เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 820 - สายลับต้าหมิง

บทที่ 820 - สายลับต้าหมิง

บทที่ 820 - สายลับต้าหมิง


บทที่ 820 - สายลับต้าหมิง

◉◉◉◉◉

ประชากรในเมืองเหลียวหยาง ส่วนใหญ่เป็นชนเผ่าป๋อไห่

รองลงมาคือชาวฮั่น ถัดมาคือชาวชี่ตาน ส่วนชาวหนวี่เจินมีจำนวนน้อยที่สุด

เมื่อหนึ่งร้อยปีก่อนต้าเหยียนหลินเคยก่อกบฏ สังหารราชบุตรเขยและองค์หญิงของอาณาจักรเหลียว แล้วสถาปนาอำนาจรัฐป๋อไห่ขึ้นโดยมีศูนย์กลางอยู่ที่เหลียวหยาง

หลังจากอาณาจักรเหลียวปราบปรามกบฏลงได้ ก็จัดการบังคับอพยพชาวป๋อไห่ในเหลียวหยาง ให้ย้ายไปอยู่ที่ระเบียงทางเดินเหลียวซี แล้วอพยพชาวชี่ตานกับชาวฮั่นจำนวนมากเข้ามาอยู่ที่เหลียวหยางแทน เพื่อลดสัดส่วนประชากรของเผ่าป๋อไห่

หลายปีมานี้ชาวหนวี่เจินที่ย้ายเข้ามาอยู่ในเหลียวหยางมีไม่มากนัก หลักๆ เป็นเพราะตระกูลใหญ่ชาวป๋อไห่คอยต่อต้านทั้งในที่ลับและที่แจ้ง

"ไม่ว่าชายหญิงแก่เด็ก ทั้งหมดขึ้นไปบนกำแพงเมือง!"

"ทาสหนวี่เจินทั้งหมด ตอนนี้ข้ามอบอิสระให้พวกเจ้า จงหยิบอาวุธขึ้นมาช่วยกันรักษาเมือง!"

ชาวบ้านหนวี่เจินส่วนน้อยที่มีอยู่ในเมือง ถูกหว่านเหยียนจงเสียนบีบบังคับให้ออกมารักษาเมือง พร้อมทั้งแจกจ่ายชุดเกราะและอาวุธซอมซ่อให้

พร้อมกันนั้นก็ปลดปล่อยทาสชาวหนวี่เจินทั้งเมืองให้เป็นอิสระ

ทาสหนวี่เจินเหล่านี้ถูกตระกูลใหญ่ชาวป๋อไห่ใช้งานมาตั้งแต่ก่อนที่อาณาจักรจินจะก่อตั้งเสียอีก

เพื่อเป็นการเพิ่มจำนวนประชากรชาวหนวี่เจิน อาณาจักรจินได้ออกราชโองการว่าทาสหนวี่เจินสามารถไถ่ถอนตัวเองได้ ในขณะเดียวกันเมื่อจับทาสชนเผ่าอื่นมาได้ อาณาจักรจินก็จะนำไปแลกเปลี่ยนกับทาสหนวี่เจิน แต่ถึงอย่างนั้นในบ้านของตระกูลใหญ่ชาวป๋อไห่ก็ยังเหลือทาสหนวี่เจินอยู่อีกไม่น้อย

ตอนนี้สถานการณ์วิกฤต ก็เลยจัดการปลดปล่อยทั้งหมด แล้วรีบจับมาเข้ากรมกองเป็นทหารรักษาเมืองเสียเลย!

ชาวหนวี่เจินที่เพิ่งได้รับอิสรภาพเหล่านี้ ความจริงแล้วไม่ได้รู้สึกดีใจอะไรเลย พวกเขาไม่มีความรู้สึกผูกพันกับอาณาจักรจินแม้แต่น้อย แค่ได้กินอิ่มท้องก็ถือเป็นความปรารถนาสูงสุดแล้ว ตอนนี้จะให้มาเฝ้าเมืองไม่ใช่เรื่องไร้สาระหรอกหรือ?

แต่ละคนเดินตัวสั่นงันงกไปรับอาวุธและชุดเกราะ แล้วก็ขึ้นไปบนกำแพงเมืองมองซ้ายมองขวาอย่างตื่นตระหนก

ส่วนชาวบ้านชนเผ่าอื่นถูกยึดอาวุธ แม้แต่มีดหั่นผักก็ต้องส่งมอบให้ทางการ แต่ละบ้านยังต้องส่งแรงงานชายมาช่วยขนย้ายเสบียงและยุทโธปกรณ์

ชาวบ้านบางส่วนร้องไห้ฟูมฟายขณะรื้อบ้านตัวเอง เพื่อขนเอาเสาบ้านและคานบ้านขึ้นไปบนกำแพงเมืองทำเป็นท่อนซุงกลิ้งใส่ข้าศึก ทุกบ้านต้องหิ้วกระโถนฉี่หรือถังอุจจาระ เทสิ่งปฏิกูลลงในถังไม้ขนาดใหญ่ เพื่อขนไปต้มเคี่ยวทำเป็นน้ำอาจมเดือดบนกำแพงเมือง

คนทั้งเมืองถูกระดมเกณฑ์มาใช้งานจนหมด!

ท่ามกลางความมืดมิด มีเสียงกีบม้าดังกระหึ่มมาจากทางทิศตะวันออก

เกาจิ่งซานและหวังเจิ้งรีบนำทหารมารวมพลกันทันที

หวังเจิ้งกล่าวว่า "ทหารม้าหนวี่เจินกลับมาแล้ว"

"ทัพหลักคงกลับมาไม่เร็วขนาดนี้หรอก น่าจะมีแค่ทหารม้าเบาจำนวนเล็กน้อย คาดว่าคงรีบมาส่งข่าว" เกาจิ่งซานคาดเดา

"งั้นก็บุกเข้าไปฆ่ามัน!" หวังเจิ้งกัดฟันพูดด้วยความแค้น

พวกเขาเป่าแตรสัญญาณ นำทหารม้าป๋อไห่ไม่ถึงพันนาย พุ่งชาร์จเข้าใส่ศัตรูในความมืด

ทั้งสองฝ่ายเพิ่งจะปะทะกัน ทหารม้าเบาหนวี่เจินสองพันกว่านายก็ตกเป็นรองทันที

ไม่ใช่แค่เสียเปรียบเรื่องอุปกรณ์ แต่พวกเขายังเดินทางไกลมาแทบไม่ได้พัก ทั้งคนทั้งม้าต่างเหนื่อยล้าจนแทบขาดใจ

เกาจิ่งซานและหวังเจิ้งนั้น ออกเดินทางพร้อมกองกำลังส่วนตัวชั้นยอดตั้งแต่ตอนที่ค่ายเริ่มถูกเผา ส่วนหว่านเหยียนจงฝู่ยังต้องรบที่หุบเขาอยู่พักหนึ่ง แล้วกลับเข้าเมืองมารวบรวมทหารแตกทัพ วางแนวป้องกัน จากนั้นยังวางแผนฆ่าคนเผาเสบียงแล้วค่อยถอนทัพ มีช่วงเวลาเหลื่อมกันอยู่หลายชั่วโมง

ทหารม้าเบาหนวี่เจินถูกตีจนแตกกระเจิงหนีไปคนละทิศละทาง มีสองกลุ่มที่หนีเข้าใกล้ตัวเมืองอย่างรวดเร็ว พร้อมตะโกนเสียงแหบแห้งว่า "ตระกูลเกาและตระกูลหวังทรยศแล้ว ห้ามเปิดประตูเมืองเด็ดขาด!"

หว่านเหยียนจงเสียนสั่งให้ทหารคนสนิทตะโกนบอก "อ้อมไปทางป้อมหน้าประตูเมือง พวกเจ้าเข้ามาทางป้อมหน้าประตูเมือง!"

ยาอู๋ถ่าเดิมทีคิดจะรอจังหวะอีกหน่อย แต่พอเห็นว่าพวกหนวี่เจินมีกำลังเสริมกลับมา ก็รู้ว่าถ่วงเวลาต่อไปไม่ได้แล้ว

"ฆ่า!"

เขาคำรามลั่น พุ่งเข้าใส่ทหารหนวี่เจินที่อยู่ใกล้ๆ

ทหารหนวี่เจินเหล่านั้นกำลังดีใจ หันหน้าไปมองทางทหารหนุน ไม่ได้สนใจทางด้านนี้เลย

ชาวซื่อเว่ยหัวเหลืองจู่โจมกะทันหัน ฆ่าฟันจนทหารหนวี่เจินตั้งตัวไม่ติด พวกที่ใจกล้าหน่อยก็พยายามจะสู้กลับ ส่วนพวกใจเสาะก็หันหลังวิ่งหนีทันที

พวกเขาเหล่านี้ไม่ใช่ทหารยอดฝีมือ ทหารหนวี่เจินที่เก่งกาจจริงๆ ถูกส่งไปแนวหน้าหมดแล้ว

ยาอู๋ถ่าฆ่าทหารหนวี่เจินแตกพ่ายไปแล้ว ก็ไม่ได้ไล่ตามต่อ แต่หันกลับมาวิ่งไปทางทางลาดสำหรับม้าขึ้นกำแพงเมือง

บนทางลาดนั้นยังมีชาวบ้านกำลังขนย้ายสิ่งของ นายทหารหนวี่เจินที่คอยคุมงานหนีไปแล้ว เหลือชาวบ้านชาวเหลียวหยางยืนงงอยู่ไม่กี่คน

"ฆ่าหนวี่เจินด้วยกัน!"

แม้จะฟังภาษาฮั่นรู้เรื่อง แต่การพูดกลับยากลำบากสำหรับยาอู๋ถ่า สำเนียงของเขาแปร่งจนแทบฟังไม่ออก

ชาวบ้านส่วนใหญ่ตกใจวิ่งหนี แต่ก็มีบางคนที่วิ่งตามไปจริงๆ

ยาอู๋ถ่าเห็นพวกเขาวิ่งหนี จึงรีบตะโกนอีกว่า "วางเพลิง วางเพลิง!"

ชาวบ้านชาวชี่ตานคนหนึ่ง ซึ่งเดิมทีกำลังวิ่งไล่ฆ่าฟันตามหลังชาวซื่อเว่ยหัวเหลือง พอได้ยินดังนั้นก็ได้สติ เขาตะโกนบอกเพื่อนว่า "เผาบ้านเรือน!"

ชาวชี่ตานไม่กี่คนนี้วิ่งย้อนกลับไปที่กำแพงเมือง ตรงจุดที่กำลังต้มน้ำอาจม ซึ่งทหารหนวี่เจินถูกฆ่าตายไปหมดแล้ว

พวกเขาหยิบฟืนที่กำลังลุกไหม้ และยกหม้อน้ำมันร้อนเดือด วิ่งลงทางลาดม้าไปที่ถนน จากนั้นก็สาดน้ำมันร้อนใส่หน้าร้านค้า จุดไฟเผาแล้วก็วิ่งไปร้านถัดไป

"วางเพลิงฆ่าหนวี่เจิน!"

ชาวชี่ตานพวกนี้ตะโกนไปตลอดทาง แล้วบุกเข้าไปในร้านค้าของชาวป๋อไห่อีกแห่ง

เจ้าของร้านซ่อนตัวอยู่หลังบ้าน ร้องไห้อ้อนวอนว่า "อย่าเผาบ้านข้าเลย!"

ชาวบ้านชาวชี่ตานสนที่ไหน ตวาดถามว่า "ห้องเก็บฟืนอยู่ทางไหน?"

"ข้ารู้ ตามข้ามา!" ทาสรับใช้ชาวฮั่นที่อาศัยอยู่ในเรือนคนใช้บอก

ห้องเก็บฟืนถูกจุดไฟอย่างรวดเร็ว พวกเขาวิ่งออกไปวางเพลิงต่อ ปากก็ตะโกนปลุกระดมให้ฆ่าหนวี่เจินก่อกบฏไปตลอดทาง

ในดินแดนเหลียวตงที่หนาวเหน็บและกันดาร มีคนกล้าตายอยู่ไม่น้อย

อาณาจักรเหลียวก็เคยกดขี่บีบคั้นชาวบ้านเหลียวตงจนก่อกบฏมาหลายครั้ง อาณาจักรจินยิ่งแล้วใหญ่ มีกบฏเกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน

เพราะชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขามันรันทดเกินไป!

ชาวซื่อเว่ยหัวเหลืองยังยึดประตูเมืองไม่ได้ แต่มีชาวบ้านเข้าร่วมขบวนการกบฏแล้วหลายสิบคน

จนกระทั่งไฟเริ่มลุกลามใหญ่โต ชาวชี่ตานและชาวฮั่นจำนวนมากก็พากันออกมาเองโดยสมัครใจ ทาสรับใช้บางคนฆ่าเจ้านายเพื่อร่วมก่อกบฏ แล้วเที่ยวไล่จุดไฟเผาบ้านเรือน ถือโอกาสฉกชิงเงินทองของมีค่าซุกเข้าอกเสื้อ

"รีบไปปราบจลาจลทางทิศเหนือ!"

หว่านเหยียนจงเสียนสั่งการด้วยความตื่นตระหนก เขาไม่รู้เลยว่ามีคนก่อกบฏกี่คนกันแน่

"ชาวซื่อเว่ยหัวเหลืองก่อกบฏ ชาวซื่อเว่ยหัวเหลืองก่อกบฏแล้ว!"

ทหารหนวี่เจินที่แตกพ่ายวิ่งหนีตะโกนลั่นด้วยความหวาดกลัว

ไม่ตะโกนยังไม่เท่าไหร่ พอตะโกนเท่านั้นแหละเรื่องใหญ่เลย

ชาวซื่อเว่ยหัวเหลืองที่ยาอู๋ถ่านำมา มีแค่สองร้อยกว่าคนเท่านั้น ยังมีอีกเกือบสามร้อยคนอยู่ที่อื่น

ชาวซื่อเว่ยหัวเหลืองที่เดิมทีไม่ได้คิดจะกบฏ พอได้ยินเสียงทหารหนวี่เจินตะโกนแว่วๆ ก็ตกใจกลัวจนต้องรีบเข้าร่วมวงกบฏด้วย

พวกเขาไม่ได้ไปไล่ฆ่าทหารหนวี่เจิน แต่บุกเข้าไปไล่ฟันคนมั่วซั่วในเมือง แล้วก็ช่วยกันจุดไฟสร้างความวุ่นวาย ชาวบ้านจำนวนมากขึ้นเรื่อยๆ ถูกไล่ฆ่าจนต้องหนีตายออกมาบนถนน เพื่อนบ้านในละแวกที่ไฟไหม้ก็พากันหนีออกมา

ทั่วทั้งเมืองโกลาหลวุ่นวาย ไฟลุกท่วมไปทั่วทุกหนแห่ง

ตระกูลใหญ่ที่ถูกสั่งห้ามออกจากบ้าน ไม่รู้ว่าข้างนอกเกิดอะไรขึ้น จึงไม่กล้าขยับเขยื้อน ได้แต่ซ่อนตัวอยู่ในบ้านรอคอยด้วยใจระทึก

"ทัพจินพ่ายแพ้แล้ว ฮ่องเต้แซ่จูแห่งราชวงศ์ฮั่นบุกมาแล้ว!"

ชาวบ้านเผ่าฮั่นและเผ่าชี่ตานที่ฉวยโอกาสก่อกบฏ มีอยู่สิบกว่ากลุ่มในเมือง กลุ่มหนึ่งได้รวบรวมคนได้ถึงสองร้อยกว่าคน

มีคนสิบกว่าคนรีบวิ่งเข้ามารวมกลุ่ม ผู้นำตะโกนว่า "ข้าคือไส้ศึกของต้าหมิง รับราชโองการจากฮ่องเต้ต้าหมิงให้แฝงตัวเข้ามาในเหลียวหยาง ใครยึดเมืองนี้ได้ ฮ่องเต้ต้าหมิงจะประทานรางวัลให้อย่างงาม!"

ตอนที่ต้าหมิงเจรจาสงบศึกกับต้าจิน ชาวบ้านในโยวเยี่ยนจำนวนมากถูกอพยพย้ายถิ่นฐาน

สือหยวนกงฉวยโอกาสส่งไส้ศึกนับร้อยคน ปลอมตัวเป็นชาวบ้านฮั่นทางเหนืออพยพตามมาทางตะวันออกด้วย

ตอนนั้นการอพยพของอาณาจักรจินวุ่นวายสับสนมาก แม้แต่บัญชีรายชื่อพื้นฐานก็ไม่มี ต้องอาศัยพวกคเศรษฐีและหัวหน้าเผ่าต่างๆ เป็นคนจัดการ

ยังมีชาวบ้านที่กระจัดกระจายอีกมากมายที่ไม่รู้ที่มาที่ไป ไส้ศึกของต้าหมิงจึงไม่มีใครถูกจับได้เลยแม้แต่คนเดียว

ไส้ศึกต้าหมิงร้อยกว่าคนนี้ ส่วนใหญ่ถูกส่งไปทำนาในชนบท ปีนี้ถึงขั้นถูกเกณฑ์มาเป็นทหารชาวบ้าน

แต่คนตรงหน้านี้ มีฝีมือทางช่างไม้ จึงถูกอาณาจักรจินพาตัวมาที่เหลียวหยางให้เป็นช่างฝีมือในสังกัดหลวง

ผู้นำกลุ่มนี้ชื่อซ่งอวี้ ในมือถือขวานอยู่เล่มหนึ่ง

เมื่อครู่นี้เขาถูกบังคับให้ช่วยรื้อบ้าน เอาไม้เก่ามาทำไม้ค้ำยันและอุปกรณ์ป้องกันเมืองง่ายๆ

พอเห็นในเมืองเกิดความวุ่นวาย ซ่งอวี้ก็รีบพาคนมาก่อเรื่องทันที คนสิบกว่าคนที่ตามหลังเขามาไม่ใช่ไส้ศึก แต่เป็นช่างไม้ที่เขาเป่าหูชักชวนให้ก่อกบฏ

"เจ้าเป็นคนที่ฮ่องเต้ต้าหมิงส่งมาจริงๆ หรือ?" หัวหน้ากลุ่มกบฏกลุ่มนี้ถาม

ซ่งอวี้ตะโกนบอกทุกคนเสียงดังว่า "ข้าชื่อซ่งอวี้ เป็นช่างไม้ เดิมเป็นคนอำเภอหว่านผิง อาณาจักรเหลียว ทั้งครอบครัวถูกคนจินจับตัวไปเหลียวซี ต่อมาจางเจวี๋ยก่อกบฏ ข้าพลัดหลงกับครอบครัว หนีตามทหารแตกทัพกลับมาที่โยวโจว ได้เป็นทหารของแม่ทัพกัว (กัวเย่าซือ) ต่อมาก็สวามิภักดิ์ต่อองค์รัชทายาทจูแห่งต้าหมิง... ตอนนี้เป็นฮ่องเต้จูแล้ว แล้วก็กลับมาเป็นไส้ศึกที่เหลียวตง ถือโอกาสตามหาครอบครัวที่พลัดพรากไปด้วย"

"ฮ่องเต้จูเป็นเทพยดาจุติลงมา ไม่เคยรบแพ้ใคร ทหารหนวี่เจินจะเก่งแค่ไหนก็สู้ฮ่องเต้จูไม่ได้"

"คืนนี้ตามข้าไปฆ่าหนวี่เจิน ทุกคนจะมีความดีความชอบ พอล้มล้างอาณาจักรจินได้ จะได้กินเนื้อกินเหล้าทุกวัน ไม่มีความสุขกว่าหรือไง..."

ทันใดนั้น ทหารเผ่าซีร้อยกว่านายก็บุกเข้ามา

ซ่งอวี้ชูขวานคำรามลั่น "ข้างหน้าเป็นทหารเผ่าไหน? ข้าคือคนที่ฮ่องเต้ต้าหมิงส่งมา ทหารหนวี่เจินรีบคุกเข่ารับความตายซะ! ทหารป๋อไห่ ทหารชี่ตาน ทหารซี ทหารฮั่น ล้วนได้รับการละเว้นโทษตาย ตามข้ามาฆ่าหนวี่เจิน ทุกคนจะได้ยศถาบรรดาศักดิ์ถึงลูกหลาน!"

นายทหารเผ่าซีคนนั้นหยุดชะงักจริงๆ ถามด้วยความตกใจว่า "เจ้าเป็นทหารหมิงรึ? ฮ่องเต้จูยกทัพบุกมาแล้วหรือ?"

ซ่งอวี้กล่าวว่า "ข้าถูกส่งมาแฝงตัวในเมือง กองทัพสวรรค์ของต้าหมิงอยู่ห่างไปไม่กี่สิบลี้ รวมพลมาทั้งหมดห้าแสนนาย ในกองทัพต้าหมิงก็มีชาวซีมากมาย ทุกคนล้วนได้รับความไว้วางใจจากฮ่องเต้! ตามข้ามาฆ่าหนวี่เจิน รับรองว่าเจ้าจะได้เสพสุขลาภยศสรรเสริญ"

นายทหารเผ่าซีคนนั้นยังลังเล

ซ่งอวี้ตะคอกเสียงดัง "ยังจะรออะไรอีก? จะรอไปตายพร้อมกับพวกหนวี่เจินหรือไง?"

นายทหารเผ่าซีคนนั้นกัดฟันพูด "เอาวะ ทำก็ทำ ลูกหลานทั้งหลาย ตามข้าไปฆ่าไอ้โจรจิน!"

"ฆ่า!"

พอมีทหารซีร้อยกว่านายเข้าร่วม ขวัญกำลังใจของชาวบ้านที่ก่อกบฏก็ยิ่งพุ่งสูงขึ้น

ซ่งอวี้สั่งการ "บุกตีประตูเมือง เปิดรับทหารฝ่ายเราเข้ามา!"

ชาวซื่อเว่ยหัวเหลืองสองร้อยกว่าคนที่ก่อกบฏเป็นกลุ่มแรก ตอนนี้กำลังอยู่ที่ประตูเมือง ถูกทหารหนวี่เจินตีขนาบทั้งหน้าหลัง

คนพวกนี้รบแบบไม่กลัวตาย ป่าเถื่อนและดุร้ายยิ่งกว่าทหารหนวี่เจินเสียอีก

ในประวัติศาสตร์ ช่วงที่อาณาจักรจินขยายอำนาจอย่างรวดเร็ว มักจะจับชาวซื่อเว่ยหัวเหลืองมาเป็นทหาร แล้วส่งไปเป็นกองหน้าทะลวงฟัน

แม้แต่ลู่โหยวที่แต่งบทกวีรักชาติ ยังยกเอาการจับเชลยชาวซื่อเว่ยหัวเหลืองมาเป็นความหวังสูงสุด

ชาวซื่อเว่ยหัวเหลืองปรากฏในบทกวีของลู่โหยวหลายครั้ง ในฐานะของศัตรูที่ถูกสาปแช่งด่าทอ

ชาวซื่อเว่ยหัวเหลืองสองร้อยกว่าคนที่บุกตีประตูเมือง ตอนนี้บาดเจ็บล้มตายไปเกือบครึ่ง ถูกตีขนาบหน้าหลังแต่ก็ยังสู้ยิบตา

ดูเหมือนสมองพวกเขาจะมีแค่เส้นเดียว ปักใจว่าจะยึดประตูเมืองให้ได้ ก็จะยอมตายเพื่อบรรลุเป้าหมายนั้นให้ได้

กลับกลายเป็นกองกำลังแถวสองของหนวี่เจินพวกนี้ที่ไม่เคยผ่านสนามรบจริง พอต้องมารบตอนนี้เลยออกอาการกล้าๆ กลัวๆ

"ฆ่าหนวี่เจิน!"

ซ่งอวี้พาคนบุกเข้ามาแล้ว

เขาดูสถานการณ์จนแน่ใจก่อนถึงได้วิ่งไปเป่าหูคนอื่นให้ก่อกบฏ ตอนนี้มุ่งตรงมาที่ประตูเมืองเพื่อประสานงานกับชาวซื่อเว่ยหัวเหลือง

ทหารหนวี่เจินที่เดิมทีเป็นต่อ พอถูกซ่งอวี้พาคนมาบุกกระแทกจากด้านหลัง ก็เริ่มส่อแววจะพังทลายทันที

[จบแล้ว]

จบบทที่ บทที่ 820 - สายลับต้าหมิง

คัดลอกลิงก์แล้ว