- หน้าแรก
- การผงาดของเจ้าบ้านนอกแห่งราชวงศ์หมิง!
- 309 - การต่อสู้ทางเล่ห์เหลี่ยมของจวนโหวแห่งนี้..!!
309 - การต่อสู้ทางเล่ห์เหลี่ยมของจวนโหวแห่งนี้..!!
309 - การต่อสู้ทางเล่ห์เหลี่ยมของจวนโหวแห่งนี้..!!
เช้าวันรุ่งขึ้น หมอกยามเช้าปกคลุมลงมา
แสงอาทิตย์ยามเช้าส่องผ่านหมอก ราวกับเปลวไฟสีทองอร่าม กิ่งไม้ในสวนเริ่มแตกยอดอ่อน เปล่งประกายความมีชีวิตชีวาของฤดูใบไม้ผลิ หมอกยามเช้าถูกแสงแดดอุ่นไล่จาง แทรกซึมลงสู่พื้นดิน ทำให้ไอชื้นพวยพุ่งออกมา เติมความชุ่มชื้นให้แก่ผืนแผ่นดิน
หลังจากรับประทานอาหารเช้าแล้ว จูผิงอันก็กลับเข้าห้องเพื่ออ่านหนังสือทบทวน
วันนี้ดูเหมือนจวนหลินหวายโหวจะคึกคักเป็นพิเศษ ขณะที่จูผิงอันกำลังตั้งใจอ่านหนังสืออยู่ เขาก็ได้ยินเสียงเอะอะดังมาจากด้านนอก ดูเหมือนว่าจะเกิดเรื่องบางอย่างขึ้น
ไม่นานนัก คุณหนูรองก็ให้คนส่งชุดหนังสือมาให้ เป็นชุดเดียวกับที่เมื่อวานถูกเด็กซนโยนลงส้วมไปแล้ว จูผิงอันประสานมือขอบคุณผู้ที่นำมาส่ง พร้อมกับมอบเศษเงินหนึ่งเหรียญเป็นสินน้ำใจ
คนรับเงินไปด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข จึงพูดคุยมากขึ้น
แล้วจูผิงอันก็ได้รู้ว่าเช้านี้เกิดเรื่องอะไรขึ้น ที่แท้เมื่อคืนนี้หลี่เหยียนโจว หรือก็คือเจ้าอ้วนโจว ไม่รู้ว่าสติหลุดไปได้อย่างไร ถึงได้ลากสาวใช้คนหนึ่งของจวนขึ้นเตียงไป แล้วก่อเรื่องวุ่นวายทั้งคืน
พอรุ่งเช้าคนในจวนรู้เรื่องเข้า ก็แทบจะคลั่งยิ่งกว่าตอนที่เจ้าเด็กดื้อเคยถามว่า "อ้วนโจว เจ้าเป็นใคร" เสียอีก
ได้ยินว่าท่านโหวพอรู้เรื่องก็ไม่สนว่าเสื้อผ้าจะเรียบร้อยหรือไม่ หยิบแส้ม้าออกมา วิ่งกระเพื่อมพุงไปยังห้องของเจ้าอ้วนโจว แล้วกดเขาลงบนเก้าอี้ เตรียมฟาดด้วยแส้
แต่ก่อนที่ท่านโหวจะได้เฆี่ยนตี ฮูหยินใหญ่และฮูหยินผู้เฒ่าก็รีบเข้ามาห้าม ฮูหยินผู้เฒ่าถึงกับร้องไห้ฟูมฟาย กอดรัดขวางแส้ไว้ ช่วยหลานรักของนางจากโทษเฆี่ยนตี
ท่านโหวยังคงโกรธเกรี้ยวไม่ยอมง่าย ๆ บรรยากาศวุ่นวายสุดขีด และแล้ว จวนโหวก็ถึงกับปั่นป่วนวุ่นวายกันไปหมด
ขณะที่จูผิงอันกำลังฟังเรื่องราวจากบ่าวรับใช้ ในอีกมุมหนึ่ง หลี่ซูเองก็กำลังนั่งอยู่ในเรือนของนาง ใช้ไม้จิ้มฟันเสียบผลไม้รับประทาน พลางฟังข่าวจากสาวใช้ตัวน้อยของนางที่พูดจาไปพร้อมกับแก้มที่พองออกมา
“หึหึ หลายปีผ่านไปแล้ว ก็ยังเหมือนเดิมเลยนะ ป้าสะใภ้ใหญ่แม้จะมีเล่ห์แพรวพราว แต่ก็ดูจะใจร้อนเกินไปหน่อย” หลี่ซูยกมุมปากยิ้มบาง ๆ
“อ๊ะ?” สาวใช้ฮวาเอ๋อร์ทำตาโตมองคุณหนูของตนด้วยความสงสัย “คุณหนู ไม่ใช่ฮูหยินใหญ่นะเจ้าคะ แต่เป็นคุณชายหลี่เหยียนโจวต่างหากที่รังแกพี่หงเอ๋อร์ คุณชายหลี่เหยียนโจวร้ายกาจจริง ๆ ทั้งหน้าตาอัปลักษณ์ ใจก็ร้ายกาจมาก รังแกพี่หงเอ๋อร์ทั้งที่นางไม่เต็มใจเลย ได้ยินว่าพี่หงเอ๋อร์ร้องไห้เสียใจหนักมาก”
“ฮูหยินใหญ่ยังดุคุณชายใหญ่เลยนะเจ้าคะ” สาวใช้ฮวาเอ๋อร์เสริมขึ้นมาอีกประโยค
หลี่ซูได้ยินดังนั้นก็อดขำไม่ได้ มองสาวใช้ของตนด้วยสายตาเอ็นดู เจ้าตัวซื่อเสียจริง โชคดีที่นางรับเอาไว้เป็นคนใช้ หากปล่อยให้ไปอยู่ในเรือนอื่นในโหว ไม่แน่ว่าอาจถูกเขมือบจนไม่เหลือแม้แต่กระดูก
ในเรือนฝ่ายในนั้น การต่อสู้ทางเล่ห์เหลี่ยมไม่ได้ด้อยไปกว่าสนามรบ ฆ่ากันโดยไม่เห็นเลือด วางยาพิษโดยไม่ต้องใช้ยา ซ่อนคมในฝัก ใช้วิธีร้ายกาจจนอีกฝ่ายพินาศโดยไม่รู้ตัว...
แต่เจ้าสาวใช้ฮวาเอ๋อร์กลับเอาแต่ตั้งใจฟัง โดยไม่ระแคะระคายอะไรเลย
“คุณหนู ข้าพูดอะไรผิดไปหรือเจ้าคะ?” สาวใช้ฮวาเอ๋อทำหน้าตาใสซื่อมองคุณหนูของตน ใบหน้ากลมเหมือนซาลาเปาเต็มไปด้วยความสงสัย
หลี่ซูได้ยินแล้วกลอกตาไปมา
“คุณหนู ก็เป็นคุณชายหลี่เหยียนโจวนะเจ้าคะ ไม่ใช่ฮูหยินใหญ่”
สาวใช้ฮวาเอ๋อพูดพลางทำหน้ามุ่ย รู้สึกเหมือนถูกคุณหนูของนางรังแก
“เจ้าคนโง่นั่นก็แค่ถูกใช้เป็นเครื่องมือเท่านั้น...” หลี่ซูยิ้มเยาะ สายตาคู่งามเปี่ยมไปด้วยความดูแคลน
“อ๋า?” สาวใช้ฮวาเอ๋ออ้าปากค้างด้วยความตกใจ
“อ๋าอะไรเล่า”
“เจ้าโง่ เมื่อครู่นี้เจ้าเองก็พูดไม่ใช่หรือว่า เมื่อคืนป้าสะใภ้ใหญ่ให้พี่หงเอ๋อร์ไปส่งซุปโสมให้เจ้าโง่นั่น” หลี่ซูยกมือเรียวเคาะเบา ๆ ที่หน้าผากของสาวใช้ฮวาเอ๋อร์
“ใช่เจ้าค่ะ ข้าได้ยินหลิวซูจากเรือนข้าง ๆ บอกว่า เป็นฮูหยินใหญ่ที่ให้พี่หงเอ๋อร์ไปส่งซุปโสมให้คุณชายหลี่เหยียนโจวเมื่อคืนนี้ บอกว่าคุณชายเพิ่งสอบเสร็จ ต้องบำรุงร่างกาย แต่…แต่คุณชายคนนั้นจิตใจชั่วร้ายจริง ๆ”
สาวใช้ฮวาเอ๋อร์ยกมือปิดหน้าผากที่เพิ่งถูกเคาะ พยักหน้าแล้วก็ส่ายหัวไปมา
“หึหึ ส่งไปแต่หัววันก็ไม่ส่ง กลับส่งไปดึกดื่นตอนกำลังจะเข้านอน เจ้าคิดว่าเป็นเรื่องบังเอิญหรือ”
หลี่ซูกลอกตา ยกมุมปากขึ้นเป็นรอยยิ้มเย็นชา
“แต่ว่า อย่างไรเสียก็เป็นเพราะคุณชายโจวเลวอยู่ดี” สาวใช้ยังคงทำแก้มพองด้วยความสงสัย
“เจ้าคิดว่าฮูหยินใหญ่เป็นคนดีแล้วหรือ สาวใช้หงเอ๋อร์เป็นคนของท่านโหว แต่ฮูหยินใหญ่ก็มีสาวใช้ของนางเองอยู่แล้ว เหตุใดจึงต้องส่งสาวใช้ของท่านโหวไปส่งซุปโสมให้เจ้าคนโง่นั่นกันล่ะ เจ้าโง่นั่นโง่และเลวจริง แต่ว่าอย่าดูแค่ที่เขาอ้วนเลย เขาขี้ขลาดยิ่งกว่าหนูเสียอีก ต่อให้เขาคิดอกุศล ก็คงไม่กล้าแตะต้องสาวใช้ข้างกายท่านโหวแน่ ๆ” หลี่ซูพูดพลางหัวเราะเยาะ
“แต่ว่าเขาก็รังแกพี่หงเอ๋อร์จริง ๆ นี่เจ้าคะ” สาวใช้ฮวาเอ๋อร์เริ่มลังเลกับความคิดของตัวเอง แต่ก็ยังรู้สึกติดใจสงสัย
“ปัญหามันอยู่ที่ซุปโสมนั่นแหละ หึหึ ใครกันที่ดึกดื่นแล้วยังจะดื่มซุปโสม อีกอย่างฮูหยินใหญ่จะใส่อะไรลงไปบ้างก็ไม่รู้ ถ้าไม่ตื่นเต้นก็ให้มันรู้ไปสิ”
หลี่ซูเหลือบตามองออกไปนอกหน้าต่าง แววตาเย็นชา
สาวใช้ฮวาเอ๋อร์ได้ยินดังนั้นก็ใช้เวลาคิดอยู่พักหนึ่ง แล้วตัวสั่นขึ้นมาทันที จากนั้นก็พองแก้มพูดว่า “ฮูหยินใหญ่น่ากลัวเกินไปแล้ว…นางไม่กลัวท่านโหวจับได้หรือเจ้าคะ”
“จับได้หรือ หึหึ ฮูหยินใหญ่คิดแผนการรอบคอบขนาดนี้ เจ้าคิดว่าท่านโหวจะจับได้ง่าย ๆ หรือไง ร่องรอยคงถูกเก็บกวาดไปหมดแล้ว อีกอย่าง ต่อให้ท่านโหวจับได้แล้วยังไงกันเล่า เขาจะเอาเรื่องฮูหยินใหญ่เพราะสาวใช้คนเดียวหรืออย่างไร อย่าลืมว่ายังมีตระกูลของฮูหยินใหญ่อยู่เบื้องหลังด้วย ถึงอย่างนั้น นางก็ยังคงใจร้อนเกินไป แม้ว่าจะไม่มีหลักฐาน ก็ต้องมีคนสงสัยอยู่ดี”
หลี่ซูปรายตามองสาวใช้ฮวาเอ๋อร์ ก่อนจะพูดต่อ “ฮูหยินใหญ่น่ะร้ายก็จริง แต่ท่านโหวเองก็ดีไปกว่านางซะที่ไหนกัน เจ้าคนโง่นั่นรังแกสาวใช้หนึ่งคน อย่างมากก็แค่ให้ฐานะเล็ก ๆ น้อย ๆ ก็จบแล้ว แต่ท่านโหวกลับโกรธขนาดนี้ทำไมกัน”
“หา? คุณหนู ท่านหมายถึงท่านโหวกับพี่หงเอ๋อร์ก็…” สาวใช้ฮวาเอ๋อร์อ้าปากค้างด้วยความตกใจ ใบหน้ากลมเหมือนซาลาเปาของนางเต็มไปด้วยความขยะแขยงราวกับถูกทำให้คลื่นไส้
ท่านหลินหวายโหวมีความสัมพันธ์กับสาวใช้ แล้วลูกชายของเขาก็เข้าไปยุ่งเกี่ยวอีก…
ตั้งแต่สมัยจักรพรรดิหงอู่ของราชวงศ์หมิงมา กฎระเบียบเรื่องลำดับชนชั้นและศีลธรรมถือเป็นสิ่งสำคัญมาก เรื่องแบบนี้ที่เกิดขึ้นในจวนหลินหวายดหว เป็นเรื่องที่เกินจะรับไหวสำหรับสาวใช้ฮวาเอ๋อร์
“จวนแห่งนี้ ภายนอกดูสงบสุขกลมเกลียว แต่ภายในกลับสกปรกโสมมสิ้นดี” หลี่ซูพูดด้วยน้ำเสียงดูแคลน
“ท่านโหวน่ากลัวมากเลยเจ้าค่ะ คุณหนู พวกเรากลับบ้านกันเถอะ” สาวใช้ฮวาเอ๋อร์เริ่มหวาดกลัว
“รู้จักกลัวแล้วหรือ เจ้าคิดว่าใคร ๆ ก็ใสซื่อเหมือนเจ้าอย่างนั้นหรือ คนในจวนนี้มีใครบ้างที่ไม่เจ้าเล่ห์ราวกับปีศาจ เจ้าเรียนรู้ให้มากกว่านี้เสียหน่อยเถิด เดี๋ยวจะถูกขายไปแล้วยังไม่รู้ตัว” หลี่ซูปรายตามองสาวใช้ฮวาเอ๋อร์อย่างขบขัน
“แต่ว่า…แต่ว่าจะเรียนรู้อย่างไรเล่าเจ้าคะ” สาวใช้ฮวาเอ๋อร์ทำแก้มพองอย่างจนปัญญา แต่ทันใดนั้นดวงตาของนางก็เป็นประกายขึ้นมา “คุณหนูฉลาด ข้าตามคุณหนูไปก็พอแล้ว”
พูดจบ สาวใช้ฮวาเอ๋อร์ก็รีบหยิบถาดผลไม้ขึ้นมา ถือไว้อย่างนอบน้อมแล้วยื่นไปตรงหน้าหลี่ซู ใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้มประจบ
“เจ้านี่มันเจ้าเล่ห์เสียจริง” หลี่ซูเห็นแล้วหัวเราะเบา ๆ หยิบไม้จิ้มฟันจิ้มผลไม้ขึ้นมากินหนึ่งคำ