- หน้าแรก
- วิทยุของผมติดต่อกับโลกเซียนได้
- บทที่ 351 แผนชมโฉมเทพธิดาซู่ซิน
บทที่ 351 แผนชมโฉมเทพธิดาซู่ซิน
บทที่ 351 แผนชมโฉมเทพธิดาซู่ซิน
หลังจากวางสาย โจวอวี่เปิดคอมพิวเตอร์และได้รับไฟล์แผนการถ่ายทำจากเฮ่อซือหนิง
เขาอ่านผ่านๆ รายละเอียดไม่ต่างจากที่คุยกันทางโทรศัพท์มากนัก เป็นแค่คลิปโฆษณาสั้นๆ 1-2 นาที เน้นโปรโมททางออนไลน์ ส่วนในทีวีจะซื้อเวลาฉายเวอร์ชั่นตัดทอน
ค่าโฆษณาทีวีแพงหูฉี่ โดยเฉพาะช่วงไพรม์ไทม์ ซึ่งเขาคิดว่าไม่จำเป็น เพราะตอนนี้หู่จื่อ ต้าเป่า และเสี่ยวเป่า ดังในเน็ตอยู่แล้ว แค่มีข่าวว่าถ่ายโฆษณา คนก็ตามไปดูเอง
โดยทั่วไปโฆษณาอาหารสุนัขมักถ่ายในสตูดิโอ แต่แบรนด์นี้เสนอไอเดียถ่ายกลางแจ้งที่ชายหาด ซึ่งโจวอวี่มีสิทธิ์ตัดสินใจขั้นสุดท้าย
ค่าตัวพรีเซ็นเตอร์ขยับขึ้นหลังจากต่อรอง แบรนด์เสื้อผ้าอเมริกันเพิ่มเป็น 6.5 ล้านหยวนต่อปี แบรนด์อาหารสุนัขเพิ่มเป็น 4 ล้านหยวนต่อปี พร้อมเงื่อนไขห้ามรับงานอาหารสุนัขยี่ห้ออื่น ซึ่งโจวอวี่ก็โอเค เพราะเขากะรับงานแค่ไม่กี่ตัวอยู่แล้ว
แน่นอนว่าถ้าหนัง "สงครามแก๊งกวนป่วนเจ้าตูบ" ฉายเมื่อไหร่ ค่าตัวคงพุ่งกระฉูดกว่านี้
พล็อตโฆษณาอาหารสุนัขค่อนข้างสร้างสรรค์ ใช้ประโยชน์จากความเป็นสุนัขเทพโต้คลื่น โดยให้เสี่ยวเป่าหยิบอาหารเม็ดออกมาจากกระเป๋าเสื้อชูชีพตอนโต้คลื่น แล้วหู่จื่อกับต้าเป่าก็เข้ามาร่วมวงแย่งกินกันกลางทะเล
เขาเลือกแบรนด์นี้เพราะเชื่อถือในคุณภาพ เฮ่อซือหนิงไปตรวจโรงงานและสอบถามผู้ใช้จริงมาแล้ว
โจวอวี่เห็นว่าไอเดียเข้าท่าดีกว่าถ่ายในห้องสี่เหลี่ยมเยอะ ไว้ว่างๆ ค่อยนัดถ่าย
บ่ายวันนั้นเขาใช้เวลาเล่นกับสุนัขทั้งสามและสอนทริคใหม่ๆ
พอตกเย็น เขาพาหู่จื่อกับต้าเป่าไปโต้คลื่นที่ชายหาดด้วยตัวเอง เพราะยุ่งเรื่องหมักเหล้ามาสองวัน
ที่ร้านกั๋วหมินต้าไผตัง หวังฟู่กุ้ยมารออยู่แล้ว พร้อมกับหลินเสี่ยวจิ้ง ดูท่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะพัฒนาไปได้ดีหลังจากเหตุการณ์ที่ KTV
กลับถึงสวนท้อ ให้อาหารสัตว์เสร็จ โจวอวี่กลับเข้าห้อง เวลาผ่านไปไวเหมือนโกหก สองวันมานี้วุ่นอยู่แต่กับเรื่องเหล้า
วันนี้ถึงเวลาเปิดวิทยุอีกครั้ง ไม่รู้ว่าจะได้คลื่นไหน แผนการชมโฉมเทพธิดาซู่ซินที่เขาคิดไว้ถูกแปลเป็นภาษาโลกเซียนเรียบร้อยแล้ว
บางคำศัพท์เขาไม่รู้ ก็ใช้คำอื่นอธิบายแทน หวังว่าเทพธิดาซู่ซินจะเข้าใจและทำตามได้
ถ้าแผนสำเร็จ เขาจะได้เห็นใบหน้าจริงๆ ของนาง ไม่ใช่แค่ภาพวาด และในอนาคตอาจใช้วิธีนี้ติดต่อสื่อสารกันได้ด้วย
แค่คิดก็ตื่นเต้นแล้ว หวังว่าวันนี้จะเป็นคลื่นของเทพธิดาซู่ซิน
ถึงจะไม่สำเร็จวันนี้ แต่ขอแค่ส่งของไปได้ ครั้งหน้าก็มีโอกาส
เขาเขียนพู่กันฆ่าเวลา แล้วมานั่งข้างเตียง ทบทวนเอกสารแปลอีกรอบ พร้อมรูปประกอบเพื่อความเข้าใจง่าย
นอกจากกระดาษ เขายังเตรียมไอโฟนเครื่องใหม่ที่ซื้อมาและตั้งค่าไว้เรียบร้อยแล้ว
ใกล้เที่ยงคืน แสงสีขาวสว่างวาบขึ้นบนวิทยุ โจวอวี่เปิดเครื่อง เสียงซ่าดังขึ้น หมุนปุ่มหาคลื่น
คลื่นหุบเขาครัวเทพ... ซ่า...
เขาเล็งไปที่คลื่นที่สอง คลื่นเทพธิดาซู่ซิน หวังว่าความปรารถนาจะเป็นจริง
ภาพวาดอาจสวยงาม แต่ความจริงย่อมงดงามกว่า ใบหน้าที่แท้จริงเท่านั้นที่จะสื่ออารมณ์และความรู้สึกได้ชัดเจนที่สุด
เข็มความถี่ค่อยๆ เลื่อนลง หัวใจเขาเต้นรัวเหมือนครั้งแรกที่ได้ยินเสียงนาง
ใกล้เข้าไปทุกที... และแล้ว เสียงซ่าก็หายไป แทนที่ด้วยเสียงพิณอันไพเราะ!
โจวอวี่ยิ้มแก้มปริ รีบกดอัดเสียงทันที
วิทยุรับรู้ถึงความปรารถนาของเขาจริงๆ
เพลงที่นางบรรเลงคือกู่ฉินอิ๋น เพลงที่เขาเคยส่งไปให้ และนางใช้มันเอาชนะคู่แข่งจากหอเสียงสงครามในการประลองสำนัก ด้วยปรากฏการณ์พิณบรรเลงเอง 13 ท่อนครึ่ง
เขาจำเพลงนี้ได้แม่นยำ ฟังปุ๊บก็รู้ปั๊บว่าเป็นฝีมือนาง
เพลงจบลง เสียงใสๆ ของชิงเหลียนดังขึ้น "ศิษย์พี่ซู่ซิน เล่นเพลงนี้อีกแล้วเหรอ ข้ายังจำความฮือฮาในงานประลองได้ไม่ลืมเลย"
"13 ท่อนครึ่ง! ชนะเผิงเยว่เฟยขาดลอย พวกนางมั่นหน้ามากว่าจะชนะเพราะมีเพลงสงครามโบราณ แต่เรามีท่านผู้อาวุโสลึกลับ!"
"ชิงเหลียน งานประลองจบไปตั้งนานแล้ว เจ้ายังพูดถึงอยู่อีก แพ้ชนะเป็นแค่ประสบการณ์ สิ่งสำคัญคือรักษาใจให้มั่น ฝึกฝนตนเองให้ดีต่างหาก" เทพธิดาซู่ซินเอ่ยเตือนด้วยน้ำเสียงนุ่มนวล
โจวอวี่ยิ้ม ในตอนนั้นที่พิณโบราณบรรเลงเองสองรอบ เขาก็มั่นใจแล้วว่านางต้องชนะ 13 ท่อนครึ่ง เป็นสถิติที่ไม่มีใครทำลายได้ง่ายๆ
ต่อให้คนอื่นได้โน้ตเพลงไปฝึก ก็คงไม่อาจเทียบชั้นนางได้
"ศิษย์พี่ ข้าตื่นเต้นนี่นา นึกถึงทีไรก็อยากกระโดดโลดเต้น จบงานแล้วยังมีคนหาว่าเพลงนี้มีดีแค่ทำให้พิณบรรเลงเองได้ ขี้อิจฉาชัดๆ"
"แต่พอไปเล่นข้างนอก พิณของคนอื่นก็ส่งเสียงครวญครางกันระงม ทีนี้ใครจะกล้าว่าอะไรอีก ตอนนี้คนหอเสียงสงครามเจอหน้าข้าก็รีบหลบ สะใจชะมัด" ชิงเหลียนเล่าอย่างออกรส
เทพธิดาซู่ซินส่ายหน้ายิ้มๆ "เจ้านี่นะ ซุกซนไม่เปลี่ยน วันนี้ฝึกพิณครบหรือยัง"
"เพิ่งฝึกเสร็จเมื่อกี้เอง เลยแวะมาหา ศิษย์พี่ ท่านว่าท่านผู้อาวุโสจะมาอีกเมื่อไหร่ ขนมที่เรียกว่าช็อกโกแลตที่ท่านให้มา อร่อยมากเลย ข้าอยากกินอีกจัง" ชิงเหลียนอ้อน เกาะแขนซู่ซิน
ซู่ซินกลั้นขำ "ยัยเด็กตะกละ ข้ารู้นะว่าเจ้ามาทำไม ช็อกโกแลตที่ท่านผู้อาวุโสให้มา เจ้ากินไปตั้งเท่าไหร่แล้ว"