- หน้าแรก
- จุติพลังจากซากศพ สร้างตำนานอมตะ
- LG-ตอนที่ 37 เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการห้าพันนาย
LG-ตอนที่ 37 เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการห้าพันนาย
LG-ตอนที่ 37 เลื่อนตำแหน่งเป็นผู้บัญชาการห้าพันนาย
การประกาศเกี่ยวกับการโยกย้ายตำแหน่งของข้ากำลังจะมาถึงแล้วหรือ? จ้าวเฟิงคิดกับตัวเอง
การปรากฏตัวของหวังเจี้ยนที่นี่มีความหมายบางอย่างอย่างแน่นอน
ในแง่ที่ยิ่งใหญ่กว่า น่าจะเกี่ยวข้องกับสงคราม เขาจะไม่มีทางมาด้วยตัวเองเพียงเพื่อคน ๆ เดียว ดังนั้นบางทีเขาอาจแค่ใช้โอกาสนี้มาที่นี่
ครั้งนี้ ข้าควรจะได้รับหีบสมบัติหลายกล่อง จ้าวเฟิงเต็มไปด้วยความคาดหวัง
「 ในไม่ช้า 」
เหล่าทหารผู้กล้าในค่ายทั้งหมดรวมตัวกัน จัดแถวและรอในรูปแบบ
"วันนี้ ข้ามาที่นี่ด้วยเหตุผลสองเรื่อง!" เสียงของหวังเจี้ยนดังก้อง
"ประการแรก เกี่ยวกับความพ่ายแพ้และการโจมตีเมืองหยางที่ตามมา แม่ทัพใหญ่หลี่เถิงต้องรับผิดชอบอย่างไม่มีข้อกังขา ดังนั้นตามราชโองการและกฏระเบียบทางการทหาร ข้าจึงเดินทางมาที่นี่เพื่อรายงานความผิดของแม่ทัพหลี่เถิง"
"ราชโองการถูกประกาศแล้ว หากหลี่เถิงแสดงความประมาทเลินเล่อในการนำกองทัพอีกครั้ง เขาจะถูกส่งตัวให้กองบังคับคดีทหารลงโทษทันที"
หวังเจี้ยนกล่าวอย่างเคร่งขรึม สีหน้าเย็นชาของเขาสร้างความกดดันให้กับทหารผู้กล้าทุกคน
หลี่เถิงเองก็ยืนอยู่ข้าง ๆ ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง
"ประการที่สอง" หวังเจี้ยนประกาศ เสียงของเขาดังไปทั่วสนาม ขณะที่สายตาของเขามองไปยังจ้าวเฟิงที่ยืนอยู่นอกแถว
"ด้วยบัญชาของฝ่าบาท เราจะทำการมอบรางวัลให้แก่ผู้มีส่วนร่วมที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ผู้ซึ่งมีส่วนช่วยให้เส้นทางลำเลียงเสบียงของแคว้นฉินรอดพ้นจากการถูกทำลาย และทำลายล้างกองกำลังศัตรูได้!"
สิ่งนี้ไม่น่าแปลกใจสำหรับทหารผู้กล้าในค่าย ข่าวความดีความชอบของจ้าวเฟิงได้แพร่กระจายไปทั่วแล้ว
"จ้าวเฟิงก้าวออกมา!" หวังเจี้ยนออกคำสั่งด้วยน้ำเสียงที่เปี่ยมไปด้วยอำนาจ
"ข้าน้อยอยู่นี่ขอรับ" จ้าวเฟิงตอบทันที และ ก้าวไปข้างหน้าและโค้งคำนับอย่างนอบน้อม
"ฝ่าบาทมีพระราชโองการ!" หวังเจี้ยนประกาศ พลางดึงและคลี่ม้วนผ้าออก
ทันใดนั้น ทหารผู้กล้าและนายทหารทุกคนในสนามฝึกก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อม
"เหล่าข้าราชบริพารของพระองค์น้อมรับราชโองการ!"
"จ้าวเฟิงแห่งกองทัพสนับสนุนค่ายหลันเถียน เจ้าได้สร้างความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ต่อชาติ ได้ต่อสู้อย่างกล้าหาญกับศัตรู และหยุดยั้งภัยพิบัติจากการโจมตีอย่างกะทันหันของพวกมัน ยิ่งไปกว่านั้น เจ้าได้สร้างเทคนิคการรักษาที่มีส่วนช่วยชีวิตทหารที่ได้รับบาดเจ็บของแคว้นฉินไว้ได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นความดีความชอบอันยิ่งใหญ่และสมควรได้รับพระราชทานรางวัลดังนี้" หวังเจี้ยนอ่าน เสียงของเขาก้องกังวานด้วยอำนาจ
"จ้าวเฟิง จะถูกโอนย้ายไปยังค่ายรบหลัก เพื่อรับตำแหน่งเป็น ทหารผู้กล้าทัพเจี้ยน และรับตำแหน่งเป็น’จงเว่ย’ และ ตำแหน่งผู้บัญชาการทัพ โดยได้รับการเลื่อนยศสี่ขั้นอย่างเป็นทางการ และ บัญชาการทหารผู้กล้าห้าพันนาย! เลื่อนบรรดาศักดิ์ขุนนางของจ้าวเฟิงขึ้นห้าขั้น โดยมอบตำแหน่ง 'ขุนนาง' (กวนไต้ฟู)! ได้รับเบี้ยหวัดทหาร และ เบี้ยหวัดประจำตำแหน่งขุนนาง และที่ดินศักดินาจำนวนนึง ซึ่งจะถูกกำหนดตามความดีความชอบทางการทหาร และ จะมอบให้หลังสงครามสิ้นสุดลง”
เมื่อได้ยินรางวัลนี้ นายทหารที่อยู่รอบ ๆ ต่างตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
"พระกรุณาธิคุณของฝ่าบาทช่างใหญ่โตเป็นอย่างมาก เลื่อนตำแหน่งจ้าวเฟิงทีเดียวสี่ขั้น และบรรดาศักดิ์ขุนนางห้าขั้น"
"ถูกต้องนี่นับเป็นพระกรุณาธิคุณที่ยิ่งใหญ่จริงๆ"
"การเลื่อนตำแหน่งสี่ขั้นยังพอเข้าใจได้ แต่การเลื่อนบรรดาศักดิ์ขุนนางถึงห้าขั้นเป็นเรื่องที่เกินความคาดหมายจริง ๆ"
...
นายทหารหลายคนอดไม่ได้ที่จะพึมพำด้วยความตกตะลึง การเลื่อนตำแหน่งทางการทหารสี่ขั้นไม่ใช่ว่าไม่เคยได้ยินมาก่อน แต่การเพิ่มบรรดาศักดิ์ขุนนางห้าขั้นนั้นกลับเกินความคาดหมายของพวกเขา
ไม่ใช่แค่พวกเขาเท่านั้น แม้แต่จ้าวเฟิงเองก็ตกตะลึงอย่างเห็นได้ชัด
ฮ่องเต้อิ๋งเจิ้ง ใจกว้างเกินไปแล้ว พระองค์มอบหีบสมบัติเก้ากล่องให้ข้าเลยหรือ?
จ้าวเฟิงคิดอย่างตื่นเต้น เขาไม่ได้ตื่นเต้นกับตำแหน่งอย่างเป็นทางการมากนัก แต่หีบสมบัติที่มาพร้อมกับการเลื่อนตำแหน่งแต่ละขั้นนั้นเพียงพอที่จะทำให้เขาประทับใจอย่างแน่นอน
หีบสมบัติเก้ากล่องนี้จะบรรจุสิ่งมหัศจรรย์อะไรไว้บ้างนะ? เขาเต็มไปด้วยความคาดหวัง
"จ้าวเฟิง เจ้าจะไม่รับราชโองการงั้นหรือ?" หวังเจี้ยนหัวเราะเมื่อเห็นชายหนุ่มที่กำลังตกตะลึง
"กระหม่อม จ้าวเฟิง น้อมรับราชโองการ" เขาประกาศ พลางก้าวไปข้างหน้า "ขอบพระทัยฝ่าบาทสำหรับพระกรุณาธิคุณอันล้นพ้น!"
จากนั้นเขาก็โค้งคำนับอย่างนอบน้อมและรับราชโองการ
"นำชุดเกราะและกระบี่ของผู้บัญชาการจ้าวมา" หวังเจี้ยนยิ้มและเรียกเสียงดัง
ผู้ช่วยที่ไว้ใจได้ของเขานำกล่องมาทันที ด้านบนมีชุดเกราะดำที่โดดเด่นและกระบี่เล่มหนึ่งวางอยู่ จ้าวเฟิงรับสิ่งเหล่านั้นอย่างเป็นธรรมชาติ
"นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป" หวังเจี้ยนกล่าวเริ่มต้นน้ำเสียงของเขาก็ดูเคร่งขรึมขึ้น
"เจ้าไม่ได้อยู่ในกองทัพสนับสนุนค่ายหลันเถียนอีกต่อไป แต่เป็นผู้บัญชาการห้าพันนาย ของค่ายรบหลักของกองทัพแคว้นฉิน ความรับผิดชอบของเจ้าไม่ได้จำกัดอยู่แค่การต่อสู้กับศัตรูเหมือนทหารธรรมดา แต่เจ้าจะต้องบัญชาการทัพทหารผู้กล้าห้าพันนายภายใต้ธงของเจ้าเองด้วย ด้วยการเปลี่ยนแปลงหน้าที่นี้ จะต้องมาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ยิ่งใหญ่ เจ้าต้องเข้าใจเรื่องนี้ให้ชัดเจน"
"ข้าน้อยรับคำสั่ง" จ้าวเฟิงตอบ พร้อมรับคำสั่งของเขา
"ฝ่าบาททรงเห็นคุณค่าของเจ้าอย่างมาก และทรงคาดหวังให้เจ้าสร้างความดีความชอบใหม่ ๆ ให้แก่แคว้นฉิน เจ้าจะต้องไม่ทำให้พระองค์ทรงผิดหวัง" หวังเจี้ยนกล่าวพร้อมรอยยิ้มเล็กน้อย พลางตบไหล่จ้าวเฟิง
หลังจากนั้น หวังเจี้ยนก็หันไปมองทหารผู้กล้าที่ยืนเข้าแถว
"จ้าวเฟิง ในฐานะสมาชิกของกองทัพสนับสนุนค่ายหลันเถียน เขาได้ทำความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ต่อชาติ และชื่อของเขาก็ได้ไปถึงหน้าพระพักตร์ของฝ่าบาท ดังนั้นรางวัลทั้งหมดนี้ล้วนเป็นเพราะพระมหากรุณาธิคุณของฝ่าบาท"
เขาประกาศต่อ
"การเลื่อนตำแหน่งและการมอบบรรดาศักดิ์ขุนนางของจ้าวเฟิงนี้ ทำหน้าที่เป็นสาร์นที่ส่งไปยังกองทัพแคว้นฉินทั้งหมดเกี่ยวกับวิธีการทำงานของระบบความดีความชอบของเรา ผู้ที่สังหารศัตรูและแสดงความดีความชอบจะได้รับรางวัล! ผู้ที่รับใช้ชาติและประสบความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่ง! ในกองทัพแคว้นฉิน เราไม่ดูชาติกำเนิดของพวกเจ้า แต่จะดูที่ความสามารถและความดีความชอบทางการทหารของพวกเจ้าเท่านั้น”
“รางวัลเลื่อนตำแหน่งของจ้าวเฟิงในวันนี้ ทหารทุกคนในกองทัพแคว้นฉินก็มีโอกาสเช่นเดียวกัน! ดังนั้นข้าหวังว่าในอนาคตจะมีทหารจากค่ายหลันเทียนของเรา สามารถสร้างความดีความชอบอันยิ่งใหญ่ได้มากขึ้น และ ก้าวเท้าไปยืนอยู่ต่อหน้าพระพักตร์ของฝ่าบาทด้วยตนเอง ท้ายที่สุดแล้ว โอกาสได้รับบรรดาศักดิ์ขุนนาง และ ตำแหน่งระดับสูง พวกเจ้าทุกคนล้วนมีโอกาสเหมือนกัน”
เมื่อได้ยินคำเหล่านี้และมองไปที่จ้าวเฟิง เหล่าทหารผู้กล้าในสนามฝึกก็แสดงสีหน้าของความปรารถนาและความมุ่งมั่น
เห็นได้ชัดว่าความปรารถนาที่จะสังหารศัตรู สร้างความดีความชอบ และก้าวขึ้นสู่ตำแหน่งได้จุดประกายขึ้นในตัวพวกเขาแล้ว
พวกเขาหวังที่จะได้รับการเลื่อนตำแหน่งเช่นเดียวกับจ้าวเฟิง และสักวันหนึ่งจะได้รับเกียรติจากการมาเยือนเป็นการส่วนตัวของหวังเจี้ยน
ดูเหมือนว่าข้าจะถูกใช้เป็นเครื่องมือในการแสดงตัวอย่างสินะ!
จ้าวเฟิงเข้าใจความตั้งใจของหวังเจี้ยนในทันที นั่นคือการใช้เขาเพื่อกระตุ้นและมอบขวัญกำลังใจให้กองทัพทั้งหมด เพื่อให้พวกเขาต่อสู้อย่างกล้าหาญมากยิ่งขึ้น
นี่คือพลังของแบบอย่างที่ดี การเลื่อนตำแหน่งที่รวดเร็วเช่นนี้นับว่าไม่ได้เห็นมาหลายปีแล้ว สำหรับตอนนี้ แม้เขาจะเป็นเพียงตัวอย่างสำหรับค่ายทหารผู้กล้าแห่งนี้ แต่ในอนาคตเขาจะกลายเป็นแบบอย่างทั้งหมดของค่ายหลันเถียน หรืออาจจะเป็นกองทัพแคว้นฉินทั้งหมด
นี่ก็เพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับทหารผู้กล้าทุกคน มันเป็นรูปแบบหนึ่งของการถูกใช้งานที่จับต้องไม่ได้
ไม่เป็นไร ปล่อยให้มันเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าจะใช้โอกาสนี้อาศัยสนามรบเพื่อเติบโตและแข็งแกร่งขึ้น และเตรียมพร้อมสำหรับอนาคต
โชคของแคว้นฉินนั้นมีจำกัด ยิ่งข้าสะสมค่าสถานะตอนนี้ได้มากเท่าใด สิ่งต่าง ๆ ในช่วงปลายแคว้นฉินก็จะยิ่งง่ายขึ้นเท่านั้น และโสมโลหิตพันปีในพระราชวังนั่น... ข้าจะต้องได้มันมาให้ได้
จ้าวเฟิงครุ่นคิด
「 ต่อมา 」
เหล่าทหารผู้กล้าที่รวมพลก็แยกย้ายกัน
"ข้าน้อยขอเรียนถามท่านแม่ทัพใหญ่ว่า ตำแหน่งของข้าน้อยในค่ายรบหลักอยู่ที่ใด?" จ้าวเฟิงถามด้วยความอยากรู้อยากเห็น
แม้บัดนี้เขาจะเป็นผู้บัญชาการทัพและมีกำลังพลในปกครองห้าพันนาย แต่ว่าเขาก็ไม่รู้ว่าจะต้องไปเริ่มที่ไหน
"แม่ทัพหลี่ เจ้าไปจัดการดำเนินเรื่องให้เรียบร้อย?" หวังเจี้ยนหันไปทางหลี่เถิง
"ท่านแม่ทัพใหญ่โปรดวางใจ ข้าน้อยขอเวลาเพียงแค่วันเดียวพอ" หลี่เถิงตอบด้วยความเคารพ
"หลังจากพรุ่งนี้ เจ้าจงมาที่ลานฝึกแห่งนี้เพื่อรับตำแหน่งผู้บัญชาการกองทัพ" หวังเจี้ยนบอกจ้าวเฟิง
"ทหารผู้กล้าแห่งทัพเจี้ยนห้าพันนาย จะส่งมอบให้ไม่ขาดแม้แต่คนเดียว"