เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 2 ถูกปกป้องโดยเหล่าอมตะนับร้อย

ตอนที่ 2 ถูกปกป้องโดยเหล่าอมตะนับร้อย

ตอนที่ 2 ถูกปกป้องโดยเหล่าอมตะนับร้อย


ตอนที่ 2 ถูกปกป้องโดยเหล่าอมตะนับร้อย

“คัง จินหลง เจ้าก็มาด้วยสินะ”ชายร่างยักษ์เท้าเปล่ากล่าวออกมา เขาจะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากอมตะเท้าเปล่า

“ท่านหัวหน้า!”ทหารศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 คนตะโกนด้วยท่าทางเป็นระเบียบ

“ไม่ต้องกังวล ข้ามาที่นี่เพียงเพื่อมาส่งจ้าวแห่งจิตดวงดาวเท่านั้น” อมตะเท้าเปล่ากล่าวในขณะที่ก้าวเดินไปข้างหน้าพร้อมยิ้มให้จ้าวแห่งจิตดวงดาว

“ดูเหมือนว่าข้าจะมาทันนะ สหายน้อย อย่าโทษข้าเลยที่ไม่ได้ช่วยเจ้าที่ตำหนักศักดิ์สิทธิ์”เทพแห่งปฐพี เจินหยวนมาถึงแล้วกล่าวออกมา

“สหายน้อย เมื่อเจ้าไปอยู่ที่โลกมนุษย์เจ้าสามารถไปที่อารามของข้าได้ ถึงแม้ทิวทัศน์ของที่นั่นจะไม่งดงามเท่าที่ควรแต่ก็นับได้ว่ามันเป็นดินแดนศักดิ์สิทธิ์”

“โอ้ พี่ชายเจินหยวนก็อยู่ที่นี่ด้วย งั้นเราก็คงมาไม่สายสินะ”ลี เทียนหวังกล่าวออกมา เขารีบมาที่นี่พร้อมกับเหนอฉา

หลังจากนั้นสักพัก ทั้ง 4ราชัน  23เทพแห่งดวงดาราที่เหลือ 4จอมราชันสวรรค์

เหล่าพระโพธิสัตว์ แม้กระทั่ง 7เทพธดาก็รีบพุ่งเข้ามา

“ไถไป๋ ปลดผนึกเขาซะ อย่างน้อยเราก็ควรจะให้เขาพูดอะไรบ้างไม่ใช่รึไง?”

อมตะเจินหยวนยิ้มแล้วพูดกับไถไป๋ จิงเซียงที่มาถึงเป็นคนสุดท้าย

“เด็กน้อย เจ้าคงไม่โทษข้าหรอกใช่ไหม? ข้าหวังว่าเจ้าจะเข้าใจด้วยว่าข้าเองก็ผู้เสียหายในเรื่องนี้เหมือนกัน” ไถไป๋ จิงเซียงส่ายหน้าแล้วพูดออกไปก่อนที่จะปลดผนึกให้จ้าวแห่งจิตดวงดาว

“เหล่าสหายอมตะ เวลาได้หมดลงแล้วเราจำเป็นต้องนำจ้าวแห่งจิตดวงดาวเข้าสู่ 6วิถีแห่งหารเกิดใหม่” หนึ่งในทหารคุ้มกันกล่าวออกมาเบาๆหลังจากรอมานานกว่า 2 ชั่วโมงเต็ม

“ข้าจะหาหนทางของตัวเองที่โลกเบื้องล่างนี้ ถ้าเกิดใครถูกขับไล่จากสวรรค์เหมือนกันขอเพียงแค่มาหาข้าข้าจะเลี้ยงอาหาร เครื่องดื่ม โสเภณี และการพนันเอง”

จ้าวแห่งจิตดวงดาวกล่าวคำพูดสุดท้ายก่อนที่เดินไปยังประตูแห่งการเกิดใหม่พร้อมกับทหารศักดิ์สิทธิ์ทั้ง 4 คำพูดที่จ้าวแห่งจิตดวงดาวพูดไปทำให้เหล่าอมตะถึงกับพูดไม่ออก

“พี่ใหญ่ เราควรจะให้จ้าวแห่งจิตดวงดาวเข้าวิถีไหนของ 6วิถีแห่งการเกิดใหม่ดี”

ทหารศักดิ์สิทธิ์ที่ยืนอยู่หลังสุดถามออกมา

“น้องสี่ นี่เจ้าทึ่มรึยังไง? เจ้าไม่เห็นเหล่าอมตะที่มาส่งเขารึไง? ถ้าเจ้ากล้านำเขาเข้าวิถีแห่งสัตว์ที่นี่ต้องเป็นจุดจบของเจ้าแน่นอน เอาเป็นวิถีแห่งมนุษย์นั่นล่ะ ให้จ้าวแห่งจิตดวงดาวเข้าไปที่วิถีแห่งมนุษย์ซะ” หัวหน้ากล่าวออกมาหลังจากมองไปยังเหล่าพี่น้องของตนที่เหมือนว่าจะอยากเตะจ้าวแห่งจิตดวงดาวไปยังวิถีแห่งสัตว์

“ท่านอาวุโส เชิญท่านเดินไปได้ภารกิจของเราได้เสร็จสิ้นแล้ว เราทั้งสี่จะจัดงานฉลองให้เมื่อท่านกลับมา” หัวหน้าทหารยิ้มและกล่าวออกไป

“ขอบคุณพวกเจ้าทั้งสี่มาก” จ้าวแห่งจิตดวงดาวกล่าวออกมาก่อนที่จะกระโดดไปยังวิถีแห่งมนุษย์

ข้าจะยอมรับการเนรเทศแต่โดยดีแน่หากว่าข้าได้เห็นร่างเปลือยของชางเอ๋อร์ แต่ข้าดันไม่ได้เห็นอะไรทั้งนั้น ให้ตายเถอะ โลกมนุษย์เอ๋ยข้ากลับไปอีกแล้ว จ้าวแห่งจิตดวงดาวคิดอยู่ในใจ

 


 

ตำหนักจันทราเป็นสถานที่ที่ลึกลับที่สุดในแดนสวรรค์ ไม่ใช่เพียงเพราะที่นั่นมีเหล่าสาวงามอยู่มากมายเท่านั้น แต่ผู้ที่สำเร็จในการตัดผ่านขึ้นมาสู่สวรรค์จะถูกบอกว่าห้ามล่วงเกินหญิงสาวนางหนึ่งไม่ยังงั้นจะต้องรับผลกรรมที่ตามมา จู ป้าเจีย ถูกกเนรเทศไปยังโลกมนุษย์เพราะไปล่วงเกินชางเอ๋อร์จริงๆงั้นเหรอ? ไร้สาระ ถ้าเกิดเขาทำยังงั้นจริงๆเขาคงถูกทำให้เป็นหมูย่างไปนานแล้ว

“หยู่เอ๋อร์ จ้าวแห่งจิตดวงดาวถูกเนรเทศไปยังโลกมนุษย์แล้ว เจ้าเองก็มีส่วนช่วยในเรื่องนี้สินะ?” ชางเอ๋อร์ถามกระต่ายหยกด้วยรอยยิ้ม

“พี่สาว ตัวข้าไม่ได้กล้าขนาดนั้น” สุดยอดสามงามกล่าวออกมาเบาๆ

“ไวน์ที่เขาบ่มช่างสุดยอดยิ่งนัก ข้าได้ดื่มไปเพียงเล็กน้อยเท่านั้นแต่ไม่คิดเลยว่าเขาจะ...”

“เจ้าทั้งสองหลงรักกันสินะ?” ชางเอ๋อร์กล่าวออกมา

“เด็กโง่ ถ้าเจ้าต้องการแบบนี้ก็ลงไปกับเขาซะเลยสิ” หลังจากชางเอ๋อร์พูดเสร็จเธอก็โบกมืออันแสนงดงามและได้มีประตูยักษ์ปรากฏขึ้นมา หยู่เอ๋อร์กัดฟันแน่นและเดินเข้าไป

“หวู่กัง รีบออกมาซะหากยังไม่อยากตาย ไม่นึกว่าว่าเจ้าจะกล้าแอบฟังการพูดคุยส่วนตัวของข้า” ชางเอ๋อร์ตะโกนออกไปและได้มีชายแกร่งร่างสูง 2เมตรพร้อมกับขวานยักษ์เดินออกมา

“นายหญิง หยู่เอ๋อร์ลงไปเบื้องล่างจะไม่เป็นไรงั้นรึ?” หวู่กังถามออกไปเบาๆ

“ข้าจะให้นางไปสนุกที่เบื้องล่างสักพัก อีกไม่กี่เดือนเจ้าจะต้องไปนำตัวนางกลับมา เจ้าก็หลงรักนางด้วยสินะ?” ชางเอ๋อร์หรี่ตาในขณะที่พูด

“หยู่เอ๋อร์ นับวันเริ่มจะดูงดงามขึ้นมากจริงๆ หน้าอกเองก็กำลังเติบโตขึ้นด้วย”

“ข้าเห็นด้วย ใหญ่ๆนี่ล่ะดี” หวู่กังพูดแบบตรงๆ

“งั้นเจ้าคิดว่าของใครงดงามกว่ากัน? ของข้าหรือนาง?” ชางเอ๋อร์หัวเราะเยาะและถามไปที่หวู่กังที่แสดงออกถึงความปรารถนา

“นายหญิง แน่นอนว่าต้องเป็นของท่านอย่างไม่ต้องสงสัย ของท่านช่างใหญ่กว่าของนางยิ่งนัก” หวู่กังพูดพร้อมกับน้ำลายไหล

“ใหญ่บิดาเจ้าสิ ไปตายซะ!” ชางเอ๋อร์ตะโกนลั่น และได้มีแรงระเบิดมหาศาลพุ่งไปหาหวู่กัง ในชั่วจณะนี้เขาเพิ่งเริ่มจะนึกเสียใจกับสิ่งที่พูดไปจนตอบสนองไม่ทัน เขาถูกเป่ากระเด็นไปนับหมื่นเมตรและขวานของเขาได้พุ่งเข้าหาหัวของตัวเขาเอง ยังโชคดีที่มันเป็นด้านไม่มีคม

“ผู้ชายทุกคนก็เหมือนกัน มีแต่พวกไม่ได้เรื่อง” ชางเอ๋อร์กล่าวออกมาอย่างดูถูก

 


 

“คุณนายครับ ผมเกรงว่าคงจะไม่สามารถช่วยนายน้อยได้แล้ว สมองของเขาแตกหักเสียหาย กระดูกซี่โครงได้เจาะเข้าไปโดนปอดและกระดูกสันหลังยังถูกแยกออกเป็น 8 ส่วน การจะช่วยเขามันเป็นไปไม่ได้แล้ว” ชายชราที่ดูคล้ายกับแพทย์พูดกับคู้รักชราในบ้านพักสุดหรู

“หมอหลิว ได้โปรดตรวจอีกรอบเถอะ ถึงแม้เสี่ยวเฮวยจะเป็นคนหัวรั้นแต่ก็คงไม่ถึงกับต้องตายหรอกใช้มั้ย? คุณเองก็เคยรักษาคนที่เป็นแบบนี้มาก่อนได้โปรดตรวจดูเขาอีกรอบเถอะ” คุณนายพูดออกมาทั้งน้ำตาไหลออกมาจากดวงตาของเธอ

หมอหลิวพยักหน้าก่อนที่จะเข้าไปในห้องอีกครั้ง ที่เตียงมีเด็กหนุ่มนอนอยู่ ถึงแม้กระโหลกของเขาจะแตกแต่ก็ยังเห็นได้ว่าเขาดูดีขนาดไหน

“ขับรถด้วยความเร็วมากกว่า 300กิโลเมตรต่อชั่วโมงแล้วไปชนเข้ากับเนินเขา เขาดวงดีมากแล้วที่กลับบ้านมาได้ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ แล้วฉันจะช่วยเขาได้ยังไงล่ะ?”

หลิว จือเต๋าพูดพร้อมจับไปที่แขนของชายหนุ่ม

“อาจจะดีแล้วก็ได้ที่เขาตายไป อย่างน้อยในเขตหวู่เชิงนี้จะได้มีพวกอันธพาลลดไปคนนึง”

จ้าวแห่งจิตดวงดาวได้มาถึงโลกมนุษย์แล้วแต่ยังไม่ไปเกิดใหม่ ซึ่งไม่เหมือนกันคนอื่น เขามีเครื่องรางที่สามารถทำให้จิตวิญญาณของเขาตระเวนไปไหนมาไหนได้

เริ่มใหม่อีกครั้ง? ข้าไม่มีเวลาจะให้เสียมากนัก ในเมื่อข้ามาถึงโลกมนุษย์แล้วก็ขอใช้เวลาทั้งหมดให้สนุกสุดเหวี่ยงไปเลยละกัน จ้าวแห่งจิตดวงดาวได้คิดอยู่ในใจ

หลังจากใช้ชีวิตมายาวนานเขาก็ได้เข้าใจพื้นฐานของนี้ว่าเป็นยังไง เขาเองก็อยู่ในเหตุการณ์รถชนที่เกิดกับนายน้อยของตระกูลกั่ว

“เด็กหนุ่มคนนี้ดูแล้วใช้ได้ ดูจากรถที่เขาขับความมังคั่งของเขาจะต้องสุดยอดแน่นอน เพียงแต่ว่าร่างกายอ่อนแอ่ไปนิด ข้าเองก็ไม่รู้ว่าชีวิตนี้จะเป็นอมตะได้อีกรึไม่ ข้าขอเสี่ยงว่าเจ้าจะทำได้แล้วกัน” จ้าวแห่งจิตดวงดาวพูดก่อนที่จะนำเครื่องรางแห่งดวงจิตวางไปที่นายน้อยตระกูลกั่ว

“คุณนาย ระ...เราสามารถช่วยนายน้อยได้แล้ว” หลิว จือเต๋าออกมาจากห้องของกั่วเฮวยในครั่งชั่วโมงต่อมาพร้อมกับพูดติดๆขัดๆ เขามั่นใจเลยว่ากั่วเฮวยจะต้องตายในอีกไม่นานแน่นอน แต่ว่าทั้งๆที่ไม่ได้รับการผ่าตัดร่างกายของกั่วเฮวยกลับฟื้นสภาพโดยสมบูรณ์ราวกับปาฏิหาริย์ ในช่วงก่อนหน้าเขาดูเหมือนกับว่าอยู่ในช่วงวิกฤตของชีวิต แต่ความจริงในตอนนี้เขามีเพียงบาดแผลเล็กน้อยเท่านั้น

“หมอหลิว คุณพูดจริงๆนะ? เสี่ยวเฮวยปลอดภัยแล้วจริงๆนะ?” คุณนายของตระกูลกั่วถามออกไปพร้อมทั้งน้ำตา ถ้าเสี่ยวเฮวยหลานชายเพียงคนเดียวของเธอตายไปล่ะก็ความสะเทือนใจที่เธอจะได้รับต้องมากมายแน่นอน

“ในตอนที่ผมอยู่ในห้องนายน้อยเพื่อจะรักษาเขา ผมสังเกตเห็นว่ากระโหลกที่ก่อนหน้านั้นได้รับความเสียหายอย่างหนักกลับมาอยู่ในสภาพสมบูรณ์อีกครั้ง นี่ต้องเป็นปาฏิหาริย์แน่ๆ ต้องเป็นปาฏิหาริย์แน่นอน! แต่ถึงยังงั้นเขาก็ยังต้องใช้เวลาฟื้นตัวอีกสักพัก” หลิว จือเต๋าพูดเบาๆ ตัวเขาเองไม่รู้เลยว่ากั่วเฮวยฟื้นสภาพได้อย่างไร ในเมื่อเขาไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นก็ขอรับผลประโยชน์ไปแล้วกัน

“หมอหลิว นี่คือเงิน 1ล้านหยวนโปรดรับไว้ด้วย เสี่ยงเฮวยยังต้องการความช่วยเหลือของคุณในการฟ้นตัว” หัวหน้าตระกูลกั่วพูดด้วยความรู้สึกซาบซึ้งใจก่อนที่จะมอบเช็คธนาคารให้หลิว จือเต๋า

“ไม่ต้องห่วงคุณนายใหญ่ ผมจะพยายามสุดฝีมือเพื่อช่วยนายน้อยฟื้นตัวแน่นอน”

หลิว จือเต๋าพูดพร้อมกับรับเช็คมา

จบบทที่ ตอนที่ 2 ถูกปกป้องโดยเหล่าอมตะนับร้อย

คัดลอกลิงก์แล้ว