- หน้าแรก
- วิทยุของผมติดต่อกับโลกเซียนได้
- บทที่ 379 คลื่นสำนักเซียนเหอฮวนเปิดใช้งาน
บทที่ 379 คลื่นสำนักเซียนเหอฮวนเปิดใช้งาน
บทที่ 379 คลื่นสำนักเซียนเหอฮวนเปิดใช้งาน
"หึหึ จะอายุกี่ปีก็ต้องรอให้เธอมาถึงก่อนถึงจะรู้นั่นแหละ เพื่อนเก่าฉันคนนี้ปิดปากเงียบกริบเลย บอกว่าจะบอกให้ฟังต่อหน้าเธอเท่านั้นแหละ พรุ่งนี้ถ้าเธอว่างก็แวะมาหน่อยสิ เพื่อนฉันคนนี้เป็นคนไว้ใจได้ ไม่เอาเรื่องไปพูดมั่วซั่วหรอก" เนี่ยเหวินซานหัวเราะในลำคอ ส่ายหน้าอย่างจนปัญญา
โจวอวี่คิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพยักหน้าตอบรับ "ได้ครับ พรุ่งนี้ผมต้องไปถ่ายโฆษณาที่จิ่งเฉิงพอดี น่าจะแวะไปหาท่านช่วงบ่ายๆ ได้ อ้อ แต่ผมจะพาสุนัขเทพทั้งสามตัวไปด้วยนะครับ"
เขาเดาว่าต่อให้เห็ดหลินจือจะอายุมากแค่ไหน ก็คงไม่น่าจะถึงร้อยปีหรอก ในเวลาสั้นๆ แค่นี้ จะให้กลายเป็นเห็ดหลินจือร้อยปีได้ยังไง ไม่งั้นเขาคงไม่ได้ครอบครองท่อนไม้ผุนั่นหรอก
ด้วยความสามารถที่เขามีในตอนนี้ เขามั่นใจว่าสามารถปกป้องตัวเองได้สบายๆ ดังนั้นการไปพบเพื่อนของเนี่ยเหวินซานก็ไม่ใช่เรื่องน่ากังวลอะไร
"ฮ่าๆ ดีเลย! เอาจริงๆ ฉันยังไม่เคยเห็นสุนัขเทพของเธอตัวเป็นๆ เลยสักครั้ง พาพวกมันมาด้วยก็ดีเลย" พอได้ยินว่าโจวอวี่จะพาสุนัขเทพมาด้วย เนี่ยเหวินซานก็ตอบรับด้วยความยินดีปรีดา
โจวอวี่ยิ้มรับคำ แล้ววางสายไป ไม่นานนักโทรศัพท์ก็ดังขึ้นอีกครั้ง พอหยิบขึ้นมาดูก็เห็นว่าเป็นเบอร์ของหานเวยหมิน เขาหัวเราะเบาๆ แล้วกดรับสาย "ท่านผู้กำกับหาน ได้รับมอบตัวผู้ต้องหาเรียบร้อยแล้วใช่ไหมครับ"
"ฮ่าๆ ส่งตัวไปที่มณฑลเรียบร้อยแล้ว แหม... สุนัขเทพของเธอนี่ลงมือไม่เกรงใจกันเลยนะ หน้าของอู๋จวินหาวงี้บวมเป่งจนดูไม่ได้เลยเชียว" หานเวยหมินหัวเราะร่วน แซวกลับด้วยน้ำเสียงหยอกล้อ
โจวอวี่รีบทำเสียงขึงขัง "ท่านผู้กำกับหาน พูดแบบนี้ผมฟ้องหมิ่นประมาทได้เลยนะ หน้าของอู๋จวินหาวโดนฝูงหมาจรจัดรุมกัดต่างหาก ไม่เกี่ยวกับสุนัขเทพของผมสักนิด พวกมันทำชั่วมาเยอะ ก็ต้องโดนกรรมตามสนองแบบนี้แหละ"
"ใช่ๆๆ โดนหมาจรจัดกัด ฉันลืมไปเลย เธอนี่หัวไวชะมัด" หานเวยหมินหัวเราะชอบใจ "ตอนนี้เราจับกุมผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ได้เกือบหมดแล้ว อู๋จวินหาวยอมรับสารภาพหมดเปลือก ไม่ขัดขืนเลยสักนิด แถมยังคายที่ซ่อนของผู้ต้องหาอีกคนที่กำลังหลบหนีอยู่ให้เราฟังหมดเปลือกเลยด้วย"
"พวกนี้ล้วนเป็นพวกเศรษฐีมีอำนาจทั้งนั้น ปกติจะติดต่อกันผ่านกลุ่มลับ เสนอไอเดียอยากกินของแปลกๆ แล้วลงขันจ้างคนไปหามาให้ จากนั้นก็นัดกินด้วยกัน จากหลักฐานการแชทที่เราเจอ บอกเลยว่าน่าสะพรึงกลัวมาก ของบางอย่างที่เราคิดไม่ถึง หรือแม้แต่คิดว่าไม่น่าจะเป็นไปได้ พวกมันก็เคยกินมาหมดแล้ว ไอ้พวกนี้มันไร้มนุษยธรรมสิ้นดี" พูดถึงตอนท้าย น้ำเสียงของหานเวยหมินก็เปลี่ยนเป็นโกรธเกรี้ยว
จากคำพูดของหานเวยหมิน โจวอวี่พอจะจินตนาการออกเลยว่าของที่คิดไม่ถึงที่พวกมันกินกันคืออะไร รกเด็กนี่คงเป็นแค่ระดับเริ่มต้นสำหรับพวกมันแล้วล่ะมั้ง
"ท่านผู้กำกับหานครับ คนบางคนก็ไม่สมควรถูกเรียกว่ามนุษย์จริงๆ หวังว่าครั้งนี้พวกมันจะได้รับผลกรรมอย่างสาสมนะครับ" โจวอวี่พูดเสียงเรียบ ขนาดสุนัขเทพยังคิดจะกิน คงไม่มีอะไรที่พวกมันไม่กล้ากินแล้วล่ะ
"วางใจเถอะเสี่ยวอวี่ พวกมันหนีอาญาแผ่นดินไม่พ้นแน่ๆ อย่างน้อยๆ ส่วนใหญ่ก็คงต้องไปนอนกินข้าวแดงในคุกไปจนตาย ส่วนไอ้แว่นที่มากับอู๋จวินหาวก็ไม่ใช่คนดีอะไรหรอกนะ ถึงคราวนี้มันจะไม่ได้ร่วมมือวางยาเบื่อสุนัขเทพ แต่คดีเก่าๆ มันก็มีเอี่ยวเพียบเลย"
หานเวยหมินให้คำมั่นสัญญาอย่างหนักแน่น จากหลักฐานที่มีอยู่ การจะส่งพวกมันไปนอนคุกตลอดชีวิตไม่ใช่เรื่องยากเลย
"อ้อ แบบนี้ผมก็มีความดีความชอบด้วยสิครับ ว่าแต่ ท่านผู้กำกับหานครับ มีรางวัลอะไรให้ผมไหมเนี่ย ผมอุตส่าห์จับผู้ร้ายตั้งสองคน แถมยังมีบอดี้การ์ดพกปืนมาด้วยอีกนะ" โจวอวี่ยิ้มร่า เขาตะหงิดๆ ตั้งแต่แรกแล้วว่าไอ้แว่นนั่นไม่ใช่คนดี ที่แท้ก็ใช่จริงๆ ด้วย
"ฮ่าๆ แน่นอนสิ เดี๋ยวฉันจะรายงานเบื้องบน ขอใบประกาศเกียรติคุณให้เธอสักใบ" หานเวยหมินหัวเราะร่วน "อ้อ พรุ่งนี้ทางตำรวจภูธรมณฑลจะจัดงานแถลงข่าว ชี้แจงรายละเอียดคดีให้ประชาชนทราบ ถึงตอนนั้นเธอจะได้รู้ว่าไอ้พวกนี้มันเลวระยำสมควรตายขนาดไหน"
โจวอวี่พยักหน้า จากคำพูดของหานเวยหมิน เขาก็พอจะเดาอะไรได้หลายๆ อย่าง เขาคุยกับหานเวยหมินต่ออีกสักพักก็วางสายไป
เขาดูเวลา แล้วหยิบพู่กันขึ้นมาเขียนตัวอักษรที่ยังเขียนไม่เสร็จต่อ เขียนเสร็จก็หยิบหนังสือมาอ่านเล่นสักพัก ก่อนจะมานั่งรอหน้าโต๊ะ รอเวลาวิทยุเปิดทำงาน
พอใกล้จะถึงเที่ยงคืน แสงสีขาวนวลก็ค่อยๆ สว่างขึ้นบนวิทยุเก่าๆ เครื่องนั้น โจวอวี่มองแสงนั้นด้วยความคาดหวัง
เขาเอื้อมมือไปหยิบวิทยุมาเปิดสวิตช์ เสียงซ่าอันคุ้นเคยดังขึ้น เขาค่อยๆ หมุนปุ่มหาคลื่น สายตาจับจ้องไปที่คลื่นที่สอง ซึ่งก็คือคลื่นของเทพธิดาซู่ซินที่เคยเปิดเจอมาก่อนหน้านี้
'ลูกพี่วิทยุ ครั้งนี้ขอให้เป็นคลื่นเทพธิดาซู่ซินเถอะนะขอรับเขาสวดมนต์อ้อนวอนในใจซ้ำแล้วซ้ำเล่า
โจวอวี่ค่อยๆ หมุนปุ่มไปเรื่อยๆ จนถึงคลื่นแรก ซึ่งก็คือหุบเขาครัวเทพ แต่คราวนี้ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เสียงซ่ายังคงดังอยู่เหมือนเดิม
เขาจ้องเขม็งไปที่คลื่นถัดไปอย่างใจจดใจจ่อ ลุ้นให้เสียงพิณคุ้นหูดังขึ้นมา ปุ่มหมุนค่อยๆ ขยับ เข็มชี้คลื่นก็ค่อยๆ เลื่อนต่ำลง ในที่สุดก็มาถึงคลื่นของเทพธิดาซู่ซิน แต่ทว่า เสียงซ่าก็ยังคงดังอยู่ ไม่ได้หายไปไหน นั่นหมายความว่า ครั้งนี้คลื่นที่เปิดไม่ใช่คลื่นของเทพธิดาซู่ซิน
โจวอวี่ถอนหายใจยาว ส่ายหน้าอย่างผิดหวัง ดูเหมือนการจะได้รูปเซลฟี่ของเทพธิดาซู่ซินมาครอบครอง คงไม่ใช่เรื่องง่ายซะแล้ว สงสัยครั้งหน้าก็คงแห้วอีกตามเคย
เขาเดาว่าคลื่นที่เปิดคราวนี้น่าจะเป็นคลื่นของศิษย์อาอู่ ไม่ก็คลื่นของเริ่นเทียนป้าแน่ๆ
คราวก่อนเขาส่งหยกหวงหลงเกรดกิโลละแสนสี่ให้ศิษย์อาอู่ ไม่รู้ว่าป่านนี้ศิษย์อาอู่จะหาข้อมูลเกี่ยวกับหยกก้อนนั้นได้หรือยัง เขาอยากรู้เหมือนกันว่าหยกหวงหลงในโลกเซียนมันคืออะไร แล้วอีกอย่าง เนื้อเจียวหลงครึ่งท่อนของศิษย์อาหลู่จากสำนักเซียนเหอฮวนก็ยังอยู่ที่ศิษย์อาอู่ด้วย
เขาเคยกินเนื้อสัตว์วิญญาณมาก็เยอะ แต่ส่วนใหญ่เป็นพวกสัตว์ดุร้ายทั่วไป ยังไม่เคยเห็นเนื้อสัตว์จำพวกมังกรหรือเจียวหลงเลย คงเป็นของล้ำค่าสุดๆ ในโลกเซียนแน่ๆ
เข็มชี้คลื่นค่อยๆ เลื่อนมาถึงตำแหน่งคลื่นของศิษย์อาอู่ แต่ทว่า เสียงที่ดังออกมาก็ยังคงเป็นเสียงซ่า โจวอวี่ส่ายหน้ายิ้มๆ ตอนนี้ก็เหลือแค่คลื่นของเริ่นเทียนป้ากับคลื่นสำนักหมื่นสัตว์แล้วล่ะ
คลื่นของเริ่นเทียนป้าเคยเปิดเจอมาแล้วสองสามครั้ง ส่วนคลื่นสำนักหมื่นสัตว์เคยเปิดเจอแค่ครั้งเดียว ได้ยาเม็ดกระดูกโลหิตมา แต่ที่เขาทะลวงจุดสำเร็จก็เพราะพลังจากวิทยุ ไม่ใช่เพราะยาเม็ดนั่น แล้วหลังจากนั้นเขาก็ไม่ได้ใช้ยาพวกนั้นอีก เพราะเขาได้คัมภีร์วิถีเที่ยงธรรมมาฝึกปราณเที่ยงธรรมแทน ตอนนี้ระดับการฝึกตนของเขาก็มีผลแค่ทำให้ร่างกายแข็งแรงขึ้นเท่านั้น
โจวอวี่หมุนปุ่มต่อไปเรื่อยๆ ตอนนี้มีแค่ไม่กี่คลื่นที่เคยเปิดเจอ เขาจำตำแหน่งคลื่นพวกนั้นได้แม่นยำ ขณะที่กำลังหมุนอยู่ จู่ๆ เสียงซ่าก็หายไป
วินาทีที่เสียงซ่าเงียบลง เขาก็ปล่อยมือจากปุ่มหมุนทันทีเอ๊ะ วิทยุเปิดคลื่นใหม่งั้นเหรอเนี่ยเพราะตำแหน่งนี้ยังอยู่ห่างจากคลื่นถัดไปอีกพอสมควร ไม่รู้ว่าคราวนี้จะเป็นคลื่นของสำนักไหนนะ
ตอนนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงหอบหายใจหนักๆ ดังมาจากวิทยุ ตามมาด้วยเสียงครางกระเส่า "อ๊า... ศิษย์พี่หลู่ แรงอีกนิดสิเจ้าคะ"
ได้ยินเสียงครางยั่วยวนแบบนั้น โจวอวี่ถึงกับเหงื่อตกเวรล่ะ นี่มันช่องผู้ใหญ่ของโลกเซียนชัดๆโชคดีนะที่เขาอยู่บ้านคนเดียว ขืนมีใครมาได้ยินเข้า คงคิดว่าเขาเปิดหนังโป๊ดูแน่ๆ
ศิษย์พี่หลู่? บวกกับเสียงแบบนี้ เขาพอจะเดาออกแล้วว่าน่าจะเป็นคลื่นสำนักเซียนเหอฮวนแหงๆ ตามที่ศิษย์อาอู่เคยเล่าให้ฟัง สำนักนี้วันๆ เอาแต่ฝึกวิชาคู่บำเพ็ญหยินหยาง วิชาเสพสังวาสกันทั้งวันทั้งคืน
จากนั้น เสียงหอบหายใจก็ถี่รัวขึ้น แล้วทุกอย่างก็เงียบลง "ศิษย์พี่หลู่ ท่านหมดน้ำยาอีกแล้วเหรอ ยาที่ไปขอมาคราวก่อนหมดแล้วหรือยัง ตอนนั้นท่านทำให้ข้าเสียวจนขึ้นสวรรค์เลยนะ ตอนนี้ช่างน่าเบื่อเสียจริง ท่านรีบไปขอท่านผู้อาวุโสท่านนั้นใหม่เถอะ ไม่อย่างนั้น พรุ่งนี้ไม่ต้องมาหาข้าแล้วนะ ผู้ชายที่ต่อคิวรอขึ้นเตียงข้าน่ะ ยาวไปถึงหน้าประตูสำนักนู่น"
โจวอวี่ยิ้มอย่างอ่อนใจ เป็นคลื่นสำนักเซียนเหอฮวนจริงๆ ด้วย วิทยุนี่ก็มีรสนิยมแปลกๆ นะ แทนที่จะเปิดคลื่นเทพธิดาซู่ซินให้เขา ดันมาเปิดคลื่นพรรค์นี้ซะได้
นี่ก็เท่ากับว่าตอนนี้วิทยุมีช่องผู้ใหญ่เพิ่มมาอีกช่องนึงแล้วสิ! แบบนี้มันทำร้ายจิตใจคนโสดชัดๆ ฟังจากบทสนทนา ยาหม่องน้ำที่ศิษย์อาหลู่ได้ไปคงหมดเกลี้ยงแล้ว แล้วดูท่าทางคนสำนักนี้คงจะหมกมุ่นกับเรื่องพรรค์นี้กันทั้งวันแน่ๆ