- หน้าแรก
- ข้ามเวลาฝ่าวิกฤต ณ ปลายราชวงศ์
- บทที่ 1210 - ปัจฉิมลิขิต 66 : คืนเข้าหอ
บทที่ 1210 - ปัจฉิมลิขิต 66 : คืนเข้าหอ
บทที่ 1210 - ปัจฉิมลิขิต 66 : คืนเข้าหอ
บทที่ 1210 - ปัจฉิมลิขิต 66 : คืนเข้าหอ
◉◉◉◉◉
ช่วงไม่กี่วันก่อนวันแต่งงาน ญาติพี่น้องตระกูลเซี่ยเดินทางเข้าเมืองหลวงมาอีกหลายคน
เซี่ยซื่อจางผู้เป็นปู่และเซี่ยอี๋ฉินผู้เป็นพ่อ เดินทางมาล่วงหน้าเพื่อเตรียมการและนำเงินมาจัดซื้อสินสอด
คราวนี้มีอาสี่ อารอง และน้องสาวคนเล็กของเซี่ยเหยียนตามมาสมทบ
อาสี่กับอาห้าไม่ได้มาแค่ร่วมงานแต่ง แต่ตั้งใจมาดูงานโรงงานปูนซีเมนต์รุ่นใหม่ด้วย เซี่ยเหยียนมอบสิทธิ์การใช้สิทธิบัตรให้พวกเขาฟรีๆ เพื่อให้กลับไปตั้งโรงงานของตระกูลที่ชางโจว
หรืออาจจะไม่ตั้งที่ชางโจวก็ได้ ขอแค่หาทำเลที่มีวัตถุดิบใกล้เคียงก็พอ
ส่วนเซี่ยหว่านน้องสาวคนเล็ก มาเพื่อกินเลี้ยงงานแต่งโดยเฉพาะ โดยมีบ่าวที่ซื่อสัตย์คุ้มกันมาตลอดทาง
"ฤกษ์งามยามดีมาถึงแล้ว!"
เซี่ยหว่านยืนอยู่ใต้ระเบียงกับแม่ พอได้ยินเสียงเจ้าหน้าที่พิธีการตะโกน ก็อดไม่ได้ที่จะยืดคอชะเง้อมอง
แล้วก็โดนท่านแม่ตบหัวไปป้าบหนึ่ง
"ยืนดีๆ อย่าซุกซน" หวังอี๋ถงดุเสียงเบา
"เจ้าค่ะ" เซี่ยหว่านทำปากยื่น
เห็นเซี่ยเหยียนสวมชุดคลุมไหมปักลายสีแดงสด เดินเข้าไปประสานมือคารวะเหล่าญาติผู้ใหญ่
เซี่ยอี๋ฉินเริ่มพิธีจิบสุรามงคล หยิบจอกเหล้าในถาดขึ้นมา รินเหล้าแล้วยื่นให้ลูกชายพร้อมกล่าวว่า "จงไปรับเจ้าสาวผู้เพียบพร้อม เพื่อเชิดชูเกียรติแก่วงศ์ตระกูลเรา"
"ลูกขอน้อมรับคำสั่ง" เซี่ยเหยียนรับจอกเหล้ามาดื่มจนหมด
ดื่มเสร็จ เซี่ยเหยียนวางจอกลง กราบลาพ่อแม่และญาติผู้ใหญ่ แล้วหันหลังเดินออกจากประตูไปขึ้นม้า
เซี่ยหว่านหัวเราะคิกคัก "วันนี้พี่หกดูเท่จังเลย"
หวังอี๋ถงยืดอกภูมิใจ "ไม่เท่จะแต่งกับองค์หญิงได้ยังไง ไปกันเถอะ เราไปที่จวนองค์หญิงกัน"
ขั้นตอนทางฝั่งตระกูลเซี่ยจบลงเท่านี้ เหลือแค่พิธีแต่งงานในช่วงค่ำ
วันนี้เซี่ยเหยียนดูสง่าผ่าเผยจริงๆ ชุดคลุมไหมสีแดงนั้นเป็นของพระราชทาน ประเมินคร่าวๆ น่าจะมีมูลค่าหลายร้อยถึงพันก้วน
อิทธิพลของสองพ่อลูกจูกั๋วเสียงและจูหมิงที่มีต่อมิตินี้ ยังสะท้อนผ่านประเพณีชาวบ้านหลายอย่าง
เช่นจูหมิงเคยพูดเล่นว่า "การแต่งงานก็เหมือนการสอบจอหงวนสนามเล็ก" หมายความว่าการแต่งงานก็เหมือนการมีชื่อติดประกาศในบอร์ดสอบขุนนาง ดังนั้นจึงเปลี่ยนคำเรียก "ลูกเขยใหม่" ให้เป็น "ซินหลาง" หรือเจ้าบ่าว ซึ่งในสมัยถังและซ่ง คำว่าซินหลางใช้เรียกบัณฑิตที่เพิ่งสอบติดและได้รับตำแหน่งขุนนางใหม่ๆ
ในเมื่อการแต่งงานเปรียบเหมือนการสอบได้เป็นขุนนาง ดังนั้นการสวมชุดขุนนางก็เป็นเรื่องสมควร จูหมิงยังอนุญาตให้เจ้าบ่าวสามารถสวมชุดขุนนางระดับเก้าในวันรับตัวเจ้าสาวได้ เพื่อให้เจ้าบ่าวทุกคนได้ลิ้มรสชาติของการเป็นขุนนางสักวันหนึ่ง
การเปลี่ยนแปลงธรรมเนียมนี้ได้รับความนิยมจากชาวบ้านทันที เพียงไม่กี่ปีก็แพร่หลายไปทั่วประเทศ
ต่อมาคำว่า "สะใภ้ใหม่" ก็ถูกเปลี่ยนเป็น "ซินเหนียง" หรือเจ้าสาว ในที่สุดอาการย้ำคิดย้ำทำเรื่องภาษาของจูหมิงก็ได้รับการเยียวยา
"ท่านเจ้าบ่าว! ท่านเจ้าบ่าว!"
"ท่านราชบุตรเขย..."
สองข้างทาง ผู้คนแห่กันมามุงดูและส่งเสียงเชียร์ พวกว่างงานที่ชอบดูเรื่องสนุกสนานมารวมตัวกันเพียบ
เมื่อวานตอนส่งขบวนสินสอดก็ครึกครื้นมาก หีบสินสอดถูกหามออกจากที่พักชั่วคราวของตระกูลเซี่ยไปยังวังหลวง หีบทุกใบเปิดฝาโชว์ของข้างใน ให้คนมุงได้เห็นกันชัดๆ ว่ามีอะไรบ้าง หลายคนพากันคำนวณมูลค่ากันสนุกปาก
เซี่ยเหยียนตอนนี้ตัวลอยเหมือนเหาะได้ นั่งอยู่บนหลังม้าตัวสูงราวกับอยู่บนปุยเมฆ
ก่อนจะข้ามมิติมา ชีวิตเขาค่อนข้างรันทด ฝันยังไม่กล้าฝันถึงฉากอลังการแบบนี้
เซี่ยเหยียนยิ้มแป้นประสานมือทักทายคนสองข้างทาง แต่เพราะขี่ม้าไม่แข็ง เลยเปลี่ยนมาใช้มือซ้ายจับบังเหียน มือขวาโบกให้ฝูงชนแทน
เมื่อก่อนเคยมีราชบุตรเขยโปรยเงินตลอดทางตอนไปรับเจ้าสาว จนชาวบ้านแย่งกันเก็บเงินเกิดเหตุเหยียบกันตาย
เดี๋ยวนี้เลยไม่มีใครกล้าโปรยเงินอีก
"ท่านเจ้าบ่าว! ท่านเจ้าบ่าว!"
"รับดอกไม้!"
บนภัตตาคารหรูริมถนน อู่เหยาเฉิน ติงเส้าเหยียน และแก๊งวัยรุ่นคะนองเกาะหน้าต่างตะโกนเรียก
ข้างหลังพวกเขามีบ่าวไพร่ถือดอกไม้รออยู่ แก๊งวัยรุ่นหยิบดอกไม้และพวงมาลัย ขว้างใส่เซี่ยเหยียนสุดแรงเกิด
ดีที่เซี่ยเหยียนแต่งงานกับองค์หญิงใหญ่ ไม่งั้นเจ้าพวกนี้คงเล่นแผลงๆ ด้วยการปาผลไม้ใส่เจ้าบ่าว แถมยังแข่งกันด้วยว่าใครปาแม่นกว่ากัน จะไปเอาผิดก็ไม่ได้ เพราะถือเป็นธรรมเนียม "โยนผลไม้ปาดอกไม้" แสดงความยินดี จะไปมีเจตนาร้ายอะไรได้?
สิบกว่าปีก่อน เคยมีลูกเศรษฐีในเมืองหลวงแต่งงาน โดนพวกวัยรุ่นอันธพาลปาผลไม้ใส่จนตกม้ามาแล้ว
พวงมาลัยพวงหนึ่งลอยมา กระแทกหมวกเซี่ยเหยียนจนเบี้ยว
เซี่ยเหยียนหันขวับไปมอง เห็นแก๊งวัยรุ่นตัวแสบกลุ่มนั้นทันที เขายิ้มหวานส่งไปให้ทางหน้าต่าง แล้วชูนิ้วกลางใส่
ไอ้พวกเวร ปู่จำหน้าพวกเอ็งได้แล้ว!
"ข้าปาโดนแล้ว ข้าปาโดนแล้ว จ่ายตังค์มาซะดีๆ!" ติงเส้าเหยียนร้องดีใจ ที่แท้ก็เล่นพนันปาเจ้าบ่าวกันอยู่
อู่เหยาเฉินบอก "อย่าเพิ่งรีบ ดูฝีมือข้าบ้าง"
เจ้านี่เหวี่ยงพวงมาลัยปาใส่เซี่ยเหยียน ราวกับนาจาขว้างห่วงจักรวาลใส่เจ้าชายมังกร
เซี่ยเหยียนรับได้ด้วยมือเดียว แล้วชูนิ้วกลางให้พวกบนตึกอีกรอบ
ไอ้ลูกหมา ฝากไว้ก่อนเถอะพ่อจะคิดบัญชีทีหลัง!
อู่เหยาเฉินนึกว่าการชูนิ้วกลางเป็นท่าทักทายแบบใหม่ เลยยิ้มร่าชูนิ้วกลางตอบเซี่ยเหยียนบ้าง
ขบวนแห่มาถึงประตูตงหัวอย่างคึกคัก ขบวนหยุดรออยู่นอกประตู มีเพียงเซี่ยเหยียนที่ขี่ม้าเข้าไปคนเดียว โดยมีอาสี่กับอาห้าที่ถือห่านป่าเดินตามเข้าไป
นอกประตูตงหัว มีไทเฟยหรือพระสนมในรัชกาลก่อนยืนสง่าอยู่ ด้านหลังคือกองทัพสตรีสูงศักดิ์ที่มีบรรดาศักดิ์นับร้อยนาง
พวกนางมีหน้าที่ส่งตัวองค์หญิงไปที่บ้านเจ้าบ่าว ตอนนี้ต้องรอไปก่อน ว่างๆ ก็เลยวิจารณ์เจ้าบ่าวกัน
พวกนางมองตามหลังเซี่ยเหยียนที่เข้าประตูไป แล้วกระซิบกระซาบกับเพื่อนสาว
"บัณฑิตน้อยเซี่ยรูปงามจริงๆ มิน่าองค์หญิงใหญ่ถึงได้หลงหัวปักหัวปำ"
"ได้ยินว่าสินสอดเมื่อวาน มีคัมภีร์เพลงพิณหายาก ที่รวบรวมเพลงกวงหลิงซ่านและฮวาซวีอิ๋นที่สาบสูญไปแล้วด้วยนะ"
"จริงเหรอ กวงหลิงซ่านสาบสูญไปเป็นพันปีแล้วนะ"
"ลูกเขยข้าทำงานในสำนักราชบัณฑิต เห็นมากับตาตัวเอง จะปลอมได้ยังไง"
"หน้าใหญ่จริงๆ!"
"ฮวาซวีอิ๋นข้ารู้จัก แต่กวงหลิงซ่านนี่เป็นชื่อเพลงฉือที่สาบสูญด้วยเหรอ"
ภายในประตูตงหัว
เจ้าหน้าที่พิธีการมารอรับ เซี่ยเหยียนลงจากม้า
เจ้าหน้าที่นำทางเซี่ยเหยียนเดินต่อ อาสี่อาห้าอุ้มห่านป่าตามหลัง เดินอยู่เจ็ดแปดนาทีก็มาถึงนอกประตูบูรพาชั้นใน
...
ในวัง
จูถังซีส่องกระจกแล้วส่องกระจกอีก ยิ่งดูก็ยิ่งสวย แทบจะหลงรักตัวเองตายอยู่แล้ว
นอกตำหนัก มีเหล่าไทเฟยและไท่ผิน (สนมเอกและสนมโทในรัชกาลก่อน) ยืนรออยู่
ไม่ว่าปกติชีวิตความเป็นอยู่จะเป็นยังไง แต่วันนี้ทุกคนหน้าตาชื่นบาน แต่งตัวจัดเต็มมารอกินเลี้ยง งานเลี้ยงในวังเชียวนะ
นอกจากนี้ยังมีองค์หญิงวัยสิบสี่ ซึ่งเป็นพี่สาวต่างแม่ของฮ่องเต้น้อย ต้องรอปีหน้าทำพิธีปักปิ่นถึงจะได้ยศองค์หญิงอย่างเป็นทางการ
พวกนางจะร่วมกับเย่ไทเฮา ส่งองค์หญิงไปที่ประตูตงหัว
"ไทเฮาตำหนักบูรพาเสด็จ!"
"ไทเฮาตำหนักประจิมเสด็จ!"
ตอนนี้มีไทเฮาสองพระองค์ เย่ไทเฮาแม่แท้ๆ ของฮ่องเต้คือไทเฮาตำหนักบูรพา
ส่วนไทเฮาเมิ่งตำหนักประจิม เป็นแม่เลี้ยงตามกฎหมายของฮ่องเต้ พระนางอายุเกือบห้าสิบแล้ว ปกติไม่ยุ่งเรื่องทางโลก กินเจสวดมนต์อยู่ในตำหนักอย่างเดียว
ไทเฮาเมิ่งนั่งอยู่ในรถม้า นิ้วขยับลูกประคำไปมา ทำเหมือนเรื่องวันนี้ไม่เกี่ยวกับตัวเอง อย่าถาม ถามไปก็บอกว่าสวดมนต์อวยพรให้บ่าวสาวอยู่
เย่ไทเฮาผลักประตูเข้าไปในห้อง "ยังแต่งตัวไม่เสร็จอีกหรือ"
จูถังซีลุกขึ้นหมุนตัวโชว์ "พี่สะใภ้ดูสิ วันนี้ข้าสวยไหม"
"สวยจ้ะสวย งามหยาดเยิ้มเลยล่ะ เจ้าเด็กนั่นโชคดีจริงๆ" เย่ไทเฮายิ้มกว้าง ราวกับกำลังส่งลูกสาวออกเรือน
สองพี่สะใภ้น้องสามีนั่งคุยเล่นกันในห้อง
จนกระทั่งเจ้าหน้าที่ตะโกนบอก "ฤกษ์งามยามดีมาถึงแล้ว!"
เย่ไทเฮาคล้องแขนจูถังซี พาเดินออกไปขึ้นรถม้าหน้าตำหนัก
ขบวนรถม้าเคลื่อนตัวช้าๆ
มาถึงด้านในประตูบูรพาชั้นใน ทุกคนลงจากรถ
เย่ไทเฮาและไทเฮาเมิ่งช่วยกันประคองจูถังซีซ้ายขวา เหล่าสนม องค์หญิง และข้าราชบริพารฝ่ายในยืนสงบนิ่งอยู่ด้านหลัง
"ผู้ถือห่านป่าจงเข้ามา!"
อาสี่และอาห้าของเซี่ยเหยียน เดินตัวสั่นงันงกเข้ามาในประตู
นี่เป็นครั้งแรกที่ได้เข้าวังหลวง แถมยังเข้ามาถึงเขตพระราชฐานชั้นใน เจอผู้หญิงสูงศักดิ์ยืนกันเต็มไปหมด ก็กลัวจนไม่กล้าเงยหน้า ก้มตัวโค้งคำนับยื่นห่านป่าในมือออกไป
ในขณะเดียวกัน เซี่ยเหยียนยืนอยู่นอกประตู โค้งคำนับเข้าไปด้านใน รอให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบว่าห่านป่าแข็งแรงดีหรือไม่ ขอแค่ไม่ใช่ห่านตายก็ผ่าน
พอตรวจสอบห่านป่าผ่าน จูถังซีก็หันหน้าออกไปนอกประตู คำนับตอบราชบุตรเขยผ่านช่องประตู
ไม่นาน จูถังซีก็ถูกเหล่าสตรีสูงศักดิ์ห้อมล้อมเดินออกมา พอเดินผ่านเซี่ยเหยียน ทั้งสองก็สบตากันยิ้มหวาน
เซี่ยเหยียนขยับปากไม่มีเสียงว่า "พี่สาวสวยจัง"
จูถังซีหัวใจพองโต ขยับปากตอบว่า "รอข้านะ"
ฉากสาดอาหารหมานี้ทำเอาคนรอบข้างเลี่ยนไปตามๆ กัน เหล่าสตรีสูงศักดิ์พากันยิ้มอย่างเอ็นดู แน่นอนว่ามีบางคนอิจฉาและเศร้าใจ สนมในรัชกาลก่อนที่ต้องอยู่อย่างโดดเดี่ยวอ้างว้างย่อมรู้สึกสะเทือนใจ
เซี่ยเหยียนคำนับองค์หญิงอีกครั้ง พอเห็นองค์หญิงเปลี่ยนไปขึ้นรถราชรถไจเชอ เขาถึงได้เดินตามเจ้าหน้าที่ออกจากประตูตงหัว
"ย่ะ!"
เซี่ยเหยียนขึ้นม้าอีกครั้ง ควบตะบึงไปยังจวนองค์หญิง เขาต้องรีบกลับไปรอรับ ไม่ได้เดินทางไปพร้อมขบวนเจ้าสาว
จูถังซีประทับรถไจเชอคันใหม่เอี่ยม ถูกส่งตัวออกมาถึงประตูตงหัวอย่างช้าๆ
พอถึงตรงนี้ก็ลงรถ ทำพิธีการอีกนิดหน่อย เย่ไทเฮาก็ส่งมอบองค์หญิงให้กับไทเฟยหนุ่มที่รออยู่หน้าประตู
จูถังซีขึ้นรถอีกครั้ง เคลื่อนขบวนออกจากประตูตงหัว
บรรดาฮูหยินตราตั้งในเมืองหลวง ตั้งแถวเดินเท้าส่งองค์หญิงออกเรือน
ชาวบ้านมุงดูแน่นขนัดกว่าเดิม การที่เหล่าฮูหยินไฮโซมารวมตัวกันเยอะขนาดนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะได้เห็นกันง่ายๆ แถมพวกนางยังเดินเท้าไปตลอดทาง
หญิงสาวชาวบ้าน โดยเฉพาะสาวรุ่นที่ยังไม่แต่งงาน จ้องมองรถราชรถขององค์หญิงด้วยความอิจฉาสุดขีด ฉากยิ่งใหญ่ขนาดนี้ ช่างน่าเกรงขามเหลือเกิน ถ้าได้สัมผัสสักครั้ง ยอมตายเร็วขึ้นยี่สิบปีก็คุ้ม
"องค์หญิง สำรวมหน่อยเพคะ อย่าเปิดม่านรถ!" ชิงหลวนเดินตามข้างรถกระซิบเตือน
จูถังซีเถียง "ข้าจะเปิด ข้าจะดูด้วยตาตัวเองว่าวันนี้คึกคักแค่ไหน"
ชิงหลวนพูดไม่ออก ขี้เกียจจะบ่นแล้ว
ป้ายหน้าประตูจวนองค์หญิง วันนี้เพิ่มมาอีกป้ายหนึ่ง เป็นไอเดียของจูถังซีเอง
ป้ายสองแผ่น
แผ่นบนเขียนว่า : จวนองค์หญิงใหญ่ฉินกั๋ว
แผ่นล่างเขียนว่า : จวนราชบุตรเขย
ไม่เคยมีองค์หญิงคนไหนทำแบบนี้มาก่อน แต่จูถังซีดึงดันจะทำ เพื่อแสดงให้เห็นว่ารักสามีแค่ไหน ที่นี่ไม่ใช่แค่บ้านองค์หญิง แต่เป็นบ้านของราชบุตรเขยด้วย
วงดนตรีบรรเลงเพลงครึกครื้น ขบวนมาถึงหน้าประตูจวน
ภายใต้การกำกับของเจ้าหน้าที่ เซี่ยเหยียนยืนรอหน้าประตูใหญ่ ประสานมือคำนับองค์หญิงที่กำลังลงจากรถ
จูถังซีย่อเข่ารับไหว้ แล้วหันไปคำนับขอบคุณเหล่าไทเฟยและฮูหยินตราตั้งที่มาส่งตัว
ไทเฟยและฮูหยินรับไหว้ ถือว่าภารกิจส่งตัวเสร็จสิ้น พวกนางทั้งหมดต้องกลับเข้าวัง ไปร่วมงานเลี้ยงฉลองกับเจ้านายฝ่ายใน
สาวใช้ประคองจูถังซีก้าวข้ามธรณีประตู โดยมีเซี่ยเหยียนเดินเคียงคู่ไปยังเรือนหอชั้นใน
บ้านใหญ่เกินไป เดินจากประตูหน้าไปถึงเรือนหอกินเวลาไปครึ่งค่อนวัน
ยืนอยู่หน้าบันไดเรือนหอ เซี่ยเหยียนคำนับอีกครั้ง จูงมือองค์หญิงเข้าไปล้างหน้าล้างมือในลานเรือนหอ
มีนางกำนัลจากวังรออยู่แล้ว การวางอ่างน้ำและผ้าเช็ดหน้าล้วนมีระเบียบเคร่งครัด ยังมีจอกน้ำเต้าสำหรับดื่มเหล้ามงคล
ไม่มีพิธีกราบไหว้ฟ้าดิน กราบไหว้พ่อแม่
นางกำนัลจากวังแนะนำให้บ่าวสาวล้างหน้าล้างมือ แล้วเทเหล้าจากจอกใส่ลงในน้ำเต้า
"พี่สาว!" เซี่ยเหยียนยิ้มทัก
จูถังซีหัวใจหวานฉ่ำ แกล้งทำหน้างอ "ยังจะเรียกพี่สาวอยู่อีกเหรอ"
เซี่ยเหยียนตอบ "เป็นพี่สาวไปชั่วชีวิตนั่นแหละ พี่สาวเมียจ๋า!"
จูถังซีค้อนขวับ
"อะแฮ่ม!" นางกำนัลทนดูไม่ไหว กระแอมไอเตือนรัวๆ
เซี่ยเหยียนถึงได้พูดว่า "เชิญฮูหยินดื่มเหล้ามงคล"
จูถังซียกน้ำเต้าขึ้น "เชิญสามีดื่ม"
อันที่จริงไม่ต้องคล้องแขนก็ได้ แค่ถือกระบวยน้ำเต้าคนละอันแล้วดื่มก็จบ
แต่เซี่ยเหยียนกลับกดมือองค์หญิงลง ท่ามกลางสายตาตื่นตะลึงของนางกำนัล ทั้งสองคล้องแขนกันดื่มเหล้ามงคล ดื่มเหล้าประสานใจแบบงานแต่งยุคปัจจุบันเป็นครั้งแรกในโลก
จูถังซีรู้สึกแปลกใหม่และเซอร์ไพรส์มาก วิธีดื่มแบบนี้ทำให้นางยิ้มแก้มปริ ความรักเอ่อล้นออกมาทางสายตา บ่นงุ้งงิ้งว่า "ลูกเล่นเยอะจริงเชียว ไม่รักษาธรรมเนียมเลยสักนิด"
"พี่สาวชอบก็พอแล้ว" เซี่ยเหยียนยังคงหยอดคำหวาน
คนบ้า อะไรจะปากหวานขนาดนี้ แม้แต่พิธีแต่งงานยังมีเซอร์ไพรส์
จูถังซีแทบอยากจะกระโจนเข้าอ้อมกอดคนรัก แล้วพลอดรักกันให้หนำใจ นางหันไปดุพวกนางกำนัล "ห้ามหัวเราะนะ!"
นางกำนัลรีบหุบยิ้ม ตีหน้าขรึม "องค์หญิงวางใจ เรื่องนี้พวกเราไม่แพร่งพรายออกไปแน่นอนเพคะ"
จูถังซีกลับบอกว่า "ใครห้ามพวกเจ้าแพร่งพราย เล่าออกไปให้หมดนั่นแหละ ไม่ใช่เรื่องน่าอายสักหน่อย"
"พรืด!"
ชิงหลวนกลั้นไม่อยู่ หลุดขำออกมาคนแรก
นางเข้าใจความคิดขององค์หญิงดี อยากจะอวดความหวานให้โลกรู้ใจจะขาด
พวกคลั่งรักนี่เกินเยียวยาแล้วจริงๆ
นางกำนัลคนอื่นๆ ก็กลั้นขำจนตัวสั่น กว่าจะช่วยบ่าวสาวทำพิธีผูกผมเสร็จถึงได้หลุดพ้น
พิธีแต่งงาน เสร็จสมบูรณ์
แขกเหรื่อที่มากินเลี้ยงที่บ้าน ปล่อยให้เสนาบดีกรมราชวงศ์และเซี่ยอี๋ฉินรับหน้าไป คู่ข้าวใหม่ปลามันไม่ต้องออกไปเสนอหน้าชนแก้วหรอก
แขกที่มาวันนี้ นอกจากญาติของเซี่ยเหยียน ที่เหลือล้วนเป็นขุนนางชั้นผู้ใหญ่ระดับประเทศ
เสนาบดีทั้งเจ็ดคน มากันครบทุกคน
แค่นี้ยังถือว่าธรรมดา ในอีกมิติเวลาหนึ่งสมัยราชวงศ์ซ่งใต้ ตอนองค์หญิงโจวฮั่นกั๋วแต่งงาน งานใหญ่อลังการกว่านี้เยอะ
ฟังแค่ชื่อยศก็รู้ว่าโปรดปรานขนาดไหน มีทั้งแคว้นโจว ทั้งแคว้นฮั่น
ตอนนั้นราชวงศ์ซ่งใต้ไม่มีองค์หญิงแต่งงานมานานมากแล้ว ฮ่องเต้เฒ่าก็ไม่มีลูกชาย อย่าว่าแต่ฮ่องเต้ดีใจเลย ขุนนางและราษฎรก็ดีใจ งานแต่งองค์หญิงโจวฮั่นกั๋วนับเป็นงานฉลองระดับชาติ
ถึงขั้นให้อัครเสนาบดีมาตรวจสอบสินสอดด้วยตัวเอง
น่าเสียดาย ยศใหญ่เกินไปบุญวาสนารับไม่ไหว ปีที่ได้เลื่อนยศจากองค์หญิงโจวเป็นองค์หญิงโจวฮั่นกั๋ว องค์หญิงก็สิ้นพระชนม์ด้วยวัยเพียงยี่สิบเอ็ดปี
"มืดแล้ว ข้างนอกเสียงดังจังเลย" เซี่ยเหยียนฟังเสียงจอแจจากงานเลี้ยงที่ลอยมาแว่วๆ
พระจันทร์ลอยเด่น เทียนแดงวูบไหว
จูถังซีนอนซบหน้าอกคนรักอยู่บนเตียงเรือนหอ นอนทับนานชักเมื่อยเลยเปลี่ยนท่า "วันนี้ร้อนจัง ใส่ชุดเจ้าสาวเหงื่อออกท่วมตัวเลย"
"เหงื่อพี่สาวหอมจะตาย" เซี่ยเหยียนสูดดมฟอดใหญ่
จูถังซีปล่อยให้เขาดมตามใจชอบ มือลูบท้องน้อยตัวเอง "สามี เราก็ทำกันตั้งหลายครั้ง ทำไมยังไม่มีวี่แววสักที ข้าอยากมีลูกให้ท่านเร็วๆ จัง"
"งั้นคืนนี้เราจัดไปสิบรอบ!" เซี่ยเหยียนพลิกตัวขึ้นคร่อม
จูถังซีหัวเราะ "ขี้โม้ สิบรอบเจ้าก็ตายคาอกข้าพอดี"
"แม่นางน้อย บังอาจดูถูกสามี วันนี้จะให้เจ้าได้ลิ้มรสทีเด็ดของสามี!" เซี่ยเหยียนแกล้งโมโห เริ่มถอดเสื้อผ้า
จูถังซีผลักเขาออก "ว้าย ไปอาบน้ำก่อนสิ เหงื่อท่วมตัวเหนียวจะตาย"
"อาบด้วยกัน!"
เซี่ยเหยียนรวบตัวองค์หญิงขึ้นมา แบกขึ้นบ่าเหมือนโจรภูเขาฉุดนางเมีย วิ่งดุ่มๆ ไปทางห้องอาบน้ำ
จูถังซีตกใจกรีดร้อง แล้วเปลี่ยนเป็นเสียงหัวเราะชอบใจ
ชิงหลวนเบ้ปาก หันไปสั่งสาวใช้ "เตรียมน้ำอาบ"
[จบแล้ว]