เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 271 ความตื่นเต้นของเหอซือหนิง

บทที่ 271 ความตื่นเต้นของเหอซือหนิง

บทที่ 271 ความตื่นเต้นของเหอซือหนิง


หลังจากคุยกับฉีจินเซวียนสักพัก โจวอวี่ก็เดินออกจากห้องส่วนตัว เนื่องจากห้องวีไอพีตั้งอยู่ในโซนพิเศษที่มีพนักงานคอยดูแล จึงไม่ค่อยมีคนพลุกพล่าน

กรณีของผู้กำกับอ้วนและฮันย่าฮุยเป็นเพียงเหตุสุดวิสัย โจวอวี่จึงไม่กังวลอะไร เขาเดินผ่านโถงทางเดินออกไป มีคนหันมามองบ้างแต่ก็ไม่ได้สนใจอะไร

นี่แหละคือสิ่งที่เขาต้องการ ขณะกำลังจะเดินออกจากร้าน ชายหนุ่มสวมเสื้อเชิ้ตคนหนึ่งก็เข้ามาขวางทาง "โจวอวี่ ฉันหลี่ข่ายฮว๋า นายจำฉันได้ไหม"

โจวอวี่มองคนตรงหน้าแล้วยิ้มออกมา "หลี่ข่ายฮว๋า แน่นอนสิ นายเล่นบาสเกตบอลเก่งมาก" เขาแค่รู้จักผิวเผิน ไม่ได้สนิทสนมอะไร

"ฮ่าๆ ไม่เก่งเท่านายหรอก เมื่อกี้ฉันเห็นเหตุการณ์หมดแล้ว แถมยังโพสต์ลงกลุ่มด้วย ฮันย่าฮุยนี่ไม่รู้จักที่ต่ำที่สูงจริงๆ ตอนนี้ในกลุ่มกำลังรุมด่ามันกันยกใหญ่" หลี่ข่ายฮว๋าหัวเราะร่า พลางโชว์โทรศัพท์ให้ดู

โจวอวี่ยิ้ม ไม่นึกว่าหลี่ข่ายฮว๋าจะเห็นเหตุการณ์และเอาไปแฉในกลุ่ม "ขอบใจนะ ฮันย่าฮุยชอบมาแขวะฉัน รำคาญเหมือนกัน"

"มันชอบทำตัวอวดเก่ง ตอนนี้เลยกลายเป็นตัวตลก คนที่ถ่อมตัวที่สุดต่างหากคือของจริง ฉันเพิ่งซึ้งวันนี้แหละ" หลี่ข่ายฮว๋ามองโจวอวี่ด้วยความชื่นชม ตอนแรกที่ฮันย่าฮุยบอกว่าโจวอวี่กลับบ้านนอกไปทำนา เขาก็แอบสมน้ำหน้าอยู่เหมือนกัน ไม่นึกว่าโจวอวี่จะทำนาจนได้ดีขนาดนี้

"เขาแค่เรียกร้องความสนใจ แต่ใช้วิธีผิดไปหน่อย" โจวอวี่ยิ้มบางๆ ไม่ได้ใส่ใจคนอย่างฮันย่าฮุย

หลี่ข่ายฮว๋ายิ้มสะใจ "ไม่ใช่แค่ผิดวิธี แต่ผิดคนด้วย นายคงมีธุระต่อ งั้นไม่รบกวนแล้ว ไว้คุยกันนะ"

โจวอวี่พยักหน้า แลกเบอร์โทรศัพท์กัน แล้วเดินออกจากร้าน ตอนนี้นักข่าวหน้าประตูหายไปหมดแล้ว คงรู้ข่าววงในว่าแบรดและคณะกลับไปแล้ว

พอเดินมาถึงลานจอดรถ ก็ไม่เห็นวี่แววนักข่าวเช่นกัน น่าจะตามแบรดไปหมด ไม่มีใครรู้หรอกว่าแบรดมาเจอใคร

ไม่มีคนมากวนใจก็ดี โจวอวี่เดินไปที่รถ พอหยิบกุญแจรถออกมา ก็มีกลุ่มคนเดินออกมาจากข้างรถเขา ผู้กำกับอ้วน ฮันย่าฮุย และพรรคพวกนั่นเอง

"ผู้กำกับ ยังอยากได้ที่จอดรถอีกเหรอครับ ผมจะไปพอดี เชิญจอดได้ตามสบายเลย" โจวอวี่แซว

"คุณโจวครับ พวกเราผิดไปแล้ว ผิดไปจริงๆ ได้โปรดเมตตา อย่าถือสาหาความพวกเราเลยนะครับ" ผู้กำกับอ้วนทำหน้าเศร้า โค้งคำนับโจวอวี่ปลกๆ

เจ้าของสุนัขเทพผู้โด่งดัง เพื่อนของฉีจินเซวียน แถมยังได้รับเชิญจากผู้กำกับฮอลลีวูด คนระดับนี้ไม่ใช่คนที่ผู้กำกับเกรดสามอย่างเขาจะไปตอแยได้

ถึงโจวอวี่จะไม่ใช่คนในวงการบันเทิง แต่ถ้าจะเล่นงานเขา ก็ทำได้สบายๆ

โจวอวี่ยิ้มบางๆ ส่ายหน้า แล้วเดินไปไขกุญแจรถ ผู้กำกับอ้วนเห็นดังนั้นก็ผลักฮันย่าฮุยและส่งสายตาบังคับ

"โจว... โจวอวี่ ฉันผิดไปแล้ว ต่อไปฉันจะไม่กล้าอีกแล้ว ยกโทษให้ฉันเถอะนะ" ฮันย่าฮุยจำใจเดินมาขอโทษเสียงอ่อย

"คนที่ยกโทษให้แกไม่ใช่ฉัน แต่เป็นตัวแกเองต่างหาก" โจวอวี่พูดเรียบๆ แล้วเปิดประตูรถ สตาร์ทเครื่อง ขับออกไป

ผู้กำกับอ้วนมองตามรถโจวอวี่อย่างงงๆ "ตกลงว่าจบหรือไม่จบวะ ฮันย่าฮุย มันหมายความว่าไงคนที่ยกโทษให้แกไม่ใช่ฉัน แต่เป็นตัวแกเองพูดซะเป็นปรัชเชียว"

ฮันย่าฮุยหน้าซีดเผือด เขาเข้าใจความหมายดี ทุกครั้งเขาเป็นฝ่ายหาเรื่องโจวอวี่ก่อน แต่โจวอวี่ไม่เคยสนใจ เพราะฉะนั้นเรื่องทั้งหมดมันเกิดขึ้นเพราะตัวเขาเอง

"ลูกพี่ มันคงหมายความว่าฮันย่าฮุยหาเรื่องใส่ตัวเอง เพราะงั้นต้องแก้ที่ตัวมันเองแหละครับ" ลูกน้องคนหนึ่งตีความ

"ฮันย่าฮุย แกมันโง่บรม มีเพื่อนร่วมรุ่นเจ๋งขนาดนี้ แทนที่จะไปตีสนิท ดันไปหาเรื่องเขา สมองมีปัญหาหรือไง ไป! ไสหัวไปซะ อย่าให้ข้าเห็นหน้าอีก ขืนให้แกตามมา เดี๋ยวพาซวยไปหาเรื่องใครอีกก็ไม่รู้"

ผู้กำกับอ้วนด่ากราด ชี้หน้าคาดโทษ แล้วถ่มน้ำลายลงพื้น ก่อนจะขึ้นรถจากไป

ทิ้งให้ฮันย่าฮุยยืนโดดเดี่ยว สีหน้าหมองคล้ำ แววตาสับสน เขาไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมคนที่กลับบ้านไปทำนา ถึงได้มีชีวิตที่รุ่งโรจน์ขนาดนี้

ระหว่างขับรถกลับหมู่บ้านเถาหยวน โจวอวี่โทรหาเหอซือหนิง ผู้จัดการจากบริษัทกวงเย่าเอเจนซี่ "คุณเหอครับ มีโปรเจกต์หนังติดต่อเข้ามา อยากให้คุณช่วยติดต่อประสานงานและคุยรายละเอียดสัญญาให้หน่อยครับ"

"คุณโจว เชิญว่ามาเลยค่ะ ฉันรอฟังอยู่" เหอซือหนิงวางมือจากงานทันที ช่วงนี้มีบริษัทหนังเล็กๆ ติดต่อมาบ้าง แต่ก็ไม่น่าสนใจ

"บริษัทคุณคงทราบข่าวที่ผู้กำกับฮอลลีวูด แบรด เพย์ตัน มาเมืองจิ่งเฉิงแล้วใช่ไหมครับ" โจวอวี่ถามยิ้มๆ

ได้ยินชื่อนี้ เหอซือหนิงตาโตด้วยความตื่นเต้น "แบรด เพย์ตัน! ทราบค่ะ หรือว่า... โปรเจกต์หนังที่ว่า คือการร่วมงานกับเขาเหรอคะ"

ในฐานะเอเจนซี่ชั้นนำในมณฑลชางไห่ ข้อมูลข่าวสารต้องไวอยู่แล้ว ยิ่งเป็นแบรด เพย์ตัน ผู้กำกับหนังทำเงินระดับโลก ยิ่งต้องรู้

แต่บริษัทรู้แค่ว่าเขามาจิ่งเฉิง ไม่รู้ว่ามาทำไม หรือมาหาใคร แต่ตอนนี้ดูเหมือนเขาจะมาเพื่อสุนัขเทพจริงๆ ในหัวเธอนึกถึงหนังที่เขาเคยกำกับ แล้วก็นึกถึงความเป็นไปได้บางอย่าง

"ใช่ครับ แบรดมาหาผมเพื่อเชิญสุนัขเทพนักโต้คลื่นทั้งสามตัวไปร่วมแสดงในหนังเรื่องใหม่ของเขา Cats & Dogs 3 โดยให้สุนัขทั้งสามตัวเป็นตัวเอกครับ"

โจวอวี่สัมผัสได้ถึงความตื่นเต้นในน้ำเสียงของเหอซือหนิง ตัวเขาเองตอนที่รู้ข่าวจากแอนดรูว์ก็ตื่นเต้นไม่แพ้กัน

เหอซือหนิงอึ้งไปพักใหญ่ Cats & Dogs 3! สุนัขเทพทั้งสามตัวเป็นตัวเอก! นี่มันเหลือเชื่อมาก "คุณ... คุณโจวคะ ตอนนี้คุณอยู่ที่ไหน ฉันขอไปพบคุณเดี๋ยวนี้เลยได้ไหมคะ" เธอถามด้วยน้ำเสียงร้อนรน

ฮอลลีวูดคือความฝันสูงสุดของดาราทั่วโลก แต่ในจีนมีเพียงไม่กี่คนที่ไปถึงจุดนั้นได้ และต้องผ่านความล้มเหลวมานับครั้งไม่ถ้วน

ไม่ใช่แค่ดารา แม้แต่เอเจนซี่ก็อยากร่วมงานกับบริษัทและผู้กำกับระดับฮอลลีวูด แต่โอกาสนั้นช่างริบหรี่

แต่ตอนนี้ โอกาสทองมากองอยู่ตรงหน้า ผู้กำกับดัง หนังฟอร์มยักษ์ภาคต่อ และสุนัขเทพจากจีนเป็นตัวเอก จะไม่ให้เธอตื่นเต้นได้ยังไง

ถ้าไม่รู้จักนิสัยโจวอวี่ ถ้าไม่รู้ว่าแบรด เพย์ตัน มาจิ่งเฉิง เธอคงคิดว่าเขาล้อเล่น

สัญญาที่เธอเซ็นกับโจวอวี่นั้นยืดหยุ่นมาก ไม่มีข้อผูกมัด นอกจากงานพรีเซนเตอร์ที่มีข้อจำกัดบ้าง แต่งานหนัง โจวอวี่มีสิทธิ์ตัดสินใจเองว่าจะให้ใครดูแล

เธอจึงกลัวว่าจะมีเอเจนซี่อื่นมาตัดหน้ายื่นข้อเสนอที่ดีกว่าให้โจวอวี่ เธออยากจะบินไปหาเขาซะเดี๋ยวนี้

ถ้าบริษัทของเธอปิดดีลนี้ได้สำเร็จ ผลประโยชน์มหาศาลจะตามมา ทั้งชื่อเสียงและคอนเนคชั่นกับฮอลลีวูด

"พี่เหอครับ เราไม่ได้เพิ่งร่วมงานกันครั้งแรกนะ งานนี้ผมยกให้พี่ดูแล เจอกันวันมะรืนครับ"

"คุยรายละเอียดสัญญากับทางโน้นไปก่อน สิทธิประโยชน์อะไรที่ควรได้ก็ต้องเอามาให้ได้ ส่วนเรื่องค่าตัวอย่าเพิ่งคุย รอวันมะรืนพวกเขาจะมาดูสุนัขเทพที่หมู่บ้านเถาหยวน ค่อยว่ากันอีกที มีปัญหาอะไรโทรหาผมได้เลย อ้อ... เรื่องนี้ขอให้เก็บเป็นความลับก่อนนะครับ" โจวอวี่รู้ทันความคิดของเหอซือหนิง จึงพูดดักคอไว้ก่อน

ได้ยินคำยืนยัน เหอซือหนิงก็โล่งใจ "ได้ค่ะ เข้าใจแล้ว ฉันจะทำให้งานนี้ออกมาสมบูรณ์แบบที่สุด รายละเอียดไว้คุยกันตอนเจอนะคะ"

เธอจดเบอร์โทรศัพท์ที่โจวอวี่ให้ แล้ววางสายด้วยความตื่นเต้น ก่อนจะเรียกประชุมด่วนทุกแผนก

โจวอวี่วางสาย ขับรถกลับสวนท้อ สัญญาที่เหอซือหนิงคุยมา สุดท้ายก็ต้องผ่านการอนุมัติจากเขาอยู่ดี จึงไม่ต้องกังวล

กลับถึงสวนท้อประมาณบ่ายสามโมงกว่า ทักทายพวกหู่จื่อ แล้วเข้าไปดูเครื่องแกะสลักหยก เครื่องยังทำงานอยู่ หยกก็ยังมีสำรอง กานกานกับชุ่ยชุ่ยนี่พึ่งพาได้จริงๆ

สักพัก โรงงานปุ๋ยก็โทรมาแจ้ง โจวอวี่สั่งปุ๋ยสำหรับต้นท้อไว้ ซึ่งตามกำหนดจะมาส่งวันนี้

ถึงแม้ต้นท้อในค่ายกลจะไม่ต้องการปุ๋ย แต่เขาก็ต้องสั่งมาบังหน้าไว้บ้าง

จบบทที่ บทที่ 271 ความตื่นเต้นของเหอซือหนิง

คัดลอกลิงก์แล้ว