เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 27: ภัยพิบัติของโจรร้ายอันธกาล

Chapter 27: ภัยพิบัติของโจรร้ายอันธกาล

Chapter 27: ภัยพิบัติของโจรร้ายอันธกาล


หลังจากกลับเข้าไปในเกมอีกครั้งหนึ่ง หวังหยู่ก็สังเกตเห็นคนอื่นจากนกายซวนเฉินยังคงออฟไลน์อยู่

หลังจากออกมาจากโรงฝึกแล้วหวังหยู่ก็ไปยังคฤหาสน์เจ้าเมือง

คฤหาสน์ของเจ้าเมืองนั้นตั้งอยู่บนถนนกลางและมันตั้งอยู่ในตำแหน่งเดียวกับทำเนียบรัฐบาลในโลกจริง

อย่างไรก็ตาม มันไม่ได้เหมือนกับโลกจริง คฤหาสน์เจ้าเมืองนั้นไม่ได้มีศักดิ์ศรีมากขนาดนั้น ด้านหน้าประตูของคฤหาสน์นั้นมีผู้เล่นมากมายที่มีอาชีพนักสร้างนั้นกำลังตั้งร้านแผงลอย

เมื่อเห็นหวังหยู่นั้นเดินไปมารอบๆประตู ในขณะที่เขากำลังคิดอะไรบางอย่าง การแสงดออกที่เยาะเย้ยก็ระเบิดขึ้นมาจากบนใบหน้าของเหล่าผู้เล่น

“บางคนมาที่นี่เพื่อทดลองโชคอีกแล้ว! ฉันเดาว่าเจ้าเมืองนั้นกำลังอารมณ์ดีอยู่ในวันนี้นะ เฮะเฮะเฮะ...”

เมื่อหวังหยู่นั้นมาถึงประตูหน้าคฤหาสน์ ยามที่เฝ้าประตูอยู่ก็เร่งรีบมาคุยกับเขา “ท่านลอร์ดกระทิงเหล็ก ท่านมาถึงซะที! เจ้าเมืองของพวกเรานั้นกำลังรอคอยท่านมาถึงอยู่เลย! ท่านเจ้าเมืองของเรานั้นกำลังคาดหวังถึงท่านอยู่! ได้โปรดมาทางนี้ด้วยเถอะครับ!”

“อื้ม!” พร้อมกับพยักหน้า หวังหยู่ก็ตามยามไปในคฤหาสน์

เมื่อเห็นฉากนี้แล้วก็ทำให้ผู้เล่นรอบๆช็อค

“นี่มัน.....นี่มันเป็นเรื่องจริงใช่ไหม? เขานั้นเข้าไปด้านในด้วยทางของเขาได้แล้ว!”

“นายตาบอดเรอะ? เขานั้นถูกเชิญเข้าไปอย่างชัดเจนชัดๆ!”ใครบางคนแก้ไขมัน

“เหี้...! ระบบมันผิดพลาดหรือเกิดอะไรบางอย่างขึ้น?”

ผู้คนรอบข้างก็รีบเริ่มต้นสนทนาอันดุเดือด

หนทางที่เลื่อนระดับได้เร็วที่สุดในเกมนั้นคืออะไรอย่างงั้นเหรอ? นั่นคือการทำเควสอย่างแน่นอนยังไงละ!

ความเสี่ยงที่ต่ำสำหรับรางวัลที่สูง และแม้กระทั่งผู้เล่นนั้นได้รับโอกาสที่จะทำให้เกิดเควสลับและปีนขึ้นไปอยู่จุดสูงที่สุดในกลุ่มผู้เล่น!”

เควสระดับสูงนั้นจะมาจาก NPC ระดับสูง ในเมืองรัตติกาลนี้นั้นจะมีใครที่ระดับสูงยิ่งกว่าท่านเจ้าเมืองละ? เมื่อคิดตามนี้แล้ว ผู้เล่นส่วนมากนั้นก็พยายามเข้าไปในคฤหาสน์หรือไม่ก็เดินรอบๆกำแพงอยู่ชั่วครู่หนึ่ง

แม้กระทั่งตั้งแต่ที่พวกอาชีพนักสร้างนั้นจดจ่อไปที่ผู้เล่นที่เข้ามาในเมืองรัตติกาล พวกเขานั้นก็ตั้งร้านค้าพวกเขาไว้ที่ด้านนอกคฤหาสน์ของเจ้าเมืองและเห็นผู้เล่นนับไม่ถ้วนที่พยายามที่จะเข้าไปและล้มเหลว

พวกคนที่โชคดีนั้นก็เพียงแค่โดนปฏิเสธจากพวกยาม และสำหรับพวกคนที่ใช้กำลังจะเข้าไปนั้นก็ถูกส่งกลับไปจุดเกิดโดยเหล่ายาม….

เมื่อเห็นใครบางคนถูกเชิญเข้าไปโดยเหล่ายามพวกนั้น มันก็ไม่มีทางเลยที่ผู้เล่นเหล่านี้จะไม่ช็อค

เมื่อตามยามเข้าไปด้านใน หวังหยู่ก็ไปถึงห้องประชุมขนาดใหญ่พร้อมกับชายคนหนึ่งที่ยืนอยู่ตรงกลาง

ชายคนนี้ดูเหมือนมีอายุสี่สิบปีและเขาก็มีร่างกายกำยำสูงพร้อมกับกล้ามเนื้อที่ใหญ่โตและทำให้เขานั้นดูมีออร่าที่ทรงพลังออกมา

นี่คือท่านเจ้าเมืองที่อยู่ในเรื่องเล่า ที่ผู้เล่นทั้งหมดนั้นต้องการจะพบแทบจะเป็นแทบจะตาย หวังหยู่นั้นมองไปและพบกับชื่อ “เจ้าเมืองรัตติกาล --- เคานต์ไวลี่”

“ผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้อันน่านับถือ! ในที่สุดท่านก็ถึงซะที!”เมื่อสังเกตเห็นการมาถึงของหวังหยู่แล้ว เจ้าเมืองก็รีบทักทายเขา

“เหมือนกับว่ามีเรื่องบางอย่างที่ท่านต้องการให้ผมช่วยท่าน ใช่ไหมครับท่านเจ้าเมือง?”หวังหยู่ตอบกลับไปในทันที

“ผมได้ยินเกี่ยวกับเรื่องเล่าที่ว่าท่านสามารถที่จะปราบปรามกลุ่มโจรร้ายอันธกาลได้ด้วยตัวคนเดียวและผมก็อยากที่จะเจอท่านแบบต่อหน้า!”เจ้าเมืองตอบอย่างอ่อนน้อมถ่อมตน

“มันไม่ได้มากอะไรเลยครับ ท่านเจ้าเมือง”หวังหยู่หัวเราะเบาๆ

“กลุ่มโจรร้ายอันธกาลนั้นเป็นภัยพิบัติสำหรับเมืองของเราเป็นระยะเวลานานมากแล้ว ผมได้ส่งกองทัพเพื่อที่จะกำราบมันครั้งแล้วครั้งเล่า แต่พวกเขาก็กลับมาพร้อมกับความล้มเหลว.... การกระทำของท่านนั้นได้ช่วยเหลือเมืองของเราอย่างยอดเยี่ยม! ผมต้องการที่จะเป็นตัวแทนของเหล่าชาวเมืองว่าผมขอบคุณท่านมาก ท่านฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่! ให้ผมให้รางวัลท่านกับสมญานามอันทรงเกียรติของพลเมืองรัตติกาล!!”เจ้าเมืองพูดเต็มไปด้วยอารมณ์

{ แจ้งเตือนระบบ : คุณได้รับสมญานาม : “พลเมืองอันทรงเกียรติของเมืองรัตติกาล” มอนสเตอร์ที่คุณสังหารภายในเขตแดนของเมืองรัตติกาลนั้นจะได้รับค่าประสบการณ์มากขึ้น 10% และ เงินเพิ่มขึ้นอีก 10% }

{ แจ้งเตือนระบบ : คุณได้รับค่าคุณธรรมของเมืองรัตติกาล 50 หน่วย ชื่อเสียงของคุณในหมู่ประชาชนของเมืองรัตติกาลนั้นเพิ่มขึ้นถึง “ไอดอลของฝูงชน” ไอเทมทุกอย่างในเมืองรัตติกาลจะได้รับการลดราคา 10% }

“เผชิญหน้ากับพวกกลุ่มโจรอันงอกง่อยพวกนั้น ไม่ว่าทหารคนไหนในเมืองก็สามารถที่จะสังหารพวกมันได้อย่างง่ายดาย... แต่นายก็ยังบอกฉันว่ากองทัพของนายนั้นถูกผลักดันให้ร่นถอยลงครั้งแล้วครั้งเล่า? นี่มันไม่สมเหตุสมผลเลย...”หวังหยู่พึมพำกับตัวเอง

อย่างไรก็ตาม เขานั้นอยู่ในเกม ดังนั้นหลายสิ่งหลายอย่างนั้นมันก็ไม่สมเหตุสมผลอยู่แล้ว

“ผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้อันน่านับถือ เพื่อที่จะแสดงความขอบคุณของเราอย่างชัดแจ้งนั้น ผมต้องการที่จะให้รางวัลแก่คุณ บอกผมมาว่า คุณต้องการรางวัลเป็นอะไร?” เจ้าเมืองถาม

“มันยังมีรางวัลอย่างอื่นนอกจากสมญานามอีกอย่างงั้นเหรอ?”หวังหยู่ช็อคเล็กน้อย NPC มากมายที่เขาพบนั้นกระตือรือร้นที่จะลดรางวัลของเขาลง ในความเป็นจริงแล้ว NPCจำนวนมากนั้นถูกตั้งโปรมแกรมไว้ให้เอาเปรียบผู้เล่น! ใครบางคนที่ใจกว้างขวางแบบท่านเจ้าเมืองนั้นหายากมาก! ไม่ประหลาดใจเลยที่เขานั้นเป็นเจ้าเมือง!

“ใช่เลย! รางวัลนั่นคือผมจะให้ท่านเอง! ตราบเท่าที่ท่านต้องการมัน ผมก็จะให้ท่านได้มากที่สุดเท่าที่ผมจะทำได้”เจ้าเมืองยืนยัน

“ผมต้องการเงิน 10000เหรียญทอง!” หวังหยู่ตอบกลับหลังจากคิดไปชั่วครู่หนึ่ง

เหตุผลหลักที่หวังหยู่นั้นเริ่มเล่นวิดีโอเกมเพื่อที่จะหาเงิน พร้อมกับอัตราแลกเปลี่ยนของเงินในตอนนี้ ตราบเท่าที่หวังหยู่สามารถที่จะแลกเหรียญทองได้หนึ่งหมื่นเหรียญละก็หลังจากนั้นเขาก็จะไม่กังวลเกี่ยวกับเรื่องเงินอีกเลยในอนาคต!

“คำขอนั่น.....พวกเราไม่ได้มีเงินถึงหนึ่งหมื่นเหรียญทอง แต่เงินจำนวนนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่ผมจะใช้มันได้….”เจ้าเมืองพูดพร้อมกับความลังเล

“ดังนั้นนายก็ไม่สามารถที่จะให้ผมได้สินะ?”

“ผมไม่สามารถจริงๆ…”เจ้าเมืองตอบกลับพร้อมใบหน้าอันแดง

หวังหยู่คิดอย่างเศร้าสร้อยชั่วครู่หนึ่งและหลังจากนั้นก็พูด “ถ้าอย่างงั้น อาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์ละ?”

ตั้งแต่ที่เขาไม่สามารถได้รับเหรียญทองละก็ ถ้าอย่างงั้นอาวุธศักดิ์สิทธิ์ก็สามารถที่จะเติมเต็มสิ่งที่เขาต้องการได้ ในจุดนี้นั้นอุปกรณ์ระดับเงินนั้นสามารถที่จะขายได้ในราคาที่สูง ถ้าเขานั้นขายอาวุธระดับศักดิสิทธิ์ในเวลานี้ละก็ มันจะต้องมีค่ามากกว่านับแสนเท่าของอุปกรณ์ระดับเงิน!

เมื่อฟังคำพูดของเขา เจ้าเมืองก็แทบจะเป็นลมด้วยความช็อค หลังจากผ่านไปสักพักหนึ่ง เขาก็ตอบอย่างอ่อนแอ “สิ่งของดังเช่นอุปกรณ์ระดับศักดิ์สิทธิ์นั้นเป็นสิ่งสามารถฝันถึงได้แต่ไม่ใช่สิ่งที่พวกเราจะแสวงหามันได้...... แม้ว่าผมจะเคยได้ยินเรื่องเล่าของมันมาบ้าง….”

“นายไม่มีแม้แต่อาวุธระดับศักดิ์สิทธิ์? นายนี่มันยากจริงๆจริงๆนะ ไม่ใช่ว่านาย…”หวังหยู่บ่นงึมงำอย่างผิดหวัง

เมื่อได้ยินคำพูดอันเสียดแทงใจแล้ว ริมฝีปากของเจ้าเมืองก็สั่นเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะพูด “แล้วถ้านี่เป็นยังไงละครับ? ผมเห็นว่าท่านยังสวมใส่เสื้อผ้าระดับเริ่มต้นอยู่เลย และผมก็มีชุดเซตเกราะเบาที่ผมนั้นเคยสวมมันเมื่อผมยังเป็นนักผจญภัยในวัยเยาว์อยู่ ทำไมไม่ให้ผมให้แก่ท่านละ!”

เมื่อเขาพูดเสร็จ เจ้าเมืองก็หยิบเกราะเบาและโชว์มันแก่หวังหยู่

หวังหยู่ยืดมือออกไปรับเกราะและเขาก็พูดอย่างผิดหวัง “โอเค ถ้าอย่างงั้นผมก็ได้ข้อสรุปซะทีตั้งแต่ที่ท่านไม่ค่อยจะร่ำรวยซักเท่าไหร่....”

จินตนาการของหวังหยู่ก่อนหน้านี้ต่อเจ้าเมืองนั้นจะต้องเอาอุปกรณ์ระดับสูงมาให้เขา ใครจะไปคิดว่าเขาจะให้เกราะมือสองแก่ที่เขาเคยใส่เมื่อก่อนกันละ?

สิ่งที่หวังหยู่นั้นต้องการไม่ใช่อุปกรณ์ที่มุ่งไปทางด้านค่าสถานะป้องกัน .... อย่างไรก็ตาม รางวัลก็ยังคงเป็นรางวัลไม่ว่ามันจะเล็กแค่ไหน เขายังขายเกราะมือสองให้แก่คนอื่นต่อได้อีกด้วย

เมื่อเห็นการแสดงออกอันไม่น่าพึงพอใจของหวังหยู่แล้วเจ้าเมืองก็รู้สึกไม่พอใจ อย่างไรก็ตาม เมื่อเป็นโปรแกรมคอมพิวเตอร์แล้ว เขาก็ทำได้เพียงกลืนคำดุด่าไว้และพูด “ตั้งแต่ที่พวกเรานั้นเสร็จสิ้นการให้รางวัลเรียบร้อยแล้ว หลังจากนั้นผมก็จะไม่เป็นตัวถ่วงความเติบโตของผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้อย่างเช่นท่าน! ผมหวังว่าครั้งหน้าที่พวกเราเจอกัน ท่านจะแข็งแกร่งกว่านี้!”

ตั้งแต่ที่เจ้าเมืองนั้นบอกลากับหวังหยู่ เขาก็กำหมัดทำความเคารพและพูด “ถ้าอย่างงั้น ข้าขอตัวไปก่อน!”

หลังจากที่ออกมาจากคฤหาสน์เจ้าเมืองแล้ว หวังหยู่ก็หยิบเกราะสีคล้ำออกมาและตรวจสอบค่าสถานะมัน

หวังหยู่นั้นค่อนข้างประหลาดใจที่มากว่าเกราะนี้นั้นไม่ได้ดูน่าประทับใจ แต่มันก็เป็นอุปกรณ์ระดับทอง!

{ ชุดเกราะผ้าแห่งสรวงสวรรค์ (เกราะเบา) (ทอง) }

พลังป้องกันกายภาพ : 54-72

พลังป้องกันเวทย์มนตร์ : 66-86

[ไลฟ (Lithe)] (ติดตัว) : เพิ่มความเร็วของผู้สวมขึ้น 5%

[การป้องกันแห่งจิตวิญญาณ] (ติดตัว) : เมื่อพลังชีวิตของผู้สวมใส่นั้นลดลงต่ำกว่า 30% พลังงานอันแข็งแกร่งจะปกคลุมผู้สวมใส่และป้องกันความเสียหายทั้งหมดเป็นเวลา 2วินาที

[การอวยพรแห่งวายุ] (ติดตัว) : ฟื้นฟูพลังชีวิตและมานา 1% ต่อวินาที

ระดับที่ต้องการ : 15

มันเป็นเกราะที่ขึ้นชื่อของเจ้าเมือง ค่าสถานะของมันเทียบเท่าได้กับเกราะหนักในระดับเดียวกันด้วยซ้ำ!

เมื่อเห็นเกราะป้องกันนั้นเพิ่มความเร็สของเขา หวังหยู่ก็ใส่มันทันที ในตอนนี้สิ่งที่เขาจำเป็นมากที่สุดก็คือความเร็วที่มากกว่านี้!

เมื่อสวมใส่เกราะแล้ว หวังหยู่ก็รู้สึกได้ทันทีว่ามันคับแน่เล็กน้อย

หวังหยู่นั้นสูงใหญ่แต่เกราะนี้นั้นค่อนข้างเล็ก มันดำมืดและเหมือนเกือบว่าจะเป็นของม้า เมื่อเขาสวมมัน มันทำให้หวังหยู่นั้นเหมือนกับตัวละครตลกที่เห็นได้ตามการ์ตูน ตอนที่เขาอ่านมันในสมัยเด็ก

หวังหยู่นั้นยังคงเป็นชายหนุ่มและกังวลเกี่ยวกับรูปลักษณ์ของเขา ถึงแม้ว่าเขาจะไม่ได้เป็นปัญหามากกับมัน แต่รูปลักษณ์ปัจจุบันของเขานั้นก็ทำให้เขารู้สึกไม่สบายตัวเล็กน้อย

เขานั้นต้องการที่จะถอดมันออก แต่แล้วเมื่อเขานั้นฉุกคิดขึ้นได้ว่ามันเพิ่มความเร็วของเขาถึง 5%.....มันไม่มีสิ่งใดที่สมบูรณ์แบบในโลกใบนี้...

ด้วยเหตุนี้นี่เอง หวังหยู่ก็ยังคงใส่เสื้อเกราะและเดินบนถนนกลางผ่านตรอกเล็กตรอกน้อย

ภารกิจเนื้อเรื่องนั้นเริ่มขึ้นเมื่อผู้เล่นถึงระดับ15และจะเปิดให้ทำภารกิจได้ที่ผู้แนะนำอาชีพ

ผู้แนะนำอาชีพของหวังหยู่นั้นกำลังนอนกรนและกำลังหาเหล้าอยู่...

เมื่อเดินไปด้านหน้าของผู้ให้ข้อมูลแล้ว หวังหยู่ก็หยิบไหแอลกอฮอล์ออกมาและเปิดฝาออก

ผู้ให้ข้อมูลที่กำลังหลับใหลนั้นกระเด้งตัวขึ้นในทันทีและคลานมายังทิศของกลิ่นแอลกอฮอล์

หลังจากดื่มน้ำในไหลงไป ผู้ให้ข้อมูลก็ฟื้นสติได้และมองมายังหวังหยู่

“มาสเตอร์! ท่านตื่นแล้ว!”หวังหยู่ทักทายอย่างนับถือ

ถึงแม้ว่าชายแก่นั้นไม่ได้มีรูปร่างหน้าตาแบบครู หวังหยู่นั้นก็โตขึ้นมาในตระกูลศิลปะการต่อสู้ดั้งเดิมอันเก่าแก่ ดังนั้นเขาจึงแสดงให้เห็นถึงความนับถือ แม้ว่าชายแก่ที่ไร้ประโยชน์คนนี้มันไม่ได้มีค่ามากไปกว่าข้อมูลในเกมก็ตามที หวังหยู่นั้นก็ยังไม่ได้เตะเขาเพื่อให้เขาลุกขึ้นตื่น

“โอ้ เป็นนายนี่เอง! นายต้องการอะไรจากฉันอย่างงั้นเหรอ?”ผู้ให้ข้อมูลถามอย่างขี้เกียจ เมื่อเขานั้นกอดไหคล้ายดั่งเป็นคนรักของเขา

“ผมถึงระดับ15แล้วและผมพบกับปัญหาบางอย่างในเส้นทางการฝึกฝน ผมหวังไว้ว่าท่านจะช่วยแนะนำแก่ผม….”หวังหยู่ตอบกลับตามบทของเนื้อเรื่องเกม

“โอ้? เร็วขนาดนั้นเลย? โลกอันหายนะนี้นั้นเกิดขึ้นมาจากการต่อสู้ระหว่างเทพและปีศาจ ไปที่โบสถ์อันโชกเลือดและไปตรวจสอบมันซะ”ชายผู้ให้ข้อมูลพูดในน้ำเสียงที่ประหลาดใจ

{ แจ้งเตือนระบบ : คุณได้ยอมรับเควสดันเจี้ยน “จุดเริ่มต้นของหายนะ” ความยากระดับ : D กวาดล้างโบสถ์อันโชกเลือดในระดับปกติ 0/1 }

“ดังนั้นนายก็ส่งเควสดันเจี้ยนนี่มาให้….”หวังหยู่พึมพำกับตัวเอง ก่อนที่จะถามผู้ให้ข้อมูล “มาสเตอร์ ผมต้องการที่จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง มันมีสกิลหรือมรดกอะไรที่ท่านจะให้แก่ผมบ้างไหม?”

“มันมี ตราบเท่าที่นายจ่าย!”

หวังหยู่พูดไม่ออกจากที่เขาตอบกลับมา อย่างไรก็ตามเขาก็ยังหยิบเหรียญออกมาและเรียนสกิลนักสู้ระดับสิบห้า [เหยี่ยวเหยียบย่ำ]และเจ้าแห่งชี่กง [โล่พลังงาน]

[เหยี่ยวเหยียบย่ำ] : กระโดดขึ้นไปบนกลางอากาศและกระทืบศัตรู ทำความเสียหาย 120%ของพลังโจมตีกายภาพ ศัตรูตัวเดิมสามารถที่จะโดนกระทืบได้ตามจำนวนครั้งที่กำหนดไว้พร้อมกับการกระทืบครั้งสุดท้ายนั้นจะสร้างความเสียหายมากที่สุด

[โล่พลังงาน] : ผลิตโล่ขึ้นมาด้วยพลังภายในอันแข็งแกร่ง ป้องกันความเสียหายเท่ากับ 120% ของสติปัญญาของผู้ใช้

สกิล [เหยี่ยวเหยียบย่ำ]นั้นค่อนข้างคุ้นเคยดีกับหวังหยู่ เมื่อหวังหยู่นั้นสู้กับก็อบลินในป่าพงไพรแห่งความลับ เขาก็ใช้ท่าทางนี้ เขาไม่เคยจิตนาการมาก่อนว่ามันจะมีสกิลแบบนี้อยู่ในเกมอีกด้วย

สำหรับ [โล่พลังงาน] แม้ว่าพลังป้องกันมันจะสูง แต่พื้นที่ของโล่นั้นเล็ก ถึงแม้ว่าหวังหยู่นั้นจะไม่ได้ใช้มันบ่อยๆก็ตาม มันก็ยังดีกว่าการที่ไม่มีอะไรเลย

“มาสเตอร์ ถ้ามันไม่มีเรื่องอะไรอื่นแล้ว ผมขอตัวลา!”

หลังจากที่เรียนรู้สกิลแล้วหวังหยู่ก็เตรียมตัวที่จะจากไป ทันใดนั้นผู้ให้ข้อมูลก็ตะโกนขึ้นมา “ทำไมนายรีบไปจังเลยเด็กน้อย? ฉันยังพูดกับนายไม่เสร็จเลย!”

“คุณยังมีเรื่องอะไรบางอย่างสำหรับผมอย่างงั้นเหรอ มาสเตอร์?”

“ไม่ใช่ว่านายต้องการที่จะทำเควสหัวใจแห่งความกล้าหาญต่ออย่างงั้นเหรอ?”ผู้ให้ข้อมูลพูดอย่างตรงๆ

“หือ? แน่นอนว่าผมต้องการ!” หวังหยู่รีบตอบกลับในขณะที่พยักหน้าอย่างตื่นเต้น

หลังจากที่เขาเรียนมาจากมู่จี่เซียนว่าเควสที่มีอยู่เควสเดียวในโลกแล้ว หวังหยู่นั้นไม่มีเวลาที่จะหาเบาะแสที่จะทำมันต่อ ใครจะไปคิดว่าเบาะแสนั้นจะมาจากผู้ให้ข้อมูลเองละ?

พร้อมกับเสียงเรอที่ดังขึ้น ผู้ให้ข้อมูลก็กวักนิ้วกับหวังหยู่และพูด “ถ้าอย่างงั้นเอาเหล้ามาให้ฉัน!”

หวังหยู่ทำได้เพียงหยิบไหเหล้าจากกระเป๋าออกมาอย่างเงียบๆ โชคดีที่เขานั้นเตรียมพร้อมไว้แล้วในครั้งนี้...

เมื่อหยิบไหไปจากหวังหยู่แล้ว ผู้ให้ข้อมูลก็พยักหน้าอย่างมีความสุขและพูด “ลูกศิษย์ของฉันนี้มันรู้เกี่ยวกับฉันดีจริงๆ! พูดตามสัตย์จริงนะว่า ถ้านายไม่มีเซนส์นี่ละก็ฉันจะไม่บอกนายอะไรเลย!”

“ใช่ มาสเตอร์ ขอบคุณสำหรับการสรรเสริญครับ”หวังหยู่ตอบกลับ มันปรากฏว่ามันจะต้องมีสิ่งที่ต้องทำก่อนที่จะเริ่มเควสจากความใกล้ชิดกับผู้ให้ข้อมูล

“ดังนั้น มาสเตอร์ ผมควรที่จะทำอะไรต่อดี?”หวังหยู่ถาม

ผู้ให้ข้อมูลดื่มไปอีกอึกหนึ่ง และก็เรออีกครั้ง “ไปยังภูเขาอันธกาลและกวาดล้างกลุ่มโจรร้ายอันธกาล และหลังจากนั้นก็เอาหัวของวาร์ตันมาให้ฉัน นายมีเวลาเพียงสองชั่วโมงในการทำเควสนี้ให้สำเร็จ! เควสนี้มันไม่ง่ายเลยนายจะต้องเตรียมตัวอย่างจริงจัง! ถ้านายล้มเหลว มันจะมีบทลงโทษอีกด้วย!”

{ แจ้งเตือนระบบ : คุณได้กระตุ้นส่วนที่สามของ “หัวใจแห่งความกล้าหาญ” ในเส้นทางของเควส “กวาดล้างพวกอันธกาล” ความยากระดับ : S คุณต้องการที่จะรับเควสนี่ไหม? }

“ผมรับมัน!”

{ แจ้งเตือนระบบ : คุณได้รับเควส “หัวใจของความกล้าหาญ” ส่วนที่สาม : กวาดล้างพวกอันธกาล! สังหารหัวหน้าของกลุ่มโจรร้ายอันธกาลในหุบเขาอันธกาล วาร์ตัน ตัดหัวของวาร์ตัน 0/1 แจ้งเตือนเควส เควสนี้จะทำได้เมื่อระดับต่ำกว่า 20 หากล้มเหลว ผลลัพธ์ก็คือสูญเสียระดับ 10 ระดับและอาชีพลับ “ผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้” }

จบบทที่ Chapter 27: ภัยพิบัติของโจรร้ายอันธกาล

คัดลอกลิงก์แล้ว