เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 25: ดวล

Chapter 25: ดวล

Chapter 25: ดวล


“นี่มันหมายความว่าอะไรกัน?”หวังหยู่ค่อนข้างช็อค ทำไมกลุ่มยามนั้นพุ่งมาที่นี่เพื่อที่จะทำให้เขากลัวแค่นั้น?

กัปตันของยามพูดอย่างทื่อๆ “ดังนั้นนี่ก็คือท่านขุนนางกระทิงเหล็ก! พวกเรากำลังครุ่นคิดอยู่เลยว่ามีพวกวายร้ายเข้ามาในเมือง!”

“วายร้าย? ไม่ใช่เขาเรอะ?”ดาบน้ำแข็งชี้ไปที่หวังหยู่และตอบกลับ

“เฮ้ เฮ้ เฮ้ อย่าลืมไปว่าทำไมผมถึงฆ่าพวกนั้น และในตอนนี้นายก็ไม่ขอบคุณผมด้วยซ้ำ ไอ้เด็กบัดซบ!”หวังหยู่ด่าอย่างโกรธๆ

“ท่านขุนนางกระทิงเหล็ก ท่านได้สังหารกลุ่มโจรร้ายอันธกาลจากหุบเขา ท่านเป็นฮีโร่ของเมืองเรา! ท่านเจ้าเมืองนั้นต้องการที่จะเจอท่าน!”หัวหน้ายามพูดต่อ

เมื่อเขาได้ยินคำพูดของหัวหน้ายาม หวังหยู่ก็เข้าใจทันทีว่าทำไมพวกเขาถึงเลิกไล่ล่าต่อ เนื่องจากค่าคุณธรรมของเมืองรัตติกาลที่เขาได้รับมันมานี่เอง!

“โอเค ผมจะไปหาเขาในภายหลัง!”

“อื้ม!”

ยามพยักหน้า และพวกเขาก็กลับไปจัดตำแหน่งก่อนหน้านี้และกลับเข้าไปในเมือง

ทุกคนที่อยู่ตรงนี้นั้นช็อคกับฉากที่พวกเขาพึ่งเห็น “นายเห็นนั่นไหม ยามเมืองนั้นมาที่นี่เพื่อที่จะพูดคุยกับชายคนนั้น! ด้วยตัวของพวกเขาเองด้วย!”

“ใช่เลย มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ฉันคิดว่ากลุ่มคนโง่พวกนี้นั้นไม่สามารถที่จะพูดได้ซะอีก?”

“บางทีอาจจะเป็นเควสลับก็ได้นะ? ไปดูมันกันเถอะ!”

ในเวลานั้นเองทุกคนก็ไปถึงข้อสรุปเดียวกันและเดินไปหายาม

“เฮ้ ขอโทษนะครับ….”

ยามนั้นไม่มีท่าทีที่จะหยุด แม้กระทั่งพวกเขานั้นถูกล้อมรอบโดยเหล่าผู้เล่น พวกเขาก็ยังคงมีการแสดงออกที่จริงจังและเคร่งขรึมบนใบหน้าของพวกเขา พวกเขาก็เดินตรงไปยังประตูเมืองต่อไป และกระแทกกับเหล่าผู่เล่นนั้น..

“นั่นมันเยี่ยมมาก! พี่ทำยังไงถึงไม่ได้รับความผิดกับการสังหารผู้เล่นคนอื่นหรอ?”

หวังหยู่หัวเราะ “มันก็เป็นเพียงแค่ความบังเอิญเท่านั้นแหละ เดินทางกันต่อเถอะ มีผู้คนมากมายกำลังรอพวกเราอยู่!”

“อื้ม!”ดาบน้ำแข็งพยักหน้า เขาเหมือนกับตื่นเต้นมากที่หวังหยู่นั้นเหมือนกับได้รับอะไรบางอย่างมาก มันเหมือนว่าเขานั้นผ่านภารกิจพิเศษมา

เมื่อพวกเขาไปถึงโรงฝึกแล้ว หวังหยู่ก็ตระหนักได้ว่ามันไม่ค่อยมีผู้เล่นมากเท่าไหร่ในนิกายซวนเฉิน

“นี่คือคู่ของเพื่อนรักที่ชื่อ ไร้ความกลัวและโบซอน!”ดาบน้ำแข็งชี้ไปที่นักรบและนักบวชที่อยู่ตรงมุมของโรงฝึก เมื่อเขาแนะนำกับพวกเขา

หวังหยู่ยิ้มให้กับทั้งคู่ แล้วเขาก็พยักหน้า

โบซอนนั้นมีการแสดงออกที่เต็มไปด้วยอารมณ์มากเมื่อเขามองเห็ฯหวังหยู่มาถึง

“นี่คือรัศมีฤดูใบไม้ผลิ พี่ชายฤดูใบไม้ผลิ! พี่มันโคตรเยี่ยมเลย!”ดาบน้ำแข็งชี้ไปที่ชายวัยกลางคนที่สวมใส่หมวกแหลม (อุปกรณ์ของนักเวทย์)และพูด

“สวัสดีครับ พี่ชายฤดูใบไม้ผลิ!”หวังหยู่ทักทายอย่างสุภาพ

รัศมีฤดูใบไม้ผลิมองไปที่หวังหยู่และอุทาน “นายมีการแสดงออกที่น่าตื่นตาตื่นใจมาก กระทิงเหล็ก! นายไม่ใช่คนธรรมดาทั่วไป!”

“ขอบคุณพี่ชายฤดูใบไม้ผลิ!”หวังหยู่ตอบกลับ แม้ว่ารัศมีฤดูใบไม้ผลิสามารถที่จะพิจารณาว่าแก่และมีท่าทางที่ดูหยาบช้า ความจริงนั้นก็คือว่าเขานั้นเป็นผู้ชายที่เป็นมิตรมากที่สุดในนิกายซวนเฉิน

“ทำไมทุกคนถึงพูดไร้สาระกันมากมายขนาดนั้น! พวกเราจะไปต่อสู้หรือไม่!”ในเวลาเดียวกันเด็กหนุ่มก็ตะโกนอย่างเกรี้ยวโกรธจากด้านบนเวทีดวลในโรงฝึก

“นี่คือความทระนงตัว….”ดาบน้ำแข็งรีบอธิบาย

“โอ้....”หลังจากที่เห็นความทระนงตัวแล้ว หวังหยู่ก็สูญเสียความอยากสู้ไป

เด็กคนนี้นั้นมีอายุประมาณสิบเดปีและยังคงเผยให้เห็นถึงบรรยากาศอันไม่รู้เรื่องรู้ราวรอบๆตัว เมื่อเปรียบเทียบกับพวกเดรัจฉานจากกิลด์อะโพคาลิปส์แล้ว เขาก็เหมือนเด็กน้อยคนหนึ่งอยู่เลย

“มันไม่ต่างจากข่มขู่เด็กน้อยเลย!”หวังหยู่รีบบอกฝูงชนอย่างกระวนกระวายใจ

ฝูงชนส่ายหัว “เพียงแค่ตีเขา! นายไม่ต้องแสดงความเมตตาให้เขาเห็น!”

“แต่….ผมไม่คิดว่าผมจะยั้งตัวเองอยู่…”

หนึ่งในกฎพื้นฐานของผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้นั้นก็คือพวกเขาไม่สามารถที่จะใช้เทคนิคในการข่มขู่เด็ก การต่อสู้กับความทระนงตัวนั้นเหมือนกับทำลายกฎนี้โดยตรง ถ้าเรื่องนี้ถูกพูดออกไปละก็หวังหยู่ก็ไม่กล้าที่จะแสดงใบหน้าให้เห็นในโลกแห่งศิลปะการต่อสู้อีกเลย

ความทระนงตัวตะโกนอย่างไม่มีความอดทน “นายกล้าที่จะสู้กับฉันหรือไม่ละ? เพียงแค่ขึ้นมา! ถ้านายไม่กล้าที่จะสู้ละก็นายก็ต้องยอมรับตัวเองว่านายหน่ะเป็นไอ้ขี้ขลาด! หลังจากนั้นก็ให้ปู่คนนี้ชี้จุดบกพร่องแก่นายสักจุดหรือสองจุด!”

“ยอมรับว่าผมเป็นคนขี้ขลาด?”หลังจากฟังคำพูดของฝั่งตรงข้าม จิตวิญญาณแห่งศักดิ์ศรีของหวังหยู่ก็ถูกจุดขึ้น

ตั้งแต่ที่เขายังเป็นเด็ก หวังหยู่เป็นอัจฉริยะที่ไม่มีใครเทียบได้ แม้กระทั่งในโลกของผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้ ถ้าเขาเป็นอันดับสองละก็จะไม่มีใครที่เป็นอันดับหนึ่ง แต่เด็กด้านหน้าเขานั้นต้องการที่จะให้เขายอมรับตัวเองว่าเป็นไอ้ขี้ขลาด!

เด็กสารเลวนี่ไม่รู้ว่าโลกอันกว้างใหญ่ที่แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร

“มานี่ซะและให้ลุงสอนเอ็งเอง!”หวังหยู่ตะโกนเมื่อเขากระโดดขึ้นบนเวทีดวล

เมื่อความทระนงตัวเห็นหวังหยู่กระโดดขึ้นบนเวที เขาก็รีบพุ่งเข้าไปโจมตี โดยไม่ให้หวังหยู่ได้เวลาเตรียมตัวเองเลยและเขาก็ใช้ [เตะด้านข้าง] ใส่หวังหยู่

เมื่อผู้เชี่ยวชาญนั้นตัดสินใจที่จะขยับนั้นทุกคนก็สามารถที่จะบอกได้ว่าเขานั้นโม้หรือว่าไม่

จากการโจมตีเพียงครั้งเดียวหวังหยู่ก็สามารถที่จะบอกได้ว่าความทระนงตัวนั้นใช้โหมดอิสระอยู่

เกือบทุกสกิลของนักต่อสู้นั้นใช้ร่างกายให้เป็นประโยชน์ ปกติแล้วพวกเขาก็จะไม่ใช่อาวุธอย่างอื่นเลยในการต่อสู้ นี่ทำให้ผู้คนมากมายคิดว่าทุกคนที่ใช้โหมดอิสระ อาชีพนักต่อสู้ก็ยังอ่อนแอที่สุด

สำหรับความทระนงตัว นักต่อสู้ที่กล้าที่จะใช้โหมดอิสระนั้นพิสูจน์ให้เห็นว่าเด็กคนนี้มีความสามารถบางอย่าง

เริ่มต้นจาก [เตะด้านข้าง] ให้ฝั่งตรงข้ามกระเด็นขึ้น และหลังจากนั้นก็ตามด้วย [หมัดกระแทก] และ [เข่าลอย] ทำให้เกิดความเสียหายเพิ่มขึ้น นี่คือคอมโบพื้นฐานที่สุดของนักต่อสู้ที่ใช้กัน

เมื่อทุกสกิลนั้นทำคอมโบกันนั้น ผลลัพธ์นั้นก็จะทำให้เพิ่มความเสียหายเพิ่มเติมไปอีกหนึ่งร้อยหน่วย

เมื่อเขามองไปที่การเคลื่อนไหวของความทระนงตัวแล้ว หวังหยู่ก็ตระหนักได้ว่าเด็กคนนี้ไม่ได้ทำได้เพียงแค่พูด

แต่เมื่อพบกับหวังหยู่นั้นเป็นโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในชีวิตของความทระนงตัว!

หวังหยู่นั้นเลืออาชีพนักต่อสู้ด้วยตัวเอง ยิ่งกว่านั้น เขาก็รู้เกี่ยวกับความสามารถของอาชีพนักต่อสู้ลึกมาก ซึ่งต้องขอบคุณศิลปะการต่อสู้ที่เป็นพื้นหลังของเขา เขารู้ด้วยว่าการที่จะจัดการนักต่อสู้คนอื่นนั้นทำได้อย่างไร

โดยปราศจากการให้การโจมตีของความทระนงตัวนั้นถึงเขา หวังหยู่ก็ขยับร่างกายของเขาและก้าวไปด้านหน้าเมื่อเขายืดขาขวาของเขาผลักไปที่ความทระนงตัว

“ปึ้ก!!”

หวังหยู่นั้นใช้แรงจากการเคลื่อนไหวของความทระนงตัวและผลักเขาลงจากเวทีโดยไม่แม้แต่ใช้มือของเขาเลย หวังหยู่นั้นก็ได้จัดการความทระนงตัวเพียงแค่การแลกเปลี่ยนการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว

ทุกคนในนิกายซวนเฉินมึนงง

ความทระนงตัวนั้นไม่ใช่เด็กธรรมดาทั่วไป ทุกคนที่อยู่ในกิลด์รู้จักเขามาเป็นเวลาสักพักหนึ่งแล้วและคุ้นเคยกับความสามารถของเขา

ความทระนงตัวนั้นจะเล่นอาชีพระยะไกลเสมอๆในเกมอื่น แต่เมื่อเขามาเล่นใน {REBIRTH} เขาก็ตัดสินใจเล่นอาชีพนักต่อสู้อย่างฉับพลัน สิ่งนี้นั้นทำให้ทุกคนนั้นช็อค

มันค่อนข้างเป็นเรื่องปกติที่นักเวทย์นั้นจะเปลี่ยนไปเป็นนักธนู แต่สำหรับผู้เล่นที่เล่นอาชีพระยะไกลมาเป็นเวลานานแล้วตัดสินใจที่จะเปลี่ยนกลายเป็นอาชีพนักต่อสู้นั้นเป็นเรื่องที่ค่อนข้างแปลก

ความทระนงตัวตัดสินใจที่จะตอบคำถามทุกคำถามของพวกเขา เขานั้นเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยและได้รับบทเรียนเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เขายังเด็กเพื่อที่จะทำให้เขานั้นสามารถที่จะปกป้องตัวเองได้ แม้กระทั่งอันธพาลเจ็ดหรือแปดคนก็ไม่สามารถที่จะเข้าใกล้กับเขาได้!

เมื่อเขาเข้ามาในเกม ความทระนงตัวก็เหมือนปลาที่แหวกว่ายในน้ำ แม้กระทั่งเขานั้นเลือกอาชีพที่อ่อนแอ แม้ว่าโบซอนที่เรียนวิชาดาบก็ไม่กล้าที่จะพูดว่าเขาสามารถที่จะตีเขาในการต่อสู้ได้

ทุกคนในนิกายซวนเฉินสามารถที่จะพิจารณาได้ว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญในเกมที่พวกเขาเล่นก่อนหน้านี้ แต่เมื่อพวกเขาเปลี่ยนมาเล่น {REBIRTH} ความทระนงตัวนั้นก็ยอดเยี่ยมกว่าพวกเขา เนื่องจากความหยิ่งยโสและความอวดดีตามธรรมชาติของเขา เขาก็ยกย่องตัวเองว่าเป็นผู้เชี่ยวชาญอันดับหนึ่งใน {REBIRTH} เมื่อพวกเขานั้นเล่นอยู่ในหมู่บ้านเริ่มต้น

นั่นคือเหตุผลว่าทำไมทุกคนถึงพยายามที่จะทำให้เกิดการต่อสู้ระหว่างหวังหยู่และความทระนงตัวในโอกาสครั้งแรกที่พวกเขาทำได้ ทุกคนในกิลด์นั้นพยายามที่จะสอนบทเรียนแก่เขาว่ามันยังมีคนที่ดีกว่า ดังนั้นเขาไม่สามารถที่จะหยิ่งยโสขนาดนั้นได้

ถึงแม้ว่าทุกคนนั้นรู้ว่าหวังหยู่นั้นเป็นผู้เชี่ยวชาญ พวกเขาก็ไม่ได้คาดคิดว่าเขาจะจัดการความทระนงตัวโดยไม่ต้องออกแรงเลย

ใครจะไปคิดว่าความทระนงตัวนั้นจะถูกจัดการโดยที่ยังไม่ได้แตะตัวคู่ต่อสู้ และกระเด็นออกไปจากเวทีดวลอย่างง่ายๆ

ความทระนงตัวนั้นไม่ยอมรับกับความพ่ายแพ้ของเขา หลังจากที่เขาเพียงแค่กระเด็นตกเวทีและเสียเลือดเพียงเล็กน้อยแค่นั้น

แต่ในสายตาของฝูงชน ความทระนงตัวนั้นพ่ายแพ้ไปเรียบร้อยแล้ว

ความทระนงตัวยืนขึ้นและจ้องไปอย่างมึนงงที่หวังหยู่...หลังจากผ่านไปครึ่งนาทีเขาก็ชี้ไปที่หวังหยู่และตะโกน “ไอ้เหี้... นายกล้าดียังไงที่โกง!”

หวังหยู่หัวเราะแบบที่แตกต่างออกไป “ดังนั้นนายก็ใช้ศิลปะการต่อสู้สไตล์ชาสินะ”

“นายรู้ได้ยังไงกัน???”หลังจากที่ฟังสิ่งที่หวังหยู่พูดเกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้สไตล์ชาแล้ว ความช็อคก็ปกคลุมไปทั่วใบหน้าของความทระนงตัว

ถึงแม้ว่าศิลปะการต่อสู้สไตล์ชานั้นจะไม่โด่งดังเมื่อเปรียบเทียบกับสไตล์อื่นแบบไทจิ แต่มันก็ไม่ได้หมายความว่ามันอ่อนแอกว่า มันเพียงแค่ค่อนข้างที่จะเป็นความลับมากกว่า เหตุผลที่ความทระนงตัวรู้เกี่ยวกับสไตล์การต่อสู้นี้นั้นเนื่องจากว่าหนึ่งในบอดี้การ์ดของเขานั้นที่ครอบครัวของเขาได้จ้างมานั้นรู้เกี่ยวกับสไตล์ศิลปะการต่อสู้นี้และสอนมันให้แก่ความทระนงตัว ใครจะไปคิดว่าจะมีคนในเกมที่จดจำมันได้อีก?

“มาสเตอร์จางและลุงเคยเป็นเพื่อนบ้านกัน ลุงเคยที่จะแลกหมัดกับเขาในอดีต เมื่อลุงยังอายุสิบห้าปี!”หวังหยู่หัวเราะ

“อ๊า….”เมื่อความทระนงตัวได้ยินคำพูดของหวังหยู่ ความคิดของเขาก็สับสนไปหมด

เมื่อใครบางคนที่รู้เกี่ยวกับโลกของศิลปะการต่อสู้แล้ว ความทระนงตัวก็รู้ว่ามาสเตอร์จางที่หวังหยู่พูดนั้นคือใคร เขานั้นพูดให้ชัดเจนอีกว่า “เขาเคยแลกหมัด”กับใครบางคน

มันมีกฎในโลกศิลปะการต่อสู้ที่มีเพียงผู้ชนะที่สามารถที่จะพูดกับคนอื่นได้ว่า “แลกหมัด” กับคนอื่น

ไม่มีใครในโลกศิลปะการต่อสู้ที่จะพูดอย่างสบายๆว่าพวกเขาเคย “แลกหมัด”กับคนอื่น ซึ่งมันจะทำร้ายศักดิ์ศรีของคนอื่น ความทระนงตัวนั้นไม่สงสัยเลยกับคำพูดของหวังหยู่

ความทระนงตัวนั้นเรียนรู้เกี่ยวกับศิลปะการต่อสู้ชาจากผู้ฝึกฝนเพียงแค่เวลาไม่กี่เดือน ในขณะที่หวังหยู่นั้นได้จัดการผู้สร้างของสไตล์การต่อสู้นี้เมื่อเขายังเป็นเพียงแค่วัยรุ่น! มันยังต้องมีการแข่งขันกันอีกด้วยเหรอ?

เมื่อเขาคิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ ความทระนงตัวก็ก้มหัวลงด้วยความอายและพูด “มันไม่จำเป็นที่จะต้องสู้กันต่ออีกแล้ว ฉันยอมรับความพ่ายแพ้!” มันเป็นเรื่องที่น่าตลกอะไรกัน ทำไมเขาถึงยั่วยุใครบางคนที่อยู่ในระดับนั้น!

“อื้ม นายไม่ได้ทำให้ตัวเองดูแย่เลย!”เมื่อเห็นความทระนงตัวนั้นยอมรับความพ่ายแพ้อย่างตรงไปตรงมา หวังหยู่ก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย เมื่อคิดเกี่ยวกับตัวเอง “ถึงแม้ว่าเด็กคนนี้จะหยิ่ง แต่เขาก็ไม่ใช่คนที่มีใจแคบ!”

“อย่าดูถูกฉัน! ฉันรู้อย่างชัดเจนถึงความแตกต่างของความแข็งแกร่งระหว่างพวกเรา! ถึงแม้ว่าฉันจะแพ้ในวันนี้ ฉันก็ไม่ขี้ขลาด! ฉันจะข้ามผ่านนายให้ได้ซักวันหนึ่ง!!!”

“ไม่เลวเลย นายมีความกล้า ลุงจะรอนายละกัน!”หวังหยู่มองไปที่ความทระนงตัวและตระหนักได้ว่าเด็กคนนี้เหมือนกับเขาในตอนที่เขาเด็ก

หลังจากที่ความทระนงตัวยอมรับความพ่ายแพ้ ฝูงชนก็รีบพุ่งขึ้นไปบนเวทีดวล

“ดูเหมือนว่านายแพ้นะไก่น้อย! บางทีครั้งหน้านายควรที่จะหลบด้านหลังหัวหน้ากิลด์!”

“ฮ่าๆ นายเจอคู่ต่อสู้แล้ว! นายก็ไม่ได้แข็งแกร่งกว่าฉันแต่นายก็ยังกล้าที่จะสู้กับพี่ชายกระทิงเหล็กอีกนะ!!”

“เฮะๆ มันไม่ได้สำคัญอะไรเลย แต่สิ่งที่สำคัญก็คือไก่น้อยนั้นเป็นนักพนันที่ดี ที่ไม่เคยลืมหนี้ของเขา นายคงไม่ลืมหนี้ของนายวันนี้ใช่ไหม?”

หลังจากที่ฟังคำพูดของพี่ฤดูใบไม้ผลิแล้ว ความทระนงก็มีท่าทางที่มืดมนและหยิบเงินจำนวนมากออกมาและส่งไปให้กับฝูงชน

หวังหยู่พูดไม่ออก เหมือนกับว่าความทระนงตัวนั้นพนันว่าเขาจะชนะ เมื่อทุกคนนั้นกำลังลงพนันกัน!

เมื่อเขามองไปที่กลุ่มของชายวัยกลางคนที่กำลังรังแกเด็กจนเกือบจะร้องไห้ หวังหยู่ก็หยิบหนังสือสกิลและโยนไปให้ความทระนงตัว “เอามันไปซะ ไม่ต้องเกรงใจ!”

ความทระนงตัวอ่านคำอธิบายของสกิลก่อนที่จะตะโกนอย่างตื่นเต้น “ขอบคุณ พี่ชายกระทิง!”

“ไอ้เด็กเวรไม่มีความเคารพเลย เรียกฉันว่าลุง!”

“ผมจะเรียกลุว่าพ่อได้เลยด้วยซ้ำ ถ้าลุงต้องการ!”

เมื่อเห็นการแสดงออกบนใบหน้าของความทระนงตัว ดาบน้ำแข็งก็ถามขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ “พี่ให้สกิลนั่นกับเขาไปอย่างงั้นเรอะ?”

“ใช่!”

“ไอ้เหี้..!”ดาบน้ำแข็งเปิดเผยท่าทางอันเศร้าสร้อย “ลุงกระทิง นายสามารถที่จะเอาหนังสือเล่มนั้นจากเขาและมาให้ฉันแทนได้ไหมครับ?”

“หนังสืออะไรกัน?”ทุกคนนั้นก็เข้าร่วม

“หนังสือสกิลอาวุธคู่ที่ทำให้เกิดความเสียหาย 120%และแม้กระทั่งทำให้ฝั่งตรงข้ามยกเลิกสกิลได้อีกด้วย!” ดาบน้ำแข็งร้องไห้

“ไอ้เหี้..!!! ลุงกระทิง!!! ให้หนังสือสกิลแก่พวกเราด้วย!!!”

หวังหยู่พูดไม่ออก “ไอ้เหี้... มันมีอะไรผิดปกติแน่ๆกับกลุ่มคนกลุ่มนี้!”

จบบทที่ Chapter 25: ดวล

คัดลอกลิงก์แล้ว