เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 371 กระแสตอบรับคอนเสิร์ตขลุ่ยผิว

บทที่ 371 กระแสตอบรับคอนเสิร์ตขลุ่ยผิว

บทที่ 371 กระแสตอบรับคอนเสิร์ตขลุ่ยผิว


พอถึงเวลาห้าโมงเย็น โจวอวี่พาสุนัขเทพสองตัวไปโต้คลื่น นักท่องเที่ยวหลายคนก็เข้ามาถามไถ่ด้วยความเป็นห่วง พวกเขารู้ข่าวเรื่องมีคนพยายามวางยาเบื่อสุนัขเทพเมื่อเช้าจากช่องทางต่างๆ

โจวอวี่กล่าวขอบคุณทุกคนที่เป็นห่วง พร้อมยืนยันว่าสุนัขเทพทั้งสามตัว รวมถึงสัตว์ตัวอื่นๆ ในสวน ปลอดภัยดีไม่มีใครได้รับอันตราย ตอนนี้คนร้ายถูกจับกุมแล้ว และคดีกำลังอยู่ในระหว่างดำเนินการ

ส่วนเรื่องที่มีเบื้องลึกเบื้องหลังว่ามีคนใหญ่คนโตอยากกินเนื้อสุนัขเทพ เขาเลือกที่จะยังไม่เปิดเผย เพราะขืนบอกไปตอนนี้ มีหวังนักท่องเที่ยวตรงนี้ได้ของขึ้นกันระนาวแน่

พอได้เวลาโต้คลื่น หวังฟู่กุ้ยก็อุ้มกระดานโต้คลื่น พาสุนัขเทพทั้งสองตัวเดินลงหาด ท่ามกลางเสียงเชียร์เกรียวกราวของผู้ชมสองข้างทาง

มองแผ่นหลังของหวังฟู่กุ้ย โจวอวี่ก็อดอมยิ้มไม่ได้ เมื่อเช้าตอนเกิดเรื่อง หวังฟู่กุ้ยก็ช่วยได้เยอะเลย พ่อแม่เล่าให้ฟังว่าตอนที่พวกป้ามหาภัยรุมด่า หวังฟู่กุ้ยนี่แหละที่พุ่งเข้าไปขวางไว้เป็นคนแรก

จากนั้นชาวบ้านเถาหยวนหลายคนก็แห่กันมาเตรียมจะเปิดศึก แต่โชคดีที่ตำรวจมาถึงก่อน เรื่องเลยไม่บานปลายถึงขั้นลงไม้ลงมือ

เขาเดาว่าป้ามหาภัยพวกนั้นคงไม่กล้ามาแหยมอีกแล้วล่ะ ขืนมาอีก เขาจะทำให้รู้ซึ้งถึงคำว่าสยองขวัญเลยคอยดู

กับพวกป้าปากจัดแบบนี้ ยอมอ่อนข้อให้ไม่ได้เด็ดขาด ไม่งั้นยิ่งได้ใจ ความสุภาพอ่อนน้อมน่ะ มีไว้ใช้กับคนปกติเท่านั้นแหละ ซึ่งพวกป้ามหาภัยไม่ได้อยู่ในหมวดหมู่คนปกติ

เสร็จจากการโต้คลื่น โจวอวี่กลับมาที่สวนท้อ ให้อาหารพวกสัตว์ในสวนเสร็จ ก็กลับเข้าห้องมาฝึกเขียนพู่กันอยู่พักหนึ่ง จากนั้นก็เปิดคอมพิวเตอร์ล็อกอินเข้าเว่ยป๋อเริ่มจากเช็คข้อความส่วนตัวและคอมเมนต์ ซึ่งส่วนใหญ่ก็ถามไถ่เรื่องคนวางยาเบื่อสุนัขเทพเมื่อเช้านี้แหละ

ดูเหมือนนักท่องเที่ยวที่อยู่ในเหตุการณ์เมื่อเช้าจะเอาเรื่องไปกระจายในเน็ตจนรู้กันทั่วแล้ว แต่เขาก็ยังไม่ตอบอะไรกลับไป กะว่ารอให้ตำรวจลากคอพวกที่อยากกินสุนัขเทพมาเข้าซังเตให้หมดก่อนค่อยว่ากัน

เลื่อนดูข่าวสารในเว่ยป๋อไปเรื่อยๆ โจวอวี่ก็สะดุดตาเข้ากับโพสต์ที่เนี่ยเหวินซานแชร์มา เป็นโพสต์ของอาจารย์ไช่ ซึ่งลงคลิปวิดีโอบันทึกการแสดงคอนเสิร์ตเดี่ยวขลุ่ยผิวเมื่อวานแบบเต็มๆ

เขากดเล่นวิดีโอ แล้วก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมา ในคลิป ขลุ่ยไผ่สีเขียวมรกตในมืออาจารย์ไช่โดดเด่นสะดุดตาที่สุดในงานจริงๆ

ท่ามกลางฉากหลังที่ตกแต่งอย่างคลาสสิกงดงาม สีเขียวมรกตของขลุ่ยช่างให้ความรู้สึกสดชื่นสบายตาเสียนี่กระไร เครื่องดนตรีของวงดนตรีพื้นบ้านจิ่งเฉิงที่อยู่ด้านหลัง ล้วนเป็นสีโทนเข้มทั้งหมด ไม่มีเครื่องดนตรีชิ้นไหนเลยที่จะมีสีเขียวสดใสเหมือนขลุ่ยไผ่ในมืออาจารย์ไช่

ไม่นาน ท่วงทำนองคุ้นหูของเพลงกูซูสิงก็ดังขึ้น แม้ระบบเสียงในคลิปจะเทียบไม่ได้กับการฟังสดๆ ในหอแสดงดนตรีที่ให้ความรู้สึกทรงพลังกว่า แต่เสียงขลุ่ยในคลิปก็ยังไพเราะจับใจอยู่ดี

ก็สมกับเป็นอาจารย์ไช่ นักเป่าขลุ่ยชื่อดังระดับประเทศ ดูจากคุณภาพคลิปก็รู้เลยว่าใช้ทีมงานมืออาชีพถ่ายทำ พยายามดึงคุณภาพเสียงสดๆ ในงานมาให้ได้มากที่สุด

เสียงขลุ่ยในคลิปยังคงมีมนต์ขลัง ดึงดูดให้ผู้ฟังดำดิ่งลงไปในห้วงอารมณ์ของบทเพลง ภาพความงดงามของทิวทัศน์เจียงหนานตามท้องเรื่องของเพลงกูซูสิง ค่อยๆ ปรากฏขึ้นในห้วงคำนึง

โจวอวี่ฟังเพลงขลุ่ยไปพักหนึ่งก็ปิดคลิป ในคลิปไม่มีช่วงพักเบรกเลย เล่นเพลงต่อเพลงให้ผู้ชมได้ดื่มด่ำกับคอนเสิร์ตเดี่ยวขลุ่ยผิวอย่างจุใจ

เพลงขลุ่ยที่อาจารย์ไช่ใช้ขลุ่ยไผ่เสียงมรกตเป่านั้น ไพเราะกว่าเพลงขลุ่ยที่เขาเคยฟังในเน็ตอย่างเทียบไม่ติด ไผ่เสียงมรกตจากสำนักเสียงสวรรค์นี่สมคำร่ำลือจริงๆ นี่ขนาดยังเป็นแค่ไผ่เสียงมรกตระดับล่างสุดนะ ถ้าเป็นไผ่เสียงวิญญาณ หรือไผ่เสียงเซียนระดับสูงขึ้นไป จะสุดยอดขนาดไหน

เขาเคยได้นกหวีดไผ่เสียงสวรรค์จากเทพธิดาซู่ซินมาอันนึง ทำจากเศษไผ่ที่เหลือจากการทำขลุ่ย อานุภาพของมันร้ายกาจมาก เป่าแค่ไม่กี่วินาทีก็ทำให้พวกสัตว์ร่าเริงขึ้นมาได้ เรียกว่ามีพลังควบคุมอารมณ์ได้เลยทีเดียว

ปิดคลิปเสร็จ โจวอวี่ก็เลื่อนดูคอมเมนต์และยอดแชร์ ซึ่งพุ่งสูงปรี๊ดจนน่าตกใจ แม้ตอนนี้ยอดแชร์จะยังไม่เท่าคลิปเพลง "สายลมแผ่ว" ของเนี่ยเหวินซาน แต่เดี๋ยวพอเวลาผ่านไป กระแสตอบรับของคอนเสิร์ตขลุ่ยผิวครั้งนี้ก็คงจะกระจายออกไปเป็นวงกว้างแน่ๆ

คอมเมนต์ในเว่ยป๋อมีแต่คนแสดงความตื่นตะลึง หลายคนบอกว่าเกิดมาไม่เคยฟังเพลงขลุ่ยที่ไพเราะขนาดนี้มาก่อน บางคนแอบฟังตอนทำงาน ฟังเพลินจนลืมตัว

บางคนบอกว่าโดนเจ้านายจับได้คาหนังคาเขา แต่สุดท้ายเจ้านายดันมานั่งฟังด้วยกันซะงั้น โจวอวี่อ่านแล้วก็ขำ ไม่รู้ว่าเรื่องแต่งเอาฮาหรือเรื่องจริง แต่ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าเพลงขลุ่ยของอาจารย์ไช่มันไพเราะจริงๆ นั่นแหละ

ขนาดเมื่อเช้านี้ยังมีคนโทรหาเนี่ยเหวินซานถามเรื่องขลุ่ยไผ่เสียงมรกตกันให้สายไหม้ ถ้าคลิปคอนเสิร์ตนี้ไวรัลเมื่อไหร่ คงมีคนอยากได้ขลุ่ยไผ่เสียงมรกตอีกเพียบ ถึงตอนนั้นคงไม่ใช่แค่ประมูลกันในวงแคบๆ แล้ว เผลอๆ อาจจะได้ขึ้นเวทีประมูลระดับประเทศเลยด้วยซ้ำ

คิดได้ดังนั้น โจวอวี่ก็กดแชร์คลิป พร้อมพิมพ์แคปชั่นว่า "เมื่อวานมีโอกาสได้ไปฟังคอนเสิร์ตของอาจารย์ไช่ที่หอแสดงดนตรีจิ่งเฉิงมาครับ สุดยอดมากจริงๆ ลองฟังกันดูนะครับ"

ถึงขลุ่ยไผ่เสียงมรกตจะเป็นของเขา แต่พอได้ไปฟังคอนเสิร์ตสดๆ เขาก็ยังทึ่งในความไพเราะของมัน การแชร์เพื่อโปรโมทก็เป็นเรื่องสมควรแล้ว

แชร์เสร็จ เขาก็กดติดตามเว่ยป๋อของอาจารย์ไช่ ขลุ่ยไผ่เสียงมรกตที่เนี่ยเหวินซานสร้างขึ้น ได้เปล่งประกายอย่างแท้จริงในมือของอาจารย์ไช่

เล่นเน็ตไปได้สักพัก โจวอวี่ก็ปิดคอมพิวเตอร์ แล้วล้มตัวลงนอนกลิ้งสร้อยข้อมือไม้จันทน์แดงเล่นบนเตียง ตอนนี้เขาเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมคนถึงชอบเล่นพวกของสะสมกันนัก มันเป็นของเล่นแก้เบื่อชั้นดีเลยล่ะ โดยเฉพาะสัมผัสที่เนียนลื่นของไม้จันทน์แดง ยิ่งจับยิ่งเพลิน

เขาเปิดเพลงกู่ฉินฟังคลอเบาๆ แล้วหลับตาลง เพลงกู่ฉินและเพลงขลุ่ยต่างก็มีความไพเราะในแบบของตัวเอง แต่ถ้าให้เลือก เขายังคงชอบอารมณ์เพลงของกู่ฉินมากกว่า ไม่นานนัก เขาก็ผล็อยหลับไปพร้อมกับเสียงเพลงอันไพเราะ

เช้าวันรุ่งขึ้น โจวอวี่ตื่นมาด้วยความสดชื่นแจ่มใส แม้ร่างกายเขาจะแข็งแรงจนนอนที่ไหนก็เหมือนกัน แต่ยังไงนอนบ้านตัวเองก็สบายใจที่สุด ท่ามกลางสภาพแวดล้อมและสิ่งของที่คุ้นเคย

หลังจากดูดซับละอองแสงแห่งความเที่ยงธรรมเสร็จ เขาก็พากันออกไปวิ่งจ็อกกิ้งรอบสวนท้อพร้อมกับพวกหู่จื่อ ตอนทำมื้อเช้า เขาก็เจียวไข่ไก่หลิงเชวี่ยสองฟอง แล้วโยนเปลือกไข่ให้ไก่จอมรื้อสองตัวกิน

ตอนเห็นเปลือกไข่ ไก่จอมรื้อสองตัวถึงกับทำหน้างง ก็พวกมันไม่ได้ไข่มาสองวันแล้วนี่นา แล้วเปลือกไข่นี่มาจากไหน แต่จังหวะที่พวกมันกำลังงงอยู่นั้น เสี่ยวเป่าก็ย่องมาโฉบเอาเปลือกไข่ครึ่งหนึ่งไปกินหน้าตาเฉย

ไก่จอมรื้อสองตัวเห็นดังนั้นก็หายงงเป็นปลิดทิ้ง ร้องกะต๊ากๆ ลั่นสวน กางปีกพุ่งเข้าใส่เสี่ยวเป่าราวกับเครื่องบินรบเตรียมทิ้งระเบิด

โจวอวี่เห็นแล้วก็หลุดขำ เสี่ยวเป่านี่มันตัวป่วนจริงๆ ตั้งแต่ได้กินเปลือกไข่ไปครั้งก่อน ก็ติดใจตามมาแย่งตลอด เขาปล่อยให้พวกมันตีกันไป ไม่ได้เข้าไปห้าม เพราะรู้ว่าทั้งไก่จอมรื้อและเสี่ยวเป่าต่างก็รู้ลิมิตตัวเอง แค่เล่นกันขำๆ ไม่ได้กะเอาเป็นเอาตาย

ขืนสู้กันจริงๆ เขาว่าเสี่ยวเป่าคงไม่ใช่คู่ปรับของไก่จอมรื้อหรอก จงอยปากพวกมันคมขนาดงับหยกแตกกระจายได้เชียวนะ แต่ก็นั่นแหละ ไก่จอมรื้อวิ่งไล่เสี่ยวเป่าไม่ทันหรอก

ก็เสี่ยวเป่าเล่นสวาปามเนื้อสัตว์วิญญาณเข้าไปตั้งเยอะ ร่างกายเลยแข็งแรงเป็นที่สามรองจากหู่จื่อและต้าเป่าเท่านั้นเอง

โจวอวี่เดินเข้าไปในค่ายกลรวบรวมวิญญาณ ถ่ายทอดปราณสีทองที่ได้จากไข่ไก่หลิงเชวี่ยเข้าไปในต้นหญ้าหมึก แล้วเดินไปดูต้นผลรสเซียน ดูเหมือนจะใกล้ได้เวลาเก็บเกี่ยวอีกแล้ว

ตั้งแต่ปลูกต้นผลรสเซียนพวกนี้ เขาเก็บเกี่ยวไปแล้วสองรอบ รอบนึงได้ผงผลรสเซียน 65 กระปุก สองรอบก็ปาเข้าไป 130 กระปุกแล้ว ถึงเวลาเดินหน้าแผนการขั้นต่อไปสักที

เมื่อตัดสินใจได้ โจวอวี่ก็สตาร์ทรถขับมุ่งหน้าเข้าเมืองจิ่งเฉิงอีกครั้ง ระหว่างทางก็มีสายเรียกเข้าจากสวีหมิงหัว "เสี่ยวอวี่ ฉันเห็นข่าวในเน็ตว่าสุนัขเทพของเธอโดนวางยาเบื่อ เป็นอะไรหรือเปล่า"

"ผู้อาวุโสสวี ไม่ต้องเป็นห่วงครับ สุนัขเทพของผมไม่กินของคนแปลกหน้าหรอกครับ คนร้ายโดนจับไปแล้ว แต่เรื่องนี้มีเบื้องลึกเบื้องหลังนะสิครับ มีคนอยากกินเนื้อสุนัขเทพ เลยจ้างพวกนั้นมาลอบวางยา" โจวอวี่เล่าให้ฟังด้วยน้ำเสียงสบายๆ

"อะไรนะ! มีคนอยากกินสุนัขเทพ! ไอ้พวกนี้มันเสียสติไปแล้วหรือไง! กินของป่าไม่พอยังจะมากินสุนัขเทพอีก! มีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้เลยนะ ฉันพอจะรู้จักคนใหญ่คนโตอยู่บ้าง" สวีหมิงหัวอุทานด้วยความตกใจ ก่อนจะสบถด่าด้วยความโกรธจัด

โจวอวี่รู้สึกอบอุ่นใจ "ขอบคุณมากครับผู้อาวุโสสวี แต่เรื่องนี้ทางตำรวจภูธรระดับมณฑลลงมาจัดการเองแล้วครับ ประกาศกร้าวเลยว่าจะสืบให้ถึงต้นตอ ผมว่าคงไม่มีใครกล้าเอาตัวเข้าไปเสี่ยงช่วยพวกมันหรอกครับ"

"ก็ดีแล้ว ไอ้พวกที่คิดจะกินสุนัขเทพนี่มันวิปริตเกินคนจริงๆ อ้อ... จริงสิ ฉันหาหินเถียนหวงสวยๆ มาได้ก้อนนึง ว่างๆ ก็แวะมาดูนะ แล้วก็ร่างแบบอักษรชื่อเธอที่จะให้สลักลงไปมาด้วยล่ะ"

สวีหมิงหัวพยักหน้าเห็นด้วย สุนัขเทพชื่อดังระดับโลกขนาดนี้ จะปล่อยผ่านไปง่ายๆ ได้ยังไง จากนั้นเขาก็ววกเข้าเรื่องที่ตั้งใจโทรมาหา

"ฮ่าๆ ขอบคุณมากครับผู้อาวุโสสวี บังเอิญจังเลย ตอนนี้ผมกำลังขับรถไปเมืองจิ่งเฉิงพอดี เดี๋ยวช่วงบ่ายผมแวะไปหาที่บ้านนะครับ"

โจวอวี่หัวเราะร่วน กล่าวขอบคุณ เขากำลังอยากได้ตราประทับอยู่พอดี แต่ให้ไปหาซื้อเองคงไม่รอด ต่อให้ซื้อได้ ก็ต้องพึ่งสวีหมิงหัวช่วยดูให้อยู่ดี วงการวัตถุโบราณนี่ตื้นลึกหนาบางมันเยอะ

"โอ้ บังเอิญจริงๆ งั้นฉันรออยู่ที่บ้านนะ" สวีหมิงหัวหัวเราะตอบ

จบบทที่ บทที่ 371 กระแสตอบรับคอนเสิร์ตขลุ่ยผิว

คัดลอกลิงก์แล้ว