เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

LG-ตอนที่ 15 ส่งพ่อลูกไปพบกัน

LG-ตอนที่ 15 ส่งพ่อลูกไปพบกัน

LG-ตอนที่ 15 ส่งพ่อลูกไปพบกัน


“หีบสมบัติจากการทะลวงค่าสถานะสามหีบ รวมกับหีบที่ได้จากการสังหารเป่าหยวน…”

รวมแล้วเป็นสี่หีบ หากโชคของข้าดีมาก บางทีอาจได้คัมภีร์บ่มเพาะพลังสักชุดก็เป็นได้… จ้าวเฟิงคิดอย่างคาดหวัง

จากนั้นเขาออกคำสั่งทันที

“เปิดหีบทั้งหมด”

“เปิดหีบสมบัติระดับหนึ่งทั้งหมด”

แผงสถานะปรากฏข้อความขึ้นทีละบรรทัด

“ได้รับคัมภีร์ ทวน ระดับปฐพีขั้นสูง [เพลงทวนระบำคลั่ง]”

“ได้รับศาสตราวุธระดับลี้ลับขั้นต้น [ทวนชิงปา – อสรพิษพิโรธ]”

“ได้รับทองคำห้าร้อยตำลึง”

“ได้รับความรู้โอสถพื้นฐาน”

ดูท่าว่าต้องเป็นหีบระดับสูงกว่านี้ถึงจะมีโอกาสได้คัมภีร์บ่มเพาะพลังจริงๆ เพราะนี่ก็เปิดมามากมายแล้วแต่ก็ยังไม่โผล่ออกมาสักชุด… จ้าวเฟิงคิดพลางถอนใจเล็กน้อย

แต่เมื่อมองรางวัลโดยรวม เขาก็ยังอดพึงพอใจไม่ได้ คัมภีร์เพลงทวนเพิ่มมาอีกหนึ่ง ทวนระดับลี้ลับอีกหนึ่ง กระบี่ลี้ลับเช่นนี้ในยามคับขันถือเป็นไพ่เด็ดที่หายากยิ่ง

ส่วนทองคำห้าร้อยตำลึง… คงไม่ต้องกล่าวให้มากความ มูลค่าชัดเจนยิ่งกว่าชัด เงินจำนวนนี้มากกว่าที่เขาจะหาได้ทั้งชีวิตด้วยเบี้ยหวัดระดับปัจจุบัน หากเขาอยากกลับบ้านเกิดไปใช้ชีวิตสุขสบายก็ทำได้ทันที

“เรียนรู้เพลงทวนระบำคลั่ง”

“เรียนรู้ วิชาโอสถพื้นฐาน”

จ้าวเฟิงออกคำสั่งต่อ

ทันใดนั้น แสงทองอาบร่างของเขาทั้งร่าง คัมภีร์ทวนและความรู้ด้านโอสถ อัดแน่นไหลเข้าสู่จิตสำนึกของเขาโดยตรง

คัมภีร์เพลงทวนระบำคลั่งนี่เหมาะกับข้ายิ่งนัก แม้ท่วงท่าจะเหมือนไร้ระเบียบและรูปแบบ แต่ทุกกระบวนท่ากลับสังหารได้อย่างเด็ดขาด หากจับคู่กับพลังที่ข้ามีตอนนี้ การฆ่าศัตรูก็จะง่ายยิ่งกว่าเดิม สมแล้วที่เป็นคัมภีร์ระดับปฐพีขั้นสูง… ยอดเยี่ยมจริงๆ

ส่วนทวนชิงปานั้น ข้าคงยังใช้ไม่ได้ หากจำไม่ผิด ในประวัติศาสตร์เหมือนมีเพียงเซียงอวี่ที่ใช้ทวนลักษณะนี้… แต่นี่เป็นหลายสิบปีก่อนเขาจะเกิดด้วยซ้ำ

ส่วนความรู้ด้านโอสถนี่… นี่แหละรางวัลที่แท้จริง แม้เป็นเพียงระดับพื้นฐาน แต่ทำให้ข้ารู้ทฤษฎีแพทย์ครบถ้วน นอกจากนี้ แม่ของข้าเองก็เป็นหมอ น้องสาวก็เชี่ยวชาญด้านสมุนไพร มีแต่ตัวข้านี่แหล่ะที่ไร้พรสวรรค์ในด้านนี้เลย…

คราวนี้กลับไป แม่ต้องอ้าปากค้างแน่!

จ้าวเฟิงยิ้มอย่างพึงใจ

ไม่นาน เว่ยฉวนซึ่งเดินกะเผลกเพราะแผลที่ได้รับบาดเจ็บก็เข้ามาใกล้

“เจ้าหนุ่ม นั่งเหม่อทำหน้าโง่อยู่อีกแล้วรึ?” เว่ยฉวนหัวเราะพลางนั่งลงข้างๆ

จ้าวเฟิงหันมายิ้มบางๆ “กำลังคิดว่า…รอดตายมาได้ก็ถือว่าโชคดีไไม่น้อย”

ได้ยินดังนั้น เว่ยฉวนถอนหายใจหนักๆ “ใช่ ข้าเองก็คิดว่าคราวนี้คงไม่รอดแล้วเหมือนกัน ไม่คิดว่าท้ายที่สุดจะมีชีวิตอยู่ต่อ อีกทั้งไม่ใช่แค่ข้า หลายคนในกองร้อยเล็กๆ ของเราก็ล้วนรอดเพราะเจ้า พูดให้ถูกคือ… หากไม่มีเจ้าพาเราชิงตีกลับ พวกเราคงโดนฆ่าตายหมดโดยไม่มีแม้แต่โอกาสจะตอบโต้”

จ้าวเฟิงยิ้ม “ไม่ใช่ข้าคนเดียว พวกเราทุกคนต่างก็รอดมาด้วยกัน”

“ถึงอย่างไร…ถ้าเจ้าไม่นำเราตอบโต้กลับ ทางเดียวที่เราทำได้คือวิ่งหนี แล้วนั่นก็เท่ากับการนั่งรอความตาย” เว่ยฉวนกล่าวอย่างจริงใจ “คนที่รอดอยู่ตอนนี้ ทุกคนล้วนเป็นหนี้ชีวิตเจ้า”

“พวกเราต่างก็เป็นสหายร่วมกองทัพ ไม่ต้องพูดให้มากความ” จ้าวเฟิงตอบกลับด้วยรอยยิ้ม

ในเวลานี้ จ้าวเฟิงถือว่าเว่ยฉวนเป็นพี่น้องร่วมเป็นร่วมตายของจริง การเอาตัวเข้าบังลูกธนูให้นั้น ไม่ใช่น้ำใจธรรมดา แต่เป็นการสละตนแบบ ‘เพื่อพี่น้องข้ายอมตายแทนได้แท้ๆ ‘ และนี่ยิ่งผ่านเหตุการ์ณเลวร้ายเช่นนี้มาอีก ยิ่งพิสูจน์ตัวตนคนได้ชัดเจน

เว่ยฉวนถอนหายใจอีกครั้ง “ศึกครั้งนี้โหดร้ายเกินไปจริงๆ ทหารค่ายหลันเถียนหนึ่งหมื่นนาย ถูกฆ่าตายไปกว่าครึ่งจากการจู่โจมโดยฉับพลัน ที่เหลือก็มาตายตอนวิ่งหลบหนีอีก บัดนี้เหลือเพียงหกถึงเจ็ดร้อยนายเท่านั้น แม้แต่นายกองพันหลัวเฉาก็ยังถูกสังหารตอนกองทัพฮั่นบุกค่ายของเรา”

“ทั้งหมดนี้เกิดจากการที่ แม่ทัพผู้บัญชาการ เร่งอยากจะได้ผลงานเร็วเกินไป” จ้าวเฟิงกล่าวหนักแน่น “เมื่อฝ่าบาททรงทราบ เขาจะต้องได้รับโทษหนักแน่”

“อยากได้ผลงานเร็วเกินไป?” เว่ยฉวนขมวดคิ้ว

“กองทัพฉินหนึ่งแสนนายตีเมืองหยางแตก หากทิ้งทหารไว้สักหมื่นคอยประจำการ ทหารฮั่นที่ซ่อนอยู่จะทำอะไรได้? แต่แม่ทัพผู้บัญชาการกลับนำทหารหลักไปหมด เหลือไว้เพียงไม่กี่พันนาย ผลลัพธ์ก็เป็นดังนี้” จ้าวเฟิงพูดอย่างชัดเจน

เว่ยฉวนพยักหน้า “ถ้าเช่นนั้น แม่ทัพหลี่เถิงต้องโดนลงโทษหนักแน่”

“เรื่องคนใหญ่คนโตเขาจะจัดการอย่างไรก็ช่างเขาเถิด สำคัญที่สุดคือพวกเรายังมีชีวิตอยู่” จ้าวเฟิงยิ้มอย่างไม่หวงแหน

ฝ่าบาทจะลงโทษหลี่เถิงอย่างไร? จะลงโทษแม่ทัพใหญ่หวังเจี้ยนหรือไม่? เกี่ยวอะไรกับข้า… สิ่งสำคัญคือรอดตายมาแล้วต่างหาก

เว่ยฉวนหัวเราะเบาๆ “เจ้าพูดถูก แค่เรามีชีวิตอยู่ก็พอแล้ว เรื่องของพวกข้างบนไม่เกี่ยวกับเราเลย”

สายตาของเว่ยฉวนเลื่อนไปเห็นลูกธนูหลายดอกยังปักอยู่ที่แขนและไหล่ของจ้าวเฟิง เลือดแห้งกรังจับตัวบนชุดเกราะ

“ทำไมหมอทหารยังไม่มาอีกนะ ชักช้ากันเหลือเกิน” เว่ยฉวนแสดงหน้าตาเป็นกังวล

“บาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น ไม่ได้อันตรายอะไร” จ้าวเฟิงหัวเราะเบาๆ มองบาดแผลเหล่านั้น ร่างกายเขาบัดนี้มีความทนทานกว่าเดิมหลายร้อยเท่า บาดแผลเท่านี้ไม่ต่างอะไรจากรอยขีดข่วน

“ถึงจะไม่สาหัส แต่ก็ไม่รู้ว่าธนูพวกนั้นมีสิ่งสกปรกมากน้อยเพียงใด หากเป็นไข้เจ็ดวันขึ้นมา จะลำบากเอาได้” เว่ยฉวนยังคงเป็นห่วง

จ้าวเฟิงรู้ว่าเขาพูดถึงอะไร ไข้เจ็ดวันนี่อันตรายถึงชีวิต ในภายภาคหน้าจะเรียกว่า “บาดทะยัก” หากแสดงอาการแล้วหมายถึงตายสถานเดียว แต่ด้วยค่าสถานะปัจจุบัน สิ่งสกปรกใดๆ ก็ไม่อาจทำอะไรเขาได้

“ไม่ต้องห่วง ทหารฮั่นซ่อนตัวอยู่ในเมืองมานาน คงไม่มีเวลาไปเล่นตุกติกกับพวกลูกธนูหรืออาวุธพวกนี้หรอก” จ้าวเฟิงตอบแบบยิ้มๆ

เว่ยฉวนพยักหน้า ก่อนสายตาจะไปหยุดที่ “ศีรษะที่ถูกตัดขาด” ที่ตั้งอยู่ข้างตัวของจ้าวเฟิง

“เจ้าฆ่าคนไปตั้งสองสามร้อยคนแน่ๆ แล้วศีรษะนี่พิเศษหรืออย่างไร ทำไมถึงเก็บไว้?” เว่ยฉวนถามอย่างสงสัย

ได้ยินเช่นนั้น จ้าวเฟิงยิ้มกว้างอย่างภาคภูมิ “ท่านเว่ย อีกเดี๋ยวข้าก็รวยแล้ว ท่านรู้หรือไม่ว่านี่เป็นศีรษะของใคร?”

“เป็นแม่ทัพหมื่นนายของฮั่นรึ?” เว่ยฉวนคาดเดา “เจ้าเคยฆ่าแม่ทัพหมื่นนายของฮั่นมาแล้วครั้งหนึ่ง เป็นบุตรของแม่ทัพใหญ่ฮั่นด้วย หากเจ้าได้ฆ่าอีกคนก็ถือเป็นความดีความชอบครั้งใหญ่”

“ฮ่าฮ่า แน่นอนว่าศีรษะนี่เกี่ยวข้องกับคนๆนั้นโดยตรงอีกด้วย” จ้าวเฟิงหัวเราะ

“เกี่ยวกับ เป่าฉิว?” เว่ยฉวนขมวดคิ้ว ก่อนจะสะดุ้งตาโต ลุกพรวดขึ้นพูดอย่างเหลือเชื่อ

“อย่าบอกนะ… ว่านี่คือศีรษะของแม่ทัพใหญ่ฮั่น เป่าหยวน?”

“ฮ่าๆๆ!” จ้าวเฟิงหัวเราะเสียงดัง “ถูกต้อง ศีรษะนี้คือของเป่าหยวน และข้าก็ส่งเขาไปพบบุตรชายของเขาแล้ว”

จบบทที่ LG-ตอนที่ 15 ส่งพ่อลูกไปพบกัน

คัดลอกลิงก์แล้ว