- หน้าแรก
- ผมมีระบบเพลงที่ทะลุมิติมา เพื่อเป็นนักร้องเบอร์หนึ่ง
- บทที่ 548 - หลินเหว่ยกระอักเลือด โกรธจนสลบไปอีกคน?
บทที่ 548 - หลินเหว่ยกระอักเลือด โกรธจนสลบไปอีกคน?
บทที่ 548 - หลินเหว่ยกระอักเลือด โกรธจนสลบไปอีกคน?
บทที่ 548 - หลินเหว่ยกระอักเลือด โกรธจนสลบไปอีกคน?
บนหน้าจอขนาดใหญ่ของเวที
ผ่านไปเพียงหนึ่งนาทีเศษ ราคาประมูลที่ขยับเขยื้อนอยู่ก็เริ่มช้าลง
สุดท้ายมาหยุดอยู่ที่ 498
498 หยวน!
ดูเหมือนว่าสิ่งที่หวังเหิงคาดการณ์ไว้ก่อนหน้านี้จะไม่ผิด หินก้อนนี้ในสายตาคนปกติก็มีราคาประมาณนี้แหละ เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ยังคงรู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง
ในขณะที่หวังเหิงกำลังครุ่นคิดเงียบๆ
สถานการณ์พลันเปลี่ยนไปอย่างกะทันหัน
ตัวเลขบนหน้าจอกระโดดพรวดกลายเป็น 5,000
จากนั้นในวินาทีต่อมาก็กลายเป็น 1 หมื่น
เกิดอะไรขึ้น? ทุกคนต่างมองหน้ากันไปมา
มีเพียงเจียงชวนและคนอื่นๆ เท่านั้นที่รู้ดีในใจว่า หน้าม้าที่หลินเห่ยหามาเริ่มลงมือแล้ว
หลังจากนั้นไม่นาน ก็มีไอดีที่แตกต่างกันสี่ถึงห้าชื่อผลัดกันเสนอราคา ดันราคาหินที่ดูธรรมดาก้อนนี้ให้พุ่งสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว
1 แสน……2 แสน……5 แสน……1 ล้าน!
เมื่อเห็นราคานี้
แขกผู้มีเกียรติทุกคนในงานต่างพากันอึ้ง
ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดเองก็ตกตะลึงจนตาค้างเช่นกัน
“เกิดอะไรขึ้น?”
“คนพวกนี้บ้าไปแล้วเหรอ?”
“ไอ้แม่เย็ด ควักเงินล้านซื้อหินเน่าๆ ก้อนหนึ่งเนี่ยนะ?”
“มันต้องไม่ใช่หินเน่าแน่ๆ มีเทพคนไหนช่วยวิเคราะห์หน่อยได้ไหม?”
“ไม่รู้เลย คาดว่าคงมีแต่พวกมืออาชีพเท่านั้นแหละถึงจะรู้ว่าหินก้อนนี้คืออะไรกันแน่”
“ผมเข้าใจแล้วว่าทำไมเจียงชวนถึงให้หวังเหิงประเมินราคา ไอ้แม่เย็ด ราคามันตั้งล้านหนึ่ง ตามกฎแล้วหวังเหิงต้องควักเนื้อจ่ายส่วนต่างตั้งเก้าแสนห้าหมื่นหยวนแน่ะ”
“ขำชะมัด หวังเหิงโดนแกงซะยับเลย”
“ใช่เลย คืนนี้ในช่วงบริจาคหวังเหิงเพิ่งบริจาคไปแค่ห้าแสน นึกไม่ถึงเลยว่าช่วงที่สองจะโดนเจียงชวนแกงไปอีกเก้าแสนห้า! ฮ่าฮ่าฮ่า”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ในที่สุดก็ได้เห็นไอ้คนน่าขยะแขยงเสียท่าสักที”
“...”
หวังเหิงในเวลานี้มีสีหน้าอึมครึมจริงๆ
ไม่ใช่ว่าเขาไม่คิดว่าหินก้อนนี้จะไม่ธรรมดา แต่ในใจเขาคิดว่าหินที่แพงที่สุดอย่างมากก็แค่แปดหมื่นหรือแสนหนึ่งก็เต็มที่แล้ว หินบ้านที่ไหนจะขายได้เป็นล้าน? ไม่ใช่ก้อนหยกดิบซะหน่อย!
ที่แท้ก็เป็นแบบนี้เอง!
เจียงชวนตาแก่นี่ ร้ายกาจจริงๆ!
เล่นงานเขาไปตั้งล้านกว่าในทีเดียว!
นี่เป็นครั้งแรกตั้งแต่หวังเหิงมีชื่อเสียงมาที่เขาต้องเสียท่าขนาดนี้ เขามีสีหน้าปั้นยากและนั่งเงียบอยู่บนเก้าอี้
“เอ๊ะ…… ไม่สิ”
จู่ๆ หวังเหิงก็ขมวดคิ้วแน่น ไม่ใช่ว่าเขาซื้อโชคลาภระดับต่ำมาแล้วเหรอ? ทำไมเขายังโดนแกงหนักขนาดนี้อีกล่ะ?
ดวงของเขาล่ะ?
โดนหมากินไปแล้วเหรอ?
ในวินาทีนี้ สีหน้าอึดอัดของหวังเหิงถูกหลินเหว่ยที่อยู่ไม่ไกลแอบบันทึกภาพไว้ได้ทั้งหมด
เมื่อเห็นหวังเหิงเสียท่า หลินเหว่ยและคนอื่นๆ ต่างก็รู้สึกสะใจอย่างบอกไม่ถูก!
...
...
ในเวลาเดียวกัน
เพื่อนของหลินเหว่ยที่เขาพูดถึง หลังจากใช้โทรศัพท์กดเสนอราคาหนึ่งล้านหยวนในหน้าประมูลของจิงอวี๋ไลฟ์เสร็จแล้ว ก็กำลังนั่งรอให้พิธีกรประกาศจบการประมูล
ทันใดนั้น ลูกชายวัยสามขวบของเขาก็พุ่งเข้ามากอดเขาอย่างกะทันหัน แรงกระแทกนั้นทำให้โทรศัพท์ในมือหลุดลอยและร่วงลงกระแทกพื้น
เขารีบเก็บโทรศัพท์ขึ้นมา แต่กลับพบว่าหน้าจอแตกกระจายและกลายเป็นเส้นสีๆ ไปเสียแล้ว
“ยังดีที่เมื่อกี้กดเสนอราคาไปแล้ว ตอนนี้แค่รอให้จบการประมูลแล้วค่อยจ่ายเงินส่วนที่เหลือก็พอ”
เขาไม่คิดว่าหลังจากนี้จะมีใครเสนอราคาสูงกว่าเขาอีก
ถ้าไม่ใช่เพราะหลินเหว่ยกำชับมาเป็นพิเศษ หินก้อนนี้ต่อให้ยกให้ฟรีเขาก็ไม่เอา
ใครจะไปคิดว่าหินสีดำมะเมื่อมก้อนนี้จะมีมูลค่าสูงกว่า 8 ล้านหยวน? หากไม่มีเครื่องมือพิเศษมาตรวจสอบ แม้แต่ผู้เชี่ยวชาญก็ไม่กล้าตัดสินใจบุ่มบ่าม
เขาหอมแก้มลูกชายฟอดหนึ่ง แล้วหยิบโทรศัพท์ของภรรยามาเพื่อเตรียมล็อกอินเข้าจิงอวี๋ไลฟ์อีกครั้ง
ในช่วงที่โทรศัพท์ของเขาร่วงลงพื้นนั่นเอง
ณ โรงแรมในปักกิ่ง
ชีชีมองดูราคาประมูลที่หยุดนิ่งไปหลายวินาที เธอะพริบตาปริบๆ แล้วพิมพ์ตัวเลขลงไป: 1.01 ล้าน
หลินเหว่ยกำลังมัวแต่แอบถ่ายรูปหวังเหิง จึงไม่ได้สังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงบนหน้าจอขนาดใหญ่
เจียงชวนเหลือบมองราคาประมูลและไอดีผู้ร่วมประมูล เขาเข้าใจว่าคนนี้คือเพื่อนของหลินเหว่ย จึงไม่ได้ทักท้วงอะไรเช่นกัน
1.01 ล้าน!
เมื่อราคานี้ปรากฏขึ้น ก็ไม่มีใครเสนอราคาต่ออีกเลย
พิธีกรสาวอุทานด้วยความทึ่ง: “ว้าว! เหลือเชื่อมากค่ะ! เหลือเชื่อจริงๆ! หินที่ดูธรรมดาก้อนนี้กลับประมูลไปได้ในราคาสูงลิ่วถึง 1.01 ล้านหยวน ขอแสดงความยินดีกับชาวเน็ตที่ใช้ชื่อว่า ‘สี่สิบเก้า’ ด้วยนะคะ คุณได้รับหินพิเศษก้อนนี้ไปครองค่ะ นอกจากนี้ พี่เหิงคะ ต้องขออภัยอย่างสูงค่ะ เนื่องจากเมื่อกี้คุณประเมินมูลค่าของชิ้นนี้ไว้เพียงห้าหมื่นหยวน ดังนั้นตามกฎของเกมการประมูลการกุศล คุณต้องสมทบเงินส่วนต่างอีกเก้าแสนหกหมื่นหยวนนะคะ เงินจำนวนเก้าแสนหกหมื่นหยวนนี้เราจะนำเข้าสมทบกองทุนการกุศลเช่นกัน ขอบคุณพี่เหิงที่นอกจากจะบริจาคเงินไปแล้ว 5.5 ล้าน คืนนี้ยังร่วมสมทบเงินอีกเก้าแสนหกหมื่นหยวนด้วยนะคะ……”
ในใจของหวังเหิงกำลังอึดอัดอยู่พอดี
พอได้ยินคำพูดของพิธีกร เขาก็รู้สึกเหมือนโดนมีดปักซ้ำเข้าที่กลางใจอีกแผล
ส่วนหลินเหว่ยนั้น อารมณ์ดีจนเนื้อเต้น หัวเราะจนปากแทบจะฉีกถึงรูหู
หืม? เดี๋ยวก่อน!
เมื่อกี้พิธีกรบอกว่าใครได้หินก้อนนี้ไปนะ?
ชาวเน็ตชื่อ ‘สี่สิบเก้า’?
ไอ้แม่เย็ด นี่มันใครกัน?
ชื่อในเวยป๋อของเพื่อนเขาไม่ใช่ ‘หูจ้วงเฟยเหวย’ (ทำตัวรุ่มร่าม) หรอกเหรอ?
เขาหันขวับไปมองหน้าจอขนาดใหญ่บนเวทีด้วยอาการตาค้าง
วินาทีต่อมา หลินเหว่ยราวกับคนเสียสติ เขารีบกดโทรศัพท์หาเพื่อนทันที
ทว่าปลายสายไม่มีคนรับอยู่นาน
มือของเขาสั่นเทา เขาตัดสินใจกดโทรหาภรรยาของเพื่อนแทน
ครั้งนี้ปลายสายรับอย่างรวดเร็ว เป็นเสียงของเพื่อนที่ดังออกมา: “หลินเหว่ย? โทรมามีอะไรเหรอ?”
ริมฝีปากของหลินเหว่ยสั่นระริก เขาหยิกแขนตัวเองอย่างแรงแล้วเอ่ยเสียงสั่น: “เหล่าหู มะ……เมื่อกี้แกเป็นคนประมูลหินของฉันไปใช่ไหม?”
เหล่าหูตอบอย่างแปลกใจ: “ใช่สิ”
หลินเหว่ยถามต่อ: “แก……เปลี่ยนชื่อไอดีเหรอ?”
เหล่าหูยิ่งสงสัยหนักกว่าเดิม: “เปลี่ยนชื่ออะไร?”
ใจของหลินเหว่ยเริ่มเตลิด: “……แล้วแกประมูลไปในราคาเท่าไหร่?”
เหล่าหูตอบว่า: “วางใจเถอะ ไม่พลาดแน่นอน ฉันทำตามที่แกสั่งทุกอย่าง ราคาสุดท้ายที่ฉันกดคือ 1 ล้านหยวนพอดี แต่พอตอนที่กำลังจะปิดดีล ลูกชายฉันดันวิ่งมาชนจนโทรศัพท์ร่วงกระแทกพื้นพังไปแล้วเนี่ย ตอนนี้ฉันกำลังใช้เครื่องเมียล็อกอินเข้าจิงอวี๋ไลฟ์อยู่ มันปิดดีลไปแล้วใช่ไหม? งั้นเดี๋ยวฉันเตรียมจ่ายเงินส่วนที่เหลือเลย”
เมื่อกี้โทรศัพท์พังเหรอ? เมื่อได้ยินคำพูดของเหล่าหู
ในพริบตาเดียว หลินเหว่ยราวกับถูกฟ้าผ่ากลางวันแสกๆ สมองขาวโพลนไปหมด
ในจังหวะนั้นเอง จู่ๆ เขาก็ได้ยินเสียงซุบซิบจากคนโต๊ะข้างๆ: “เอ๊ะ? ชาวเน็ตชื่อสี่สิบเก้าคนนี้ สื่อเคยขุดออกมานานแล้วไม่ใช่เหรอว่าคือชีชีน่ะ? ทำไมชีชีถึงมาซื้อของของเจียงชวนล่ะ?”
อะไรนะ? สี่สิบเก้าคือชีชี?
หมายความว่าจริงๆ แล้วหวังเหิงเป็นคนประมูลหินของเขาไปงั้นเหรอ?
หวังเหิงรู้มูลค่าที่แท้จริงของหินก้อนนี้ตั้งนานแล้ว?
จงใจเล่นงานเขามาโดยตลอด?
เขาเป็นปีศาจหรือไง?
ความคิดนับไม่ถ้วนพุ่งปะทะเข้ามาในหัว
เลือดลมในสมองของหลินเหว่ยพุ่งปรี๊ดทันที
ความโกรธแค้นพุ่งถึงขีดสุด
ในวินาทีต่อมา จู่ๆ เขาก็แผดร้องออกมาคำหนึ่ง
ตาพร่ามัว แล้วร่างก็ทรุดฮวบลงไปหมดสติในทันที
เจียงชวน: “???”
เหอเซี่ยว: “???”
คนอื่นๆ: “???”
เกิดอะไรขึ้น? เมื่อกี้ยังเห็นหลินเหว่ยอารมณ์ดีจนยิ้มหน้าบานอยู่เลย ทำไมพริบตาเดียวสีหน้าถึงดูแย่ขนาดนั้น แถมยังโกรธจนสลบไปเลยด้วย?
ใครก็ได้ช่วยบอกทีว่ามันเกิดเรื่องอะไรขึ้น?
“ตามหมอเร็ว!!!”
ดาราสาวคนหนึ่งที่อยู่ข้างๆ เห็นทุกคนยังยืนงง จึงลุกขึ้นตะโกนลั่น
พริบตาเดียว ทั่วทั้งงานการกุศลก็ตกอยู่ในความโกลาหล
...
จนกระทั่งผ่านไปประมาณสิบนาที เมื่อหลินเหว่ยถูกหามขึ้นรถพยาบาลไปแล้ว กิจกรรมจึงกลับมาดำเนินต่อตามปกติ
เจียงชวนเดินลงจากเวทีด้วยท่าทางฮึกเหิม
หลังจากแกงหวังเหิงไปได้เก้าแสนห้า อารมณ์ของเขาก็เบิกบานเหมือนหลินเหว่ยเมื่อครู่นี้ไม่มีผิด เพราะนี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นหวังเหิงเสียท่า ส่วนเรื่องที่หลินเหว่ยสลบไปนั้น เขาทำได้เพียงแสดงความเสียใจด้วยเท่านั้น
เมื่อหวังเหิงเห็นสีหน้าของเจียงชวน เขาก็แอบขมวดคิ้วในใจ
เขาไม่รู้มูลค่าที่แท้จริงของหินหรอก ที่ให้ชีชีประมูลมาก็แค่กะจะเอากลับไปให้คนช่วยตรวจสอบดู เพราะเขาสงสัยว่าเจียงชวนร่วมมือกับคนอื่นมาแกงเงินเขา ไม่อย่างนั้นหินบ้านไหนจะขายได้เป็นล้าน?
ถึงตอนนั้นถ้าตรวจสอบออกมาแล้วว่าหินก้อนนี้ไม่มีค่าอะไรเลย เขาก็จะเอาเรื่องนี้ไปป่าวประกาศให้สื่อรู้ แค่นั้นก็เพียงพอที่จะทำให้เจียงชวนอ่วมไปนานแล้ว
“ไอ้แม่เย็ด เจียงชวนตอนนี้ในใจคงกำลังได้ใจอยู่สินะ จะปล่อยให้มันลำพองใจแบบนี้ไม่ได้”
หวังเหิงครุ่นคิดครู่หนึ่ง ก่อนจะจู่ๆ ลุกขึ้นเดินตรงไปที่เวที
เดิมทีเขาก็เป็นจุดสนใจของทุกคนอยู่แล้ว เมื่อเห็นการกระทำของเขา เสียงรอบข้างก็พลันเงียบกริบลง สายตาทุกคู่จับจ้องมาที่เขา อยากจะดูว่าหวังเหิงกำลังจะเล่นลูกไม้อะไรอีก
ชาวเน็ตในห้องไลฟ์สดต่างก็วิพากษ์วิจารณ์กันเซ็งแซ่
คอมเมนต์หลั่งไหลมาไม่ขาดสาย
“หวังเหิงขึ้นเวทีไปอีกทำไม?”
“รู้สึกว่าไม่มีเรื่องดีแน่ๆ”
“เจ้าพ่อพิษเพิ่งโดนเจียงชวนแกงซะอ่วม ดูจากหน้าตาแล้วเหมือนกำลังจะระเบิดอารมณ์เลยนะ”
“เจ้าพ่อพิษพิโรธ ศพเกลื่อนพันลี้!”
“จบกันๆ ฉันพนันได้เลยว่าเจียงชวนซวยแน่”
“เตรียมเก้าอี้มารอดูเรื่องสนุกได้เลย”
“...”
เมื่อขึ้นไปบนเวที หวังเหิงก็เอ่ยถามพิธีกร: “ขอโทษนะครับ ตอนนี้ผมอยากจะประมูลของเพื่อการกุศลเพิ่มอีกสักชิ้น จะได้ไหมครับ?”
พิธีกรสาวอึ้งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรีบตอบว่า: “แน่นอนค่ะ พี่เหิง นี่คืองานประมูลการกุศล ยิ่งคุณนำของออกมาประมูลมากเท่าไหร่ ยอดเงินบริจาคก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น ทุกคนจะยิ่งขอบคุณคุณค่ะ”
“ดีมากครับ”
เมื่อได้รับคำยืนยันจากพิธีกร หวังเหิงก็กวาดสายตาไปยังเจียงชวนที่เพิ่งจะหย่อนก้นลงนั่งบนเก้าอี้ด้านล่างเวที เขาเผยรอยยิ้มสดใสออกมา: “ผู้กำกับเจียงครับ ผมยังมีของประมูลอีกชิ้นหนึ่ง ผมอยากจะเชิญคุณมาช่วยประเมินราคาหน่อย ไม่ทราบว่าจะสะดวกไหมครับ?”
(จบแล้ว)
📢 ประกาศเล็กน้อยจากผู้แปลครับ ตั้งแต่บทที่ 538 เป็นต้นไป ทางผู้แปลได้ทำการตรวจสอบและ 'แปลใหม่' ทั้งหมด เนื่องจากพบว่าต้นฉบับเดิมมีเนื้อหาบางส่วนที่ตกหล่นไป เพื่ออรรถรสที่ครบถ้วนและไม่ให้พลาดประเด็นสำคัญของเนื้อเรื่อง อยากรบกวนให้นักอ่านทุกท่านย้อนกลับไปอ่านตั้งแต่บทที่ 538 อีกครั้งนะครับ รับรองว่าเนื้อหาเข้มข้นและเข้าใจง่ายกว่าเดิมแน่นอนครับ! ต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ด้วยครับ