เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 29 เข้าภูเขาลมดำ

ตอนที่ 29 เข้าภูเขาลมดำ

ตอนที่ 29 เข้าภูเขาลมดำ


หญิงสาวกับชายชราเดินไปตามถนนป่า

นางตัวสูง น่าหลงใหล มีกลิ่นหอมเหมือนผีเสื้อ ชายชราไว้เคราแพะสีขาว แต่ดวงตากลับเต็มไปด้วยความร้ายกาจ

ทั้งสองมาถึงตีนเขาและมองยอดเขา สาวงามจ้องผู้อาวุโสแต่น้ำเสียงกลับเจือไปด้วยความโกรธ’จั๋วฝาน เจ้าควรทำตัวให้ดี ถ้าข้าพบว่าเจ้ามีเจตนาร้ายต่อภูเขาลมดำ ข้าจะไม่ปล่อยเจ้าไป”

“ฮ่าๆ ใจเย็นๆ อย่าลืมว่าตาแก่คนนี้มาเพื่อตรวจสอบเท่านั้น ยิ่งไปกว่านั้น ชายคนเดียวจะไปทำอะไรได้?”เสียงหัวเราะของชายชราดังไปถึงสวรรค์

เหล่ยยู่ถิงแค่นเสียง ไม่สนใจเขา“และถ้าข้าพบว่าเจ้าทำร้ายเสี่ยวซีแม้แต่เส้นผม ข้าก็จะจบชีวิตเจ้า”

“สบายใจได้ ข้าจับนางเป็นตัวประกันเพราะเราไม่ไว้ใจกัน ในแง่หนึ่ง ข้าต้องการหลักประกัน ส่วนในอีกแง่..”จั๋วฝานพูดด้วยน้ำเสียงลึกลับ“มันเพื่อตัวเจ้าเอง”

“เพื่อข้า?”

เหล่ยยู่ถิงไม่เข้าใจ แต่คำตอบเดียวที่นางได้รับคือการส่ายหัว

ทั้งสองปีนขึ้นไปเงียบๆ ครึ่งทาง พวกเขาก็มาถึงจุดตรวจแรก

“นั่นใคร?”

ชายแข็งแกร่งกระโดดมาขวางทาง แต่เมื่อเขาเห็นเหล่ยยู่ถิง เขาก็ก้มหัว“อ่า คุณหนูนี่เอง ไม่ใช่ว่าท่านไปเมืองเนตรสายลมหรอกหรือ ทำไม..”

“ข้ามีธุระ!”

เหล่ยยู่ถิงเชิดคาง เดินไปโดยไม่เหลียวแลชายคนนั้น

“เขาเป็นคนของหยางหมิง”จั๋วฝานกระซิบ“บอกข้าที ถ้างานเจ้าในเมืองเนตรสายลบเป็นความลับ ทำไมโจรทั่วไปถึงรู้เรื่องนี้?”

เหล่ยยู่ถิงขมวดคิ้ว

ความไว้วางใจที่ไม่สั่นคลอนก่อนหน้านี้ของนางโดนจั๋วฝานขยี้ซ้ำแล้วซ้ำอีก นางเองก็เริ่มสังเกตเห็นพฤติกรรมที่ไม่สอดคล้องมากมายของหยางหมิง อาจกล่าวได้ว่านางกับเขาเพิ่งพบกัน เขาจับตาทุกการเคลื่อนไหวของนาง แต่นางกลับทำตัวชินเหมือนมันเป็นเรื่องปกติ แต่ตอนนี้นางรู้สึกถึงอันราย

“เจ้าจะเห็นเอง เมื่อเราไปถึง หยางหมิงจะมาต้อนรับเจ้า”จั๋วฝานยิ้มขณะเร่งความเร็ว เหล่ยยู่ถิงมองตามเขาด้วยความสงสัย

พวกเขาผ่านจุดตรวจหลายจุดก่อนไปถึงยอดเขา ตอนนี้พวกเขามายืนด้านหน้าประตูค่ายภูเขาลมดำ เนื่องจากจั๋วฝานแอบอ้างเป็นชายชราและถูกพามาโดยเหล่ยยู่ถิง จึงไม่มีใครถามอะไรกับเขา

แต่เมื่อพวกเขาก้าวเท้าข้ามประตู ชายคนหนึ่งก็ปรากฏ

เขาสูงสง่า แต่มีรอยยิ้มชั่วร้ายประดับบนใบหน้าหล่อเหลา จั๋วฝานรู้ได้แต่แรกเห็นว่านั่นคือหยางหมิง

“เห็นไหม ทุกการกระทำของเจ้าโดนรายงานกลับมา”จั๋วฝานเลิกคิ้วให้เหล่ยยู่ถิง เหมือนเด็กที่ชนะการเดิมพัน

แต่เหล่ยยู่ถิงไม่มีอารมณ์เล่นกับเขา แต่กลับสวมสีหน้าเคร่งขรึมแทน

จั๋วฝานทำให้นางสงสัยทุกย่างก้าวโดยเฉพาะอย่างยิ่งว่าหยางหมิงอาจเป็นสายจากโหยวหมิงกู่

นางไม่อยากเชื่อมันเพราะเขาคือคู่หมั้นที่พ่อบุญธรรมตระเตรียมให้นาง มันยากสำหรับนางที่จะเปลี่ยนมุมมองที่มี

แต่ความสงสัยเหล่านั้นเป็นผลมาจากคำพูดของจั๋วฝานตลอดทาง

เหล่ยยู่ถิงกัดปาก นางมองหยางหมิงด้วยสายตาซับซ้อน

“น้องยู่ถิง เจ้าควรอยู่ในเมืองเนตรสายลมไม่ใช่หรือ?ทำไมถึงกลับมาอย่างกะทันหันเล่า?”หยางหมิงเข้าหานางด้วยรอยยิ้มและหันไปมองจั๋วฝาน“และนี่คือ..”

เหล่ยยู่ถิงลังเล“ศิษย์พี่ ศาลาเฉียนหลงไม่ใช่กลุ่มคนที่เราสามารถตอแยได้ แม้คนของโหยวหมิงกู่ก็ไม่ควรไว้วางใจ แผนการนี้อันตรายเกินไป ข้าจึงทิ้งคนให้คอยสังเกตการณ์”

สีหน้าของหยางหมิงเปลี่ยนไป แต่ก็หายไปอย่างรวดเร็ว แต่ก็มากพอให้จั๋วฝานสังเกตเห็นจิตสังหารในดวงตาเขา

“น้องยู่ถิง ความเมตตาของอาจารย์หนักประดุจภูเขา เราจะไม่มอบชีวิตเราให้เขาได้อย่างไร?เราจะเห็นแก่ตัวกันได้อย่างไร?นอกจากนี้ เราไม่ควรล้างแค้นให้อาจารย์หรือ?”

“ข้ารู้ แต่ว่า….”เหล่ยยู่ถิงขมวดคิ้ว“เราไม่สามารถมองข้ามชีวิตของพี่น้องเราได้ นี่คือนักหลอมโอสถระดับสองที่ข้าเชิญมาช่วยพ่อบุญธรรม เราจะยุติการแก้แค้นนี้เมื่อเขาหายดี”

จั๋วฝานรีบประสานมือ“ฮ่าๆๆ ตาแก่คนนี้เร่ร่อนไปทั่วโลกและรักษาโรคร้ายมานับไม่ถ้วน ไม่มีบาดแผลหรือโรคร้ายใดที่เล็ดรอดสายตาข้าไปได้..”

‘ฮึ่ม ถ้าเจ้าสุดยอดขนาดนั้น เจ้าจะมาอยู่แถวนี้ทำไม?’หยางหมิงคิด

หยางหมิงพูดแทรกจั๋วฝาน“น้องยู่ถิง มีแค่ฝ่ามือมังกรหวนกลับถึงสามารถรักษาแผลได้ เจ้าไม่เชื่อข้ารึ?”

เหล่ยยู่ถิงนึกถึงช่วงเวลาที่ใช้กับหยางหมิงและหัวใจก็สับสนไปหมด

จั๋วฝานยืนคั่นกลางระหว่างทัั้งสองและถามหยางหมิง“น้องชาย ให้ข้าได้ลองเถอะ ข้าคือหมอ”

“ไสหัวไป!”

หยางหมิงโกรธและสะบัดฝ่ามือออกไป จั๋วฝานรู้สึกได้ถึงพลังของมันแต่ไม่หลบ ฝืนรับการโจมตี

ปัง!

แม้จะไม่ใช้วิชายุทธ์ แต่ฝ่ามือของผู้บ่มเพาะหลอมกระดูกขั้นต้นก็มากพอจะทำให้เขากระอักเลือด

“ท่านโจมตีเขาทำไม?!”เหล่ยยู่ถิงตะโกน

จั๋วฝานฝืนยืนขึ้นขณะกระอักเลือดออกมาอีกกอง“ตาแก่คนนี้ไม่สามารถรับการทุบตีได้ คุณหนู ข้าต้องขอโทษด้วย แต่ข้าขอปฏิเสธข้อตกลงก่อนหน้านี้ ข้าควรรู้แต่แรกว่าพวกโจรนั้นคุยไม่ได้”

“เจ้าพูดว่าไงนะ?”

หยางหมิงโกรธและตบอีกครั้ง แต่เหล่ยยู่ถิงขวางเขาไว้

“ข้าเชิญเขามา ถ้าท่านอยากตีเขา ท่านจะต้องผ่านข้าไปก่อน”

“ฮึ่ม งั้นก็ให้เขาลองรักษา แต่ถ้าเขาทำให้อาจารย์ยิ่งแย่ เขาจะไม่ได้ออกไปแบบมีชีวิต”หยางหมิงสะบัดแขนเสื้อ เดินออกไปด้วยความโกรธ

เหล่ยยู่ถิงรู้สึกผิดและจ้องจั๋วฝาน“มันเป็นความผิดของเจ้า ศิษย์พี่ถึงเมินข้า ข้ามันโง่เองที่เชื่อเจ้า ไม่มีทางที่ศิษย์พี่จะเป็นคนทำร้ายพ่อบุญธรรมไปได้”

“คุณหนู พ่อบุญธรรมท่านไม่ได้สอนวิธีตัดสินคนให้เจ้าหรือ?”จั๋วฝานเช็ดเลือดออกจากปากด้วยรอยยิ้ม“แต่นี่ถือว่าสมบูรณ์แบบ”

เหล่ยยู่ถิงตกใจ แต่ก็สงสัย

“ตอนเจ้าคุยกับบางคน เจ้าต้องอย่าสนใจสิ่งที่พวกเขาพูด แต่ให้ดูการแสดงออก”

จั๋วฝานแสยะยิ้มชั่วร้าย“เหตุผลที่เขาหยุดข้าก่อนหน้านี้เพราะเขาไม่รู้ระดับของข้า ต้องขอบคุณฝ่ามือนี้ เขาถึงเดาพลังข้าได้ และจึงปล่อยข้าให้ผ่าน เจ้าบอกข้าทีว่าเขาห่วงใยหรือไม่”

เหล่ยยู่ถิงนึกย้อนไป การกระทำทั้งหมดของเขาสอดคล้องกับที่จั๋วฝานพูดจริง จนถึงตอนที่เขาจากไป หยางหมิงยังยิ้มอ่อนให้นาง

[หรือว่า…]

เหล่ยยู่ถิงไม่กล้าสรุป ถ้านางทำแบบนั้น หัวใจของนางคงเจ็บปวดเกินรับได้และคงไม่สามารถหยุดตัวเองจากการเผชิญหน้ากับหยางหมิงได้ ตอนนั้น ความสัมพันธ์ของทั้งคู่คงไม่เหลือ

จั๋วฝานตบไหล่นาง“มา พาข้าไปหาพ่อบุญธรรมของเจ้า”

“เจ้าคนขี้โกง!แค่แสดงเป็นหมอก็พอแล้ว มีประเด็นอะไรให้ต้องไปเจอเขา”เหล่ยยู่ถิงแทบควบคุมอารมณ์ไม่ได้

จั๋วฝานยิ้มขณะยักไหล่“ตอนเจ้าแสดง เจ้าต้องทำให้ดี ยิ่งไปกว่านั้น ละครเรื่องนี้ยังไม่จบ”

ด้วยคำพูดสุดท้าย จั๋วฝานจึงเดินไปและเหล่ยยู่ถิงก็ตาม

ขณะเดินผ่าน สายตานับร้อยก็จับจ้องพวกเขา

เหล่ยยู่ถิงรู้สึกไม่สบายใจอย่างมาก ดวงตาที่เคยเต็มไปด้วยความเคารพกลับมีแค่ความระวัง

ทั้งสองเข้าห้องของเจ้าภูเขา เห็นหยางหมิงด้านใน เขาถือชามข้าวต้ม ป้อนอาหารให้ชายชราบนเตียง

“หึ ข้าจะให้เจ้ารับผิดชอบต่อเรื่องที่เกิดขึ้นกับอาจารย์”

หยางหมิงทุบชามลงบนโต๊ะ จากนั้นก็นั่งลงด้านข้างเพื่อสังเกต

จั๋วฝานหัวเราะด้านในขณะตรวจชายชรา

เมื่อนิ้วของเขาแตะเอวของชายชรา เขาก็ใส่ปราณลงไป และสิ่งที่เขาเห็นก็ทำให้เขาตกตะลึง

“เขาไม่มีบาดแผลภายนอก”จั๋วฝานส่ายหัว

หยางหมิงหลอกตา“จำเป็นต้องพูดด้วยเหรือ?”

“และก็ไม่ใช่ทั้งภายใน”

ดวงตาของหยางหมิงหรี่ลง เขากำมือแน่น

เขาคิดว่าจั๋วฝาน ผู้บ่มเพาะกลั่นลมปราณขั้นสี่คงไม่กล้าพูดอะไรมาก แต่ความเป็นจริงได้พิสูจน์แล้วว่าเขาผิด

จิตสังหารของหยางหมิงแผ่ออกมา!

“ถ้าท่านพ่อไม่ได้บาดเจ็บ แล้วทำไมเขาถึงขยับตัวหรือพูดไม่ได้?”เหล่ยยู่ถิงสงสัยการวินิจฉัยของจั๋วฝาน คิดว่าเขาแค่แสดง

[เจ้าจะอธิบายยังไงว่าผู้เชี่ยวชาญหลอมกระดูกกลับขยับตัวไม่ได้ทั้งๆที่ไม่มีแผล?]

จั๋วฝานเกาจมูก“ตาแก่คนนี้มีสิ่งแปลกปลอมอยู่ในตัว”

ปัง!

หยางหมิงทุบโต๊ะขณะที่ชายชราบนเตียงจ้องจั๋วฝาน เขาอยากพูด แต่ก็ไม่มีแรง

แต่สายตาที่เต็มไปด้วยอารมณ์ของเขากลับบอกทุกอย่าง..

จบบทที่ ตอนที่ 29 เข้าภูเขาลมดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว