีบดึงอาวุธของเขาออกมาและแทงไปที่หวังหยู่

เมื่อเป็นครูเซเดอร์แล้ว อาวุธของธงสงครามอันนองเลือดนั้นก็คือหอก

ความยาวที่ยาวกว่าหนึ่งนิ้วก็คือความแข็งแกร่งที่มากกว่า! ธงสงครามอันนองเลือดนั้นตั้งใจที่จะใช้ข้อได้เปรียบของระยะการโจมตีกดดันมือเปล่าของหวังหยู่

อย่างไรก็ตาม มันก็ไม่ใช่ตามจินตนาการของเขา หวังหยู่ก็จับไปที่หอกได้อย่างง่ายดาย...

เมื่อเขานั้นจำสิ่งที่เกิดกับอสุราอันนองเลือดได้ ธงสงครามอันนองเลือดก็จับไปที่หอกของเขาอย่างแน่นหนาและพยายามที่จะดึงมันกลับ

ตั้งแต่ที่ความแข็งแกร่งของค่าสถานะนักต่อสู้ที่มีการเติบโตไม่สามารถที่จะเทียบเท่าได้กับอัศวิน หวังหยู่นั้นก็ไม่พยายามที่จะปะทะโดยใช้ความแข็งแกร่งของเขากับธงสงครามอันนองเลือด หวังหยู่ก็ปล่อยหอกลงและทำให้ธงสงครามอันนองเลือดล้มลงเข้ากระแทกกับโต๊ะ

แทนที่จะฆ่าหวังหยู่ ธงสงครามอันนองเลือดก็ถูกทำให้อับอายด้วยตัวเองแทนสิ่งนี้นั้นทำให้เขาระเบิดความโกรธออกมาและด่าหวังหยู่รัวๆในหัวใจของเขา

เมื่อเขายืนขึ้นและเตรียมที่จะพุ่งเข้าใส่อีกครั้ง เจ้าของของร้านอาหารนั้นก็รีบจับไปที่ธงสงครามอันนองเลือดและพูด “จ่ายค่าเสียหายมาด้วย…”

“ไอ้เหี้...!”

เมื่อเห็นผู้นำนั้นพ่ายแพ้ สมาชิกที่เหลือของพันธมิตรอันนองเลือดก็พุ่งเข้าหาหวังหยู่ในทันที

และโจรที่ต้องการที่จะใช้ข้อได้เปรียบของความโกลาหลหรือกำลังดูถูกหวังหยู่อยู่ก็พยายามที่จะลอบไปฟันด้านหลังของเขาโดยไม่ได้ใช้ [หลบซ่อน] ในตอนท้ายเขาก็ถูกฆ่าโดยหวังหยู่เพียงแค่ลูกเตะลูกเดียว

สำหรับหน่วยโจมตีทั้งหมดนั้นนกสวรรค์มีสภาพการตายที่น่าอนาถมากที่สุด เขานั้นต้องการที่จะใช้โล่ของเขากระแทกเข้าไปกับหลังหัวของหวังหยู่ แต่สุดท้ายแล้วก็ถูกบีบคอจนตายโดยหวังหยู่โดยที่เขายังไม่หันกลับไปมองเลยด้วยซ้ำ!

พร้อมกับการแลกเปลี่ยนการโจมตีเพียงครั้งเดียว พันธมิตรอันนองเลือดก็เหลือเพียงแค่คนสี่คนในร้านอาหาร นอกจากพริมโรสอันนองเลือดและธงสงครามอันนองเลือดนั้นก็เหลือเพียงแค่นักธนูและนักเวทย์

สำหรับอาชีพระยะไกลทั้งสองคนก็รีบเว้นระยะห่างของพวกเขาเมื่อการต่อสู้นั้นเริ่มขึ้นและเล็งไปที่คนอื่นในขณะที่อีกคนกำลังร่ายเวทย์

“อั๊ก!!! อ๊า!!!”

พร้อมกับเสียงที่ดังขึ้นสองเสียงของนักเวทย์และนักธนูก็เปลี่ยนกลายเป็นแสงสีขาวและดาบน้ำแข็งก็ปรากฏตัวขึ้นในตำแหน่งที่นักธนูเคยอยู่

ความทระนงตัวที่ยืนอยู่ในตำแหน่งของนักเวทย์ก็ยกหมัดขึ้นและตะโกน “มันเป็นการต่อสู้แบบคนจำนวนมาก! ทำไมพวกนายทำเหมือนกับว่ากำลังดวลเดี่ยวกันอยู่เลยละ?”

จบบทที่ Chapter 31: ปิดกั้นประตูไว้! ฆ่ากระทิงเหล็กซะ!!!

คัดลอกลิงก์แล้ว