- หน้าแรก
- ข้ามเวลาฝ่าวิกฤต ณ ปลายราชวงศ์
- บทที่ 330 - ทวงความยุติธรรมคืนให้พวกเจ้า
บทที่ 330 - ทวงความยุติธรรมคืนให้พวกเจ้า
บทที่ 330 - ทวงความยุติธรรมคืนให้พวกเจ้า
บทที่ 330 - ทวงความยุติธรรมคืนให้พวกเจ้า
◉◉◉◉◉
โรงเรียนประจำเมือง ตั้งอยู่ที่มุมตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองจินโจว
โรงเรียนแห่งนี้เกือบถูกยุบไปแล้ว ยังดีที่ขุนนางเก่าที่เคยทำงานที่จินโจว ขอร้องให้คงโรงเรียนประจำเมืองจินโจวไว้
ทว่า โควตานักเรียนเหลือแค่ยี่สิบคน ไม่มีการแบ่งชั้นเรียนด้วยระบบสามสถาบันอีก
ครูใหญ่คนเก่าถูกเรียกตัวกลับเมืองหลวงไปรอตำแหน่ง ครูใหญ่คนใหม่เป็นคนซวยที่เพิ่งสอบติดจิ้นซื่อเมื่อปีที่แล้ว
ครูก็เหลือแค่สองคน ไม่มีกะจิตกะใจจะสอนหนังสือ
ใต้ต้นไม้ใหญ่ที่จูหมิงเคยสอนหนังสือ หญ้าเริ่มขึ้นรกแล้ว เพราะภารโรงของโรงเรียนก็ถูกเลิกจ้างไปกว่าครึ่ง
จางถัง ลี่เป่า และนักเรียนอีกมากมาย ไม่ว่าจะตามมาจากกุ้ยโจว หรือเป็นบัณฑิตท้องถิ่น ถูกหลอกให้มาฟังบรรยายตั้งแต่ช่วงสาย
จูหมิงปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียม แม้แต่จางเกินพ่อตาก็โดนหลอกมาด้วย
รอแล้วรอเล่า จูหมิงก็ยังไม่โผล่หัว จางเกินเลยสอนหนังสือเองซะเลย เน้นสอนความเหมือนและต่างของสำนักซินเสวีย สำนักสู่ สำนักลั่ว และสำนักเต้าโย่ง
ผู้เฒ่าท่านนี้ว่างงานมาหลายปี ได้แต่อ่านหนังสือทุกวัน ความรู้เลยแตกฉานขึ้นมาก
"แฮก แฮก แฮก..."
บัณฑิตท้องถิ่นคนหนึ่งวิ่งพรวดพราดเข้ามา เหนื่อยจนต้องก้มตัวแลบลิ้น เอามือยันเข่าหอบหายใจ "ท่าน... ท่านอาจารย์... ก่อกบฏแล้ว!"
ทุกคนยังตั้งสติไม่ทัน จางเกินถึงกับถามกลับ "อาจารย์คนไหนก่อกบฏ มีคนอย่างฟางล่าโผล่มาอีกหรือ"
บัณฑิตคนนั้นได้รับข่าวมาเหมือนกัน วันนี้ตั้งใจมาฟังบรรยายที่โรงเรียน แต่ที่บ้านมีธุระเลยมาช้า รีบอธิบายตะกุกตะกัก "ท่านจูไท่โส่ว ท่าน... ท่านอาจารย์จู ข้า... ข้าออกมาจากบ้าน เห็นท่านจูไท่โส่วพาทหารกับโจร มุ่งหน้าไปทางประตูเมืองเหนือ ข้าก็ตะโกนเรียก ท่านอาจารย์ ท่านอาจารย์! ท่านก็ไม่ตอบ เดินตรงไปทางเหนืออย่างเดียว ข้า... ข้าเห็นท่านอาจารย์จู ไม่พูดพร่ำทำเพลงก็จับทหารเฝ้าประตูเมือง ทหารที่ท่านพาไปยึดประตูเมืองเหนือแล้ว!"
ทุกคนฟังแล้วตกใจหน้าซีด รู้สึกเหลือเชื่อ
จางเกินกล่าว "ทหารเฝ้าประตูอาจทำผิดกฎ ท่านทนดูไม่ได้ เลยลงมือจัดการตามกฎหมาย"
"ไม่ใช่..." บัณฑิตคนนั้นแย้ง "ข้าไม่เข้าใจสถานการณ์ ประตูเมืองเหนือก็อยู่ใกล้ที่ว่าการเมืองและอำเภอ ข้าเลยไปถามข่าวที่ที่ว่าการ ที่นั่นมีแต่เสมียน ขุนนางถูกเชิญไปหอชิงเฟิงหมดแล้ว! ข้าไปดูที่หอชิงเฟิง พบว่าข้างนอกมีทหารเฝ้าอยู่เพียบ ขุนนางโดนขังอยู่ข้างในออกมาไม่ได้!"
จางเกินหน้ามืดวูบ ฟังจากคำบอกเล่า ลูกเขยของเขาอาจจะก่อกบฏจริงๆ!
"ตามข้าไปหอชิงเฟิง!" จางเกินคอแห้งผาก
ทุกคนกำลังเดินออกไป ผู้ใหญ่บ้านหมู่บ้านหมวกเหล็กหลิวซือเหรินก็เดินเข้ามา ประสานมือยิ้มแย้ม "คารวะท่านผู้ตรวจการจาง คารวะเหล่าซิ่วไฉ"
จางเกินถามเสียงเข้ม "เจ้านายเจ้าคิดจะทำอะไร"
หลิวซือเหรินตอบ "กวาดล้างคนชั่ว กอบกู้บ้านเมือง!"
"บังอาจ!"
จางเกินตวาดลั่น แทบกระอักเลือด นี่ข้าเลือกอะไรมาเป็นลูกเขยเนี่ย
เงินสินสอดหนึ่งหมื่นก้วนของลูกสาว คงถูกเอาไปเป็นทุนก่อกบฏหมดแล้ว!
จางถังมองหน้าลี่เป่า พูดเสียงแหบแห้ง "ท่านอาจารย์ก่อกบฏจริงด้วย มิน่าตลอดทางข้ารู้สึกแปลกๆ"
ลี่เป่าตั้งคำถาม "เจ้าคิดว่า ท่านอาจารย์ตัดสินใจก่อการหลังโดนปลด หรือวางแผนมาหลายปีแล้ว"
จางถังคิดทบทวน แล้วอ้าปากค้าง "น่าจะก่อนโดนปลด!"
พวกเขาสองคนติดตามจูหมิงมาตลอด ได้รับอิทธิพลทางความคิดมากที่สุด และรู้เรื่องราวของจูหมิงดีที่สุด
เมื่อก่อนไม่ทันคิด ตอนนี้ปะติดปะต่อเรื่องราวได้หมดแล้ว!
ลี่เป่าใจนักเลง "กบฏก็กบฏ ตามท่านอาจารย์ลุยสักตั้ง"
จูหมิงปลูกฝังแนวคิดราษฎรสำคัญกว่ากษัตริย์ซ้ำแล้วซ้ำเล่า และมักชวนคุยเรื่องสถานการณ์บ้านเมือง ทั้งสองคนต่างรู้สึกว่าต้าซ่งเกินเยียวยาแล้ว แต่จางถังเป็นลูกหลานขุนนางตงฉิน แถมยังมาจากตระกูลใหญ่ในซานตง ให้เขาก่อกบฏมันก็มีปมในใจ
ลี่เป่าแสดงจุดยืนแล้ว จางถังยังลังเลอยู่
เฉินตง เว่ยเหลียงเฉิน ฟู่หยวนเหิง เหลยกวน... นักเรียนไท่เสวียที่ถูกไล่ออกพวกนี้ ตอนนี้สติแตกไปแล้ว คิดยังไงก็คิดไม่ออกว่าทำไมอาจารย์ถึงก่อกบฏ
ฟู่หยวนเหิงปกติหัวรุนแรงที่สุด บ้านเขาโดนหนักสุด ทรัพย์สินกว่าแสนก้วนหายวับ ตอนนี้กู้คืนมาได้แค่ร้านค้าและที่ดินบางส่วน
บางทีพอยิ่งคิดยิ่งแค้น ฟู่หยวนเหิงก็พูดจาประชดว่ากบฏไปซะให้รู้แล้วรู้รอด แต่พอจูหมิงทำจริง เขากลับงงเป็นไก่ตาแตก
หลิวซือเหรินกล่าว "ถ้าพวกท่านคิดจะออกจากจินโจว รออีกหนึ่งเดือนค่อยไป เจ้านายข้าไม่ขวางแน่นอน ในใจมีข้อสงสัยอะไร ตามข้าไปดูด้วยตาตัวเองเถอะ"
"นำทาง!"
จางเกินโกรธจัด อัดอั้นตันใจแทบระเบิด
ทุกคนเดินไปทางหอชิงเฟิง ได้ยินเสียงตะโกนแว่วมา
กัวเวินจ้งพาเสมียนเมืองและยาเชียน กระจายไปตามตรอกซอกซอยเพื่อปลอบขวัญชาวบ้าน เคาะฆ้องตะโกนไปตลอดทาง "กลับเข้าบ้านใครบ้านมัน อย่าตกใจ ท่านจูไท่โส่วมาทวงความยุติธรรมให้ชาวบ้าน ไม่ทำร้ายชาวบ้านแม้แต่ปลายก้อย!"
กัวเวินจ้งเป็นเสมียนเบอร์สองของเมือง หวังเจี่ยเป็นหัวหน้ายาเชียนของเมือง
สองคนนี้แม้จะมีท่าที "ยอมเป็นโจร" แต่จูหมิงก็ยังไม่วางใจเต็มร้อย จนกระทั่งลงมือวันนี้ ถึงส่งคนไปบอกกัวเวินจ้ง
ส่วนหวังเจี่ย ตอนนี้กำลังพายาเชียนไปเกลี้ยกล่อมโจรตามอำเภอต่างๆ
มีเสมียนคอยดูแลความเรียบร้อย แถมคนก่อเรื่องคือจูหมิง ในเมืองจินโจวจึงสงบลงอย่างรวดเร็ว ชาวบ้านต่างหลบเข้าบ้านรดูสถานการณ์
ที่หอชิงเฟิง คนสนิทของขุนนาง ตอนแรกคิดจะขัดขืน แต่โดนหยางจื้อคุมตัวได้ง่ายดาย
ขุนนางแต่ละคนหน้าเหมือนพ่อตาย ตอนนี้ถูกมัดตราสังข์
จางเกินกับเหล่าบัณฑิต มาจ๊ะเอ๋กับขุนนางพอดี
เจ้าเมืองหานเจาตะโกนอย่างโกรธแค้น "จางเกินเจ้าก่อเรื่องใหญ่แล้ว ถึงกับร่วมมือกับลูกเขยก่อกบฏ!"
จางเกินรีบแก้ตัว "ไม่เกี่ยวกับข้า ไอ้ลูกเนรคุณนั่นทำเองทั้งนั้น!"
ผู้ช่วยเจ้าเมืองเหอเจิ้งชิงถามสวน "ทำไมพวกเราโดนมัด แต่เจ้ากลับเดินลอยชายอยู่บนถนน"
"ข้า... ข้า..." จางเกินรู้สึกเหมือนโคลนเหลืองหล่นใส่เป้ากางเกง ไม่ใช่ขี้ก็เหมือนขี้แล้ว ทุบมือกระทืบเท้า "ข้าโดนไอ้ลูกเนรคุณนั่นเล่นงานเข้าให้แล้ว!"
หลิวซือเหรินยิ้ม "เชิญทุกท่าน"
คนสองสามร้อยคน เดินออกจากประตูเมืองไปที่ท่าเรือ
ชาวบ้านเห็นว่าไม่มีเหตุรุนแรง บางคนใจกล้าก็ออกมาเดินถนน ตามขุนนางที่ถูกมัดออกไปดูความครึกครื้นนอกเมือง
ทหารเซียงจวินนอกเมืองมารวมตัวกันแล้ว มีนายทหารนับจำนวนคน ราวกับว่าจูหมิงกำลังตรวจพล
"แม่ทัพก้าวออกมาฟังคำสั่ง!" จูหมิงตะโกน
มีสองคนหันหลังเดินมาหาจูหมิงทันที
"หลวี่เหลียน ผู้บังคับกองพันทหารม้าเซียงจวินจินโจว คารวะท่านจูซ่างกง!"
"หยางอันซื่อ ผู้บังคับกองพันทหารราบเซียงจวินจินโจว คารวะท่านจูซ่างกง!"
ทหารเซียงจวินจินโจว ไม่มีทหารม้าประจำการจริงๆ มีแค่ทหารสื่อสารตามสถานีที่ขี่ม้า หลวี่เหลียนผู้บังคับกองพันทหารม้าก็เหมือนแม่ทัพไร้พล
จูหมิงถาม "ปกติได้รับเงินและเสบียงครบไหม"
หลวี่เหลียนหัวเราะ "ท่านซ่างกงอย่าล้อเล่น ทหารเลวที่ไหนในใต้หล้าจะได้เงินครบ"
จูหมิงกล่าว "ข้าคุมทหารมาตลอด ต้องให้เงินและเสบียงครบ ยังไม่ทันสอบจิ้นซื่อ ข้าปราบโจรที่อำเภอซีเซียง พลธนูใต้บังคับบัญชาได้เงินครบทุกคน เสมียนคนไหนจะหักเงิน ข้าก็พาพลธนูไปที่ที่ว่าการอำเภอ ลากตัวหัวหน้าเสมียนมาตบเรียงตัว! ข้าไปอำเภอฮั่นหยวนเมืองหลีโจว ฝึกทหารปราบคนเถื่อน ทหารเซียงจวินและทหารบ้านที่นั่นก็ได้เงินครบทุกคน!"
ทหารเซียงจวินตรงหน้า ตั้งแต่บนลงล่างฟังแล้วอิจฉาตาร้อน ได้แต่เจ็บใจว่าทำไมท่านจูซ่างกงไม่ได้เป็นเจ้านายพวกเขา
จูหมิงชี้ไปที่เรือขนเงินและเสบียงริมแม่น้ำ "บนเรือมีทั้งเงินและเสบียง ล้วนขูดรีดมาจากชาวบ้านจินโจว แต่กลับให้พวกเจ้ากินไม่อิ่ม นุ่งไม่ห่ม ขนไปเซียงหยางหมด แล้วส่งต่อให้ฮ่องเต้ที่เมืองหลวง พวกเจ้าพอใจไหม"
ไม่มีใครตอบ แต่ทุกคนมีสีหน้าโกรธแค้น
"ข้าทวงเงินและเสบียงคืนให้พวกเจ้าดีไหม" จูหมิงถามอีก
หลวี่เหลียน หยางอันซื่อ และนายทหารคนอื่น เริ่มเข้าใจความหมาย มองจูหมิงเหมือนเห็นผี
จูหมิงสั่ง "ทหารเกณฑ์เซียงจวิน ไปขนเงินและเสบียงบนเรือกลับมาไว้บนฝั่ง!"
หลวี่เหลียนและหยางอันซื่อมองหน้ากันเลิ่กลั่ก นี่มันคำสั่งหัวหลุดจากบ่าชัดๆ
ข้างหลังจูหมิงมีทหารเกราะเกือบร้อยนาย ก้าวออกมาพร้อมกัน ถ้าแม่ทัพเซียงจวินสองคนไม่ทำตาม คงโดนสับเป็นหมูบะช่อตรงนั้น
หลวี่เหลียนกัดฟันสั่ง "ขนเงินและเสบียงกลับมา"
ขณะที่ทหารเกณฑ์กำลังขนเงินและเสบียง หยางจื้อก็คุมตัวขุนนางมาถึง
ขุนนางพวกนั้น บางคนด่ากราด บางคนร้องไห้ขอชีวิต
จูหมิงฟังแล้วรำคาญ สั่งว่า "หนวกหูจริง อุดปากพวกมันซะ!"
หยางจื้อทำตามทันที ไม่นานก็เงียบเสียงลง
จางเกินเร่งฝีเท้าวิ่งมา โกรธจนหนวดชี้หน้าแดงก่ำ ชี้หน้าด่าจูหมิง "ไอ้ลูกเนรคุณ เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่"
จูหมิงย้อนถาม "พ่อตายังดูไม่ออกอีกหรือ ต้าซ่งเกินเยียวยาแล้ว ชาวบ้านทั่วหล้าทุกข์ยากแสนเข็ญ คนอดตายปีละไม่รู้เท่าไหร่ วิถีมนุษย์วิปริต วิถีสวรรค์เสื่อมถอย ข้าจะแทนสวรรค์ผดุงธรรม!"
เฉินตงก็วิ่งตามมา "ท่านอาจารย์ ไม่ใช่บอกว่าตกลงกันแล้ว ให้รอรัชทายาทครองราชย์หรือ"
จูหมิงถาม "ถ้าฮ่องเต้อยู่ต่ออีกสามสิบปีจะทำยังไง ให้ชาวบ้านทั้งแผ่นดินทนทุกข์กับเขาไปอีกสามสิบปีหรือ ด้วยการกระทำของทรราชองค์นี้ อย่าว่าแต่สามสิบปีเลย อีกแค่สามปี โจรผู้ร้ายคงผุดขึ้นทั่วทุกสารทิศ คนอย่างฟางล่ากับซ่งเจียงไม่ได้มีแค่คนสองคนแน่!"
เว่ยเหลียงเฉินแย้ง "การกระทำของท่านอาจารย์ ต่างอะไรกับฟางล่าและซ่งเจียง"
จูหมิงชี้ไปที่ฟู่หยวนเหิง "บ้านเจ้าโดนปล้นจนเกลี้ยง เจ้าลองบอกซิ ฟางล่าทำร้ายท้องถิ่นยังไง"
ฟู่หยวนเหิงตอบ "จากจดหมายทางบ้าน ตอนฟางล่าเริ่มก่อการ ปล้นแต่ทางการและเศรษฐีเลว ไม่บังคับชาวบ้านเข้าร่วม เจอขุนนางดีก็ไม่ฆ่า แต่เกลี้ยกล่อมให้ยอมจำนน ถ้าขุนนางดีไม่ยอมก็ปล่อยไป แต่พอยึดเมืองเช่อโจวได้ ก็เริ่มกวาดต้อนชาวบ้าน ขุนนางดีเลวฆ่าเรียบ เศรษฐีคนไหนไม่ยอมก็ฆ่าล้างตระกูล"
จูหมิงถามอีก "ตอนทหารหลวงปราบโจร ปฏิบัติต่อชาวบ้านยังไง"
ฟู่หยวนเหิงตอบ "ทหารหลวงผ่านทาง ย่อมเกณฑ์เสบียงในพื้นที่ ทหารที่รับผิดชอบเกณฑ์เสบียง ฉวยโอกาสขูดรีด ปล้นชาวบ้านซ้ำอีกรอบ"
จูหมิงถามเว่ยเหลียงเฉิน "ข้าเหมือนกับฟางล่าและซ่งเจียงไหม"
เว่ยเหลียงเฉินตอบ "ท่านอาจารย์ก่อการแม้จะไม่ทำร้ายชาวบ้าน แต่ราชสำนักส่งทหารมาปราบ ย่อมเกิดภัยสงคราม ข้าไม่ฆ่าปั๋วเหริน ปั๋วเหรินกลับตายเพราะข้า ท่านอาจารย์จะทำให้ชาวบ้านตายนับไม่ถ้วน"
จูหมิงถามกลับ "ข้าไม่ก่อการ แผ่นดินก็ไม่วุ่นวายหรือ ข้าไม่ก่อการ ชาวบ้านก็ไม่โดนฮ่องเต้ทำให้ตายหรือ ข้ายึดฮั่นจงได้ ก็รักษาความสงบในฮั่นจงได้ ข้ายึดเสฉวนได้ ก็ทำให้เสฉวนสงบได้!"
จางถังถามแทรก "ท่านอาจารย์จะใช้กำลังบังคับให้ฮ่องเต้ฟังคำแนะนำหรือ"
จูหมิงตอบ "บังคับไปจะมีประโยชน์อะไร ด้วยนิสัยของทรราชนั่น วันนี้บังคับให้ปลดหกโจร วันหน้าเขาก็แต่งตั้งสิบโจร ร้อยโจรขึ้นมาใหม่ได้"
จางถังเสนอ "ใช้กำลังบีบให้ฮ่องเต้สละราชสมบัติ สนับสนุนรัชทายาทขึ้นครองราชย์ปกครองแผ่นดิน รัชทายาทมีชื่อเสียงดีงาม น่าจะเป็นกษัตริย์ที่ดี"
พอพูดแบบนี้ เหล่าบัณฑิตก็เห็นด้วย
จูหมิงถาม "ถ้าข้าไม่พาทหารบุกไปถึงหน้าเมืองตงจิง ฮ่องเต้จะยอมสละราชสมบัติไหม"
จางถังส่ายหน้า "ไม่ยอม"
จูหมิงกล่าว "ถ้าข้าพาทหารบุกไปถึงตงจิง ต่อให้รัชทายาทขึ้นครองราชย์ได้ราบรื่น จะยอมปล่อยคนที่ร่วมก่อการกับข้าไปหรือ ข้าโดนฆ่าไม่เป็นไร แต่ทหารใต้บังคับบัญชาต้องก่อจลาจลแน่ ถึงตอนนั้นไม่มีใครคุมอยู่ เกรงว่าเมืองหลวงคงโดนฆ่าล้างบางจนราบเป็นหน้ากลอง!"
จางถังอ้าปากค้าง เถียงไม่ออก
จูหมิงถามแม่ทัพเซียงจวินสองนาย "ขุนนางคนไหนอมเงินเสบียงพวกเจ้า วันนี้จะทวงความยุติธรรมคืนให้!"
[จบแล้ว]