เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

Chapter 16: เขาปัญญาอ่อนอย่างงั้นเหรอ?

Chapter 16: เขาปัญญาอ่อนอย่างงั้นเหรอ?

Chapter 16: เขาปัญญาอ่อนอย่างงั้นเหรอ?


ตกตะลึง!! ประหลาดใจ!!

ตั้งแต่หวังหยู่ปรากฏตัวจนกระทั่งกำราบก็อบลินทั้งหมดนั้นใช้เวลาไปไม่ถึงนาทีด้วยซ้ำ!!

การเคลื่อนที่ของหวังหยู่นั้นนุ่มนวลเหมือนกับแม่น้ำที่ไหลผ่าน มันไม่มีการเคลื่อนที่ที่ไร้ประโยชน์เลยแม้แต่น้อย และเขาก็กำราบคู่ต้อสู้ได้อย่างง่ายดาย

เขานั้นเหมือนกับผีและเขาก็สามารถที่จะหลบการโจมตีระยะไกลทั้งหมดของก็อบลินและแม้กระทั่งสายฟ้านั่นก็เช่นกัน!

ผู้เล่นผู้หญิงทั้งสามคนนั้นมึนงงกับการสไตล์การโจมตีที่อุกอาจและความเสียหายที่บ้าคลั่งของเขา!

หลังจากผ่านไปชั่วครู่หนึ่ง หนึ่งในสาวที่เล่นอาชีพอัศวินก็ยกอาวุธของเธอขึ้นและพึมพำ “ฉันไม่ได้ฝันไปใช่ไหม...... นักต่อสู้นั้นพึ่งจะจัดการบอสไปนี่นะ???”

“นี่......นี่มันไม่น่าจะใช่! ทำไมพลังโจมตีกายภาพของเขาสูงถึงขนาดนี้?”นักเวทย์ถามขึ้นเมื่อเธอหยิบคทาของเธอ

มันเป็นเรื่องที่ต้องพูดเนื่องจากในช่วงเวลานี้ของเกม ผู้เล่นจำนวนมากนั้นระดับประมาณ 10 ถึงแม้ว่าพวกเขานั้นจะใช้สกิลทั้งหมดเพื่อเพิ่มความเสียหายที่ทำแล้ว พวกเขาก็สามารถที่จะทำได้เพียงประมาณ 300ร้อยต่อบอสระดับ 15 และนั่นก็สามารถพิจารณาได้ว่ามันดีมากแล้ว!

แต่นักต่อสู้ด้านหน้าสายตาของพวกเธอนั้นแสดงให้เห็นวิธีการฆ่าบอสมอนสเตอร์ที่มีพลังชีวิตถึงห้าพันให้ย่อยยับภายในหนึ่งคอมโบ..... ถึงแม้ว่าพวกเธอทั้งสามคนนั้นจะทำความเสียหายกับบอสไปบ้างแล้ว แต่มันก็ยังคงเหลือพลังชีวิตเกิน 4000 และความเสียหายที่เขาทำนั้นไม่ใช่เรื่องธรรมดาที่คนทั่วไปสามารถที่จะจินตนาการได้!

“พวกเธอโอเคไหม!” หวังหยู่มองกลับไปและถามกลุ่มเด็กสาว

“พวกเรา.....พวกเราสบายดี…”เด็กสาวทั้งสามคนนั้นยังคงอยู่ในสภาวะตกตะลึง

“โอ้!”หวังหยู่ตอบกลับ ขณะที่เขาหยิบไอเทมที่ดรอปมาจากบอส

บอสนั้นดรอปหนังสือสกิลสองเล่มและอาวุธระดับทองแดง

[หนังสือแห่งพิษ] สอนวิธีสร้างพิษแก่ผู้ใช้

อาชีพที่ต้องการ : นักบวช

[หนังสือแห่งการชุบชีวิต] สอนสกิล [ชุบชีวิต] แก่ผู้ใช้

อาชีพที่ต้องการ : อัศวิน

{ เกียรติยศของก็อบลิน (ดาบรบ) (ทองแดง) }

พลังโจมตีกายภาพ : 15-19

พลังโจมตีเวทมนตร์ : 7-13

[เรียกสายฟ้า] การโจมตีธรรมจะมีโอกาส 20% ที่จะเรียกสายฟ้าฟาดลงใส่เป้าหมาย

ระดับที่ต้องการ : 15

เมื่อเขามองไปที่ค่าสถานะของไอเทมที่เขาหยิบขึ้นมา หวังหยู่ก็บ่นพึมพำอย่างผิดหวัง “นี่มันกองขยะ....”

คนรวยนั้นไม่เข้าใจถึงสภาพของคนจน ในยุคที่อุปกรณ์ระดับเหล็กนั้นถูกพิจารณาว่าหายาก ชายคนนี้ก็กล้าที่จะเรียกอุปกรณ์ระดับทองแดงว่ากองขยะ..... บางทีทั่วทั้งเกมอาจจะมีเพียงแค่หวังหยู่ที่กล้าพูดคำนี้

อย่างไรก็ตามขยะก็ดีกว่าไม่มีอะไรเลย อย่างน้อยมันก็สามารถที่จะขายเป็นเงินได้เล็กน้อย หวังหยู่ปลอบประโลมตัวเองเมื่อเขาเก็บไอเทมพวกนี้เข้าคลัง

ในเวลานั้นเอง เด็กสาวอายุน้อยที่สุดในกลุ่มสามสาวนั้นหยิบดาวขึ้นมาและตะโกนใส่หวังหยู่ “นี่มันน่ารังเกียจมาก! เมื่อคิดว่ามีใครบางคนกล้าที่จะขโมยมอนสเตอร์ของเรา (KS)!” (ประมาณมีคนสู้อยู่ก่อนแล้ว และก็มีอีกคนหนึ่งมาสร้างความเสียหายจนมอนสเตอร์ตัวนั้นตายเป็นการโจมตีครั้งสุดท้ายครับ)

“KS?”หวังหยู่มึนงงกับคำพูดของเธอ

“ผมขอโทษจริงๆ ผมคิดว่าเธอ....”

เมื่อเขาพูด หวังหยู่ก็หยิบไอเทมที่ดรอปมาจากบอสให้กับเด็กสาว

ถึงแม้ว่าหวังหยู่นั้นจะเป็นมือใหม่กับเกม แต่เขาก็ผ่านหมู่บ้านเริ่มต้นมาแล้ว และเขาก็รู้เกี่ยวกับการกระทำที่เช่น KS ซึ่งเป็นการกระทำที่น่ารังเกียจมาก

“หื้อ???!!!”

เมื่อพวกเธอเห็นหวังหยู่ให้ไอเทมที่ดรอปจากบอสกับพวกเธอ เด็กสาวทั้งสามคนก็พูดไม่ออก

เมื่อดันเจี้ยนระดับ15นั้นปรากฏขึ้น อุปกรณ์ระดับทองแดงนั้นไม่มีค่า แต่หนังสือสกิลทั้งสองเล่มนั้นคนละเรื่องกันเลย

นักบวชนั้นจะใช้ศาสตร์แห่งพิษทำให้เป้าหมายเลือดไหลอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่อัศวินนั้นจะใช้สกิลนี้เพื่ออวยพรให้แก่พันธมิตร เพิ่มพลังโจมตีและพลังป้องกัน (คือผมงงมากครับ ปกติแล้ว Revive จะเป็นสกิลชุบชีวิต แต่เหมือนกับว่าในเกมนั้นอธิบายเหมือนกับสกิลที่เพิ่มค่าสถานะของผู้เล่นยังงั้นอะครับ ทางอิ้งแปลมาแบบนี้ครับ)

[พิษ]และ[ชุบชีวิต] สองสกิลนี้นั้นจำเป็นมากกับอาชีพทั้งสองอาชีพ ถ้ามันไม่ได้มาจากหวังหยู่ที่หยิบมันขึ้นมาละก็ สกิลพวกนี้นั้นสามารถที่จะซื้อได้จากผู้แนะนำอาชีพเท่านั้น

เหรียญทองแดงบางเหรียญ ผู้เล่นนั้นก็ได้มันมาจากการต่อสู้กับมอนสเตอร์แต่ก็ไม่เพียงพอ เพราะว่าพวกเขาจะต้องซื้อยาเพิ่มพลังชีวิตและยาเพิ่มมานาอีกด้วย เมื่อต้องการที่จะซื้อสกิลแบบนี้นั้นจะทำให้การเงินของผู้เล่นเหล่านั้นย่ำแย่มาก

ด้วยเหตุนี้นี่เอง สกิลทั้งสองเล่มนี้มันมีค่ามาก!

เนื่องจาก {REBIRTH}เป็นเกมเสมือนจริง ดังนั้นมันก็เป็นโลกที่แตกต่างไปจากคลิ๊กเมาส์และเกมที่ใช้คีย์บอร์ด ผู้เล่นนั้นต้องพึ่งกับสกิลของตัวเองและการตัดสินใจในเกม ซึ่งมันทำให้มันยากกว่าเกมอื่น ด้วยเหตุนี้นี่เองผู้เล่นจำนวนมากจึงรวมกลุ่มกันฝึกฝนและสู้กับมอนสเตอร์

อัตราการดรอปไอเทมในเกมนี้นั้นต่ำมาก แต่มันยิ่งต่ำเข้าไปอีกถ้าผู้เล่นนั้นรวมกลุ่มกันล่า สำหรับอะไรบางอย่างที่หายากเช่นหนังสือสกิล ถึงแม้ว่าจะล่าไปนับสิบตัว หนังสือสกิลอาจจะไม่ดรอปเลยแม้แต่ครั้งเดียว หนึ่งในเหตุผลที่หัวหน้าเผ่าก็อบลินนั้นดรอปหนังสือสกิลสองเล่มนั้นเหตุผลหลักก็คือบอสนี้นั้นเกิดขึ้นในป่า ในขณะที่เหตุผลอย่างที่สองก็คือหวังหยู่นั้นฆ่าบอสโดยตัวของเขาเอง แต่เหตุผลที่สำคัญที่สุดก็คือมันเป็นครั้งแรกที่บอสตัวนี้ถูกฆ่า

ในตลาดตอนนี้ ราคาของหนังสือสกิลสองเล่มนี้นั้นสามารถที่จะขึ้นสูงมากได้

ทำไมนักต่อสู้คนนี้ถึงให้ไอเทมที่ล้ำค่านี้ละ.....

เด็กผู้หญิงทั้งสามคนนั้นจ้องไปที่หวังหยู่ ไม่มีใครในพวกเธอที่สามารถจะเชื่อกับสิ่งที่พวกเธอได้ยินด้วย

“คุณ.....คุณจะให้แก่พวกเรา?”นักบวชนั้นพบว่าสถานการณ์นั้นไม่สะดวกสบายอย่างมาก

หวังหยู่พยักหน้า และพูดที่แตกต่างออกไป “มอนสเตอร์มันเป็นของพวกเธอในตอนแรกอยู่แล้ว ยิ่งไปกว่านั้นผมไม่ได้ใช้กับกองขยะพวกนี้....ตั้งแต่ที่พวกเธอนั้นต้องการพวกมัน พวกเธอก็เอาไป....”

เด็กสาวทั้งสามคนตกตะลึง “ขยะ.... เขาพูดว่ากองขยะ…”

“มันสำคัญอะไรละ? ถ้าเธอไม่ต้องการมันละก็ ผมก็จะเก็บมันไปเองละ!”เมื่อเห็นเด็กสาวทั้งสามคนไม่ตอบกลับ หวังหยู่ก็พูดในทันที

“พวกเราต้องการมัน! พวกเราต้องการมัน!”

เด็กสาวทั้งสามคนวิ่งเข้าหาหวังหยู่และหยิบไอเทมไปจากมือของเขา หลังจากที่ได้รับหนังสือสกิลจากหวังหยู่แล้ว พวกเธอก็ยังคิดว่าเธอนั้นยังฝันกันอยู่

หลังจากที่ได้รับหนังสือจากความฝัน นักบวชก็ก้าวไปข้างหน้าและพูดด้วยอารมณ์ “ชื่อของฉันก็คือ พริมโรสอันนองเลือดและสองคนนี้ก็คือกุหลาบอันนองเลือดและอาซาเลียอันนองเลือดพวกเรามาจากกองทัพพริมโรส”

เมื่อเธอพูดเกี่ยวกับกิลด์ของเธอ เขาก็สัมผัสได้ถึงความภาคภูมิใจที่สามารถเห็นได้บนใบหน้าของเธอ กองทัพพริมโรสนั้นสามารถที่จะพิจารณาได้ว่าเป็นกิลด์ที่ค่อนข้างใหญ่

“โอ้”หวังหยู่ตอบกลับอย่างเหม่อลอย

“เฮ้.....”เมื่อเธอเห็นหวังหยู่ไม่สนใจกับสิ่งที่เธอพูด เธอรู้สึกค่อนข้างผิดหวัง แต่เธอก็ยังคงถาม “ฉันสงสัยว่าคุณจะสามารถบอกชื่อของคุณได้ไหม?”

“ชื่อของผมก็คือกระทิงเหล็ก”หวังหยู่ตอบกลับ

“เทพเจ้ากระทิงเหล็ก??!!”

เด็กสาวทั้งสามตะโกนขึ้นมาพร้อมกัน ทำให้หวังหยู่ช็อค

“ใช่ นั่นคือผมเอง….”หวังหยู่ยอมรับกับชื่อเล่นอย่างอายๆที่มันให้แก่เขา “เทพเจ้า”

เด็กสาวทั้งสามรู้สึกโล่งอกมาก ดังนั้นคนนี้ก็คือเทพเจ้ากระทิงเหล็ก ไม่ประหลาดใจเลยที่เขานั้นไม่สนใจเมื่อเขาได้ยินชื่อกองทัพพริมโรส

ไม่มีใครในพวกเธอที่รู้ว่าเขานั้นเป็นผู้เล่นใหม่ หวังหยู่ก็ไม่มีไอเดียเลยว่ากิลด์นี้คืออะไร ไม่ต้องพูดถึงกองทัพพริมโรสเลย แม้กระทั่งกิลด์อะโพคาลิปส์ก็ไม่ได้แตกต่างไม่จากกลุ่มของอันธพาลในสายตาของหวังหยู่

“เทพเจ้ากระทิงเหล็ก ถ้าคุณไม่มีกิลด์ในตอนนี้ ทำไมคุณไม่เข้าร่วมกับกองทัพพริมโรสของพวกเราละ ถ้าคุณเข้าร่วมจะได้รับผลประโยชน์ที่ดีมาก...”เมื่อเธอพูด ตาของพริมโรสอันนองเลือดก็สังเกตเห็นถึงบนอกของหวังหยู่

เมื่อเธอมองไปที่สัญลักษณ์ไทจิบนหน้าอกเขา กุหลาบอันนองเลือดก็พูดอย่างผิดหวัง “ดังนั้นกระทิงเหล็กก็เป็นผู้เชี่ยวชาญที่มาจากนิกายซวนเฉิน! ไม่ประหลาดใจเลยที่การกระทำของคุณนั้นช่างเด็ดขาดเหลือเกิน!”

“นิกายซวนเฉิน?”หวังหยู่มึนงอีกครั้งหนึ่ง เกมตะวันตกนั้นก็สร้างนิกายซวนเฉินด้วยเหรอ? แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง เขารู้สึกเหมือนกับว่ามีใครบางคนเคยพูดชื่อนี้มาก่อนหน้านี้กับเขา

“คุณหมายความว่าคุณไม่ใช่ส่วนหนึ่งของพวกเขา?”เมื่อเห็นปฏิกิริยาของหวังหยู่ กุหลาบอันนองเลือดก็ถามอย่างสงสัย

หลังจากที่ถึงระดับ 10 ผู้เล่นคนไหนก็ได้สามารถที่จะสร้างกิลด์ได้ แต่ละกิลด์นั้นจะมีสัญลักษณ์ของพวกเขาเองและสัญลักษณ์ที่เกิดขึ้นนั้นก็คือสัญลักษณ์ไทจิของนิกายซวนเฉิน

ในตอนนี้ ทุกอาชีพนั้นมีสัญลักษณ์ของตัวเอง แต่ไม่มีใครเคยเห็นสัญลักษณ์ไทจิมาก่อน มันจึงเป็นเรื่องง่ายที่จะเข้าใจได้ว่าทำไมกุหลาบอันนองเลือดถึงคาดเดาผิดว่าหวังหยู่นั้นเป็นหนึ่งในนิกายซวนเฉินเนื่องจากตราไทจิที่อยู่บนหน้าอกของเขา

“ผมก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน.....แต่ผมน่าจะอยู่!”หวังหยู่ลูบหัวของเขาและคิดเกี่ยวกับตัวเอง ผู้คนจากนิกายซวนเฉินนั้นก็ดีมากและผู้เล่นคนอื่นก็เรียกพวกเขาว่าผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้! เกมตะวันตกนั้นส่วนมากแล้วไม่ค่อยมีความเข้าใจกับคอนเซปต์ของตะวันออกและบางทีก็โกงภายใต้ชื่อพวกนี้”

เมื่อเห็นหวังหยู่มาจากนิกายซวนเฉิน กุหลาบอันนองเลือดก็ตระหนักได้ว่าเธอน่าจะยั่วยุศัตรูที่เธอไม่สามารถที่จะจัดการได้เพื่อที่จะรักษาใบหน้าของเธอ เธอจึงรีบที่จะเปลี่ยนหัวข้อในทันที “พวกเราต้องขอบคุณเทพเจ้ากระทิงเหล็กมากในครั้งนี้!

ถ้าไม่เป็นเพราะคุณละก็ พวกเราก็จะตายแล้วในครั้งนี้! แม้ว่าจำนวนเงินนี้มันจะไม่มากพอสำหรับการซื้อหนังสือสกิลสองเล่มนี้ แต่พวกเราก็หวังหว่าคุณจะตกลงรับรางวัลนี้ไว้!”

เด็กสาวทั้งสามคนนั้นเคยประมูลมาก่อนหน้านี้และรู้ว่าราคาของหนังสือสองเล่มนี้มีค่ามาก พวกเธอจึงซื้อข้อมูลมาว่าบอสนี้มีศักยภาพที่จะดรอปหนังสือสองเล่มนี้ ใครจะไปคิดละว่าก็อบลินนั้นยากที่จะฆ่ามันมาก ถ้าไม่ใช่เพราะการแทรกแซงของหวังหยู่แล้ว เด็กสาวทั้งสามคนก็จะตายอย่างแน่นอนและสูญเสียค่าประสบการณ์ 10%

เมื่อเธอพูด กุหลาบอันนองเลือดก็หยิบกระเป๋าเงินออกมา ระบบก็แจ้งเตือนหวังหยู่ว่าในนั้นมีเหรียญทองอยู่ 24เหรียญ มันเหมือนกับว่าเด็กสาวพวกนี้ค่อนข้างท่าจะรวย!

หวังหยู่หัวเราะอย่างแตกต่างออกไปและปฏิเสธเงิน “ฮ่าๆ โลกนี้มันไม่แฟร์กันเลยแต่สำหรับผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้แล้วมันเป็นเรื่องที่ถูกต้องสำหรับผมที่ต้องช่วยผู้คนที่ต้องการ! ผมไม่สามารถที่จะรับเงินพวกนี้จากพวกเธอได้!”

“ผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้?”

เด็กสาวทั้งสามคนตะลึง และมองหน้ากันและกันและพึมพำ “เทพเจ้ากระทิงเหล็กนั้นถูกดูดซึมไปกับท่าทางนี้แล้ว.....อย่าบอกฉันนะว่าเขาปัญญาอ่อน?”

“ฉันคิดแบบเดียวกันเลย คนธรรมดาที่ไหนจะให้ไอเทมที่ล้ำค่าได้อย่างง่ายดายเช่นนี้?”

“ฮ่าๆ ดังนั้นข่าวลือก็คือเรื่องจริง สมาชิกทั้งหมดของนิกายซวนเฉินนั้นบ้าคลั่ง ไม่ประหลาดใจที่เขานั้นไม่รู้ว่าเขานั้นอยู่ในกิลด์นั้น..”

“นั่นถูกเลย ผมเป็นผู้เชี่ยวชาญที่ฝึกศิลปะการต่อสู้!”หวังหยู่พอใจมากกับตัวเอง หลังจากที่ฝึกซ้อมมาหลายปีแล้ว ก็มีเพียงเกมนี้เท่านั้นที่เขาสามารถจะแสดงให้เห็นอำนาจของศิลปะการต่อสู้อันเกรียงไกรต่อคนอื่น

“ฮ่าๆ.....ฮ่าๆ”เด็กสาวทั้งสามคนหัวเราะอย่างกระวนกระวาย “เทพเจ้ากระทิงเหล็ก ทำไมพวกเราไม่ฝึกซ้อมด้วยกันละ?”

หวังหยู่โบกมืออย่างไม่ใส่ใจอะไรและตอบกลับ “ไม่จำเป็น ผมต้องการที่จะฝึกคนเดียวมากกว่า!”

“ช่างน่าเสียดายอะไรเช่นนี้...”เด็กสาวทั้งสามคนนั้นตอบไปด้วยความผิดหวัง

หวังหยู่ตอบกลับอย่างเที่ยงธรรม “มันไม่มีอะไรผิดปกติเลยกับเรื่องนี้! เส้นทางของผู้ที่ฝึกศิลปะการต่อสู้นั้นจะต้องโดดเดี่ยวและเต็มไปด้วยอันตราย!”

เมื่อพวกเธอได้ยินสิ่งที่หวังหยู่พูด เด็กสาวทั้งสามคนก็รู้สึกขนลุกจากแขนของพวกเธอได้ และก็รีบพูด “ตั้งแต่มันเป็นกรณีแบบนี้ ถ้าอย่างงั้นพวกเราก็จะไม่รบกวนคุณอีกแล้ว! ถ้าคุณจะมีเวลาให้พวกเราเลี้ยงขาวคุณบ้างสักครั้งได้ไหม!”

เมื่อพวกเธอพูด เด็กสาวทั้งสามคนก็ส่งคำขอเป็นเพื่อนกับหวังหยู่

หวังหยู่กดยอมรับกับคำขอเป็นเพื่อนและหัวเราะ “ถ้าอย่างงั้น ไว้พวกเราเจอกันครั้งหน้านะเด็กสาวทั้งหลาย!”

“….อื้ม!”เด็กสาวทั้งสามพยักหน้า

หวังหยู่หันหลังกลับและกระโดดตรงเข้าไปส่วนลึกของป่าพงไพรอันลึกลับ

เมื่อพวกเธอไม่เห็นหวังหยู่แล้ว เด็กสาวทั้งสามก็ถอนหายใจ “โชคร้ายเหลือเกิน ใครจะไปคิดว่าผู้ที่เล่นที่แข็งแกร่งนั้นจะปัญญาอ่อน!”

อัศวินอาซาเลียอันนองเลือดก็พูด “แต่พวกเราก็ต้องขอบคุณเทพเจ้ากระทิงเหล็กจริงๆ ในตอนสุดท้ายเขาก็ยังให้หนังสือสกิลกับพวกเราสองเล่มและแม้กระทั่งอาวุธระดับทองแดง....”

พริมโรสอันนองเลือดพยักหน้า “นั่นถูกต้องเลย ถ้าเทพเจ้ากระทิงเหล็กนั้นพบเจอกับความยากลำบากในอนาคต พวกเราจะต้องทำทุกสิ่งทุกอย่างที่อยู่ในกำลังของพวกเราเพื่อที่จะช่วยเขา….”

“ฮื้มมม นอกจากสิ่งที่เธอพูดแล้ว ฉันก็ยังคงคิดว่าพวกเราควรที่จะติดต่อกับคนบ้าจากนิกายซวนเฉินให้น้อยลงจะดีกว่า”กุหลาบอันนองเลือดและเธอก็ชี้ไปที่หน้าของเธอ การแสดงออกที่หวาดกลัวก็ยังปรากฏอยู่บนใบหน้าของเธอ

จบบทที่ Chapter 16: เขาปัญญาอ่อนอย่างงั้นเหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว