- หน้าแรก
- ในโลกฝึกยุทธ์ ข้ามุ่งฝึกเซียน
- บทที่ 24 แรงกดดัน
บทที่ 24 แรงกดดัน
บทที่ 24 แรงกดดัน
บทที่ 24 แรงกดดัน
เมื่อลงจากเวที เกาอู่ก็เห็นใบหน้าที่บึ้งตึงของโค้ชหวงไห่
เขาก้าวเข้ามาต่อว่าอย่างไม่เกรงใจ: “เกาอู่ นายก็โตแล้วนะ น่าจะรู้จักคิดบ้าง คำพูดบางอย่างไม่ควรพูดบนเวที”
เกาอู่กล่าวอย่างใจเย็น: “สภาพครอบครัวของเจ้าลิงกับหวังเถี่ยซงไม่ค่อยดี ต่อให้มีประกันจ่ายค่ารักษาพยาบาลให้ แต่การฟื้นฟูสมรรถภาพหลังจากนี้ก็ต้องใช้เงินอีกมาก ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่ครอบครัวของพวกเขาสามารถรับภาระได้”
“ผมก็ช่วยอะไรได้ไม่มาก ทำได้แค่พูดเรียกร้องการสนับสนุนสักหน่อย”
“ต่อไปห้ามทำแบบนี้อีก” หวงไห่เป็นคนสุขุม รอบๆ ยังมีสายตาอีกมากมายจับจ้องอยู่ ในฐานะโค้ชเขาต้องรักษากิริยาพื้นฐานไว้
อีกอย่าง เรื่องนี้ก็ไม่ค่อยเกี่ยวกับเขาสักเท่าไหร่ ยิ่งผู้บริหารโรงเรียนไม่ชอบหน้าเกาอู่มากเท่าไหร่ ก็ยิ่งสะดวกต่อการดำเนินการของเขามากขึ้นเท่านั้น
การแข่งขันครั้งนี้หวงหลงชนะไปสามรอบ แต่รางวัลผู้เล่นยอดเยี่ยมกลับตกเป็นของเกาอู่ พร้อมกับเงินรางวัลหนึ่งพันหยวน
เกาอู่ถือถ้วยรางวัลแก้วไว้ในมือพลางยิ้มอย่างสดใส นักเรียนกลุ่มใหญ่กรูเข้ามาถ่ายรูปกับเกาอู่ ยังมีนักเรียนหญิงอีกหลายคนที่มาขอลายเซ็น
หวงหลงและสมาชิกทีมยุทธ์คนอื่นๆ ที่มองอยู่ข้างๆ ต่างก็อิจฉาตาร้อน เมื่อก่อนตอนที่พวกเขาชนะก็ไม่เคยได้รับการต้อนรับอย่างล้นหลามเช่นนี้
ในบรรดาเด็กหนุ่ม มีใครบ้างที่ไม่ชอบเป็นจุดสนใจ!
เกาอู่ที่กำลังโดดเด่นก็รู้สึกตื่นเต้นอย่างยิ่ง ที่สำคัญคือคำพูดเมื่อครู่ ทำให้เขาได้รับบุญกุศลเกือบสองพันหน่วย เรื่องนี้ทำให้เขาประหลาดใจอย่างยิ่ง!
ดูท่าแล้วการทำความดีต้องทำอย่างเปิดเผย ให้ทุกคนได้รู้
มีแต่การทำความชั่วเท่านั้นที่ต้องทำอย่างลับๆ ล่อๆ กลัวว่าคนอื่นจะรู้!
เกาอู่กลับไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่หอพัก แล้วก็ฉีกกระดาษโน้ตเล็กๆ หลายใบในกระเป๋าทิ้งไป เพื่อนนักเรียนหญิงกระตือรือร้นมาก และก็หน้าตาน่ารักด้วย
น่าเสียดายที่เขาไม่มีเวลามาสนใจเรื่องพวกนี้ ทำได้เพียงทำให้ความกระตือรือร้นของเพื่อนๆ ต้องสูญเปล่า...
ตอนเที่ยงของวันรุ่งขึ้น เกาอู่ไปเยี่ยมหวังเถี่ยซงกับเจ้าลิงที่โรงพยาบาล ก็พบว่ามีนักเรียนจำนวนมากมารวมตัวกันอยู่หน้าเตียงของพวกเขแล้ว รอบๆ มีผลไม้ นม ขนม และของขวัญอื่นๆ วางอยู่มากมาย
นักเรียนมัธยมยังค่อนข้างจะใสซื่อ และก็ลงมือทำอะไรเร็วมาก หลังจากได้รับแรงบันดาลใจจากคำพูดของเกาอู่ วันรุ่งขึ้นก็พากันมาเยี่ยมผู้บาดเจ็บทั้งสองคน
เกาอู่ยืนมองอยู่ข้างหลังครู่หนึ่ง แล้วก็จากไปอย่างเงียบๆ
เจ้าลิงกับหวังเถี่ยซงอุตส่าห์ได้เป็นจุดสนใจแล้ว เขาก็ไม่ควรจะไปแย่งซีน
เขาทำตามที่เคยประกาศไว้ โอนเงินหนึ่งหมื่นหนึ่งพันหยวนให้ทั้งสองคนผ่านทางเฟยซิ่น เงินจำนวนนี้ไม่มาก แต่สำหรับเขาแล้วก็ไม่น้อยเลย
ในเมื่อเรื่องนี้ถูกเผยแพร่ออกไปแล้ว ต่อให้เป็นเพียงเพื่อรักษาหน้าตา ทางโรงเรียนก็น่าจะแสดงน้ำใจออกมาบ้าง ซึ่งน่าจะช่วยลดภาระของผู้บาดเจ็บทั้งสองคนได้บ้าง
พอถึงวันพฤหัสบดี เกาอู่ก็ฉีดยาโลหิตมังกรครบทั้งสิบหลอด พละกำลังและพลังจิตของเขาแตะระดับแปดหน่วยแล้ว เมื่อเทียบกับสิบวันก่อนก็เพิ่มขึ้นมาประมาณหนึ่งหน่วย
นี่หมายความว่าพลังจิตและพละกำลังของเขาเพิ่มขึ้นประมาณ 50%
รวมถึงความว่องไวของเขาก็เพิ่มขึ้นถึงเจ็ดหน่วย
อีกด้านหนึ่ง ซ่งหมิงเยว่พาเขาฝึกฝนร่วมกัน ทำให้กระบวนท่ามังกรเก้ารูปแบบของเขาก้าวหน้าไปอย่างมาก
ทุกวันยังได้กินเนื้ออสูรต่างถิ่นราคาแพงหนึ่งมื้อ ทำให้เขามีสารอาหารที่เพียงพอ
เมื่อรวมปัจจัยทั้งหมดเข้าด้วยกัน เขาถึงได้ก้าวหน้าในวิถียุทธ์อย่างรวดเร็ว เมื่อเทียบกับสิบวันก่อน พลังการต่อสู้ของเขาเพิ่มขึ้นอย่างน้อยสองเท่า
ต่อให้เป็นสำหรับเด็กหนุ่มอายุสิบแปดปี ความก้าวหน้าที่รวดเร็วขนาดนี้ก็น่าทึ่งอย่างยิ่ง
ฉวยโอกาสตอนเที่ยงที่ไม่มีใครอยู่ เกาอู่ก็มาที่โรงฝึกยุทธ์เพื่อทดสอบพลังหมัด
หมัดหนึ่งชกเข้าไปที่เป้า ตัวเลขสี่หลักก็ปรากฏขึ้นบนเครื่องทดสอบ: 1036
เกาอู่ชกต่อเนื่องยี่สิบหมัดภายในหนึ่งนาที พลังของแต่ละหมัดล้วนเกินหนึ่งพันกิโลกรัม
เขามองดูตัวเลขที่กระพริบอยู่บนเป้า ก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกตื่นเต้นอยู่บ้าง
การทดสอบเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงนั้นง่ายมาก แค่ชกให้ได้ยี่สิบหมัดภายในหนึ่งนาที โดยพลังของแต่ละหมัดต้องคงที่เกินหนึ่งพันกิโลกรัม
เขาชกต่อเนื่องยี่สิบหมัด ใช้เวลาไม่ถึงสี่สิบวินาที ยังเหลือแรงอยู่อีกมาก ถือว่าเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงอย่างเต็มตัวแล้ว
แค่ไปเข้ารับการทดสอบที่สมาคมเทียนยุทธ์ ก็จะได้รับใบรับรองผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูง
ตามสถิติแล้ว ในยุคที่ทุกคนฝึกยุทธ์นี้ มีเพียง 3% เท่านั้นที่สามารถเป็นผู้ฝึกยุทธ์ได้ ในบรรดาผู้ฝึกยุทธ์ มีเพียงหนึ่งในสิบเท่านั้นที่สามารถเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงได้
ในจำนวนนั้น เก้าสิบเก้าเปอร์เซ็นต์ล้วนเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงหลังจากอายุยี่สิบปีไปแล้ว ซึ่งแทบจะสูญเสียศักยภาพทั้งหมดไปแล้ว
โดยทั่วไปแล้ว มีเพียงผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงที่อายุก่อนยี่สิบปีเท่านั้น ที่มีโอกาสได้เป็นอัศวินยุทธ์
เมืองตงเจียงมีเก้าอำเภอหนึ่งเมือง มีประชากรทั้งหมดกว่าสิบล้านคน นักเรียนมัธยมก็มีเป็นล้านคน ในจำนวนนั้นมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงไม่เกินยี่สิบคน
ดังนั้น การที่เขาสามารถได้รับใบรับรองผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงตอนอายุสิบแปดปีได้นั้น ถือว่ามีคุณค่าอย่างยิ่ง
เกาอู่เคยตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะเป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงให้ได้ตอนอายุสิบแปดปี ตอนนี้กลับบรรลุเป้าหมายได้อย่างง่ายดาย นอกจากจะตื่นเต้นแล้ว เขาก็รู้สึกว่างเปล่าอยู่บ้าง
ความสำเร็จที่ได้มาโดยไม่มีอุปสรรคใดๆ ดูเหมือนจะขาดความลึกซึ้ง ขาดรสชาติให้หวนนึกถึง
อย่างไรก็ตาม แค่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงยังห่างไกลจากคำว่าเพียงพอ
คณะวิถียุทธ์ของมหาวิทยาลัยอันจิงรับนักศึกษาใหม่ปีละประมาณสามร้อยคน
ทั้งมณฑลเป่ยโจวมีเจ็ดสิบเจ็ดเมือง มีประชากรสามร้อยกว่าล้านคน ในจำนวนนั้นมีนักเรียนที่อายุถึงเกณฑ์สอบเข้ามหาวิทยาลัยสี่ถึงห้าล้านคน คำนวณตามสัดส่วนแล้วน่าจะมีผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงสี่ถึงห้าร้อยคน
มหาวิทยาลัยอันจิงยังให้สิทธิพิเศษในการรับนักศึกษาจากเมืองอันจิงเอง บวกกับโควต้าเส้นสายต่างๆ ยังต้องหักโควต้าของมณฑลอื่นออกไปอีก ที่นั่งที่เหลือสำหรับนักเรียนทั่วไปในมณฑลน่าจะเหลืออยู่แค่ประมาณร้อยที่นั่ง
ทุกคนต่างก็ไม่มีเส้นสาย การแข่งขันเพื่อแย่งชิงที่นั่งร้อยที่นั่งนี้จึงดุเดือดอย่างยิ่ง หรืออาจจะเรียกได้ว่าโหดร้าย
พรสวรรค์ด้านยุทธ์ของซางชิงจวินสูงมาก อีกทั้งยังเป็นลูกหลานของผู้พลีชีพ แต่สุดท้ายก็ยังไม่สามารถเข้าคณะวิถียุทธ์ได้ ทำได้เพียงเข้าภาควิชาชีววิทยาของมหาวิทยาลัยอันจิง
แน่นอนว่า ภาควิชาชีววิทยาเป็นสาขาวิชาชั้นนำของมหาวิทยาลัยอันจิง
หากพูดถึงความสำคัญแล้ว จริงๆ ก็เหนือกว่าคณะวิถียุทธ์มากนัก คณะวิถียุทธ์สามารถสร้างได้เพียงอัศวินยุทธ์ แต่ภาควิชาชีววิทยาสามารถสร้างนักวิทยาศาสตร์ได้
การค้นพบทางวิทยาศาสตร์ที่สำคัญเพียงครั้งเดียว ก็เพียงพอที่จะเปลี่ยนแปลงโลกได้
ผู้ฝึกยุทธ์ต่อให้แข็งแกร่งแค่ไหนก็เป็นเพียงเรื่องส่วนบุคคล การพัฒนาที่แท้จริงยังต้องอาศัยผู้มีความสามารถหลากหลายแขนง ซางชิงจวินก็ไม่ชอบการต่อสู้ฆ่าฟัน ที่อยากจะเข้าคณะวิถียุทธ์ก็เพียงเพราะที่นี่มีเงินอุดหนุนที่สูงกว่าและดีกว่า ซึ่งจะดีต่อครอบครัวมากกว่า
พอมาถึงตาเขา เส้นสายของตระกูลซางก็แทบจะใช้ไม่ได้แล้ว
อย่างไรเสียเขาก็เป็นเพียงเด็กกำพร้าที่คุณปู่ซางรับมาเลี้ยง ไม่มีชื่อไม่มีสถานะ ต่อให้คุณปู่ซางออกหน้า คนอื่นก็อาจจะไม่เต็มใจที่จะช่วย
ไม่มีข้อได้เปรียบอื่นก็ช่างเถอะ แต่คะแนนยุทธ์ส่วนตัวของเขากลับต่ำมาก
การรับนักศึกษาสายยุทธ์ของมหาวิทยาลัย ให้ความสำคัญกับคะแนนยุทธ์ส่วนตัวอย่างยิ่ง นี่ก็เป็นปัญหาใหญ่ที่สุดที่เขาต้องรีบแก้ไขก่อนเดือนกรกฎาคม
“เกาอู่” เสียงที่เย็นชาแข็งกระด้างของโค้ชหวงไห่ดังมาจากด้านหลัง ขัดจังหวะความคิดของเกาอู่
เกาอู่หันกลับมายิ้มพลางพยักหน้าทักทาย: “โค้ชครับ”
หวงไห่มองไปที่เครื่องทดสอบพลังหมัด บนหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ไม่มีอะไรแสดงอยู่ แต่ว่า เมื่อครู่เขาเห็นจากห้องควบคุมชัดเจนมาก เกาอู่ชกต่อเนื่องยี่สิบหมัด แต่ละหมัดล้วนลื่นไหลและเต็มไปด้วยพลัง
แม้เขาจะมองไม่เห็นตัวเลขบนหน้าจอ แต่จากประสบการณ์ก็สามารถตัดสินได้ว่าเกาอู่บรรลุถึงระดับผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงแล้ว
เครื่องก็มีบันทึกไว้ ถ้าเขาต้องการก็สามารถตรวจสอบได้ เพียงแต่ไม่มีความจำเป็น
นับจากวันที่เขาให้ยาโลหิตมังกรกับเกาอู่ เพิ่งจะผ่านไปสิบวัน เกาอู่กลับก้าวหน้าไปอย่างมหาศาล เขาก็ประหลาดใจอย่างยิ่ง
ผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงอายุสิบแปดปี เรียกได้ว่าอนาคตไกล
เมื่อมาถึงขั้นนี้ เกาอู่ก็ได้เดินไปบนเส้นทางอีกเส้นทางหนึ่งแล้ว ไม่มีการแข่งขันกับหวงหลงหลานชายของเขาอีกต่อไป แต่ว่า วัตถุดิบที่ดีขนาดนี้ เขาจะปล่อยไปได้อย่างไร!
“ดูเหมือนว่าผลของยาโลหิตมังกรจะดีมาก” หวงไห่กล่าว “อีกไม่นานนายก็จะได้เป็นผู้ฝึกยุทธ์ระดับสูงแล้ว”
“ทั้งหมดเป็นเพราะการชี้แนะและความช่วยเหลือของโค้ชครับ ผมถึงได้มีวันนี้” เกาอู่กล่าวชมอย่างส่งเดช
ไม่ว่านิสัยของหวงไห่จะเป็นอย่างไร อีกฝ่ายก็เป็นอัศวินยุทธ์ เขาต้องพยายามรักษาสัมพันธภาพที่ดีของทั้งสองฝ่ายไว้
หวงไห่กล่าวว่า: “เป้าหมายของนายคือมหาวิทยาลัยอันจิงใช่ไหม?”
เกาอู่พยักหน้าอย่างแรง: “ผมอยากจะลองดูครับ”
“คณะวิถียุทธ์ของมหาวิทยาลัยอันจิงเป็นสถานศึกษาศักดิ์สิทธิ์ด้านยุทธ์ของมณฑลเป่ยโจว การแข่งขันดุเดือดอย่างยิ่ง นายไม่มีพื้นเพครอบครัวที่ดี หากต้องการจะเข้ามหาวิทยาลัยอันจิงก็ต้องมีความสามารถที่โดดเด่นอย่างแท้จริง”
หวงไห่กล่าวว่า: “การสอบสัมภาษณ์ของมหาวิทยาลัยอันจิงที่สำคัญที่สุดคือการทดสอบภาคปฏิบัติ เราฝึกยุทธ์ สุดท้ายแล้วก็เพื่อที่จะได้รับพลังที่แข็งแกร่ง เพื่อที่จะสามารถกำจัดอสูรต่างถิ่นภายนอกและปราบปีศาจภายในได้”
“นายมีพรสวรรค์อยู่บ้าง แต่เมื่อเทียบกับอัจฉริยะที่แท้จริงแล้วยังห่างไกลนัก เพียงแต่อัจฉริยะล้วนล้ำค่ามาก อาจารย์ไม่กล้าให้พวกเขาไปเสี่ยงอันตราย ประสบการณ์ภาคปฏิบัติของพวกเขาจึงจะด้อยกว่า นี่ก็เป็นโอกาสของนาย”
“โค้ชหมายความว่ายังไงครับ?” เกาอู่พอจะเข้าใจแล้ว หวงไห่กำลังยุยงให้เขาไปเข้าร่วมการต่อสู้จริงให้มากขึ้น
ไม่ต้องบอกก็รู้ว่าไม่ได้มีเจตนาดีอะไร เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าหวงไห่คิดจะทำอะไร
“โรงแรมจินเซิ่งมีการแข่งขันประลองยุทธ์ระดับผู้ฝึกยุทธ์ทุกวัน การต่อสู้ดุเดือด เงินรางวัลก็สูง นายขึ้นไปประลองก็จะได้รับทั้งประสบการณ์ภาคปฏิบัติอันล้ำค่า และได้รับเงินรางวัลอีกด้วย ยิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว”
หวงไห่มองดูดวงตาของเกาอู่แล้วถามอย่างเฉยเมย: “นายคิดว่ายังไง?”
ในฐานะอัศวินยุทธ์ หวงไห่ไม่จำเป็นต้องแสดงท่าทีอะไรเป็นพิเศษ เพียงแค่สายตาที่เย็นชาและเฉียบคมที่จ้องมองมา ก็ทำให้เกาอู่ต้องรับแรงกดดันอย่างมหาศาลแล้ว
เกาอู่รู้สึกเหมือนถูกหินยักษ์ที่มองไม่เห็นทับอยู่บนตัว หน้าอกหนักอึ้งหายใจติดขัด ความไม่สบายใจและความหวาดกลัวทำให้เขามีสัญชาตญาณที่จะยอมทำตามที่หวงไห่บอก...