- หน้าแรก
- ข้ามเวลาฝ่าวิกฤต ณ ปลายราชวงศ์
- บทที่ 630 - เยลู่ยู่ตู่ลี้ภัยลงใต้
บทที่ 630 - เยลู่ยู่ตู่ลี้ภัยลงใต้
บทที่ 630 - เยลู่ยู่ตู่ลี้ภัยลงใต้
บทที่ 630 - เยลู่ยู่ตู่ลี้ภัยลงใต้
◉◉◉◉◉
ณ ริมแม่น้ำอู้น่า มองเห็นเมืองเคอตุนอยู่เบื้องหน้าด้วยตาเปล่า
เยลู่ยู่ตู่ สือเจียหนู และป๋าหลีซู่ สามคนนี้นำทัพทหารม้ากว่าหมื่นนายมาปราบปรามเยลู่ต้าสือ
ทำไมถึงให้เยลู่ยู่ตู่เป็นแม่ทัพใหญ่
นั่นเพราะอาณาจักรจินส่งทหารออกศึกอย่างฉุกละหุก กำลังพลไม่พอ เสบียงกรังก็ไม่พอ จำเป็นต้องอาศัยชื่อเสียงและเส้นสายของเยลู่ยู่ตู่ ให้ชนเผ่าต่างๆ ในทุ่งหญ้าส่งทหารมาช่วย และช่วยส่งเสบียงตามรายทาง
ทหารม้าหลายนายควบม้ากลับมารายงาน คุกเข่าต่อหน้าสือเจียหนูแล้วกล่าวว่า "ท่านจอมพล เมืองเคอตุนว่างเปล่า ทุ่งหญ้ารอบๆ ก็ไม่มีคนเลย"
"รู้แล้ว" สือเจียหนูทำหน้านิ่งไร้อารมณ์
เยลู่ต้าสือหนีไปแล้ว ทุ่งหญ้าทางเหนืออันเวิ้งว้างกว้างใหญ่ จะไปตามหาตัวเจอได้ที่ไหน
เนื่องจากติดต่อให้ต้าหมิงร่วมออกศึกได้ เยลู่ต้าสือจึงลงมือเร็วกว่าในประวัติศาสตร์ โดยบุกเข้าโจมตีค่ายทางเหนือสองแห่งของอาณาจักรจินจนแตกพ่าย
นั่นเป็นฐานที่มั่นสำหรับควบคุมทุ่งหญ้าฮูหลุนเป้ยเอ๋อร์ของอาณาจักรจิน พอถูกเยลู่ต้าสือถอนรากถอนโคนไป ก็ไม่สามารถควบคุมพื้นที่นี้ได้อย่างแท้จริงอีกต่อไป ทำได้เพียงซื้อใจชนเผ่าในทุ่งหญ้าให้ช่วยควบคุมทางอ้อมเท่านั้น
สถานการณ์ปัจจุบันของอาณาจักรจินคือ อู๋ฉี่ไหมและราชสำนักฝ่ายฮาร์บิน ควบคุมพื้นที่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือทั้งหมด
กรมกลาโหมอวิ๋นจงของวานเหยียนจงฮั่น ควบคุมทุ่งหญ้ามองโกเลียในและภาคเหนือของมณฑลซานซี
กรมกลาโหมเยี่ยนซานของวานเหยียนจงวั่ง ควบคุมพื้นที่แถบภูเขาเยี่ยนซานและภาคเหนือของมณฑลเหอเป่ย ทั้งยังได้รับเสบียงอาหารจากทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
การที่เยลู่ต้าสือถอนค่ายทางเหนือสองแห่งทิ้ง ไม่ได้สร้างความโกรธแค้นให้ราชสำนักจินเท่าไหร่ แต่กลับไปกระตุกหนวดเสืออย่างวานเหยียนจงฮั่นที่ครองเมืองต้าถงมณฑลซานซีเข้าอย่างจัง!
วานเหยียนจงฮั่นโกรธจนสั่งเคลื่อนทัพ เพียงแค่แจ้งให้ราชสำนักฮาร์บินทราบพอเป็นพิธี ก็ส่งทหารม้าชั้นยอดขึ้นเหนือไปปราบปรามทันที
ทหารม้าหนี่เจินชั้นยอด รบที่ไหนชนะที่นั่นจริงๆ กวาดล้างขึ้นเหนือไปตลอดทางโดยไร้คู่ต่อสู้
แต่ทว่า หาศัตรูไม่เจอ...
เยลู่ต้าสือไม่ยอมปะทะกับทหารจินเลยแม้แต่น้อย ถึงขนาดยยอมทิ้งเมืองเคอตุนที่เป็นเมืองหลวงของเหลียวตะวันตก
"กุบกับ กุบกับ..."
เสียงเกือกม้าดังกึกก้อง เยลู่ยู่ตู่คุมทหารม้าพันกว่านาย ควบตะบึงมาจากทางทิศตะวันออกเฉียงใต้อย่างรวดเร็ว
แม่ทัพปราบเหลียวผู้นี้ พอได้เจอรองแม่ทัพสือเจียหนู กลับต้องคุกเข่าข้างเดียวรายงานทันที "ท่านราชบุตรเขย ชนเผ่าต่างๆ ในทุ่งหญ้ายินดีส่งทหารช่วย แต่พวกเขาบอกว่าเสบียงอาหารไม่พอ ขอให้ราชสำนักเบิกจ่ายเสบียงให้ก่อน"
"โครม!"
สือเจียหนูถีบโต๊ะล้มคว่ำ ความโกรธที่สั่งสมมานานกว่าสองเดือนระเบิดออกมาอย่างกลั้นไม่อยู่ "ข้าสั่งให้พวกมันส่งเสบียง พวกมันกลับมาขอเสบียงจากข้า คิดว่าข้าไม่กล้านำทัพไปเหยียบราบทั้งเผ่าหรือไง"
เยลู่ยู่ตู่รีบเกลี้ยกล่อม "จู่ๆ ไปโจมตีเผ่าที่สวามิภักดิ์แล้ว เกรงว่าทุ่งหญ้าจะเกิดจลาจลขึ้นอีก"
"แบบนั้นเรียกว่าสวามิภักดิ์เรอะ ยามศึกสงคราม ไม่ส่งทหารไม่ส่งเสบียง จะเลี้ยงพวกมันไว้ทำซากอะไร" สือเจียหนูยิ่งคิดยิ่งโมโห ถึงกับเตะเสยเข้าไปที่ตัวเยลู่ยู่ตู่ "ยังมีเจ้าอีกคน ปากบอกว่าสยบชนเผ่าต่างๆ ได้ แต่กลับเกณฑ์มาไม่ได้สักเผ่า เจ้ามันสวะชัดๆ!"
เยลู่ยู่ตู่ที่คุกเข่าอยู่แล้ว โดนเตะจนเกือบหงายหลัง ความอัดอั้นตันใจและความโกรธเกรี้ยวอัดแน่นอยู่เต็มอกแต่ไม่กล้าแสดงออก กลับต้องก้มหัวโขกพื้นให้สือเจียหนู "ท่านราชบุตรเขยโปรดระงับโทสะ"
ราชบุตรเขยผู้นี้ คือลูกเขยของวานเหยียนอาคุตตานั่นเอง
"พรุ่งนี้ถอนทัพ!" สือเจียหนูสะบัดแขนเสื้อเดินหนี
ขืนไม่ถอนทัพ แม้แต่เสบียงสำหรับเดินทางกลับต้าถงก็จะไม่พอเอา
หลังจากทหารม้าจินถอนทัพไปได้ไม่กี่วัน เยลู่ต้าสือก็นำทัพกลับมาที่เมืองเคอตุนด้วยตัวเอง
หม่าขั่วและอวี๋อวิ่นเหวิน ขี่ม้าติดตามอยู่ข้างกายเขา
หม่าขั่วกล่าวเยินยอ "โจรจินกลับไปมือเปล่า ชื่อเสียงของท่านข่านต้องเลื่องลือไปทั่วทุ่งหญ้าแน่"
เยลู่ต้าสือส่ายหน้า "ยังต้องรบให้ชนะอีกสักสองสามครั้ง ข่านที่เอาแต่หนี ไม่มีทางทำให้คนในทุ่งหญ้ายอมรับได้หรอก"
สถานการณ์ของเยลู่ต้าสือ ไม่ได้สวยหรูเหมือนภาพภายนอก
อาณาจักรเหลียวตะวันตกที่เขาสร้างขึ้นในตอนนี้ ครอบครองเจ็ดเมืองสิบแปดเผ่าก็จริง แต่เนื้อแท้แล้วเหมือนสมาพันธ์ชนเผ่าที่รวมตัวกันหลวมๆ มากกว่า
ชนเผ่าต่างๆ ในเขตบัญชาการตะวันตกเฉียงเหนือของเหลียว เคยลุกฮือก่อกบฏยาวนานถึงสิบปี ทำลายรากฐานร้อยปีที่เหลียวสร้างไว้จนพังพินาศ แม้เหลียวจะปราบกบฏได้สำเร็จ แต่รบกันมาสิบปีเต็ม ฆ่าไปได้แค่หัวหน้ากบฏที่ชื่อมาคูสึ (Marcus) ส่วนลูกหลานของมาคูสึกลับอยู่ดีมีสุขไม่บุบสลาย
(มาคูสึหัวหน้ากบฏที่ถูกฆ่าคนนี้ ต่อมามีหลานชายชื่ออ๋องฮั่น และอ๋องฮั่นก็มีลูกบุญธรรมชื่อเตมูจิน หรือ เจงกีสข่าน)
ตั้งแต่นั้นมา เหลียวก็ปกครองดินแดนทางเหนือได้แค่ในนาม เวลาสั้นๆ แค่ไม่กี่ปี เยลู่ต้าสือจะไปทำให้ชนเผ่าเหล่านี้ยอมสยบอย่างแท้จริงได้ยังไง
หากเพลี่ยงพล้ำรุนแรงสักครั้ง สิบแปดเผ่าใต้สังกัดเยลู่ต้าสือ คาดว่าเกินครึ่งจะก่อกบฏ อีกสองส่วนคงฟังคำสั่งแต่ไม่ยอมขยับตัว
ดังนั้น เยลู่ต้าสือต้องชนะห้ามแพ้ ถ้าแพ้แม้แต่ดินแดนทางเหนือก็อยู่ไม่ได้ ต้องหนีเตลิดไปรังแกประเทศเล็กๆ ในแถบตะวันตก (ไซยวี่) แทน
……
ฝ่ายเยลู่ยู่ตู่และสือเจียหนู พอกลับถึงต้าถง ไม่นานก็ถูกวานเหยียนจงฮั่นลงโทษ
ผลาญเสบียง กลับมามือเปล่า ไม่สามารถข่มขวัญชนเผ่าในทุ่งหญ้าได้ ข้อหาเหล่านี้เยลู่ยู่ตู่ต้องรับไปเต็มๆ ช่วยไม่ได้ใครใช้ให้เขาเป็นแม่ทัพใหญ่ในการศึกครั้งนี้เล่า
อำนาจทหารของเยลู่ยู่ตู่ ถูกวานเหยียนจงฮั่นฉวยโอกาสยึดไปจนเกลี้ยง ทหารชิตันในมือหายวับไปกับตา
กลายเป็นแม่ทัพหัวหลักหัวตอ
"ปัง!"
จอกเหล้าถูกกระแทกลงบนโต๊ะอย่างแรง เยลู่ยู่ตู่รินเหล้าดื่มเองคนเดียว กระดกเหล้าย้อมใจแก้วแล้วแก้วเล่า
เขาผู้มีศักดิ์เป็นถึงพระเชษฐาของพระสนมแห่งต้าเหลียว ถูกการเมืองบีบคั้นจนต้องแปรพักตร์ไปเข้ากับจิน หลายปีมานี้เขาสร้างความชอบให้จินมากมาย แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความหวาดระแวงครั้งแล้วครั้งเล่า
ตอนที่อาคุตตายังมีชีวิตอยู่ ได้สั่งย้ายลูกเมียและคนในเผ่าของเยลู่ยู่ตู่ ไปเป็นตัวประกันในดินแดนจิน การกระทำนี้บีบให้ลูกน้องของเยลู่ยู่ตู่รวมหัวกันกบฏต่อจิน นับจากนั้นเขาก็ยิ่งไม่ได้รับความไว้วางใจหนักเข้าไปอีก
มาวันนี้ ถึงขั้นปลดอำนาจทหารของเขาจนหมดสิ้น!
"ท่านพ่อ..."
เยลู่ต้งเจินผลักประตูเข้ามา เขาเป็นลูกชายเพียงคนเดียวที่ได้รับอนุญาตให้ติดตามเยลู่ยู่ตู่
"ปิดประตูซะ" เยลู่ยู่ตู่กล่าวด้วยน้ำเสียงอัดอั้น
เยลู่ต้งเจินชะโงกหน้ามองดูภายนอกก่อน แล้วปิดประตูหน้าต่างให้มิดชิด กระซิบว่า "ท่านพ่อ อาณาจักรจินอยู่ไม่ได้แล้ว ขืนอยู่ต่อไปพวกเราต้องถูกหาเรื่องฆ่าทิ้งสักวัน"
เยลู่ยู่ตู่แค่นหัวเราะ "อาณาจักรจินอยู่ไม่ได้ แล้วจะไปไหนได้ ไปเข้ากับซีเซี่ยหรือเยลู่ต้าสือรึ"
เยลู่ต้งเจินกล่าวว่า "ท่านพ่อกับเยลู่ต้าสือเปรียบเสมือนเสือร้าย เสือสองตัวอยู่ถ้ำเดียวกันไม่ได้ ดินแดนทางเหนือไปไม่ได้เด็ดขาด ส่วนซีเซี่ยก็เอาแต่กระดิกหางประจบวานเหยียนจงฮั่น สองพ่อลูกเราไร้กำลังทหาร บุกเดี่ยวไปขอพึ่งพิงเกรงว่าเขาจะไม่รับ ถ้าอย่างนั้นก็เหลือแค่ต้าหมิงทางใต้!"
"ฮ่องเต้ต้าหมิงนั่น ก็ไม่รู้ว่าเป็นคนยังไง ไปแล้วก็ไม่มีลู่ทาง" เยลู่ยู่ตู่ลังเล
เยลู่ต้งเจินกล่าว "ตอนนี้มีแต่ต้าหมิงที่พร้อมจะรับเรา นำข้อมูลลับของอาณาจักรจินติดมือไปด้วย ขอแค่ฮ่องเต้ต้าหมิงไม่โง่เขลาเบาปัญญา ต้องมอบตำแหน่งขุนนางให้เราแน่"
สองพ่อลูกปรึกษากันเสร็จ ก็เริ่มวางแผนหลบหนี
เริ่มจากโกนหัวตัวเองจนล้านเลี่ยน สวมหมวกปิดบังไม่ให้ใครสังเกตเห็น จากนั้นก็หาชุดพระมาสองชุด
พวกเขาพักอยู่ที่ชานเมืองต้าถง มีที่ดิน คนรับใช้ และชาวนาเช่าที่ทำกินอยู่จำนวนหนึ่ง
สองพ่อลูกเรียกอนุภรรยามาสั่งความ (เมียหลวงเป็นตัวประกันอยู่เหลียวตง) บอกว่าจะเข้าเมือง แล้วขี่ม้าควบตะบึงมุ่งหน้าลงใต้
แม่ทัพแปรพักตร์ที่ไร้กองทัพ วานเหยียนจงฮั่นไม่ได้ส่งคนมาจับตาดู ส่วนอนุภรรยากับคนรับใช้ ก็เข้าใจว่าพวกเขาเข้าไปเยี่ยมเยียนสหายในเมือง สองคนควบม้าหนีออกมาได้สิบกว่าวัน โดยที่ไม่มีใครระแคะระคาย!
ตลอดทางพวกเขาไม่กล้าเข้าเมือง ขี่ม้ามุ่งตรงไปยังด่านเยี่ยนเหมิน ก่อนจะเข้าเขตภูเขาก็เปลี่ยนมาใส่ชุดพระ ปลอมตัวเป็นหลวงพี่กับหลวงพ่อ ฆ่าม้าทิ้งอำพรางศพในหุบเขา แล้วเปลี่ยนมาเดินเท้าตลอดเส้นทางที่เหลือ
เนื่องจากคำสั่งโกนผมเปลี่ยนเครื่องแต่งกายเมื่อปีก่อน ชาวฮั่นจำนวนมากแกล้งบวชเป็นพระ ยอมหัวโล้นดีกว่าต้องไว้ผมทรงประหลาดของพวกจิน
สองพ่อลูกในคราบนักบวชดูธรรมดาสามัญ ในห่อผ้าไม่มีของผิดกฎหมาย จึงตบตาผ่านด่านตรวจมาได้อย่างง่ายดาย
เวลานี้เมืองซินโจวยังถูกจินยึดครอง ด่านชื่อถังก็อยู่ในมือจิน แต่ด่านเทียนเหมินถูกจางกวางเต้ายึดคืนมาได้แล้ว
ทั้งสองอ้อมไปทางตะวันตกเฉียงใต้ของเมืองซินโจว ปีนเขาข้ามห้วยมุ่งตรงไปยังด่านเทียนเหมิน พอมาถึงหน้าด่านก็ถูกจับตัว
เยลู่ยู่ตู่ปีนเขาจนเหนื่อยแทบขาดใจ ปล่อยให้ทหารมัดตัวตามสบาย แล้วกล่าวอย่างใจเย็นว่า "ข้าสองพ่อลูกไม่ใช่ไส้ศึก ข้าคือแม่ทัพใหญ่แห่งต้าเหลียวเยลู่ยู่ตู่ ครั้งนี้พกความลับทางทหารสำคัญมาสวามิภักดิ์ต่อต้าหมิง รีบพาข้าไปไท่หยวน ข้าต้องการพบขุนนางผู้ใหญ่ของพวกเจ้า!"
ทหารเฝ้าด่านมองหน้ากันเลิ่กลั่ก จัดหาข้าวปลาอาหารให้สองพ่อลูกกินจนอิ่ม แล้วรีบจัดม้าเร็วส่งตัวออกไป
สองวันให้หลัง พวกเขาก็ได้พบกับจางกวางเต้า
"ท่านคือเยลู่ยู่ตู่รึ" จางกวางเต้าพิจารณาอย่างละเอียด
เยลู่ยู่ตู่รีบเล่าประสบการณ์ที่พบเจอมา แล้วกล่าวว่า "วานเหยียนจงฮั่นตั้งกรมกลาโหมอวิ๋นจงที่ต้าถง เขตปกครองมีแค่เขตซีจิงของเหลียว เมืองไต้โจว เมืองซินโจว กองทัพหนิงฮว่าของซ่ง และทุ่งหญ้ากว้างใหญ่ทางตอนเหนือ พื้นที่เหล่านี้ผลิตเสบียงอาหารได้น้อย ไม่พอเลี้ยงกองทัพขนาดใหญ่ของวานเหยียนจงฮั่น"
"ราชสำนักจินหวาดระแวงกำลังทหารของวานเหยียนจงฮั่น จะไม่ให้เสบียงก็ไม่กล้า จะให้เยอะก็กลัว จึงดึงเรื่องส่งเสบียงให้ไม่พอมาตลอด คีหบดีและชาวบ้านต่างทนการขูดรีดไม่ไหว หากกองทัพสวรรค์ต้าหมิงยกพลขึ้นเหนือ ชาวบ้านทุกหย่อมหญ้าย่อมยินดีต้อนรับกองทัพของฮ่องเต้!"
จางกวางเต้าถาม "ปีนี้วานเหยียนจงฮั่นจะบุกใต้ไหม"
เยลู่ยู่ตู่ตอบ "เขาอยากบุกใต้มาตลอด แต่เสบียงไม่พอ ได้เร่งรัดให้ราชสำนักจินส่งเสบียงมาหลายครั้งแล้ว แต่ทางนั้นก็ยื้อเวลาไม่ยอมส่งมา"
"ท่านคิดว่าราชสำนักจินจะยอมให้ไหม" จางกวางเต้าถาม
"ต้องให้แน่นอน" เยลู่ยู่ตู่ตอบ "วานเหยียนจงวั่งเองก็อยากบุกใต้ ได้ส่งคนมาติดต่อวานเหยียนจงฮั่นที่ต้าถงแล้ว สองคนนี้กุมกำลังทหารมหาศาล ถ้าร่วมมือกันกดดัน ราชสำนักจินก็จำต้องยอมตกลง แต่เวลาออกศึกคงไม่เร็วเท่าไหร่ ยื้อไปยื้อมา กว่าเสบียงจะส่งถึงต้าถง เกรงว่าจะเข้าสู่ฤดูใบไม้ร่วงแล้ว"
ข้อมูลนี้สำคัญมาก จางกวางเต้าพอใจยิ่งนัก กล่าวกับเยลู่ยู่ตู่ว่า "พวกคนเถื่อนจินป่าเถื่อนไร้อารยธรรม ไม่รู้จักใช้คนดีมีความสามารถ แถมยังกลับกลอกเลี้ยงดูขุนนางแปรพักตร์ไม่ดี ข้าจะส่งคนคุ้มกันท่านแม่ทัพสองพ่อลูกไปตงจิงทันที ด้วยความสามารถของทั้งสองท่าน ราชสำนักต้าหมิงต้องให้ความสำคัญแน่นอน!"
"ขอบคุณท่านแม่ทัพ!" เยลู่ยู่ตู่ดีใจมาก
สองพ่อลูกถูกส่งตัวด่วนจี๋ไปตงจิง จูกั๋วเซียงออกโรงต้อนรับด้วยตัวเอง จากนั้นก็ส่งพวกเขาไปหาองค์รัชทายาทที่ซานตง
จูหมิงเดินทางตรวจราชการจากเติงโจวมาตลอดทางทางทิศตะวันตก ยังไม่ทันถึงเมืองจี่หนาน ก็ได้รับข่าวเยลู่ยู่ตู่มาสวามิภักดิ์ พร้อมกับข้อมูลลับทางการทหารแบบเจาะลึก
"ยินดีกับองค์รัชทายาทด้วยพ่ะย่ะค่ะ อาณาจักรจินต้องแพ้แน่นอน!" ฟู่จื๋อโหรวรีบประจบ
จูหมิงยิ้มถาม "ท่านรู้ได้ยังไงว่าจินต้องแพ้"
ฟู่จื๋อโหรววิเคราะห์ "ภายในอาณาจักรจินมีขุนนางกุมอำนาจบริหาร ภายนอกมีขุนพลตั้งตนเป็นใหญ่ อำนาจถูกแบ่งแยกเป็นสามส่วน นี่เป็นลางบอกเหตุว่าบ้านเมืองกำลังจะล่มสลาย ตอนนี้พวกมันยังกล้าบุกลงใต้ ก็แค่อาศัยความฮึกเหิมชั่ววูบเท่านั้น กองทัพเราไม่ต้องออกไปรบกลางแปลง แค่รักษาเมืองต่างๆ ไว้ให้มั่น อย่าให้พวกจินปล้นเสบียงเงินทองไปได้มากนัก พอกองทัพจินกลับไปมือเปล่า ภายในประเทศขาดแคลนอาหาร ย่อมต้องเกิดจลาจลภายในแน่นอน"
"มีเหตุผล" จูหมิงพยักหน้า
ในประวัติศาสตร์จริง อาณาจักรจินสามารถผ่านพ้นวิกฤตนี้ไปได้ ก็เพราะวานเหยียนจงวั่งตายได้จังหวะนรกแตกจริงๆ
ไม่ตายเร็ว ไม่ตายช้า ดันมาตายปุบปับทันทีหลังทำลายราชวงศ์ซ่งเหนือสำเร็จ
การตายของเขาทำลายสมดุลสามเส้าของอาณาจักรจิน ทำให้วานเหยียนจงฮั่นกลายเป็นผู้ยิ่งใหญ่เพียงหนึ่งเดียว ถึงขนาดกล้าสั่งโบยฮ่องเต้จิน ปัญหาความวุ่นวายภายในจึงถูกแก้ด้วยอำนาจเบ็ดเสร็จทันที
ตอนจูหมิงอ่านประวัติศาสตร์ ยังเคยสงสัยว่าวานเหยียนจงวั่งโดนวางยาตายรึเปล่า เวลาตายมันช่างประจวบเหมาะเกินไปแล้ว
ไม่เพียงวานเหยียนจงวั่งที่ตายได้จังหวะ รองแม่ทัพคู่ใจอย่างหลิวเยี่ยนจงก็ตายได้จังหวะเช่นกัน
กองกำลังใต้สังกัดของทั้งสองคน จึงถูกวานเหยียนจงฮั่นฮุบไปรวมได้อย่างง่ายดายโดยไม่ต้องออกแรง
[จบแล้ว]