- หน้าแรก
- วิทยุของผมติดต่อกับโลกเซียนได้
- บทที่ 41 หยาดน้ำค้างหยกผิวดำยักษ์ด่าง
บทที่ 41 หยาดน้ำค้างหยกผิวดำยักษ์ด่าง
บทที่ 41 หยาดน้ำค้างหยกผิวดำยักษ์ด่าง
เมื่อคุณชายฉีได้เห็นรูปที่โจวอวี่ส่งมา ร่างกายของเขาก็แข็งทื่อไปชั่วขณะ สายตาจับจ้องไปที่รูป "หยาดน้ำค้างหยกผิวดำยักษ์ด่าง" อย่างไม่วางตา
แม้เขาจะคาดหวังไว้สูงกับ "สมบัติก้นหีบ" ของโจวอวี่ แต่พอได้เห็นของจริง ความคาดหวังที่มีก่อนหน้านั้นกลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปเลย นี่มันไม่ใช่แค่สมบัติก้นหีบธรรมดา แต่เป็นระดับสมบัติแห่งชาติ! ทั่วทั้งประเทศจีนจะหาหยาดน้ำค้างหยกผิวดำยักษ์ด่างที่งดงามขนาดนี้ได้สักกี่ต้นเชียว
ลายด่างสีชมพูอ่อนๆ ไม่ได้ทำลายความขลังของสีผิวดำเข้มอันเป็นเอกลักษณ์ของหยาดน้ำค้างหยกผิวดำ แต่กลับช่วยเสริมให้มันดูลึกลับและเย้ายวนใจยิ่งขึ้น
ไม่ว่าจะเป็นสีสัน ลวดลาย หรือฟอร์มต้นโดยรวม ล้วนเหนือชั้นกว่าหยาดน้ำค้างหยกผิวดำยักษ์ทุกต้นที่เขาเคยเห็นมา
และที่น่าตกตะลึงที่สุดคือขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่ปาเข้าไปถึง 10 เซนติเมตร! ขนาดนี้ถือว่าหายากแบบสุดๆ
เขาเคยเห็นหยาดน้ำค้างหยกผิวดำยักษ์ด่างขนาดเกิน 10 เซนติเมตรมาบ้าง แต่น้อยมาก และไม่มีต้นไหนสวยสมบูรณ์แบบเท่าต้นนี้
โจวอวี่ทำเซอร์ไพรส์เขาอีกแล้ว คุณชายฉีเริ่มเข้าใจแล้วว่าทำไมโจวอวี่ถึงกล้าขายพานเติงด่างสุดสวยต้นนั้น เพราะในสวนของเขายังมีของดีที่เหนือกว่าซ่อนอยู่อีกเพียบ!
"พี่ฉี รูปส่งครบแล้วครับ คิดว่าต้นนี้พอจะเอาไปลงแข่งได้ไหม" โจวอวี่ถามด้วยรอยยิ้ม แม้จะไม่รู้ว่าไม้ของฝั่งคู่แข่งเป็นยังไง แต่เขามั่นใจในผลงานของตัวเองเต็มเปี่ยม
คุณชายฉีตอบกลับด้วยความตื่นเต้น "ได้สิ! ได้แน่นอน! ขนาด 10 เซนติเมตร สีสวย ฟอร์มเทพ มีจิตวิญญาณแบบนี้ เอาไปเป็นดาวเด่นในงานได้สบายๆ ชนะใสๆ เลยน้อง!"
"พี่เลี้ยงไม้อวบน้ำมาหลายปี เพิ่งเคยเห็นของดีขนาดนี้เป็นครั้งแรก มั่นใจเลยว่างานนี้มงลงแน่นอน"
โจวอวี่ไม่ได้สนใจเรื่องตำแหน่งชนะเลิศเท่าไหร่ แค่ได้ช่วยคุณชายฉีก็พอใจแล้ว "เรื่องชนะไม่ชนะช่างมันเถอะครับ แค่ช่วยพี่ได้ผมก็ดีใจแล้ว"
คุณชายฉีหัวเราะร่า "น้องโจวนี่สุดยอดจริงๆ การได้มารู้จักนายถือเป็นโชคชะตาที่ดีที่สุดของพี่เลย เดี๋ยวพี่จะรีบโทรไปบอกเพื่อน ให้มันได้เห็นของดีเดี๋ยวนี้แหละ"
"พี่ฉีครับ ผมมีเรื่องอยากจะตกลงด้วยหน่อย เดี๋ยวผมโทรหาดีกว่า"
"ได้เลย เดี๋ยวพี่โทรไปเอง"
คุณชายฉีโทรมาทันที โจวอวี่กำชับว่าเขายินดีให้ยืมไม้ไปแข่ง แต่ห้ามเปิดเผยตัวตนของเขาเด็ดขาด ห้ามบอกใครว่าเขาคือ "บุปผาไร้ลักษณ์" แม้แต่กับเพื่อนสนิทของคุณชายฉีก็ห้ามบอก
แม้จะสงสัยว่าทำไมคนเก่งๆ อย่างโจวอวี่ถึงชอบทำตัวลึกลับ ไม่ชอบชื่อเสียง แต่คุณชายฉีก็รับปากเป็นมั่นเป็นเหมาะ เขาชื่นชมในความถ่อมตนของโจวอวี่
"อ้อ พี่ฉีครับ หยาดน้ำค้างหยกผิวดำด่างต้นแรกที่ผมส่งรูปไปให้ดู ผมฝากพี่ขายให้หน่อยนะครับ หรือพี่จะซื้อไว้เองก็ได้" โจวอวี่ทิ้งท้ายก่อนวางสาย
คุณชายฉีตกใจ "หา! ต้นที่ลายด่างสวยแปลกตาต้นนั้นน่ะเหรอ นายจะขายจริงดิ?"
โจวอวี่หัวเราะเบาๆ "ไม่ต้องตกใจหรอกครับพี่ อนาคตผมคงมีของดีๆ มาปล่อยอีกเรื่อยๆ พี่เตรียมตัวชินได้เลย"
คำตอบนี้ทำเอาคุณชายฉียอมจำนน "โอเค ในเมื่อนายยืนยัน งั้นเอาไปประมูลในงานนิทรรศการเลยดีไหม หลังงานโชว์จะมีประมูลเล็กๆ พี่ว่าน่าจะได้ราคาดี"
คุณชายฉีตัดสินใจไม่ซื้อเก็บไว้เอง เพราะรู้แล้วว่าโจวอวี่ยังมีของดีอีกเพียบ รอช้อนซื้อทีหลังก็ได้
"ได้ครับ ขอบคุณมากพี่ฉี งั้นพรุ่งนี้ผมจะเอาไม้ทั้งสองต้นเข้าไปหาที่จิ่งเฉิงนะครับ"
"เยี่ยมเลย! พี่รอเจอนายแทบไม่ไหวแล้ว อยากเห็นของจริงใจจะขาด"
หลังจากวางสาย โจวอวี่ก็ส่งข้อความไปกำชับผู้ดูแลบอร์ดอีกสองคนเรื่องห้ามเปิดเผยตัวตน ทั้งคู่รับปากเป็นอย่างดี แต่เสียดายที่ติดธุระมางานไม่ได้ โจวอวี่เลยปลอบใจว่าเดี๋ยวจะมีของดีมาขายอีก ให้เตรียมเงินไว้รอได้เลย
จัดการเรื่องคนเสร็จ โจวอวี่ก็โทรยืมรถหลี่เทียนเปียวอีกรอบ เริ่มคิดจริงจังแล้วว่าต้องซื้อรถสักคัน เงิน 6 หมื่นที่ได้มาดูเหมือนจะเยอะ แต่พอจะซื้อรถบวกกับลงทุนเรื่องหยก มันยังไม่พอจริงๆ
เขาคิดว่านอกจากหยาดน้ำค้างหยกแล้ว ควรลองปลูกพืชชนิดอื่นบ้าง รอได้หยกคุณภาพดีมาทำค่ายกลใหม่ก่อนค่อยว่ากัน
กลับไปดูในค่ายกล ต้นกล้า 4 ต้นที่เพิ่งลงดินเมื่อวานเริ่มโตขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หยาดน้ำค้างหยกอำพันสีสันสดใสขึ้น ส่วนตำนานนางพญางูขาวก็ใบใหญ่และขาวผ่องขึ้น สวยงามจับใจ อีกวันสองวันคงพร้อมขยายพันธุ์
ตกบ่าย โจวอวี่ไปซื้อกล่องไม้มาเตรียมแพ็คของ พอกลับมาถึงบ้าน มือถือก็เด้งแจ้งเตือนกลุ่มเพื่อนสมัยเรียน
หานย่าฮุยแท็กเรียกทุกคน "เพื่อนๆ พรุ่งนี้ฉันจะจัดงานเลี้ยงรุ่นที่จิ่งเฉิง ใครว่างเชิญเลยนะ ฉันคุยกับเพื่อนไฮโซเจ้าของร้านไม้อวบน้ำไว้แล้ว พรุ่งนี้เช้าเราจะไปบุกร้านเขา ไปดูพานเติงด่างในตำนานกัน!"
แถมยังโม้ต่อว่า "ไม่ใช่แค่พานเติงด่างนะ ได้ข่าวว่าเพื่อนของเพื่อนไฮโซคนนี้มีเดิมพันแข่งไม้อวบน้ำกันในงานนิทรรศการมะรืนนี้ รับรองว่างานนี้จะมีไม้เทพๆ มาให้ดูเพียบ เปิดหูเปิดตาแน่นอน!"
"กติกางานเลี้ยงเหมือนเดิม ผู้ชายหารเท่า ผู้หญิงฟรี ห่างกันไป 2-3 ปี มาเจอกันหน่อย โดยเฉพาะเสี่ยวอวี่ นายต้องมาให้ได้นะ โอกาสทองแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ"
โจวอวี่อ่านแล้วขำกลิ้ง หานย่าฮุยนี่ขยันหาเรื่องใส่ตัวจริงๆ แต่เขาไม่อยากเปิดเผยตัวตนเพื่อเอาชนะคนแบบนี้หรอก
เพื่อนๆ ในกลุ่มเริ่มลงชื่อกันคึกคัก โดยเฉพาะพวกที่อยู่จิ่งเฉิง
"ใครจะไปลงชื่อที่ฉันเลย พรุ่งนี้ 9 โมงเจอกันที่ตึกจิ่งกวน เสี่ยวอวี่ ว่าไง เพื่อนฝูงไม่เจอกันนาน ไม่คิดจะมาหน่อยเหรอ" หานย่าฮุยแท็กเรียกโจวอวี่อีกรอบ
"หานย่าฮุย นายเก่งแต่สร้างเรื่องนะ ช่วงนี้ไม่ได้เข้ากลุ่ม เข้ามาทีไรเจอแต่นายโม้เหม็น บอกว่ารวยนักรวยหนา ทำไมยังเก็บเงินเพื่อนแบบหารเท่าอยู่อีก สมัยเรียนนายเทียบพี่อวี่ไม่ได้ จบมานายก็ยังเทียบไม่ได้อยู่ดี" เฉินจื่อหลง เพื่อนสนิทสมัยเรียนของโจวอวี่พิมพ์สวนเข้ามา
หานย่าฮุยของขึ้น "ฉันแค่ชวนเสี่ยวอวี่มางานเลี้ยง ผิดตรงไหน เทียบไม่ได้เหรอ ตลกน่า!"
โจวอวี่รีบเข้ามาห้ามทัพ "จื่อหลง อย่าไปทะเลาะกับคนพรรค์นั้นเลย พรุ่งนี้ฉันไปแน่ นายกลับมาจากเมืองนอกแล้วเหรอ"
"ยังเลย ถ้าอยู่จีนนะ ฉันไปแน่ อยากไปดูหน้าคนขี้โม้เวลาหน้าแตก" เฉินจื่อหลงตอบอย่างเสียดาย
"งั้นคุยหลังไมค์ดีกว่า อย่ารกกลุ่ม" โจวอวี่ชวนเพื่อนไปคุยส่วนตัว
"เสี่ยวอวี่ พรุ่งนี้ 9 โมง ตึกจิ่งกวนนะ อย่าสายล่ะ ไม่มีใครรอนาย" หานย่าฮุยทิ้งท้ายอย่างผู้ชนะ